บทที่ 2 มีของดีแต่ไม่รู้จักรักษา
บทที่ 2 มีของดีแต่ไม่รู้จักรักษา
คำถามนั้นทำให้พริมาชะงัก
“คะ?”
“ฉันถามว่าเธอมีใครแล้วใช่ไหม!” เพลิงกัลป์จ้องหน้าเธอเขม็ง
“ถึงได้รีบร้อนอยากหย่ากับฉัน!”
หญิงสาวมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
“คุณเพลิงคะ”
“อะไร!”
“ทำไมเวลาผู้หญิงอยากหย่า ผู้ชายถึงชอบคิดว่าต้องมีผู้ชายคนอื่นด้วยล่ะคะ?”
“อย่าเปลี่ยนเรื่อง!”
“พริมไม่ได้เปลี่ยนเรื่องค่ะ แค่สงสัย”
เธอเอียงคอเล็กน้อย “หรือคุณเพลิงคิดว่าตัวเองดีเลิศประเสริฐศรีเสียจนพริมไม่มีทางเลิกรักได้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนอื่นเข้ามาแทนที่?”
ชายหนุ่มขบฟันแน่น “พริมา!”
“ความจริงมันง่ายกว่านั้นตั้งเยอะนะคะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“พริมแค่ไม่อยากรักคุณอีกแล้ว”
เพลิงกัลป์นิ่งไป คำพูดประโยคนั้นไม่ได้รุนแรง ไม่ได้ประชดประชัน และไม่ได้มีน้ำเสียงสะใจเหมือนก่อนหน้า แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างบีบแน่นอยู่ในอก
“เธอโกหก” เขาพึมพำ
“ทำไมถึงคิดอย่างนั้นคะ?” พริมาสบตาเขา
“เพราะฉันรู้ว่าเธอรักฉัน!”
หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพยักหน้า “ค่ะ พริมเคยรักคุณ”
เธอไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้แสร้งทำเป็นไม่เคยมีความรู้สึก เพราะการรักเพลิงกัลป์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย สิ่งที่น่าเศร้าคือเธอเคยรักเขามากจนลืมรักตัวเองต่างหาก
“แต่ความรักก็เหมือนต้นไม้นั่นแหละค่ะ”
พริมาพูดต่อเบา ๆ “ถ้ามีแต่คนเหยียบย่ำ ไม่เคยรดน้ำ ไม่เคยดูแล สักวันมันก็ต้องตาย”
เพลิงกัลป์จ้องเธอ “เธอกำลังจะบอกว่าไม่รักฉันแล้ว?”
“ค่ะ”
คำตอบสั้น ๆ หลุดออกมาโดยไม่ลังเล
ชายหนุ่มรู้สึกว่ามันง่ายเกินไป ง่ายเสียจนเขารับไม่ได้ สองปีที่ผ่านมา ผู้หญิงคนนี้พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้เขาหันมามอง แล้วจู่ ๆ วันนี้เธอกลับบอกว่าไม่รักแล้วอย่างนั้นหรือ?
เขาไม่เชื่อ! ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด! “ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์สิ!”
พริมาเลิกคิ้ว “พิสูจน์อะไรคะ?”
“ถ้าเธอไม่รักฉันแล้วจริง ๆ ก็อย่ามายุ่งกับฉันอีก!”
“ได้สิคะ” เธอตอบทันที คำตอบรวดเร็วนั้นกลับทำให้เพลิงกัลป์สะอึก
“แล้วก็อย่าคิดว่าฉันจะตามง้อ!”
“พริมไม่ได้ขอให้คุณง้อนี่คะ”
“ฉันไม่มีวันสนใจผู้หญิงอย่างเธอ!”
“ดีเลยค่ะ ถูกต้องที่สุด ” พริมาหัวเราะเบา ๆ
“ในเมื่อเราคิดตรงกันแล้ว ก็เหลือแค่เรื่องเอกสารเท่านั้น” เธอก้มลงหยิบปากกาจากกระเป๋าถือ ก่อนวางข้างร่างข้อตกลงบนโต๊ะ
“เชิญค่ะคุณเพลิง” ชายหนุ่มมองปากกา จากนั้นก็มองใบหน้าภรรยา
“เธออยากหย่าขนาดนั้นเลย?”
