(จบแล้ว ) สยบรักสามีธงแดง

118.0K · ยังไม่จบ
Primพริมโรส
34
บท
360
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เรื่องย่อ “พริมไม่อยากเป็นเมียคุณแล้วค่ะ เราหย่ากันเถอะ!” สองปีที่ พริมา ยอมเป็นภรรยาที่แสนดี อดทนต่อความเย็นชา การดูถูก และการนอกใจของสามี เธอเคยคิดว่าแค่รักเขาให้มากพอ สักวันเขาคงเห็นคุณค่า แต่สำหรับ เพลิงกัลป์ ความรักของเธอกลับเป็นเพียงของตายที่เขาจะทำอย่างไรก็ได้! กระทั่งคืนหนึ่ง เธอโทรหาเขาถึง สิบสี่สาย แต่เขากลับเลือกปิดเสียงโทรศัพท์เพื่ออยู่กับผู้หญิงอีกคน โดยไม่รู้เลยว่าคืนนั้นภรรยาของเขาต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง! พอแล้ว! เมียที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเมียที่โง่! เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง พริมาก็ยื่นใบหย่า เก็บหัวใจที่แตกสลาย แล้วเดินออกจากชีวิตเขาอย่างไม่คิดหันกลับไปมอง ทว่าเมื่อผู้หญิงที่เคยรักเขาสุดหัวใจหมดรักขึ้นมาจริง ๆ ผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองกลับเป็นฝ่ายแทบคลั่ง! เขาตามง้อ เฝ้าหวง และยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อขอโอกาสอีกครั้ง แต่เสียใจด้วยนะคะ... “ตอนฉันรัก คุณเห็นฉันเป็นของตาย พอฉันหมดรักขึ้นมา คุณกลับทนไม่ได้เสียเอง!” ทีตอนมีเมียดี ๆ ไม่รู้จักรักษา! คราวนี้ต่อให้สามีธงแดงคุกเข่าขอร้อง เธอก็จะไม่ยอมกลับไปเป็นผู้หญิงที่ถูกเหยียบย่ำคนเดิมอีกแล้ว! เพราะครั้งนี้ คนที่ต้องเจ็บจนจำ จะไม่ใช่เธออีกต่อไป! ด้วยรัก จาก primพริมโรส *********** #จบดี พระเอกเลวแต่คลั่งรัก 55555 **** # นางเอกเอาคืนจนหมอบ…ยอมศิโรราบ # นางเอกสวย แซ่บ # เล่มเดียวจบ อ่านรวดเดียวฟิน ไม่ค้างคา…. # มี eBook + ตอนพิเศษหวานฉ่ำหลังแต่งงาน NC ร้อนแรง # อ่านให้สะใจถึง 120,000 คำ

นิยายรักโรแมนติกการแต่งงานหลังหย่าตามง้อจีบเมียเก่าหักหลังดราม่านิยายรักนิยายปัจจุบัน

บทที่ 1 ใบหย่ากับมารยาบทใหม่

บทที่ 1 ใบหย่ากับมารยาบทใหม่

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังแว่วลงมาจากชั้นสองของคฤหาสน์อัครเดโช ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน เพลิงกัลป์ อัครเดโช ละสายตาจากเอกสารในมือเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ เขาเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ เข็มสั้นชี้เลยเลขสิบไปแล้วเกือบครึ่งชั่วโมง

ดึกดื่นป่านนี้ยังจะมีใครแต่งตัวออกจากบ้านอีก?

ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากตำหนิคนที่ส่งเสียงรบกวน ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองทางบันไดวน คำพูดที่เตรียมไว้กลับหยุดอยู่เพียงปลายลิ้น ผู้หญิงที่กำลังก้าวลงมานั้นคือพริมา ภรรยาที่เขาแต่งงานด้วยเมื่อสองปีก่อน

แต่คืนนี้เธอดูแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง

ชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำสนิทแนบรับเรือนร่างเพรียวระหงอย่างพอดิบพอดี ชายกระโปรงยาวเหนือเข่าผ่าข้างเผยเรียวขาสวยยามเคลื่อนไหว เรือนผมยาวสลวยที่เคยรวบเรียบร้อยอยู่เสมอ บัดนี้ปล่อยเป็นลอนอ่อนคลอเคลียแผ่นหลังเปลือยเปล่า ใบหน้าสวยหวานได้รับการแต่งแต้มอย่างประณีต โดยเฉพาะริมฝีปากสีแดงสดที่ทำให้เธอดูทั้งเย้ายวนและมั่นใจ

