บท
ตั้งค่า

บทที่ 3

เหลืออีกห้าวัน

กลิ่นโลหะกับไฟในโรงงานแปรรูปทำให้ลมหายใจฉันติดขัด

พนักงานเงยหน้าขึ้นมา เห็นฉันก็ชะงักไปชัดเจน ก่อนจะแสดงสีหน้าตกใจอย่างปิดไม่อยู่

“คุณ...อารยา หิรัญกุล ใช่ไหมครับ”

น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ว๊าว ใช่จริง ๆ ด้วย! คุณกับคุณนัทธพงศ์นี่คือคู่รักต้นแบบที่สมบูรณ์แบบที่สุดของเมืองเลยนะครับ!”

ปลายนิ้วฉันสั่นเล็กน้อย

เขาไม่ทันสังเกตความแข็งทื่อของฉัน ยังคงพูดต่อเอง

“ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณนัทธพงศ์เป็นสามีในอุดมคติ! แค่ไม่กี่วันก่อนเอง เพื่อหาที่พักสุดท้ายที่ดีที่สุดให้กับน้องทิวา เขาแทบจะวิ่งดูทุกโรงงานในเมือง ความทุ่มเทแบบนั้น...สุดยอดจริง ๆ ครับ”

สายตาเขาจับจ้องไปที่มือฉันอย่างตื่นเต้น

“แล้วแหวนแต่งงานวงนี้—ผมได้ยินมาว่าคุณนัทธพงศ์ตามหาดีไซเนอร์ทั่วโลก วาดแบบเป็นร้อย ๆ แบบกว่าจะได้แบบนี้ เป็นชิ้นเดียวในโลกเลยนะครับ! ความรักแบบนี้...ไม่มีใครเทียบได้จริง ๆ...”

เรื่อง “โรแมนติก” เหล่านี้ เหมือนตะปูทื่อ ๆ ที่ตอกลงกลางอกฉัน

ความรักที่คนอื่นเห็น กลับกลายเป็นเรื่องน่าขันที่ฉันทนแทบไม่ไหว

ฉันถอดแหวนออกจากนิ้วอย่างสงบนิ่ง วางลงบนเคาน์เตอร์กระจกเย็นเฉียบ

“ช่วย...หลอมแหวนวงนี้ให้ฉันหน่อย”

พนักงานเงยหน้ามองฉันเหมือนโดนฟ้าผ่า

“หลอม...หลอมเหรอครับ คุณผู้หญิงหมายถึง...จะหลอมแหวนวงนี้จริง ๆ เหรอ นี่คือแหวนที่คุณนัทธพงศ์สั่งทำให้คุณโดยเฉพาะนะครับ เป็นชิ้นเดียวในโลก!”

“ฉันรู้” เสียงฉันเรียบไร้อารมณ์ “ช่วยหลอมมันเถอะ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ฉันจ่ายเอง”

พนักงานถึงกับพูดไม่ออก เหมือนถูกคำพูดฉันอุดคอไว้

“แต่ว่า...มันน่าเสียดายมากนะครับ! หรือว่ามีอะไรเข้าใจผิดกัน บางที...”

“ไม่มีอะไรเข้าใจผิด” ฉันตัดบท พลางวางเงินลงข้างแหวน “ช่วยทำตามที่ฉันขอ”

เมื่อเห็นสายตาที่แน่วแน่ของฉัน เขาก็เข้าใจในที่สุดว่านี่ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ

เขาหยิบแหวนวงนั้นขึ้นมาอย่างลังเล ลูบลายแกะสลักงดงามซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สุดท้าย เขาถอนหายใจ แล้วหันไปทางพื้นที่ทำงานด้านหลัง

ทันทีที่เปลวไฟลุกขึ้น วงแหวนสีเงินค่อย ๆ ยุบตัวลงภายใต้ความร้อน—

เหมือนความรักที่ถูกเผาจนไม่อาจซ่อมแซมได้อีก

และฉันยืนมองอยู่ตรงนั้น ไม่แม้แต่จะกระพริบตา

ประตูร้านปิดลงเบา ๆ ด้านหลังฉัน

ลมหนาวพัดกระหน่ำเข้ามา จู่ ๆ ฉันก็นึกถึงวันนั้น—วันที่เขาขอฉันแต่งงาน

นัทธพงศ์คุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าหน้าต่างสูงจรดพื้น ถือแหวนที่เพิ่งขัดเงาในมือ เสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น “อารยา ผมอยากใช้ทั้งชีวิตพิสูจน์ว่าผมรักคุณ”

ตอนนั้น ฉันคิดว่าฉันได้ครอบครองทั้งโลกไว้ในมือ

แต่ตอนนี้ เหลือเพียงลมหนาวที่พัดผ่านปลายนิ้ว

โทรศัพท์ในมือฉันสั่น—เป็นข้อความจากลลิตา

ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำเกริ่นนำ มีเพียงวิดีโอเท่านั้น

หน้ากระจกลองชุด นัทธพงศ์กำลังผูกสายชุดด้านหลังให้ลลิตา

นิ้วของเขาแตะต้องแผ่นหลังเปลือยของเธออย่างแนบชิด ราวกับคนรัก

มุมหนึ่งของภาพ บนโต๊ะเตี้ย มีต้นฉบับงานวิจัยที่ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นของเธอ

จากนั้น ข้อความก็ถาโถมเข้ามา

[พี่สาว ชุดกับผู้ชาย ฉันเอาไปทั้งคู่แล้วนะ ก็เหมือนตอนนั้นที่ฉันทำให้พี่แท้ง “โดยบังเอิญ” ตอนนี้จะแย่งรางวัลเล็ก ๆ จากพี่ก็เรื่องจิ๊บ ๆ]