“ค่ะ”
“ทั้งที่รู้ว่าฉันไม่ยอม?”
“พริมรู้ค่ะว่าคุณเพลิงไม่ชอบให้ใครขัดใจ” เธอพูดอย่างใจเย็น
“แต่เรื่องนี้เป็นชีวิตของพริมเหมือนกัน”
เพลิงกัลป์หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา
“คิดว่าแค่เอากระดาษไม่กี่แผ่นมาวางตรงหน้า แล้วฉันจะยอมหย่าง่าย ๆ เหรอ?”
พริมามองเขา “ถ้าไม่ง่าย ก็อาจต้องใช้เวลาหน่อยค่ะ”
“หมายความว่าไง?”
“พริมไม่ได้คิดว่าการหย่าจะเสร็จเพียงเพราะเราเซ็นเอกสารคืนนี้หรอกนะคะ”
เธอส่งยิ้มบาง “พริมเตรียมใจไว้แล้วว่ามันอาจยุ่งยาก แต่ถึงอย่างนั้นพริมก็ยังอยากหย่าอยู่ดี”
คำตอบนั้นทำให้เพลิงกัลป์รู้สึกเหมือนถูกท้าทายอย่างรุนแรง
เขาไม่ชอบ!
ไม่ชอบที่เธอพูดถึงการจากไปอย่างสงบ
ไม่ชอบที่เธอเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้ว
และไม่ชอบที่สุดตรงที่เธอไม่ได้ร้องขออะไรจากเขาอีกเลย ชายหนุ่มคว้ากระดาษบนโต๊ะขึ้นมา
“ดี!”
แควก!
เสียงกระดาษถูกฉีกดังขึ้นกลางห้อง พริมามองการกระทำนั้นโดยไม่ขยับตัว เพลิงกัลป์ฉีกเอกสารอีกครั้ง ก่อนปล่อยเศษกระดาษร่วงลงบนพื้นหินอ่อน
“อยากหย่านักใช่ไหม!”
เขาพูดเสียงกร้าว “จำเอาไว้พริมา ตราบใดที่ฉันยังไม่ยอม เธอก็อย่าหวังว่าจะไปจากฉันได้!”
หญิงสาวก้มมองเศษกระดาษที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น แล้วถอนหายใจเบา ๆ
“เฮ้อ...”
เพลิงกัลป์เลิกคิ้ว “เสียดายขึ้นมาแล้วล่ะสิ?”
พริมาเงยหน้าขึ้น “ค่ะ เสียดาย”
เขายกมุมปากอย่างพอใจ แต่ประโยคถัดมากลับทำให้รอยยิ้มนั้นแข็งค้าง “กระดาษดี ๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ”
“ว่าไงนะ?”
“พริมอุตส่าห์ให้ทนายพิมพ์มาอย่างเรียบร้อย คุณเพลิงฉีกทิ้งแบบนี้ก็น่าเสียดาย”
เธอส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพริมขอใหม่ก็ได้”
“พริมา!”
“ขา?”
“เธอคิดว่าฉันกำลังล้อเล่นหรือไง!” หญิงสาวมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าจะค่อย ๆ จางลง
“ไม่ค่ะ”
เธอตอบอย่างจริงจัง “พริมรู้ว่าคุณไม่ได้ล้อเล่น”
เพลิงกัลป์นิ่งไป
“แต่พริมก็ไม่ได้ล้อเล่นเหมือนกัน” น้ำเสียงของเธอสงบนิ่ง
“คุณจะฉีกอีกสิบครั้ง ร้อยครั้ง หรือจะไม่ยอมเซ็นอะไรเลยก็ได้ค่ะ พริมจะดำเนินการในส่วนของพริมต่อไป”
เพลิงกัลป์จ้องหน้าเธอ เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้อาจไม่ได้จบลงง่าย ๆ อย่างที่คิด แต่ความหยิ่งทะนงไม่ยอมให้เขาแสดงความกังวลออกมา
“เธอคิดว่าจะมีใครดีกว่าฉันหรือ?”
พริมาเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยรอยยิ้ม “มีหรือไม่มี พริมก็ไม่รู้หรอกค่ะ”
เธอหยุดครู่หนึ่ง “แต่ตอนนี้พริมรู้แล้วว่าอยู่คนเดียวยังดีกว่าอยู่กับคนที่ทำให้ตัวเองต้องร้องไห้ทุกวัน”
คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มนิ่งงัน
พริมามองเขาอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้เคยเป็นโลกทั้งใบของเธอ ครั้งหนึ่งเพียงเขากลับบ้านเร็วกว่าปกติ เธอก็ดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ หากเขายอมรับประทานอาหารที่เธอทำ แม้เพียงคำเดียว เธอก็สามารถยิ้มได้ตลอดทั้งวัน
แต่ความสุขเล็กน้อยเหล่านั้นต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง?
คืนแล้วคืนเล่าที่เธอนั่งรอเขากลับบ้าน…
อาหารบนโต๊ะที่เย็นชืด…
ข้อความนับร้อยที่ไม่ได้รับคำตอบ…
รวมถึงคืนฝนตกคืนนั้น... ภาพแสงไฟสีขาวในห้องฉุกเฉินแวบผ่านความทรงจำ กลิ่นยาฆ่าเชื้อ เสียงล้อเตียงเข็นผ่านทางเดิน และความเย็นเยียบที่แทรกซึมอยู่ลึกลงไปในหัวใจ
พริมาเผลอกำกระเป๋าถือแน่นขึ้น ภายในนั้นมีซองเอกสารอีกซองหนึ่ง ซองสีขาวจากโรงพยาบาลเธอพกมันติดตัวมาตั้งแต่วันที่ออกจากโรงพยาบาล แต่ยังไม่เคยมีความกล้าพอจะเปิดอ่านอีกครั้ง เพราะบางความทรงจำ ต่อให้พยายามหลีกหนีเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้มันหายไปได้
“พริมา!” เสียงเรียกของสามีดึงเธอกลับสู่ปัจจุบัน
หญิงสาวกะพริบตา ก่อนเงยหน้าขึ้น
“คะ?”
“ฉันพูดกับเธออยู่!”
“ขอโทษค่ะ พอดีเมื่อกี้พริมคิดอะไรเพลินไปหน่อย”
“คิดถึงผู้ชายคนใหม่หรือไง!”
เธอมองเขา แล้วหลุดหัวเราะออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ
“คุณเพลิงนี่น่าสนใจจริง ๆ นะคะ”
“อะไรอีก!”
“พริมพูดเรื่องหย่าตั้งนาน คุณก็ยังคิดได้แค่เรื่องผู้ชายคนใหม่”
เธอส่ายหน้าเบา ๆ “โลกของคุณนี่มีแต่เรื่องผู้หญิงกับผู้ชายหรือไงคะ?”
เพลิงกัลป์กำลังจะโต้กลับ แต่เธอกลับพูดต่อเสียก่อน “พริมยังมีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่อยากทำค่ะ”
“อย่างเช่น?”
“กลับไปทำงาน ออกแบบเครื่องประดับที่พริมชอบ ไปเที่ยวกับเพื่อน กินอาหารอร่อย ๆ โดยไม่ต้องคอยดูนาฬิกาว่าใครจะกลับบ้านเมื่อไหร่”
เธอยิ้มให้ตัวเองเล็กน้อย “แล้วก็อยากตื่นมาในตอนเช้าโดยไม่ต้องคิดว่าวันนี้จะทำอย่างไรให้สามีพอใจ”
เพลิงกัลป์มองเธอนิ่ง “เธอคิดว่าการเป็นเมียฉันมันลำบากขนาดนั้นเลย?”
คำถามนั้นทำให้พริมาหยุดยิ้ม เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง “คุณเพลิงอยากรู้จริง ๆ หรือคะ?”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ แต่เธอกลับเข้าใจความหมายจากสายตาของเขา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ
“บางวันก็ไม่ลำบากหรอกค่ะ”
เธอพูดเบา ๆ “โดยเฉพาะวันที่คุณไม่อยู่บ้าน”
เพลิงกัลป์นิ่งไป
“แต่บางวัน...”