เพลิงกัลป์มองภาพนั้นอยู่ชั่วขณะ เขาไม่เคยเห็นภรรยาแต่งตัวเช่นนี้มาก่อน

ตลอดสองปีที่ผ่านมา พริมามักเลือกสวมเสื้อผ้าสีอ่อน เรียบร้อยจนบางครั้งเขาอดนึกรำคาญไม่ได้ เธอแทบไม่แต่งหน้า และไม่เคยออกจากบ้านยามค่ำคืนโดยไม่บอกเขาล่วงหน้า

ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเขา เธอมักก้มหน้าเล็กน้อยราวกับเกรงว่าจะทำอะไรให้ไม่พอใจ แต่ผู้หญิงตรงหน้าในเวลานี้กลับเดินลงบันไดด้วยท่าทีผ่อนคลาย แผ่นหลังเหยียดตรง ดวงตาสดใส ไม่ได้มีท่าทางระแวดระวังเหมือนที่ผ่านมา

“จะไปไหน?”

น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเมื่อเธอก้าวลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย

พริมาหันมามอง ก่อนคลี่ยิ้มบางเบา

“อ้าว คุณเพลิงยังไม่นอนอีกเหรอคะ?”

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาวางเอกสารในมือลงบนโต๊ะแล้วมองสำรวจเธออีกครั้ง

“ฉันถามว่าจะไปไหน”

“ออกไปข้างนอกค่ะ”

“แต่งตัวแบบนี้?”

“ชุดพริมมีปัญหาอะไรหรือคะ?” พริมาก้มมองชุดตัวเองเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ

“เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้สามวัน ก็มีแรงแต่งตัวออกไปเที่ยวกลางคืนแล้ว?” เขาแค่นหัวเราะ

“ทำตัวเหมือนผู้หญิงหากินขนาดนี้ ไม่กลัวคนเขานินทาบ้างหรือไง!”

รอยยิ้มบนใบหน้าของพริมาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที หากเป็นเมื่อก่อน คำพูดเช่นนี้คงทำให้เธอเสียใจจนต้องก้มหน้าซ่อนน้ำตา เธออาจรีบอธิบายว่าไม่ได้คิดทำอะไรเสียหาย หรือไม่ก็วิ่งกลับขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อให้สามีอารมณ์ดีขึ้น

แต่วันนี้เธอเพียงมองเขานิ่ง ๆ ผู้ชายคนนี้ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่เคยถามว่าเธอหายป่วยดีแล้วหรือยัง ไม่เคยสงสัยว่าหลังออกจากโรงพยาบาลเธอมีอาการผิดปกติอะไรบ้าง

สิ่งแรกที่เขาสนใจกลับเป็นเสื้อผ้าของเธอ พริมานึกขำตัวเองขึ้นมาอย่างประหลาด เมื่อก่อนเธอหลงรักผู้ชายคนนี้มากถึงขนาดไหนกันนะ ถึงได้ยอมให้คำพูดของเขามีอำนาจเหนือความรู้สึกตัวเองอยู่ตั้งสองปี

“ถ้าคุณเพลิงคิดว่าพริมแต่งตัวเหมือนผู้หญิงหากิน...” เธอเอียงคอเล็กน้อย “แสดงว่าคุณคงคุ้นเคยกับผู้หญิงประเภทนั้นไม่น้อยเลยสินะคะ”

“พริมา!”

“พริมแค่สงสัยค่ะ” เธอยิ้มหวาน

“ปกติคนเราจะเปรียบเทียบอะไรได้แม่นยำ ก็น่าจะต้องมีประสบการณ์อยู่พอสมควร จริงไหมคะ?”

เพลิงกัลป์มองภรรยาด้วยความไม่อยากเชื่อ

นี่เธอกำลังประชดเขาอยู่หรือ?

ตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา พริมาไม่เคยกล้าต่อปากต่อคำเช่นนี้ แม้บางครั้งเขาจะตำหนิเธอรุนแรงเพียงใด เธอก็มักตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“หายป่วยคราวนี้ดูเหมือนจะปากเก่งขึ้นเยอะนะ”

“ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือคะ?” หญิงสาวตอบอย่างอารมณ์ดี “เมื่อก่อนคุณเพลิงชอบบ่นว่าพริมเงียบจนน่ารำคาญ ตอนนี้พริมพูดเก่งขึ้น คุณก็น่าจะดีใจสิคะ”

“ฉันไม่มีเวลามาเล่นลิ้นกับเธอ”

“บังเอิญจังค่ะ พริมก็ไม่อยากเสียเวลาของคุณเหมือนกัน”

เธอเดินเข้ามาใกล้โซฟา กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยมากับการเคลื่อนไหว เพลิงกัลป์เผลอมองตามจนกระทั่งหญิงสาวหยุดยืนตรงหน้า พริมาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าถือ ก่อนวางลงบนโต๊ะกระจกอย่างเรียบร้อย

“ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยเรื่องสำคัญกันดีกว่าค่ะ”

“อะไร?” ชายหนุ่มปรายตามองซองเอกสาร

“เรื่องของเราค่ะ”

“เรื่องอะไรอีก?”

