บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 บทลงโทษของคนปากแข็ง

บทที่ 4 บทลงโทษของคนปากแข็ง

ตีสองสิบห้านาที

กลิ่นวิสกี้ผสมควันบุหรี่จาง ๆ ลอยอวลอยู่ภายในห้องโถงคฤหาสน์อัครเดโช แสงไฟจากโคมตั้งพื้นส่องให้เห็นร่างสูงใหญ่ของเพลิงกัลป์ที่นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนแทบไม่มีเค้าเดิม

สี่ชั่วโมงแล้วที่เขานั่งอยู่ตรงนี้!

บนโต๊ะกระจกมีแก้ววิสกี้ที่พร่องไปครึ่งหนึ่งกับที่เขี่ยบุหรี่ ส่วนเศษกระดาษใบหย่าที่ถูกฉีกขาดยังคงกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ไม่มีใครกล้าเก็บเพราะเจ้าของบ้านสั่งห้ามไว้

เพลิงกัลป์เหลือบมองโทรศัพท์อีกครั้ง

ไม่มีข้อความ… ไม่มีสายเรียกเข้า… พริมาไม่เคยกลับบ้านดึกโดยไม่บอกเขา แต่คืนนี้กลับหายไปเฉย ๆ ราวกับลืมไปแล้วว่าตัวเองมีสามี!

“อยากไปไหนก็ไปสิ ใครสนกัน!”

ชายหนุ่มสบถก่อนยกวิสกี้ขึ้นดื่ม ทว่าดวงตากลับเผลอเลื่อนไปยังประตูใหญ่เป็นครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้

แกร๊ก...

เสียงปลดล็อกดังขึ้นในความเงียบ

เพลิงกัลป์วางแก้วลงทันที ก่อนเอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างน่าหงุดหงิด

พริมาก้าวเข้ามาในชุดเดรสผ้าซาตินสีดำตัวเดิม เส้นผมยาวสยายคลอเคลียลาดไหล่ ริมฝีปากสีแดงสดจางลงเล็กน้อยจากตอนออกจากบ้าน แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับสดใสยิ่งกว่าเดิม

กลิ่นน้ำหอมหวานลึกจากเรือนกายลอยมากับสายลมยามค่ำคืน เพลิงกัลป์เผลอมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะสะดุดกับบางสิ่งในอ้อมแขนของเธอ

ช่อกุหลาบสีแดงสด!

ดอกไม้ช่อโตถูกห่อด้วยกระดาษสีดำผูกริบบิ้นสีทอง ดูก็รู้ว่าผู้ให้ตั้งใจเลือกมาอย่างดี ความรู้สึกร้อนวูบแล่นขึ้นถึงขมับ ผู้ชายคนไหนกล้าส่งดอกไม้ให้เมียเขา!

“กลับมาแล้วหรือ?”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นขณะที่พริมากำลังจะเดินขึ้นบันได

หญิงสาวหันมอง ก่อนคลี่ยิ้มหวาน “อ้าว... คุณเพลิงยังไม่นอนอีกเหรอคะ?นอนดึกมากไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ”

“ไปไหนมา?” เขาไม่สนใจคำพูดของเธอกลับเลือกที่จะเอ่ยถามทันที

“ไปพบเพื่อนค่ะ”

เธอเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ผสมกลิ่นไวน์จาง ๆ ทำให้เพลิงกัลป์รู้สึกลำคอแห้งผากโดยไม่มีเหตุผล

“พบเพื่อนจนตีสอง?”

“ค่ะ” พริมาพยักหน้า ก่อนเหลือบมองขวดวิสกี้บนโต๊ะ

“หรือว่าคุณเพลิงนั่งรอพริมอยู่คะ?”

“อย่าสำคัญตัวผิด!” ชายหนุ่มตอบทันที

“ฉันแค่นอนไม่หลับ!”

“เหรอคะ?” หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกา ก่อนยิ้มบาง

“ถ้าอย่างนั้นก็แปลกจังเลยค่ะ เมื่อก่อนพริมรอคุณกลับบ้านจนดึกแทบทุกคืน คุณยังบอกว่าไร้สาระอยู่เลย”

คำพูดนั้นทำให้เพลิงกัลป์ชะงักไปเล็กน้อย แต่เพียงครู่เดียวสายตาคมก็กลับไปจับอยู่ที่ช่อดอกไม้

“ใครให้?”

