บทที่ 5 แยกห้องนอนดัดนิสัย
บทที่ 5 แยกห้องนอนดัดนิสัย
กลิ่นควันไฟจาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่เหนือสวนหลังคฤหาสน์อัครเดโช เปลวไฟสีส้มแดงลุกไล้กองเสื้อผ้าภายในถังเหล็กใบใหญ่ ขณะที่พริมาซึ่งอยู่ในชุดคลุมผ้าไหมซาตินสีแชมเปญยืนมองอย่างสงบ
ข้างกายเธอมีกล่องเสื้อผ้าอีกหลายใบเตรียมส่งไปบริจาค ส่วนชุดที่กำลังถูกเผาเป็นเพียงเสื้อผ้าเก่าบางส่วนที่ชำรุดหรือมีรอยเปื้อนจนใช้งานไม่ได้แล้ว
“คุณพริมคะ ไม่เสียดายหรือคะ?”
ป้านวลมองชุดเดรสผ้าฝ้ายสีอ่อนในกล่อง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายสาวอย่างลังเล
“บางตัวคุณพริมชอบมากเลยนะคะ”
พริมาหยิบชุดเดรสสีครีมตัวหนึ่งขึ้นมา ปลายนิ้วลูบเนื้อผ้านุ่มละเอียดอย่างแผ่วเบา
เธอจำชุดนี้ได้ดี วันครบรอบแต่งงานปีแรก เธอสั่งตัดมันเป็นพิเศษเพราะหวังว่าเพลิงกัลป์จะชอบ วันนั้นเธอเตรียมอาหารเย็น จัดดอกไม้ และนั่งรอเขาจนเกือบเที่ยงคืน แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงสายตารำคาญกับคำถามว่าแต่งตัวทำไมให้วุ่นวาย
พริมาคลี่ยิ้มบาง “เสียดายสิคะป้า ชุดนี้สวยมาก”
เธอพับมันกลับลงกล่องอย่างทะนุถนอม
“ส่งไปบริจาคเถอะค่ะ อย่างน้อยคนที่ได้รับคงใส่มันอย่างมีความสุขกว่าพริม”
ป้านวลมองเจ้านายสาวด้วยความสงสาร แต่พริมากลับยิ้มให้ราวกับกำลังจัดการเรื่องธรรมดา
“ส่วนอันนี้...”
หญิงสาวหยิบกรอบรูปแต่งงานขึ้นมาจากโต๊ะข้างตัว ในภาพ เจ้าสาวยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งสวย ขณะที่เจ้าบ่าวยืนเคียงข้างด้วยสีหน้าเรียบเฉย
สองปีที่ผ่านมา เธอเคยมองรูปนี้ด้วยความหวังว่าสักวันผู้ชายในภาพจะหันมายิ้มให้เธอบ้าง
วันนี้ไม่จำเป็นแล้ว พริมาเปิดกรอบรูป หยิบภาพถ่ายออกมาพับครึ่ง ก่อนหย่อนมันลงในเปลวไฟ กระดาษค่อย ๆ ม้วนงอ ภาพเจ้าสาวในชุดสีขาวถูกเปลวไฟกลืนกินจนไม่เหลือเค้าเดิม
“คุณพริม...”
“ไม่ต้องห่วงค่ะป้า”
พริมาหันมายิ้ม “พริมไม่ได้เผาความทรงจำดี ๆ ทิ้งหรอกค่ะ เพราะในชีวิตแต่งงานของพริม มันแทบไม่มีให้เผาอยู่แล้ว”
ป้านวลนิ่งไปทันที หญิงสาวไม่ได้พูดต่อ เธอเพียงมองเปลวไฟอีกครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับเข้าคฤหาสน์
“ของในห้องนอนใหญ่ย้ายเรียบร้อยหรือยังคะ?”
“เกือบหมดแล้วค่ะ เหลือแค่แฟ้มเอกสารกับเครื่องประดับบางส่วน”
“ย้ายไปห้องรับรองปีกซ้ายทั้งหมดเลยนะคะ แล้วให้ช่างเปลี่ยนชุดล็อกประตูด้วย พริมอยากมีพื้นที่ส่วนตัว”
ป้านวลลังเล “แล้วถ้าคุณเพลิงถามล่ะคะ?”