เธอไม่ได้รีบร้อนตอบ แต่ค่อย ๆ นั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ยกขาไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาสามี

“เราหย่ากันเถอะค่ะ คุณเพลิง”

คำพูดนั้นทำให้ห้องโถงเงียบลงในทันที

เพลิงกัลป์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองใบหน้าของภรรยา ราวกับกำลังรอให้เธอหลุดหัวเราะแล้วบอกว่าล้อเล่น แต่พริมายังคงนั่งอยู่ตรงนั้น สีหน้าไม่ได้แสดงความลังเลแม้แต่น้อย

“เธอว่าอะไรนะ?”

“หย่ากันค่ะ”

“พริมา!”

“คะ?”

“นี่เธอกำลังเล่นอะไรอยู่!”

“ไม่ได้เล่นค่ะ”

หญิงสาวโน้มตัวไปหยิบเอกสารออกจากซอง ก่อนเลื่อนกระดาษสองสามแผ่นมาตรงหน้าเขา

“พริมปรึกษาทนายมาแล้วค่ะ นี่เป็นร่างข้อตกลงเกี่ยวกับการหย่า ส่วนรายละเอียดเรื่องทรัพย์สินและขั้นตอนอื่น ๆ ทนายจะเป็นคนประสานงานอีกที”

เพลิงกัลป์มองเอกสารตรงหน้า ตัวอักษรบนกระดาษระบุชื่อของเขากับเธออย่างชัดเจน เขาไล่สายตาอ่านเพียงสองสามบรรทัด ก่อนเงยหน้าขึ้นมองภรรยาอีกครั้ง

“ใครอนุญาตให้เธอไปหาทนาย?”

พริมาชะงัก จากนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ

“คุณเพลิงคะ พริมไปปรึกษาทนาย ไม่ได้ไปขอใครแต่งงานใหม่เสียหน่อย ทำไมต้องขออนุญาตด้วยล่ะคะ?”

“อย่ามากวนประสาทฉัน!” เขาวางเอกสารลงอย่างแรง

“เธอคิดว่าการแต่งงานเป็นเรื่องล้อเล่นหรือไง? นึกอยากแต่งก็แต่ง นึกอยากหย่าก็หย่า!”

รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวค่อย ๆ จางลง “พริมไม่เคยคิดว่าการแต่งงานเป็นเรื่องล้อเล่นค่ะ”

เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาลงเล็กน้อย “ถ้าคิดอย่างนั้น พริมคงไม่พยายามรักษามันมาตั้งสองปี”

เพลิงกัลป์นิ่งไป พริมาหลุบตามองแหวนแต่งงานบนนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง ครั้งหนึ่งเธอเคยมองแหวนวงนี้ด้วยความสุข จำได้แม้กระทั่งรายละเอียดเล็ก ๆ ในวันแต่งงาน จำได้ว่าเขาสวมสูทสีอะไร ใช้น้ำหอมกลิ่นไหน และตอนสวมแหวนให้เธอ เขาไม่ได้มองหน้าเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ตอนนั้นเธอยังคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาคงประหม่า ช่างน่าขัน...คนที่ประหม่าคงมีแต่เธอเพียงฝ่ายเดียว เพราะสำหรับเพลิงกัลป์ การแต่งงานครั้งนั้นเป็นเพียงเรื่องที่ผู้ใหญ่ตกลงกันไว้ ส่วนเธอเป็นผู้หญิงที่บังเอิญได้รับตำแหน่งภรรยาของเขาเท่านั้น

“สองปีที่ผ่านมา พริมพยายามทำทุกอย่างให้คุณเพลิงพอใจ” เธอเอ่ยต่อ

“พริมเรียนทำอาหารที่คุณชอบ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยขึ้น ไม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่เคยถามเวลาคุณกลับบ้านดึก และพยายามไม่ทำตัวเป็นภาระของคุณ”

“แล้วใครบังคับให้เธอทำ?”