เธอหยุดพูด ภาพบางอย่างย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง มือที่สั่นจนกดโทรศัพท์แทบไม่ถูก เสียงเรียกสายที่ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนทุกอย่างจะดับมืดลง พริมาหลับตาชั่วครู่ เมื่อเปิดขึ้นอีกครั้ง เธอก็ยิ้มบาง
“ช่างเถอะค่ะ”
“อะไร?”
“เรื่องมันผ่านไปแล้ว”
เพลิงกัลป์ขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบเวลาที่เธอพูดแบบนี้ เพราะมันทำให้เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่ตัวเองไม่รู้
“เธอมีอะไรปิดบังฉัน?”
หญิงสาวมองเขา “คุณเพลิงอยากรู้จริง ๆ เหรอคะ?”
เขาชะงัก“หมายความว่าไง?”
“ไม่มีอะไรค่ะ” พริมายิ้ม “พริมแค่เพิ่งนึกได้ว่าเมื่อก่อนคุณไม่เคยอยากฟังเรื่องของพริมเลย”
เธอหยุดเล็กน้อย
“ตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองหรอกค่ะ”
เพลิงกัลป์รู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างทิ่มแทงอยู่ในอก
เขากำลังจะเอ่ยปาก แต่พริมากลับลุกขึ้นยืนเสียก่อน
“เอาล่ะค่ะ พริมคงต้องไปแล้ว”
ชายหนุ่มหันขวับ
“จะไปไหน!”
“ออกไปข้างนอกค่ะ”
“ฉันยังไม่ได้อนุญาต!”
พริมาชะงักฝีเท้า ก่อนหันกลับมามองเขาด้วยสีหน้าขบขัน
“คุณเพลิงคะ”
“อะไร!”
“เมื่อกี้เราคุยเรื่องหย่ากันตั้งนาน คุณยังคิดว่าพริมต้องขออนุญาตคุณทุกเรื่องอีกเหรอคะ?”
“ตราบใดที่ยังเป็นเมียฉัน เธอก็ต้องรู้จักวางตัว!”
“พริมว่าคนที่ควรรู้จักวางตัวน่าจะเป็นคนที่ชอบควงผู้หญิงอื่นออกงานทั้งที่ตัวเองมีภรรยาแล้วมากกว่านะคะ”
คำพูดนั้นทำให้เพลิงกัลป์เงียบไป พริมาหันกลับมาจัดสายกระเป๋าบนไหล่ ก่อนเดินผ่านเขาไป แต่เมื่อก้าวได้เพียงสองก้าว เธอก็หยุด
“อ้อ...”
ชายหนุ่มหันมองทันที “อะไรอีก?”
พริมาหันกลับมา ดวงตาคู่งามพราวระยับขึ้นเล็กน้อย “มีเรื่องหนึ่งที่พริมอยากบอกคุณเพลิงค่ะ”
“ว่ามา!”
เธอเดินกลับเข้ามาใกล้ ระยะห่างเพียงหนึ่งช่วงแขนทำให้เพลิงกัลป์ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเธออีกครั้ง เป็นกลิ่นที่เขาไม่คุ้นเคย เมื่อก่อนพริมาชอบใช้น้ำหอมกลิ่นดอกไม้จาง ๆ เพราะเขาเคยบ่นว่าไม่ชอบกลิ่นฉุน
แต่คืนนี้เธอเปลี่ยนไปใช้กลิ่นหอมที่มีความหวานลึกและอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ไม่ใช่เพียงน้ำหอม ทุกอย่างในตัวเธอกำลังเปลี่ยนไป
“คุณเพลิงรู้ไหมคะว่าอะไรน่าเสียดายที่สุด?”
เขาเลิกคิ้ว
“อะไร?”
“ผู้ชายหน้าตาดี ฐานะดี มีความสามารถ แต่กลับไม่รู้จักรักษาคนที่รักตัวเอง”
**********
