
บทย่อ
เรื่องย่อ “พริมไม่อยากเป็นเมียคุณแล้วค่ะ เราหย่ากันเถอะ!” สองปีที่ พริมา ยอมเป็นภรรยาที่แสนดี อดทนต่อความเย็นชา การดูถูก และการนอกใจของสามี เธอเคยคิดว่าแค่รักเขาให้มากพอ สักวันเขาคงเห็นคุณค่า แต่สำหรับ เพลิงกัลป์ ความรักของเธอกลับเป็นเพียงของตายที่เขาจะทำอย่างไรก็ได้! กระทั่งคืนหนึ่ง เธอโทรหาเขาถึง สิบสี่สาย แต่เขากลับเลือกปิดเสียงโทรศัพท์เพื่ออยู่กับผู้หญิงอีกคน โดยไม่รู้เลยว่าคืนนั้นภรรยาของเขาต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง! พอแล้ว! เมียที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเมียที่โง่! เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง พริมาก็ยื่นใบหย่า เก็บหัวใจที่แตกสลาย แล้วเดินออกจากชีวิตเขาอย่างไม่คิดหันกลับไปมอง ทว่าเมื่อผู้หญิงที่เคยรักเขาสุดหัวใจหมดรักขึ้นมาจริง ๆ ผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองกลับเป็นฝ่ายแทบคลั่ง! เขาตามง้อ เฝ้าหวง และยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อขอโอกาสอีกครั้ง แต่เสียใจด้วยนะคะ... “ตอนฉันรัก คุณเห็นฉันเป็นของตาย พอฉันหมดรักขึ้นมา คุณกลับทนไม่ได้เสียเอง!” ทีตอนมีเมียดี ๆ ไม่รู้จักรักษา! คราวนี้ต่อให้สามีธงแดงคุกเข่าขอร้อง เธอก็จะไม่ยอมกลับไปเป็นผู้หญิงที่ถูกเหยียบย่ำคนเดิมอีกแล้ว! เพราะครั้งนี้ คนที่ต้องเจ็บจนจำ จะไม่ใช่เธออีกต่อไป! ด้วยรัก จาก primพริมโรส *********** #จบดี พระเอกเลวแต่คลั่งรัก 55555 **** # นางเอกเอาคืนจนหมอบ…ยอมศิโรราบ # นางเอกสวย แซ่บ # เล่มเดียวจบ อ่านรวดเดียวฟิน ไม่ค้างคา…. # มี eBook + ตอนพิเศษหวานฉ่ำหลังแต่งงาน NC ร้อนแรง # อ่านให้สะใจถึง 120,000 คำ
บทที่ 1 ใบหย่ากับมารยาบทใหม่
บทที่ 1 ใบหย่ากับมารยาบทใหม่
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังแว่วลงมาจากชั้นสองของคฤหาสน์อัครเดโช ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน เพลิงกัลป์ อัครเดโช ละสายตาจากเอกสารในมือเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ เขาเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ เข็มสั้นชี้เลยเลขสิบไปแล้วเกือบครึ่งชั่วโมง
ดึกดื่นป่านนี้ยังจะมีใครแต่งตัวออกจากบ้านอีก?
ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากตำหนิคนที่ส่งเสียงรบกวน ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองทางบันไดวน คำพูดที่เตรียมไว้กลับหยุดอยู่เพียงปลายลิ้น ผู้หญิงที่กำลังก้าวลงมานั้นคือพริมา ภรรยาที่เขาแต่งงานด้วยเมื่อสองปีก่อน
แต่คืนนี้เธอดูแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง
ชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำสนิทแนบรับเรือนร่างเพรียวระหงอย่างพอดิบพอดี ชายกระโปรงยาวเหนือเข่าผ่าข้างเผยเรียวขาสวยยามเคลื่อนไหว เรือนผมยาวสลวยที่เคยรวบเรียบร้อยอยู่เสมอ บัดนี้ปล่อยเป็นลอนอ่อนคลอเคลียแผ่นหลังเปลือยเปล่า ใบหน้าสวยหวานได้รับการแต่งแต้มอย่างประณีต โดยเฉพาะริมฝีปากสีแดงสดที่ทำให้เธอดูทั้งเย้ายวนและมั่นใจ
เพลิงกัลป์มองภาพนั้นอยู่ชั่วขณะ เขาไม่เคยเห็นภรรยาแต่งตัวเช่นนี้มาก่อน
ตลอดสองปีที่ผ่านมา พริมามักเลือกสวมเสื้อผ้าสีอ่อน เรียบร้อยจนบางครั้งเขาอดนึกรำคาญไม่ได้ เธอแทบไม่แต่งหน้า และไม่เคยออกจากบ้านยามค่ำคืนโดยไม่บอกเขาล่วงหน้า
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเขา เธอมักก้มหน้าเล็กน้อยราวกับเกรงว่าจะทำอะไรให้ไม่พอใจ แต่ผู้หญิงตรงหน้าในเวลานี้กลับเดินลงบันไดด้วยท่าทีผ่อนคลาย แผ่นหลังเหยียดตรง ดวงตาสดใส ไม่ได้มีท่าทางระแวดระวังเหมือนที่ผ่านมา
“จะไปไหน?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเมื่อเธอก้าวลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย
พริมาหันมามอง ก่อนคลี่ยิ้มบางเบา
“อ้าว คุณเพลิงยังไม่นอนอีกเหรอคะ?”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาวางเอกสารในมือลงบนโต๊ะแล้วมองสำรวจเธออีกครั้ง
“ฉันถามว่าจะไปไหน”
“ออกไปข้างนอกค่ะ”
“แต่งตัวแบบนี้?”
“ชุดพริมมีปัญหาอะไรหรือคะ?” พริมาก้มมองชุดตัวเองเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้สามวัน ก็มีแรงแต่งตัวออกไปเที่ยวกลางคืนแล้ว?” เขาแค่นหัวเราะ
“ทำตัวเหมือนผู้หญิงหากินขนาดนี้ ไม่กลัวคนเขานินทาบ้างหรือไง!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของพริมาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที หากเป็นเมื่อก่อน คำพูดเช่นนี้คงทำให้เธอเสียใจจนต้องก้มหน้าซ่อนน้ำตา เธออาจรีบอธิบายว่าไม่ได้คิดทำอะไรเสียหาย หรือไม่ก็วิ่งกลับขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อให้สามีอารมณ์ดีขึ้น
แต่วันนี้เธอเพียงมองเขานิ่ง ๆ ผู้ชายคนนี้ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่เคยถามว่าเธอหายป่วยดีแล้วหรือยัง ไม่เคยสงสัยว่าหลังออกจากโรงพยาบาลเธอมีอาการผิดปกติอะไรบ้าง
สิ่งแรกที่เขาสนใจกลับเป็นเสื้อผ้าของเธอ พริมานึกขำตัวเองขึ้นมาอย่างประหลาด เมื่อก่อนเธอหลงรักผู้ชายคนนี้มากถึงขนาดไหนกันนะ ถึงได้ยอมให้คำพูดของเขามีอำนาจเหนือความรู้สึกตัวเองอยู่ตั้งสองปี
“ถ้าคุณเพลิงคิดว่าพริมแต่งตัวเหมือนผู้หญิงหากิน...” เธอเอียงคอเล็กน้อย “แสดงว่าคุณคงคุ้นเคยกับผู้หญิงประเภทนั้นไม่น้อยเลยสินะคะ”
“พริมา!”
“พริมแค่สงสัยค่ะ” เธอยิ้มหวาน
“ปกติคนเราจะเปรียบเทียบอะไรได้แม่นยำ ก็น่าจะต้องมีประสบการณ์อยู่พอสมควร จริงไหมคะ?”
เพลิงกัลป์มองภรรยาด้วยความไม่อยากเชื่อ
นี่เธอกำลังประชดเขาอยู่หรือ?
ตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา พริมาไม่เคยกล้าต่อปากต่อคำเช่นนี้ แม้บางครั้งเขาจะตำหนิเธอรุนแรงเพียงใด เธอก็มักตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“หายป่วยคราวนี้ดูเหมือนจะปากเก่งขึ้นเยอะนะ”
“ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือคะ?” หญิงสาวตอบอย่างอารมณ์ดี “เมื่อก่อนคุณเพลิงชอบบ่นว่าพริมเงียบจนน่ารำคาญ ตอนนี้พริมพูดเก่งขึ้น คุณก็น่าจะดีใจสิคะ”
“ฉันไม่มีเวลามาเล่นลิ้นกับเธอ”
“บังเอิญจังค่ะ พริมก็ไม่อยากเสียเวลาของคุณเหมือนกัน”
เธอเดินเข้ามาใกล้โซฟา กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยมากับการเคลื่อนไหว เพลิงกัลป์เผลอมองตามจนกระทั่งหญิงสาวหยุดยืนตรงหน้า พริมาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าถือ ก่อนวางลงบนโต๊ะกระจกอย่างเรียบร้อย
“ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยเรื่องสำคัญกันดีกว่าค่ะ”
“อะไร?” ชายหนุ่มปรายตามองซองเอกสาร
“เรื่องของเราค่ะ”
“เรื่องอะไรอีก?”
เธอไม่ได้รีบร้อนตอบ แต่ค่อย ๆ นั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ยกขาไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาสามี
“เราหย่ากันเถอะค่ะ คุณเพลิง”
คำพูดนั้นทำให้ห้องโถงเงียบลงในทันที
เพลิงกัลป์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองใบหน้าของภรรยา ราวกับกำลังรอให้เธอหลุดหัวเราะแล้วบอกว่าล้อเล่น แต่พริมายังคงนั่งอยู่ตรงนั้น สีหน้าไม่ได้แสดงความลังเลแม้แต่น้อย
“เธอว่าอะไรนะ?”
“หย่ากันค่ะ”
“พริมา!”
“คะ?”
“นี่เธอกำลังเล่นอะไรอยู่!”
“ไม่ได้เล่นค่ะ”
หญิงสาวโน้มตัวไปหยิบเอกสารออกจากซอง ก่อนเลื่อนกระดาษสองสามแผ่นมาตรงหน้าเขา
“พริมปรึกษาทนายมาแล้วค่ะ นี่เป็นร่างข้อตกลงเกี่ยวกับการหย่า ส่วนรายละเอียดเรื่องทรัพย์สินและขั้นตอนอื่น ๆ ทนายจะเป็นคนประสานงานอีกที”
เพลิงกัลป์มองเอกสารตรงหน้า ตัวอักษรบนกระดาษระบุชื่อของเขากับเธออย่างชัดเจน เขาไล่สายตาอ่านเพียงสองสามบรรทัด ก่อนเงยหน้าขึ้นมองภรรยาอีกครั้ง
“ใครอนุญาตให้เธอไปหาทนาย?”
พริมาชะงัก จากนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
“คุณเพลิงคะ พริมไปปรึกษาทนาย ไม่ได้ไปขอใครแต่งงานใหม่เสียหน่อย ทำไมต้องขออนุญาตด้วยล่ะคะ?”
“อย่ามากวนประสาทฉัน!” เขาวางเอกสารลงอย่างแรง
“เธอคิดว่าการแต่งงานเป็นเรื่องล้อเล่นหรือไง? นึกอยากแต่งก็แต่ง นึกอยากหย่าก็หย่า!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวค่อย ๆ จางลง “พริมไม่เคยคิดว่าการแต่งงานเป็นเรื่องล้อเล่นค่ะ”
เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาลงเล็กน้อย “ถ้าคิดอย่างนั้น พริมคงไม่พยายามรักษามันมาตั้งสองปี”
เพลิงกัลป์นิ่งไป พริมาหลุบตามองแหวนแต่งงานบนนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง ครั้งหนึ่งเธอเคยมองแหวนวงนี้ด้วยความสุข จำได้แม้กระทั่งรายละเอียดเล็ก ๆ ในวันแต่งงาน จำได้ว่าเขาสวมสูทสีอะไร ใช้น้ำหอมกลิ่นไหน และตอนสวมแหวนให้เธอ เขาไม่ได้มองหน้าเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ตอนนั้นเธอยังคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาคงประหม่า ช่างน่าขัน...คนที่ประหม่าคงมีแต่เธอเพียงฝ่ายเดียว เพราะสำหรับเพลิงกัลป์ การแต่งงานครั้งนั้นเป็นเพียงเรื่องที่ผู้ใหญ่ตกลงกันไว้ ส่วนเธอเป็นผู้หญิงที่บังเอิญได้รับตำแหน่งภรรยาของเขาเท่านั้น
“สองปีที่ผ่านมา พริมพยายามทำทุกอย่างให้คุณเพลิงพอใจ” เธอเอ่ยต่อ
“พริมเรียนทำอาหารที่คุณชอบ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยขึ้น ไม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่เคยถามเวลาคุณกลับบ้านดึก และพยายามไม่ทำตัวเป็นภาระของคุณ”
“แล้วใครบังคับให้เธอทำ?”
คำถามนั้นทำให้พริมานิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าอย่างยอมรับ
“จริงค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา
“จริงอย่างที่คุณเพลิงว่า…ไม่มีใครบังคับพริมจริงๆ เป็นพริมเลือกทำเองทั้งหมด”
ทำพูดที่ออกมานั้นเหมือนกับเย้ยหยันในความโง่เขลา ไม่ลืมหูลือตาของตัวเอง
เพลิงกัลป์กำลังจะพูดบางอย่าง แต่เธอกลับเอ่ยต่อเสียก่อน
“และทีทำไปทั้งหมดนั้นก็เพราะ…พริมรักคุณ”
คำพูดง่าย ๆ นั้นทำให้เขาชะงัก ไม่ใช่เพราะไม่เคยได้ยิน ตรงกันข้าม พริมาเคยบอกรักเขานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้น้ำเสียงของเธอกลับแตกต่างออกไป ไม่มีความออดอ้อน ไม่มีความคาดหวัง และไม่มีสายตาที่เฝ้ารอคำตอบ ราวกับเธอกำลังพูดถึงเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้ว
“แต่ตอนนี้พริมเหนื่อยแล้วค่ะ”
หญิงสาวยิ้มบาง
“เหนื่อยกับการรักคนที่ไม่คิดจะรักพริมกลับเสียที”
บางอย่างในอกของเพลิงกัลป์กระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ เขาไม่ชอบน้ำเสียงแบบนี้ของเธอไม่ชอบสายตาที่มองมาอย่างสงบ และยิ่งไม่ชอบความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกผลักออกไปจากโลกของผู้หญิงที่เคยมีแต่เขาเป็นศูนย์กลาง
“เหนื่อยมากแล้วจริงๆ”
“พูดจาเหลวไหล!” เขาแค่นหัวเราะ
“คิดจะใช้เรื่องหย่ามาขู่ให้ฉันสนใจสินะ?”
พริมามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง “คุณเพลิงคิดอย่างนั้นจริง ๆ หรือคะ?”
“หรือไม่จริง!”
“ถ้าอย่างนั้นก็เซ็นเถอะคะ ทุกอย่างจะได้จบๆ กันไป” เธอเลื่อนเอกสารเข้ามาใกล้เขาอีกนิด แววตาไหววูบหนึ่งก่อนจะหลบตาลงต่ำ ราวกับกำลังบดบังความรู้สึกภายในใจ
“คุณเพลิงเคยบอกเองนี่คะว่าไม่อยากแต่งงานกับพริม บอกว่าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข แถมยังรำคาญที่พริมคอยถามไถ่เรื่องของคุณอยู่ทุกวัน”
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก
“แล้วไง?”
“ตอนนี้พริมกำลังคืนอิสระให้คุณค่ะ” เธอยิ้มอย่างอ่อนหวาน
“หลังจากนี้คุณเพลิงจะควงใครออกงาน จะกลับบ้านกี่โมง หรือจะไปนอนค้างที่ไหนก็ไม่ต้องมีใครมาถามอีกแล้ว ดีออกไม่ใช่หรือคะ?”
“พริมา!”
“หรือว่าคุณเพลิงไม่อยากหย่า?”
เขานิ่งไปชั่วขณะ
พริมาเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ “เอ๊ะ... ทำไมเงียบล่ะคะ?”
เธอแสร้งโน้มตัวเข้าไปใกล้ “อย่าบอกนะคะว่าเริ่มเสียดายเมียที่ตัวเองเคยรังเกียจขึ้นมาแล้ว?”
“อย่าสำคัญตัวผิด!” เพลิงกัลป์ผุดลุกขึ้นยืน
“ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครมาออกคำสั่ง!”
“อ๋อ...” พริมาพยักหน้า
“ที่แท้ก็เป็นเรื่องศักดิ์ศรี”
เธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังบึ้งตึง ก่อนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “ถ้าอย่างนั้นพริมขอแนะนำอย่างหนึ่งนะคะ”
“อะไร?”
“ศักดิ์ศรีน่ะค่ะ ถ้ามีมากเกินไปจนทำให้ชีวิตไม่มีความสุข ก็ควรลดลงบ้าง”
“พริมา!”
“ขา”
หญิงสาวขานรับทันที ท่าทางไม่สะทกสะท้านนั้นทำให้เพลิงกัลป์ยิ่งหงุดหงิด เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ
“ฉันถามจริง ๆ เถอะ ใครสอนให้เธอทำตัวแบบนี้?”
“แบบไหนคะ?”
“ปากกล้า เถียงคำไม่ตกฟาก แล้วยังกล้ามายื่นใบหย่าให้ฉันอีก!”