[นัทพูดถูก เวลาพี่เสียอะไรไป แปลว่าพี่ไม่เก่งพอเอง]

[ยอมรับซะเถอะ ชีวิตพี่มีไว้ปูทางให้ฉันตั้งแต่แรกแล้ว]

แสงหน้าจอสะท้อนปลายนิ้วฉัน ความโกรธพุ่งขึ้นในพริบตา ก่อนจะถูกความไร้เรี่ยวแรงมหาศาลกดทับ

ความไร้เรี่ยวแรงแบบนี้ เหมือนตอนที่ฉันรู้ข่าวการตายของทิวาเมื่อเจ็ดปีก่อน

ฉันปกป้องอะไรไม่ได้เลย

เจ็ดปีผ่านไป ฉันก็ยังปกป้องอะไรไม่ได้อยู่ดี

ลมหนาวพัดกรูมาอีกระลอก ริบบิ้นบนป้ายโฆษณาข้างทางปลิวไหว—

เป็นโฆษณางานประกาศรางวัลวิทยาศาสตร์คืนนี้ที่โรงแรม

แสงไฟระยิบระยับแทงเข้าตาฉัน เผาความลังเลสุดท้ายให้มอดไหม้

ฉันเก็บโทรศัพท์ โบกรถ มุ่งหน้าไปยังที่ที่ฉันไม่อยากไปที่สุด แต่จำเป็นต้องไป

ฉันผลักประตูเข้าไป แสงไฟสว่างจ้า

นัทธพงศ์กำลังชูแก้ว แนะนำลลิตาให้แขกทั้งห้องรู้จัก— “เธอคือผู้มีผลงานโดดเด่นที่สุดในคืนนี้” น้ำเสียงเขาอบอุ่นด้วยความภูมิใจ “อัจฉริยะผู้อยู่เบื้องหลังทีมของเรา”

ลลิตามองข้ามฝูงชนมาที่ฉัน แววตาเต็มไปด้วยความเวทนาแบบเยาะเย้ย

เสียงปรบมือดังกึกก้อง

ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานวิจัย แต่ยังมีนักลงทุนหลายคนล้อมรอบเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความชื่นชมจริงใจ

“ลลิตา คุณนี่เซอร์ไพรส์จริง ๆ”

“คืนนั้นที่นั่งปรับข้อมูล คุณแบกทีมไว้เลยนะ”

“ได้คุณมาแทนอารยา ถือเป็นโชคดีของทีมจริง ๆ”

ลมหายใจฉันหยุดชะงัก

คืนนั้น

ข้อมูลนั้น

ร่างงานที่แก้แล้วแก้อีก

อัลกอริทึมที่รันจนตีสาม...

ทั้งหมดนั้นคือฉัน

แต่พวกเขากลับยกความสำเร็จทั้งหมดให้ลลิตาอย่างสบายใจ

ลลิตาเงยหน้าขึ้น สบตาฉัน

มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากขยับไร้เสียง—สองคำสั้น ๆ: “ตัวตลก”

อกฉันเหมือนถูกของแข็งกระแทก ฉันก้าวไปข้างหน้าโดยสัญชาตญาณ

นัทธพงศ์โผล่ออกมาจากฝูงชน ราวกับทหารเฝ้ายาม ขวางทางฉันไว้

“อารยา ในเมื่อคุณมาแล้ว—”

“ไม่ควรแสดงความยินดีกับลลิตาหน่อยเหรอ”

บรรยากาศเงียบกริบในทันที

แทบทุกสายตาหันมาจับจ้องที่ฉัน—มองเหมือนฉันเป็นตัวตลก

ฉันจ้องกลับไปที่เขา

พยายามตามหาชายหนุ่มคนนั้น คนที่เคยผ่านวันเวลาอันยากลำบากในงานวิจัยไปกับฉัน

คนที่กอดฉันในโรงพยาบาล แล้วพูดว่า “การตายของลูกไม่ใช่ความผิดของคุณ”

คนที่เคยสัญญาว่าจะร่วมแบกรับทุกความเจ็บปวดไปด้วยกัน

แต่ในสายตาของเขา…ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

ไม่มีความรู้สึกผิด ไม่มีความเสียใจ แม้แต่ความโกรธก็ไม่มี

มีเพียงความเย็นชา—และคำเตือน

เหมือนคนแปลกหน้าที่พร้อมจะผลักฉันออกจากโลกของเขาได้ทุกเมื่อ

ลำคอของฉันเหมือนถูกของมีคมกรีด บีบแน่นจนพูดไม่ออก

ความเงียบตึงเครียดแผ่กระจายไปทั่ว

สุดท้าย ฉันก็หัวเราะออกมาเบา ๆ

“…แน่นอน”

ฉันยกแก้วขึ้น แล้วเดินตรงไปหาลลิตา

“ยินดีด้วยนะ ทั้งที่ไม่เคยเข้าห้องแล็บอย่างจริงจัง ไม่เคยทำการทดลองเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ยังพาทีมคว้ารางวัลได้ พรสวรรค์แบบนี้ช่างน่าทึ่งจริง ๆ”

พูดจบ ฉันก็เอียงแก้ว—

ของเหลวสีแดงเข้มไหลรินลงมาอย่างไม่ลังเล สาดลงบนศีรษะของลลิตาเต็ม ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel