บทที่ 3 ต่อจากนี้ต้องรักตัวเองให้มาก ๆ
บทที่ 3 ต่อจากนี้ต้องรักตัวเองให้มาก ๆ
เพลิงกัลป์จ้องหน้าเธอ “เธอกำลังด่าฉัน?”
“เปล่าค่ะ” พริมาส่งยิ้มหวาน
“พริมแค่กำลังพูดถึงผู้ชายประเภทหนึ่ง บังเอิญคุณเพลิงน่าจะรู้จักเขาดี”
ชายหนุ่มอ้าปากจะสวนกลับ แต่หญิงสาวกลับยกนิ้วขึ้นแตะเนกไทของเขาเบา ๆ
“แล้วก็อีกอย่าง...” เธอช้อนสายตาขึ้นมอง
“ถ้าวันหนึ่งมีผู้ชายคนอื่นมาสนใจพริมจริง ๆ คุณเพลิงก็ไม่จำเป็นต้องโกรธหรอกนะคะ”
เขาชะงัก “ทำไม?”
“เพราะของดี ๆ ถ้าคนหนึ่งมองไม่เห็นค่า ก็อาจมีคนอื่นมองเห็นค่ะ”
เพลิงกัลป์รู้สึกเหมือนถูกยั่วโมโหอีกครั้ง “อย่าคิดว่าฉันจะยอมให้ใครมาแตะต้องเมียฉัน!”
พริมาหัวเราะเบา ๆ “แหม... ไหนบอกไม่สนใจพริมไงคะ?”
“ฉันไม่ได้หึงหวงเธอ แต่เธอเป็นของๆฉัน ฉันไม่ชอบให้ใครมาแตะ ก็เท่านั้น!”
“พริมก็ยังไม่ได้พูดว่าคุณหึงเลยนี่คะ”
ชายหนุ่มนิ่งไป
หญิงสาวมองสีหน้าเขาแล้วอดยิ้มกว้างไม่ได้ “คุณเพลิงนี่น่ารักเหมือนกันนะคะ เวลาเผลอพูดความจริงออกมาโดยไม่รู้ตัว”
“พริมา!”
“ขา!” เธอขานรับอย่างอารมณ์ดี
ก่อนค่อย ๆ ถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว “เอาเป็นว่าคืนนี้คุณเพลิงนอนหลับฝันดีนะคะ”
“ฉันยังไม่อนุญาตให้เธอออกไป!”
พริมาหยุดมองเขา รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ อ่อนลง
“คุณเพลิงคะ” น้ำเสียงของเธอสงบจนเขาชะงัก
“พริมเคยคิดว่าถ้ารักใครมากพอ สักวันเขาคงรักเรากลับ”
เธอพูดช้า ๆ “แต่ตอนนี้พริมเข้าใจแล้วค่ะว่าความรักไม่ใช่สิ่งที่เราจะขอจากใครก็ได้”
เพลิงกัลป์นิ่งฟังโดยไม่รู้ตัว
“ตลอดสองปีที่ผ่านมา พริมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรอคุณ”
เธอยิ้มบาง “คืนนี้พริมเลยอยากลองใช้เวลาเพื่อตัวเองดูบ้าง”
ชายหนุ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาไม่เคยได้ยินเธอพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้มาก่อน ไม่ใช่น้ำเสียงของคนกำลังทะเลาะ ไม่ใช่น้ำเสียงประชดประชัน แต่เป็นน้ำเสียงของคนที่ตัดสินใจแล้วจริง ๆ
“พริมา...”
ชื่อของเธอหลุดออกจากปากเขาเบากว่าทุกครั้ง
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น “คะ?”
เพลิงกัลป์มองเธอ คำพูดบางอย่างติดอยู่ในลำคอ เขาอยากถามว่าเธอจะกลับเมื่อไหร่?อยากถามว่าออกไปกับใคร?แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าภรรยา ความหยิ่งทะนงกลับทำให้เขาเลือกพูดอีกอย่าง
“อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะตามง้อ!”
พริมาเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“คุณเพลิงนี่จริง ๆ เลย”
เธอส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “พริมบอกตั้งหลายครั้งแล้วไงคะว่าไม่ได้ทำเพื่อให้คุณง้อ”
หญิงสาวหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยรอยยิ้ม “พริมทำเพราะไม่อยากเป็นเมียคุณแล้วต่างหาก”
พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินไปยังประตูใหญ่ เพลิงกัลป์มองตามแผ่นหลังบางที่ค่อย ๆ ห่างออกไป เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมภาพธรรมดาเช่นนี้ถึงทำให้รู้สึกไม่สบายใจนัก
เมื่อก่อนพริมาก็เดินออกจากบ้านบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งเธอมักหันกลับมาถามเขาเสมอว่าอยากได้อะไรหรือเปล่า บางครั้งยังเดินย้อนกลับมาเพียงเพื่อจัดปกเสื้อให้เขาอีกครั้ง คืนนี้เธอกลับไม่หันมาเลย
“พริมา!” เขาเรียกเสียงดัง หญิงสาวหยุดตรงประตู ก่อนหันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม
“คะ คุณเพลิง?”
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก “ถ้าเธอก้าวออกไปคืนนี้ ก็อย่าหวังว่าฉันจะโทรตาม!”
พริมามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า
“ค่ะ”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้เขาชะงัก
“แค่นี้?”
“แล้วคุณเพลิงอยากให้พริมตอบอะไรอีกล่ะคะ?”
เขาพูดไม่ออก หญิงสาวยิ้มอ่อนโยน “ถ้าอย่างนั้นพริมไปก่อนนะคะ”
เธอเปิดประตู ลมกลางคืนพัดเข้ามาเบา ๆ ทำให้เส้นผมยาวสลวยปลิวไหวอยู่ข้างแก้ม ก่อนก้าวพ้นธรณีประตู พริมากลับหันมามองเขาอีกครั้ง
“อ้อ... ลืมบอกไปค่ะ”
เพลิงกัลป์เลิกคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ “อะไรอีก!”
ริมฝีปากแดงสดยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ถึงคืนนี้คุณเพลิงจะนอนไม่หลับเพราะคิดถึงพริม ก็ไม่ต้องฝืนโทรมาหรอกนะคะ”
“ใครจะคิดถึงเธอ!”
“นั่นสิคะ”หญิงสาวหัวเราะคิกคัก “คนอย่างคุณเพลิงจะมาคิดถึงเมียที่ตัวเองเกลียดทำไมกัน”
เธอเอียงคอเล็กน้อย “แต่ถ้าเกิดคิดถึงขึ้นมาจริง ๆ ก็ช่วยอดทนหน่อยนะคะ เพราะเมื่อก่อนพริมก็อดทนคิดถึงคุณอยู่คนเดียวมาตั้งสองปีแล้ว”
พูดจบ เธอก็ส่งยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณสามี”
ประตูคฤหาสน์ปิดลงอย่างแผ่วเบา ไม่ได้มีเสียงกระแทกดังสนั่น ไม่ได้มีเสียงร้องไห้ และไม่มีคำอ้อนวอนให้เขาตามออกไป มีเพียงความเงียบที่ค่อย ๆ แผ่เข้ามาปกคลุมห้องโถงกว้างใหญ่
เพลิงกัลป์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เขามองประตูที่ปิดสนิท ก่อนก้มลงมองเศษกระดาษบนพื้น
ใบหย่า...
ผู้หญิงคนนั้นกล้าขอหย่ากับเขาจริง ๆ!
“บ้าไปแล้ว!” ชายหนุ่มสบถอย่างหงุดหงิด ก่อนเดินกลับไปนั่งบนโซฟา เขาคว้าแก้ววิสกี้ขึ้นมา แต่เมื่อยกถึงริมฝีปากกลับพบว่าตัวเองไม่อยากดื่ม ความรู้สึกบางอย่างยังติดค้างอยู่ในอก เขาพยายามนึกถึงคำพูดของพริมา
‘พริมแค่ไม่อยากรักคุณอีกแล้ว’
ประโยคธรรมดาเพียงประโยคเดียว ทำไมถึงทำให้เขาหงุดหงิดขนาดนี้? เพลิงกัลป์วางแก้วลงอย่างแรง
“คิดจะเล่นละครกับฉันสินะ!” เขาพึมพำกับตัวเอง “คอยดูเถอะพริมา ฉันจะไม่สนใจเธอเลยสักนิด!”
แต่เมื่อเสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตดังขึ้นจากลานหน้าบ้าน ชายหนุ่มกลับเผลอหันไปมองทางหน้าต่างโดยอัตโนมัติแสงไฟท้ายรถสีแดงค่อย ๆ เคลื่อนห่างออกไป ก่อนลับสายตาหลังประตูรั้วใหญ่ เพลิงกัลป์ขมวดคิ้วเขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เลื่อนหน้าจอไปยังชื่อผู้ติดต่อที่บันทึกไว้ว่า พริมา
นิ้วโป้งหยุดอยู่เหนือปุ่มโทรออก เพียงกดครั้งเดียว เขาก็สามารถถามได้ว่าเธอกำลังจะไปไหนแต่สุดท้ายชายหนุ่มกลับล็อกหน้าจอแล้วโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟา
“ฉันไม่มีวันโทรตาม!”
เขาพูดออกมาราวกับต้องการยืนยันกับใครสักคน ทั้งที่ภายในห้องไม่มีใครอยู่ด้วยเลย
ภายในรถสปอร์ตที่กำลังแล่นผ่านถนนสายหลักของกรุงเทพมหานคร พริมาเอนกายพิงเบาะหนังนุ่ม แสงไฟจากอาคารสองข้างทางส่องผ่านกระจกเข้ามาเป็นระยะ เธอมองภาพเมืองยามค่ำคืนด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เมื่อก่อนเธอแทบไม่เคยออกจากบ้านเวลานี้
ไม่ใช่เพราะไม่ชอบเที่ยว แต่เพราะกลัวว่าเพลิงกัลป์จะกลับมาแล้วไม่พบเธอ ช่างน่าขำและโง่เขลาอะไรเช่นนี้นะ...เขาไม่เคยสนใจเลยว่าเธอจะอยู่หรือไม่อยู่ แต่เธอกลับใช้ชีวิตราวกับต้องเตรียมตัวรอรับเขาตลอดเวลา
พริมาหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ จากนั้นก็ก้มมองโทรศัพท์มือถือ ไม่มีสายเรียกเข้าจากสามี เธอไม่ได้รู้สึกผิดหวัง ตรงกันข้าม กลับรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด
ในที่สุดเธอก็ไม่ต้องคอยเฝ้าหน้าจอเพื่อรอข้อความจากเขาอีกแล้ว หญิงสาวเปิดกระเป๋าถือ หยิบลิปสติกขึ้นมาดูสีบนริมฝีปากจากกระจกบานเล็ก ก่อนเก็บมันกลับลงไป แต่ปลายนิ้วกลับสัมผัสเข้ากับซองเอกสารสีขาวโดยบังเอิญ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหาย
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหยิบซองนั้นออกมา ชื่อโรงพยาบาลปรากฏอยู่ตรงมุมกระดาษ พริมามองมันอยู่นาน ภาพความทรงจำบางอย่างย้อนกลับเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่าง แสงไฟสีขาวในห้องฉุกเฉิน และความรู้สึกหนาวเย็นที่ไม่มีผ้าห่มผืนไหนช่วยบรรเทาได้
เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลืนก้อนสะอื้นที่แล่นขึ้นมาจุกอยู่ในลำคอ
“ไม่เอาสิ...” หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง “คืนนี้จะไม่ร้องไห้แล้วนะ”