พริมามองเขาอย่างพิจารณา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงก้าวเดียว เพลิงกัลป์ยังคงหล่อเหลาจนน่าหมั่นไส้ ใบหน้าคมเข้มได้รูป ดวงตาลึกภายใต้คิ้วหนา จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากที่มักเม้มเป็นเส้นตรงยามไม่พอใจ
ผู้ชายคนนี้มีทุกอย่างที่ผู้หญิงมากมายใฝ่ฝัน รูปร่างหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล และอำนาจ แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่เคยมอบให้เธอคือความรัก
“ไม่มีใครสอนหรอกค่ะ” เธอตอบในที่สุด
“พริมแค่เพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องอดทนกับทุกอย่างก็ได้”
เพลิงกัลป์ขมวดคิ้ว
“หมายความว่าไง?”
“ก็หมายความตามนั้นค่ะ” พริมาลุกขึ้นยืน
ความสูงของเธอทำให้ศีรษะอยู่เพียงระดับไหล่ของเขา แต่หญิงสาวกลับไม่มีท่าทางหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“เมื่อก่อนพริมกลัวคุณโกรธ กลัวคุณไม่พอใจ กลัวว่าถ้าพูดอะไรผิดไปสักคำ คุณจะไม่กลับบ้านอีกหลายวัน”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย “แต่ตอนนี้พริมไม่กลัวแล้ว”
“ทำไม?” คำถามหลุดออกจากปากเขาโดยไม่ทันคิด
พริมามองสามีอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้ม
“เพราะพริมไม่รอแล้วค่ะ” ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งคู่
เพลิงกัลป์ไม่รู้ว่าควรตอบอะไร ไอ้ความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีตื้นขึ้นมานี่มันคืออะไรกันนะ …แต่แทนที่จะยอมรับความรู้สึกแปลกประหลาดในอก เขากลับเลือกใช้ความโกรธกลบเกลื่อนมันตามความเคยชิน
“ฉันไม่เชื่อ!” เขาเอื้อมมือคว้าข้อมือเธอเอาไว้
“คนอย่างเธอจะเลิกรักฉันง่าย ๆ ได้ยังไง!”
พริมานิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อถูกบีบแรงขึ้น
“คุณเพลิง ปล่อยค่ะ”
“ตอบฉันมาก่อน!”
“พริมเจ็บ” เสียงของเธอไม่ได้ดัง
แต่เพลิงกัลป์กลับชะงัก เขาก้มมองมือตัวเองที่กำข้อมือเล็กเอาไว้ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
ไม่มีน้ำตา…
ไม่มีความหวาดกลัว… มีเพียงความผิดหวังจาง ๆ ที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน
“ถ้าคุณอยากคุยกับพริม ก็คุยกันดี ๆ ได้ค่ะ” เธอพูดช้า ๆ “ไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง”
ชายหนุ่มคลายมือออกโดยไม่รู้ตัว พริมาถอยหลังหนึ่งก้าว เธอลูบข้อมือตัวเองเบา ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มเดิม
“เห็นไหมคะ ไม่ยากเลย”
เขามองเธออย่างหงุดหงิด
“อย่ามาทำเหมือนฉันเป็นเด็ก!”
“ถ้าอย่างนั้นคุณเพลิงก็อย่าทำตัวให้พริมต้องสอนสิคะ”
“เธอนี่มัน...!”
“ร้ายกาจ?” หญิงสาวช่วยต่อประโยคให้อย่างรู้ทัน “ค่ะ พริมก็คิดว่าตัวเองร้ายกาจขึ้นแล้วจริง ๆ”
เธอยิ้มหวาน “แต่คุณเพลิงน่าจะชอบนะคะ เห็นเมื่อก่อนบ่นว่าพริมจืดชืดอยู่ทุกวัน”
เพลิงกัลป์อึ้งไปชั่วขณะ เขามองใบหน้าสวยที่อยู่ตรงหน้า ก่อนสายตาจะเผลอเลื่อนลงมายังชุดเดรสสีดำที่เธอสวม ความจริงแล้วคืนนี้พริมาสวยมาก สวยจนเขาแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวกับภรรยาที่เคยเดินตามหลังเขาต้อย ๆ อยู่ในบ้าน
โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น เมื่อไม่มีความเศร้าหมองและความคาดหวังเจืออยู่ มันกลับเปล่งประกายอย่างน่ามอง แต่ยิ่งเห็นเธอเป็นเช่นนี้ เพลิงกัลป์ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด เพราะเขาไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอเปลี่ยนไป และเขาไม่ชอบสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมได้
“หรือว่ามีผู้ชายคนใหม่?”
***********