พริมาก้มมองกุหลาบในอ้อมแขน “อ๋อ... มีสุภาพบุรุษท่านหนึ่งฝากพนักงานเอามาให้ที่โต๊ะค่ะ”

“สุภาพบุรุษ?”

“ค่ะ เขาบอกว่าผู้หญิงสวย ๆ ควรมีดอกไม้ประดับโต๊ะสักช่อ” เธอยกดอกกุหลาบขึ้นสูดกลิ่นหอมเบา ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส

“น่ารักดีนะคะ”

กึก!

เพลิงกัลป์วางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะ “เธอมีสามีแล้ว ยังกล้ารับดอกไม้จากผู้ชายอื่นอีก?”

“แปลกตรงไหนคะ?”

พริมาเอียงคอเล็กน้อย “คุณเพลิงยังรับของขวัญจากคุณเจสซี่ได้เลยนี่คะ”

“มันไม่เหมือนกัน!”

“จริงหรือคะ?” เธอถามเสียงหวาน

“ถ้าอย่างนั้นพริมคงต้องขอเรียนรู้กฎของบ้านนี้ใหม่เสียแล้ว ผู้ชายแต่งงานแล้วรับของจากผู้หญิงอื่นได้ แต่ผู้หญิงแต่งงานแล้วกลับรับดอกไม้ไม่ได้”

ใบหน้าหล่อเหลาตึงขึ้นทันที

“พริมา!”

“ขา?” หญิงสาวขานรับอย่างอารมณ์ดี

แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้เพลิงกัลป์ยิ่งหงุดหงิด เขาผุดลุกขึ้นยืน ก่อนยื่นมือมาคว้าช่อกุหลาบออกจากอ้อมแขนเธอ

“เอามานี่!”

“คุณเพลิง!”

ฟึ่บ!

ช่อกุหลาบถูกเหวี่ยงลงบนพื้นหินอ่อน กลีบดอกสีแดงกระจายออกจากกระดาษห่อ ก่อนรองเท้าหนังราคาแพงจะเหยียบลงบนดอกไม้ซ้ำจนก้านหัก

พริมานิ่งไป รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหาย “ทำไมต้องทำลายด้วยคะ?”

“เพราะฉันไม่ชอบให้ผู้ชายอื่นมายุ่งกับเมียฉัน!” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด

พริมามองช่อดอกไม้ที่บอบช้ำอยู่บนพื้น ก่อนถอนหายใจเบา ๆ “น่าเสียดายจังเลยค่ะ”

“เธอเสียดายดอกไม้ของมันขนาดนั้น?”

“ค่ะ” เธอตอบโดยไม่ลังเล “ของสวย ๆ ใครเขาก็อยากเก็บไว้ทั้งนั้น”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาสามี “แต่พริมก็เริ่มชินแล้วละค่ะ”

“ชินอะไร?”

“ชินกับการที่คุณเพลิงทำลายสิ่งที่พริมชอบ” คำตอบเรียบง่ายนั้นทำให้ชายหนุ่มนิ่งไป

พริมาไม่ได้ร้องไห้หรือแสดงอาการโกรธเกรี้ยว เธอเพียงมองเขาด้วยสายตาที่สงบนิ่งเสียจนเพลิงกัลป์รู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างประหลาด

“อย่ามาทำเป็นน่าสงสาร!” เขาตัดบท

“ผู้หญิงที่มีสามีแล้วควรรู้จักวางตัว!”

พริมายกมุมปากเล็กน้อย “ถ้าจะพูดเรื่องความเหมาะสม พริมว่าเราควรเริ่มจากผู้ชายที่พาผู้หญิงอื่นไปค้างโรงแรมก่อนดีไหมคะ?”

เพลิงกัลป์ชะงัก“อย่าเอาเรื่องเก่ามาพูด!”

“เรื่องเก่า...”