คำถามนั้นทำให้พริมานิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าอย่างยอมรับ

“จริงค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา

“จริงอย่างที่คุณเพลิงว่า…ไม่มีใครบังคับพริมจริงๆ เป็นพริมเลือกทำเองทั้งหมด”

ทำพูดที่ออกมานั้นเหมือนกับเย้ยหยันในความโง่เขลา ไม่ลืมหูลือตาของตัวเอง

เพลิงกัลป์กำลังจะพูดบางอย่าง แต่เธอกลับเอ่ยต่อเสียก่อน

“และทีทำไปทั้งหมดนั้นก็เพราะ…พริมรักคุณ”

คำพูดง่าย ๆ นั้นทำให้เขาชะงัก ไม่ใช่เพราะไม่เคยได้ยิน ตรงกันข้าม พริมาเคยบอกรักเขานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้น้ำเสียงของเธอกลับแตกต่างออกไป ไม่มีความออดอ้อน ไม่มีความคาดหวัง และไม่มีสายตาที่เฝ้ารอคำตอบ ราวกับเธอกำลังพูดถึงเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้ว

“แต่ตอนนี้พริมเหนื่อยแล้วค่ะ”

หญิงสาวยิ้มบาง

“เหนื่อยกับการรักคนที่ไม่คิดจะรักพริมกลับเสียที”

บางอย่างในอกของเพลิงกัลป์กระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ เขาไม่ชอบน้ำเสียงแบบนี้ของเธอไม่ชอบสายตาที่มองมาอย่างสงบ และยิ่งไม่ชอบความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกผลักออกไปจากโลกของผู้หญิงที่เคยมีแต่เขาเป็นศูนย์กลาง

“เหนื่อยมากแล้วจริงๆ”

“พูดจาเหลวไหล!” เขาแค่นหัวเราะ

“คิดจะใช้เรื่องหย่ามาขู่ให้ฉันสนใจสินะ?”

พริมามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง “คุณเพลิงคิดอย่างนั้นจริง ๆ หรือคะ?”

“หรือไม่จริง!”

“ถ้าอย่างนั้นก็เซ็นเถอะคะ ทุกอย่างจะได้จบๆ กันไป” เธอเลื่อนเอกสารเข้ามาใกล้เขาอีกนิด แววตาไหววูบหนึ่งก่อนจะหลบตาลงต่ำ ราวกับกำลังบดบังความรู้สึกภายในใจ

“คุณเพลิงเคยบอกเองนี่คะว่าไม่อยากแต่งงานกับพริม บอกว่าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข แถมยังรำคาญที่พริมคอยถามไถ่เรื่องของคุณอยู่ทุกวัน”

ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก

“แล้วไง?”

“ตอนนี้พริมกำลังคืนอิสระให้คุณค่ะ” เธอยิ้มอย่างอ่อนหวาน

“หลังจากนี้คุณเพลิงจะควงใครออกงาน จะกลับบ้านกี่โมง หรือจะไปนอนค้างที่ไหนก็ไม่ต้องมีใครมาถามอีกแล้ว ดีออกไม่ใช่หรือคะ?”

“พริมา!”

“หรือว่าคุณเพลิงไม่อยากหย่า?”

เขานิ่งไปชั่วขณะ

พริมาเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ “เอ๊ะ... ทำไมเงียบล่ะคะ?”

เธอแสร้งโน้มตัวเข้าไปใกล้ “อย่าบอกนะคะว่าเริ่มเสียดายเมียที่ตัวเองเคยรังเกียจขึ้นมาแล้ว?”

“อย่าสำคัญตัวผิด!” เพลิงกัลป์ผุดลุกขึ้นยืน

“ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครมาออกคำสั่ง!”

“อ๋อ...” พริมาพยักหน้า

“ที่แท้ก็เป็นเรื่องศักดิ์ศรี”

เธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังบึ้งตึง ก่อนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “ถ้าอย่างนั้นพริมขอแนะนำอย่างหนึ่งนะคะ”

“อะไร?”

“ศักดิ์ศรีน่ะค่ะ ถ้ามีมากเกินไปจนทำให้ชีวิตไม่มีความสุข ก็ควรลดลงบ้าง”

“พริมา!”

“ขา”

หญิงสาวขานรับทันที ท่าทางไม่สะทกสะท้านนั้นทำให้เพลิงกัลป์ยิ่งหงุดหงิด เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ

“ฉันถามจริง ๆ เถอะ ใครสอนให้เธอทำตัวแบบนี้?”

“แบบไหนคะ?”

“ปากกล้า เถียงคำไม่ตกฟาก แล้วยังกล้ามายื่นใบหย่าให้ฉันอีก!”