เธอค่อย ๆ เก็บซองเอกสารกลับลงในกระเป๋า จากนั้นสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเงยหน้ามองแสงไฟเบื้องหน้าอีกครั้ง
เรื่องที่ผ่านมาไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ชีวิตที่เหลือยังเป็นของเธอ พริมาจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดครั้งเดียวทำลายทุกอย่างที่เหลืออยู่ในชีวิตอีกแล้ว โดยเฉพาะการแต่งงานที่เธอเป็นฝ่ายพยายามอยู่เพียงคนเดียว
“ลาก่อนนะ พริมาในอดีต”
เธอกระซิบเบา ๆ ก่อนรอยยิ้มบางจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง
“ต่อจากนี้ต้องรักตัวเองให้มาก ๆ แล้วล่ะ”
โทรศัพท์มือถือสั่นขึ้นในเวลานั้น
หญิงสาวเหลือบมองหน้าจอ เป็นข้อความจากสำนักงานทนายความ
‘ทางสำนักงานได้จัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติมตามที่คุณพริมแจ้งแล้วค่ะ หากสะดวกสามารถเข้ามาตรวจสอบรายละเอียดได้ตามเวลานัดหมาย’
เธออ่านข้อความจนจบ ก่อนพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็ว
ขอบคุณค่ะ พริมจะเข้าไปตามนัด
เมื่อกดส่งข้อความเรียบร้อย หญิงสาวก็วางโทรศัพท์ลง ริมฝีปากสีแดงสดยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“คุณเพลิงขา...” เธอเอ่ยกับความว่างเปล่าอย่างอารมณ์ดี “เมื่อก่อนพริมเคยรักคุณมากจริง ๆ นะคะ”
ดวงตาคู่งามเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย “แต่ตอนนี้พริมจะเอาความรักทั้งหมดนั้นกลับคืนมาใช้กับตัวเองแล้วค่ะ”
เธอหัวเราะเบา ๆ
“ส่วนสามีเฮงซวย...”
หญิงสาวเว้นจังหวะ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสดใส
“เก็บไว้ให้ผู้หญิงคนอื่นก็แล้วกัน!”
รถสปอร์ตแล่นผ่านแสงไฟยามค่ำคืน มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองที่ยังคงคึกคัก คืนนี้พริมาจะไปนั่งดื่มกับเพื่อน ฟังเพลงที่ตัวเองชอบ และใช้เวลาอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะกลับบ้านกี่โมง ส่วนเรื่องของเพลิงกัลป์... เธอไม่คิดจะเสียเวลาสนใจอีกแล้ว
ทว่าในเวลานั้นเอง ผู้ชายที่เธอเพิ่งประกาศว่าไม่อยากสนใจกำลังนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมในคฤหาสน์ นาฬิกาบนผนังเคลื่อนผ่านเวลาไปทีละนาที เพลิงกัลป์เหลือบมองประตูเป็นครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง
ไม่มีข้อความ…
ไม่มีสายเรียกเข้า…
ไม่มีแม้แต่คำถามที่เขาเคยรำคาญนักหนาว่า คุณเพลิงทานข้าวหรือยังคะ?
เขาจ้องหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง แล้วสบถออกมาเบา ๆ
“ยัยผู้หญิงบ้า!”
ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟา แต่ไม่ถึงนาทีต่อมาก็หยิบมันขึ้นมาดูอีกครั้ง และอีกครั้ง... โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าจะรักตนไปตลอดชีวิต กำลังค่อย ๆ ถอนหัวใจออกจากความสัมพันธ์ครั้งนี้อย่างเงียบงัน ในขณะที่เขาเพิ่งเริ่มรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่เธอทิ้งเอาไว้
********