หญิงสาวทวนคำแผ่วเบา ภาพคืนฝนตกผุดขึ้นในความทรงจำ กลิ่นยาฆ่าเชื้อภายในห้องฉุกเฉิน แสงไฟสีขาวเหนือเตียง และเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่เนิ่นนานโดยไม่มีใครรับสาย

ปลายนิ้วเรียวกำหูหิ้วกระเป๋าแน่นขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนเธอจะเงยหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง

“สำหรับคุณเพลิงมันคงเป็นเรื่องเก่าจริง ๆ สินะคะ”

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “เธอหมายความว่ายังไง?”

“ไม่มีอะไรค่ะ”

พริมาเบี่ยงตัวเตรียมเดินขึ้นบันได “พริมง่วงแล้ว ขอขึ้นห้องก่อนนะคะ”

ทว่าเพลิงกัลป์กลับคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน

“เดี๋ยว!”

หญิงสาวหยุดทันที “ปล่อยค่ะ”

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?”

“พริมไม่ทราบชื่อค่ะ”

“โกหก!”

มือหนาออกแรงดึงจนร่างบอบบางเสียหลักเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมหวานละมุนจากตัวเธอปะทะปลายจมูกเขาอย่างจัง เพลิงกัลป์รู้สึกลมหายใจสะดุด ระยะห่างระหว่างใบหน้าทั้งคู่เหลือไม่ถึงหนึ่งคืบ

แสงไฟสลัวขับให้ใบหน้าสวยหวานดูอ่อนละมุน ริมฝีปากสีแดงสดอยู่ใกล้เสียจนเขามองเห็นประกายบางเบาของลิปสติก

หัวใจชายหนุ่มเต้นกระหน่ำอย่างควบคุมไม่ได้ แต่ทันทีที่เห็นดวงตาคู่งามจ้องกลับมาอย่างไม่หวาดหวั่น ความหงุดหงิดก็พลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง

“สองปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยกล้าขัดใจฉัน!”

พริมายิ้มบาง “คนเราก็เปลี่ยนกันได้ค่ะ”

“ใครทำให้เธอเปลี่ยนไป!”

“คุณเพลิงไงคะ”

คำตอบนั้นทำให้เขานิ่งค้าง หญิงสาวสบตาสามี

“ปล่อยพริมได้แล้วค่ะ”

แต่เพลิงกัลป์กลับไม่ยอม ความหึงหวงบดบังเหตุผลจนชายหนุ่มดึงเธอเข้ามาใกล้อีกครั้ง ก่อนก้มหน้าลงจูบโดยไม่ทันให้ตั้งตัว

พริมาชะงักไปเสี้ยววินาที กลิ่นวิสกี้เจืออยู่ในลมหายใจของเขา สัมผัสที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความอ่อนโยน หากเป็นความเอาแต่ใจของผู้ชายที่เคยชินกับการได้รับทุกสิ่งตามต้องการ

หญิงสาวออกแรงผลักทันที เมื่อเขายังไม่ยอมถอย เธอจึงกัดริมฝีปากเขาอย่างแรง

“อึก!”

เพลิงกัลป์ผละออกโดยสัญชาตญาณ พริมาใช้โอกาสนั้นถอยห่างทันที ชายหนุ่มยกนิ้วแตะริมฝีปาก ก่อนเห็นเลือดสีแดงสดติดอยู่บนปลายนิ้ว

“พริมา!”

หญิงสาวหยิบกระดาษเช็ดหน้าขึ้นซับริมฝีปากของตัวเองอย่างใจเย็น ก่อนเงยหน้าขึ้น

“เจ็บหรือคะ?”

“เธอกล้ากัดฉัน!”

“ค่ะ”เธอตอบเสียงหวาน “ก็พริมบอกให้ปล่อยแล้วนี่คะ”

“ฉันเป็นสามีเธอ!”