พริมามองเขาอย่างพิจารณา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงก้าวเดียว เพลิงกัลป์ยังคงหล่อเหลาจนน่าหมั่นไส้ ใบหน้าคมเข้มได้รูป ดวงตาลึกภายใต้คิ้วหนา จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากที่มักเม้มเป็นเส้นตรงยามไม่พอใจ

ผู้ชายคนนี้มีทุกอย่างที่ผู้หญิงมากมายใฝ่ฝัน รูปร่างหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล และอำนาจ แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่เคยมอบให้เธอคือความรัก

“ไม่มีใครสอนหรอกค่ะ” เธอตอบในที่สุด

“พริมแค่เพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องอดทนกับทุกอย่างก็ได้”

เพลิงกัลป์ขมวดคิ้ว

“หมายความว่าไง?”

“ก็หมายความตามนั้นค่ะ” พริมาลุกขึ้นยืน

ความสูงของเธอทำให้ศีรษะอยู่เพียงระดับไหล่ของเขา แต่หญิงสาวกลับไม่มีท่าทางหวาดกลัวแม้แต่น้อย

“เมื่อก่อนพริมกลัวคุณโกรธ กลัวคุณไม่พอใจ กลัวว่าถ้าพูดอะไรผิดไปสักคำ คุณจะไม่กลับบ้านอีกหลายวัน”

เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย “แต่ตอนนี้พริมไม่กลัวแล้ว”

“ทำไม?” คำถามหลุดออกจากปากเขาโดยไม่ทันคิด

พริมามองสามีอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้ม

“เพราะพริมไม่รอแล้วค่ะ” ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งคู่

เพลิงกัลป์ไม่รู้ว่าควรตอบอะไร ไอ้ความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีตื้นขึ้นมานี่มันคืออะไรกันนะ …แต่แทนที่จะยอมรับความรู้สึกแปลกประหลาดในอก เขากลับเลือกใช้ความโกรธกลบเกลื่อนมันตามความเคยชิน

“ฉันไม่เชื่อ!” เขาเอื้อมมือคว้าข้อมือเธอเอาไว้

“คนอย่างเธอจะเลิกรักฉันง่าย ๆ ได้ยังไง!”

พริมานิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อถูกบีบแรงขึ้น

“คุณเพลิง ปล่อยค่ะ”

“ตอบฉันมาก่อน!”

“พริมเจ็บ” เสียงของเธอไม่ได้ดัง

แต่เพลิงกัลป์กลับชะงัก เขาก้มมองมือตัวเองที่กำข้อมือเล็กเอาไว้ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ

ไม่มีน้ำตา…

ไม่มีความหวาดกลัว… มีเพียงความผิดหวังจาง ๆ ที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน

“ถ้าคุณอยากคุยกับพริม ก็คุยกันดี ๆ ได้ค่ะ” เธอพูดช้า ๆ “ไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง”

ชายหนุ่มคลายมือออกโดยไม่รู้ตัว พริมาถอยหลังหนึ่งก้าว เธอลูบข้อมือตัวเองเบา ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มเดิม

“เห็นไหมคะ ไม่ยากเลย”

เขามองเธออย่างหงุดหงิด

“อย่ามาทำเหมือนฉันเป็นเด็ก!”

“ถ้าอย่างนั้นคุณเพลิงก็อย่าทำตัวให้พริมต้องสอนสิคะ”

“เธอนี่มัน...!”

“ร้ายกาจ?” หญิงสาวช่วยต่อประโยคให้อย่างรู้ทัน “ค่ะ พริมก็คิดว่าตัวเองร้ายกาจขึ้นแล้วจริง ๆ”

เธอยิ้มหวาน “แต่คุณเพลิงน่าจะชอบนะคะ เห็นเมื่อก่อนบ่นว่าพริมจืดชืดอยู่ทุกวัน”

เพลิงกัลป์อึ้งไปชั่วขณะ เขามองใบหน้าสวยที่อยู่ตรงหน้า ก่อนสายตาจะเผลอเลื่อนลงมายังชุดเดรสสีดำที่เธอสวม ความจริงแล้วคืนนี้พริมาสวยมาก สวยจนเขาแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวกับภรรยาที่เคยเดินตามหลังเขาต้อย ๆ อยู่ในบ้าน

โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น เมื่อไม่มีความเศร้าหมองและความคาดหวังเจืออยู่ มันกลับเปล่งประกายอย่างน่ามอง แต่ยิ่งเห็นเธอเป็นเช่นนี้ เพลิงกัลป์ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด เพราะเขาไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอเปลี่ยนไป และเขาไม่ชอบสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมได้

“หรือว่ามีผู้ชายคนใหม่?”

***********