พริมาหยุดเดิน ก่อนหันกลับมาด้วยรอยยิ้มหวาน “ก็บอกตามตรงค่ะ ว่าพริมทนกลิ่นบุหรี่กับน้ำหอมผู้หญิงคนอื่นในห้องนั้นไม่ไหว”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย “อุตส่าห์ทนมาตั้งสองปี ตอนนี้พริมอยากนอนในห้องที่มีกลิ่นน้ำหอมของตัวเองบ้างแล้วค่ะ”
ห้าโมงเย็น
รถโรลส์-รอยซ์สีดำแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์เร็วกว่าปกติเกือบสองชั่วโมง เพลิงกัลป์ก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าบึ้งตึง รอยแผลตรงมุมปากจากฝีมือภรรยาเมื่อคืนยังเจ็บแปลบทุกครั้งที่เผลอขยับริมฝีปากแรงเกินไป
ตลอดทั้งวันเขาแทบไม่มีสมาธิทำงาน สุดท้ายจึงสั่งเลขาฯ เลื่อนนัดช่วงเย็น รวมถึงนัดรับประทานอาหารกับเจสซี่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด
เขาตั้งใจจะกลับมาจัดการผู้หญิงที่กล้ากัดปากสามี แล้วเดินขึ้นห้องไปนอนอย่างสบายอารมณ์คนนั้น! ทว่าเพียงก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน กลิ่นควันไฟจาง ๆ ก็ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
“ใครเผาอะไร?”
“คุณพริมให้จัดการเสื้อผ้าเก่าบางส่วนที่สวนหลังบ้านครับ” คนสวนตอบอย่างระมัดระวัง
เพลิงกัลป์แค่นหัวเราะ คงหาเรื่องเรียกร้องความสนใจอีกตามเคย ชายหนุ่มไม่คิดใส่ใจ เขาเดินขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนใหญ่ แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ฝีเท้ากลับหยุดชะงัก
ห้องกว้างขวางเงียบสนิท โต๊ะเครื่องแป้งฝั่งขวาว่างเปล่า ขวดน้ำหอม เครื่องสำอาง และกิ๊บติดผมที่เคยวางเรียงอย่างเป็นระเบียบหายไปหมด แม้แต่หมอนใบเล็กที่พริมาชอบกอดเวลานอนก็ไม่อยู่แล้ว
เพลิงกัลป์ก้าวเร็ว ๆ ไปเปิดตู้เสื้อผ้า ไม้แขวนเสื้อเปล่าเรียงรายอยู่ตรงหน้า หัวใจชายหนุ่มกระตุกวูบ เธอขนของหนีไปแล้วหรือ!
“ป้านวล!”
เสียงทุ้มต่ำดังลั่นจนหัวหน้าแม่บ้านต้องรีบเดินขึ้นมา
“คะ คุณเพลิง?”
“ของพริมาไปไหนหมด!”
“คุณพริมย้ายไปอยู่ห้องรับรองปีกซ้ายค่ะ”
เพลิงกัลป์ชะงัก
“ย้ายห้อง?”
“ค่ะ”
“ทำไม!”
ป้านวลสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนตอบตามที่ได้รับคำสั่งมา
“คุณพริมบอกว่าเธอทนกลิ่นบุหรี่กับน้ำหอมผู้หญิงคนอื่นในห้องคุณเพลิงไม่ไหวค่ะ”
ความเงียบปกคลุมห้องนอนทันที เพลิงกัลป์มองพื้นที่ว่างในตู้เสื้อผ้า กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่น เมื่อก่อนเขาเคยบอกให้เธอออกไปจากห้องนี้ไม่รู้กี่ครั้ง แต่พริมามักยิ้มเศร้า ๆ แล้วตอบว่าอยากนอนข้างสามี
วันนี้เธอกลับเป็นฝ่ายย้ายออกไปเอง โดยไม่คิดจะบอกเขาสักคำ!
“ดี!”
ชายหนุ่มแค่นเสียง “อยากแยกห้องนักใช่ไหม!”
เขาหันหลังเดินตรงไปยังปีกซ้ายทันที เสียงเพลงแจ๊สทำนองนุ่มลอยคลออยู่ภายในห้องรับรอง กลิ่นเทียนอโรม่ากุหลาบดำผสมไม้ซีดาร์หอมกรุ่นทั่วบริเวณ
พริมานั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่ริมหน้าต่าง ชุดนอนผ้าซาตินสีไวน์แดงแนบรับเรือนร่างอย่างงดงาม เส้นผมยาวสยายคลอเคลียแผ่นหลัง ขณะที่ปลายนิ้วเรียวกำลังจับดินสอร่างแบบสร้อยคอบนกระดาษ เธอเพิ่งวาดลวดลายดอกไม้สำเร็จไปครึ่งหนึ่ง เสียงทุบประตูก็ดังขึ้น
ปัง! ปัง!
“พริมา! เปิดประตู!”
หญิงสาวเหลือบมอง ก่อนวางดินสอลงอย่างใจเย็น มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีก
“คุณเพลิงคะ ถ้าจะเคาะประตู ช่วยเบาหน่อยได้ไหมคะ?”
“เปิดเดี๋ยวนี้!”
พริมาถอนหายใจ ก่อนเดินไปเปิดประตู เพลิงกัลป์ก้าวเข้ามาทันที แต่คำตำหนิที่เตรียมไว้กลับหยุดอยู่เพียงปลายลิ้นเมื่อเห็นภรรยาเต็มตา
ชุดนอนสีไวน์แดงขับผิวขาวผ่องให้ดูนุ่มนวล ลาดไหล่เนียนอยู่ใต้สายเดี่ยวเส้นเล็ก กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากเรือนกายผสมกับกลิ่นกุหลาบดำจนชวนให้รู้สึกรัญจวนอย่างประหลาด
ชายหนุ่มเผลอมองนานกว่าที่ตั้งใจ ลำคอแห้งผากขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“มองอะไรคะ?”
เสียงหวานทำให้เขาได้สติ “ใครมอง!”
พริมายิ้มบาง
“อ๋อ... ถ้าอย่างนั้นคุณเพลิงคงมีธุระสำคัญ ถึงได้มาเคาะประตูเสียจนพริมนึกว่าบ้านจะพัง”
“ใครอนุญาตให้เธอย้ายห้อง!”
“พริมย้ายเองค่ะ”
“ฉันไม่ได้สั่ง!”
“แต่คุณเคยบอกว่าอยากให้พริมออกจากห้องนี่คะ”
หญิงสาวตอบอย่างสุภาพ ก่อนเดินกลับไปหยิบแก้วไวน์บนโต๊ะ
“พริมก็เลยทำตามความต้องการของคุณให้แล้ว”
เพลิงกัลป์นิ่งไป เขาจำได้ว่าตัวเองเคยพูดเช่นนั้นจริง ๆ แต่ตอนนั้นไม่เคยคิดว่าเธอจะยอมไป!
“เธอกำลังประชดฉัน!”
พริมาหันกลับมา “เปล่าค่ะ” เธอยิ้มอ่อนหวาน “พริมแค่ไม่อยากอยู่ในที่ที่มีคนรำคาญพริมอีกแล้ว”
คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ แต่แทนที่จะยอมรับความรู้สึกแปลกประหลาดในอก เขากลับก้าวเข้ามาใกล้
“เก็บของกลับไปห้องเดิมเดี๋ยวนี้!”
“ไม่ค่ะ”
เพลิงกัลป์ขบกรามแน่น
“พริมา!”
“คุณเพลิงคะ...” หญิงสาววางแก้วไวน์ลง ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
“ห้องนอนควรเป็นที่ที่เรารู้สึกสบายใจไม่ใช่หรือคะ?”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย “แต่สองปีที่ผ่านมา พริมกลับนอนร้องไห้อยู่ในห้องนั้นบ่อยกว่านอนหลับเสียอีก”
น้ำเสียงของเธอสงบ ไม่มีความน้อยเนื้อต่ำใจเจืออยู่แม้แต่น้อย แต่เพลิงกัลป์กลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างทิ่มแทงอยู่กลางอก ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้ว่าเธอร้องไห้บ่อยขนาดนั้น
หรือบางที... เขาอาจไม่เคยคิดจะสนใจเลยต่างหาก
“แล้วจะย้ายมานอนที่นี่ถึงเมื่อไหร่?” เขาถามเสียงต่ำ
พริมามองหน้าเขา “จนกว่าเรื่องหย่าจะเรียบร้อยค่ะ”
ความร้อนวูบแล่นขึ้นมาตามลำคอชายหนุ่มทันที
“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่หย่า!”
“พริมทราบค่ะ” เธอยิ้มบาง “แต่คุณไม่ยอมหย่า ก็ไม่ได้หมายความว่าพริมต้องนอนห้องเดียวกับคุณต่อไปนี่คะ”
เพลิงกัลป์พูดไม่ออก ในระยะใกล้ เขาได้กลิ่นไวน์จาง ๆ จากลมหายใจของเธอ เนื้อผ้าซาตินสีไวน์แดงเคลื่อนไหวเบา ๆ ยามหญิงสาวขยับตัว และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่งามก็อยู่ห่างจากเขาไม่ถึงหนึ่งคืบ หัวใจชายหนุ่มเต้นกระหน่ำอย่างน่าหงุดหงิด
“ชุดอะไรของเธออีก?”
พริมาหลุบตามองตัวเอง ก่อนหัวเราะเบา ๆ “ชุดนอนค่ะ”
“ฉันรู้!”
“ถ้ารู้แล้วจะถามทำไมคะ?”
ชายหนุ่มหน้าตึงทันที
พริมาขยับเข้ามาใกล้อีกนิด กลิ่นน้ำหอมหวานลึกจากตัวเธอลอยแตะปลายจมูกเขาอย่างชัดเจน “หรือว่าคุณเพลิงไม่ชอบ?”
เพลิงกัลป์เผลอมองริมฝีปากสีชมพูระเรื่อที่อยู่ตรงหน้า แต่ก่อนจะทันตอบ หญิงสาวก็ถอยห่างออกไปเสียแล้ว
“ไม่ชอบก็ไม่เป็นไรค่ะ” เธอหยิบเสื้อคลุมผ้าซาตินขึ้นมาสวมอย่างสบายอารมณ์
“พริมใส่เพราะตัวเองชอบ ไม่ได้แต่งให้คุณเพลิงดูเสียหน่อย”
คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกผลักออกไปอีกครั้ง เมื่อก่อนเธอมักถามว่าเขาชอบชุดไหน สีอะไร หรืออยากให้เธอแต่งตัวแบบใด แต่ตอนนี้กลับไม่สนใจความเห็นเขาเลย!
“เก่งขึ้นมากนะ!”
เขาเค้นเสียงต่ำ “แม้แต่คำพูดฉันก็ไม่ฟังแล้ว!”
พริมามองเขา ก่อนคลี่ยิ้มหวาน “ก็คุณเพลิงเคยบอกว่าพริมน่าเบื่อไม่ใช่หรือคะ?”
เธอเอียงคอเล็กน้อย “ตอนนี้พริมเปลี่ยนไปแล้ว ยังไม่ถูกใจอีกเหรอคะ?”
เพลิงกัลป์ขบกรามแน่น เขาอยากโต้กลับ แต่กลับหาคำพูดไม่ได้ ยิ่งมองใบหน้าสวยตรงหน้า ความหงุดหงิดก็ยิ่งปะปนกับความรู้สึกอีกอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ
พริมาในเวลานี้มีเสน่ห์อย่างประหลาด ไม่ใช่เพราะชุดนอนสีแดงหรือริมฝีปากอ่อนหวานแต่เป็นเพราะเธอไม่พยายามทำให้เขาพอใจอีกแล้วต่างหาก
“คุณเพลิงคะ” เสียงหวานดังขึ้นอีกครั้ง
“พริมขอตัวทำงานต่อนะคะ” หญิงสาวเดินไปเปิดประตู ก่อนผายมือออกอย่างสุภาพ
“เชิญค่ะ”
เพลิงกัลป์หันขวับ
“เธอกล้าไล่ฉัน?”
“ไม่ได้ไล่ค่ะ” พริมาส่งยิ้มหวาน “แค่ขอความเป็นส่วนตัว”
ชายหนุ่มมองประตูที่เปิดอยู่ ก่อนปรายตาไปยังแฟ้มสีน้ำเงินบนโต๊ะ
“เธอทำงานอะไร?”
“ออกแบบเครื่องประดับค่ะ”
“จะกลับไปทำงาน?”
“ค่ะ พรุ่งนี้มีนัดคุยงานกับผู้ว่าจ้าง”
เพลิงกัลป์ขมวดคิ้ว
“ใครอนุญาต?”
พริมาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ “คุณเพลิงขา... พริมเรียนจบด้านออกแบบเครื่องประดับนะคะ ไม่ใช่เรียนจบมาเพื่อเป็นภรรยาอย่างเดียว”
ชายหนุ่มนิ่งไป
เธอยิ้มบาง “เมื่อก่อนพริมลาออกจากงานเพราะอยากมีเวลาดูแลคุณ แต่ตอนนี้พริมอยากกลับไปดูแลชีวิตตัวเองบ้างค่ะ”
“แล้วใครจะดูแลฉัน!” คำถามหลุดออกจากปากโดยไม่ทันคิด
พริมาเลิกคิ้ว ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะปรากฏขึ้น
“อ้าว...”
เธอทำหน้าประหลาดใจ “ท่านประธานอัครเดโชกรุ๊ปบริหารบริษัทมูลค่าหลายพันล้านได้ แต่ดูแลตัวเองไม่ได้หรือคะ?”
เพลิงกัลป์หน้าตึง
“พริมา!”
“ถ้าอย่างนั้นพริมแนะนำให้จ้างผู้ช่วยเพิ่มอีกคนค่ะ”
เธอยิ้มหวาน “รับรองว่าคุณเพลิงไม่อดตายแน่นอน”
ชายหนุ่มแทบสำลักลมหายใจ หญิงสาวมองสีหน้าเขาอย่างพึงพอใจ ก่อนขยับประตูให้กว้างขึ้นอีกนิด
“กลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”
“ฉันยังพูดไม่จบ!”
“แต่พริมเหนื่อยแล้วค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “แล้วก็... คืนนี้คุณเพลิงคงนอนหลับสบายขึ้นนะคะ ไม่มีใครมานอนเบียดอีกแล้ว”
เพลิงกัลป์ชะงัก ภาพเตียงกว้างที่ว่างเปล่าเมื่อตอนเปิดประตูห้องนอนผุดขึ้นในความคิดทันที แต่ก่อนจะทันตอบ พริมาก็ส่งยิ้มหวานให้เป็นครั้งสุดท้าย
“ฝันดีค่ะคุณสามี”
แกร๊ก!
ประตูปิดลงอย่างนุ่มนวล ตามด้วยเสียงลงกลอนล็อก เพลิงกัลป์ยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง มือหนายกขึ้นหมายจะเคาะอีกครั้ง แต่สุดท้ายกลับลดลง เมื่อก่อนเขาเคยเป็นฝ่ายไล่พริมาออกจากห้องนอนอยู่บ่อยครั้ง วันนี้เธอเพียงทำตามคำพูดของเขา แล้วทำไมถึงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายถูกทอดทิ้งเสียเอง?
ภายในห้อง พริมายืนมองประตูที่ปิดสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินกลับไปยังโต๊ะทำงาน แฟ้มสีน้ำเงินถูกเปิดออกอีกครั้ง ภายในเป็นภาพร่างสร้อยคอ ต่างหู และกำไลประดับอัญมณีที่เธอเคยออกแบบไว้ก่อนแต่งงาน ปลายนิ้วเรียวลูบผ่านภาพร่างอย่างทะนุถนอม นี่ต่างหากคือสิ่งที่เธอรัก ความฝันที่เคยเก็บเอาไว้ในลิ้นชักเพียงเพราะคิดว่าการเป็นภรรยาที่ดีสำคัญกว่าอนาคตของตัวเอง
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น ข้อความจากผู้ว่าจ้างที่นัดหมายไว้ในวันพรุ่งนี้ปรากฏบนหน้าจอ
‘คุณพริมครับ ผมได้รับแบบที่ส่งมาแล้ว งานสวยมาก พรุ่งนี้เราคุยรายละเอียดกันนะครับ’
พริมายิ้มกว้าง เธอพิมพ์ตอบรับ ก่อนหยิบดินสอขึ้นมาแก้ไขแบบสร้อยคอที่ทำค้างไว้ คืนนี้เธอไม่ต้องรอเสียงรถของใคร ไม่ต้องคอยฟังเสียงโทรศัพท์ และไม่จำเป็นต้องกังวลว่าสามีจะกลับบ้านหรือไม่ เธอมีงานที่ต้องทำ มีความฝันที่ต้องตาม และมีชีวิตของตัวเองที่ต้องดูแล เพียงคิดเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าก็งดงามขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ภายในห้องนอนใหญ่ เพลิงกัลป์ยืนมองเตียงคิงไซส์ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่ไม่มีพริมา หมอนใบเล็กหายไป ขวดโลชันบนโต๊ะข้างเตียงถูกเก็บจนเกลี้ยง แม้แต่กลิ่นแชมพูอ่อน ๆ ที่เคยติดอยู่บนผ้าห่มก็จางลง เขาทิ้งตัวลงนอน ก่อนเอื้อมมือไปแตะพื้นที่ว่างข้างกาย
เย็นชืด... ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เมื่อก่อนพริมาชอบขยับเข้ามานอนใกล้ บางคืนเธอเผลอซุกใบหน้ากับต้นแขนเขา แล้วพึมพำถามด้วยน้ำเสียงงัวเงียว่าเหนื่อยไหม
ตอนนั้นเขามักขยับหนี แต่คืนนี้ไม่มีใครเข้ามาใกล้แล้ว
โทรศัพท์มือถือสั่นขึ้น ชื่อเจสซี่ปรากฏบนหน้าจอ เพลิงกัลป์มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกดตัดสายโดยไม่ลังเล เขาวางโทรศัพท์ลง แล้วพลิกตัวไปทางฝั่งที่พริมาเคยนอนอีกครั้ง
ความเงียบทำให้เสียงนาฬิกาบนผนังชัดเจนอย่างน่ารำคาญ ชายหนุ่มหลับตาลง แต่ภาพที่ปรากฏในความคิดกลับเป็นพริมาในชุดนอนสีไวน์แดง กำลังยิ้มหวานให้เขาอยู่หน้าประตูห้องรับรอง
‘พริมอยากกลับไปดูแลชีวิตตัวเองบ้างค่ะ’
เพลิงกัลป์ลืมตาขึ้นทันที ความรู้สึกโหวงเหวงแล่นผ่านกลางอกอย่างไม่ทันตั้งตัว ตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาเคยมั่นใจว่าภรรยาจะรักเขาไปตลอดชีวิต ต่อให้ผลักไสเพียงใด เธอก็จะยังเฝ้ารออยู่ที่เดิม
แต่วันนี้พริมากลับเป็นฝ่ายเดินออกไป
ไม่ร้องไห้…
ไม่อ้อนวอน…
และไม่คิดจะหันกลับมา…
ชายหนุ่มค่อย ๆ ยกมือขึ้นแตะหมอนที่ว่างเปล่าข้างตัว ก่อนจะเข้าใจความจริงบางอย่างที่ตัวเองไม่เคยนึกถึงมาก่อน เขาเคยรำคาญที่ภรรยานอนเบียดจนอยากผลักเธอให้พ้นตัว
แต่คืนนี้ เพียงไม่มีเธอนอนอยู่ข้างกาย กลับทำให้เขาไม่อาจข่มตาหลับได้เลยแม้แต่นาทีเดียว!
*********