“ทราบค่ะ” พริมาคลี่ยิ้มบาง “แต่ทะเบียนสมรสไม่ใช่ใบอนุญาตให้คุณใช้กำลังกับพริมนะคะ”

เพลิงกัลป์นิ่งไป แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวเหมือนที่ผ่านมา มีเพียงความเย็นชาที่เขาไม่เคยเห็น หญิงสาวมองรอยแผลบนริมฝีปากสามี ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“แล้วถ้าคุณเพลิงอยากรู้ว่าฝีมือการจูบตัวเองเป็นอย่างไร พริมจะบอกให้ก็ได้ค่ะ”

ชายหนุ่มขบกรามแน่น

“ว่าไงนะ?”

“แย่มากเลยค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม “ไม่อ่อนโยน ไม่รู้จักถาม แล้วก็ชอบใช้กำลัง”

พริมาเว้นจังหวะเล็กน้อย “คนจูบเก่งจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องบังคับใครหรอกนะคะ”

ประโยคนั้นทำให้เพลิงกัลป์หน้าตึง

“พริมา!”

“ขา?” เธอขานรับอย่างไม่สะทกสะท้าน “พริมเข้าใจค่ะ คนเราก็มีเรื่องที่ไม่ถนัดกันบ้าง คุณเพลิงเก่งเรื่องธุรกิจ ส่วนเรื่องเอาใจผู้หญิง...”

รอยยิ้มหวานกว้างขึ้นนิดหนึ่ง “คงต้องเรียนรู้อีกเยอะเลยค่ะ”

เพลิงกัลป์กัดฟันแน่นจนเจ็บกราม เขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนพูดจาเช่นนี้ใส่หน้ามาก่อน! แต่ก่อนจะทันโต้ตอบ พริมาก็เดินถอยห่างออกไปเสียแล้ว

“อ้อ... ไม่ต้องมาฝึกกับพริมนะคะ”

เธอเอียงคอเล็กน้อย “พริมไม่รับอาสาเป็นครูให้แล้วค่ะ”

พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวเดินไปทางบันได

“พริมา!”

เธอหยุดฝีเท้า ก่อนหันกลับมามองด้วยสีหน้าสงบ

“มีอะไรอีกคะ?”

เพลิงกัลป์อ้าปาก แต่กลับไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เขาอยากถามว่าเธอไปไหนมา อยากรู้จักผู้ชายที่ให้ดอกไม้ และอยากสั่งไม่ให้เธอออกไปพบใครอีก

ทว่าคำถามที่ติดอยู่ในลำคอกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เธอไม่รักฉันแล้วจริง ๆ หรือ? ความหยิ่งทะนงทำให้ชายหนุ่มกลืนคำถามนั้นลงไป

สุดท้ายจึงพูดเพียงว่า... “อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะตามง้อ!”

พริมามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเบา ๆ “คุณเพลิงคะ...”

เธอส่งยิ้มอ่อนหวาน “พริมไม่ได้รอให้คุณง้อแล้วค่ะ เลิกรอแล้วจริงๆ ”

คำตอบนั้นทำให้หัวใจชายหนุ่มกระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผล พริมาก้มมองช่อกุหลาบที่ถูกเหยียบจนบอบช้ำ ก่อนเอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย

“ของบางอย่างพอถูกทำลายแล้ว ต่อให้พยายามซ่อมแซมสักแค่ไหน ก็กลับมาสวยเหมือนเดิมไม่ได้หรอกนะคะ”

เธอเงยหน้าขึ้น

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณเพลิง”

หญิงสาวเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่หันกลับมาอีก เสียงรองเท้าส้นสูงค่อย ๆ จางหายไปตามทางเดินชั้นสอง เพลิงกัลป์ยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถง

ปลายนิ้วยังสัมผัสรอยแผลบนริมฝีปาก แต่ความเจ็บเพียงเล็กน้อยนั้นกลับเทียบไม่ได้กับความรู้สึกว่างเปล่าที่กำลังก่อตัวอยู่ในอก

เขาก้มมองช่อกุหลาบบนพื้นอีกครั้ง กลีบดอกสีแดงกระจัดกระจาย บางส่วนมีรอยรองเท้าของเขาประทับอยู่ ชายหนุ่มขมวดคิ้ว จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าประโยคสุดท้ายของพริมาไม่ได้หมายถึงดอกไม้เพียงอย่างเดียว

ภายในห้องนอนใหญ่ พริมายืนอยู่หน้ากระจก เธอถอดต่างหูเพชรวางลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนใช้สำลีชุบน้ำยาเช็ดลิปสติกออกจากริมฝีปากอย่างช้า ๆ เมื่อเห็นรอยแดงจาง ๆ ตรงมุมปาก รอยยิ้มบนใบหน้าก็เลือนหาย

ครั้งหนึ่งเธอเคยฝันว่าอยากให้สามีจูบด้วยความรักสักครั้ง แต่คืนนี้กลับทำให้เข้าใจว่า สัมผัสจากคนที่ไม่เคารพความรู้สึกของเรานั้น ไม่อาจเรียกว่าความรักได้เลย พริมาหยิบสร้อยคอเส้นเล็กที่เพลิงกัลป์เคยมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดออกจากลำคอ

เธอจำได้ดีว่าตอนรับมันมามีความสุขเพียงใด แม้ภายหลังจะรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นคนเลือกเอง แต่ฝากเลขาฯ จัดการให้ทั้งหมดก็ตาม หญิงสาวมองจี้เพชรเม็ดเล็กในมือ ก่อนวางลงในกล่องกำมะหยี่อย่างทะนุถนอม

บางสิ่งไม่จำเป็นต้องทำลาย เพียงแค่เลิกยึดติดก็พอแล้ว

“พรุ่งนี้เริ่มต้นใหม่กันนะพริมา”

เธอบอกเงาสะท้อนของตัวเองพร้อมรอยยิ้มบาง จากนั้นจึงหยิบแฟ้มภาพร่างเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูอีกครั้ง เธอมีนัดสำคัญรออยู่ นัดหมายที่จะพาเธอกลับไปหาความฝันที่เคยทอดทิ้งไว้ตั้งแต่แต่งงาน และคราวนี้เธอจะไม่ยอมเสียมันไปเพราะผู้ชายคนเดิมอีกแล้ว

เกือบตีสาม

เพลิงกัลป์เปิดประตูห้องนอนเข้ามา พริมาหลับไปแล้ว เธอนอนตะแคงหันหลังให้เขา ผ้าห่มคลุมอยู่ถึงหัวไหล่ ใบหน้าครึ่งหนึ่งซุกอยู่กับหมอนใบโปรด ชายหนุ่มหยุดยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนเดินไปยังฝั่งของตัวเอง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม กลิ่นแชมพูอ่อน ๆ จากเรือนผมเธอ โคมไฟข้างเตียง และแก้วน้ำที่พริมามักเตรียมไว้ให้เขาทุกคืน แต่คืนนี้ไม่มีแก้วน้ำวางอยู่

เพลิงกัลป์เหลือบมองพื้นที่ว่างบนโต๊ะ ก่อนขบกรามแน่น เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ทำไมเขาถึงรู้สึกหงุดหงิดนัก! ชายหนุ่มเอนกายลงนอน ทว่าไม่ว่าจะพลิกตัวไปทางใดก็ไม่อาจข่มตาหลับได้

คำพูดของภรรยายังคงวนเวียนอยู่ในความคิด พริมไม่ได้รอให้คุณง้อแล้วค่ะ เขาหันไปมองร่างบางที่นอนอยู่ข้างกัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน ใกล้เสียจนหากเอื้อมมือออกไปก็สามารถสัมผัสเธอได้

แต่แปลก... เขากลับรู้สึกว่าพริมาอยู่ไกลกว่าที่เคย ชายหนุ่มยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังมีรอยแผล ก่อนหลับตาลงอย่างหงุดหงิด

เขาเคยคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะรักเขาไปตลอดชีวิต ต่อให้ผลักไสเพียงใด เธอก็จะยังเฝ้ารออยู่ที่เดิม แต่คืนนี้เพลิงกัลป์เริ่มไม่แน่ใจเสียแล้ว

เพราะผู้ชายที่เคยรำคาญความรักของภรรยาจนอยากผลักไสเธอให้พ้นตัว กลับเป็นฝ่ายนอนไม่หลับทั้งคืน... เพียงเพราะผู้หญิงคนเดิมประกาศว่าไม่ต้องการเขาอีกต่อไป!

*************

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel