บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

เจ็ดวันต่อมา—

วันนั้นเป็นทั้งวันครบรอบแต่งงานของฉันกับนัทธพงศ์

และเป็นวันที่เขาตั้งใจจะจัดพิธีแต่งงานชดเชยให้อย่างยิ่งใหญ่

ดีเลย ในวันนั้น ฉันจะมอบของขวัญชิ้นหนึ่งที่เขาจะไม่มีวันลืมให้เขา

คืนนั้น นัทธพงศ์ไม่ได้กลับมาที่ห้องนอนของเรา

ฉันไม่จำเป็นต้องเดาเลยด้วยซ้ำว่าเขาไปไหน หรืออยู่กับใคร

แต่สิ่งที่ฉันไม่คาดคิดก็คือ เช้าวันต่อมา ตอนที่ฉันเดินลงมาชั้นล่าง—

เขากลับนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

นัทธพงศ์นั่งอยู่คนเดียวบนโซฟา พอเห็นฉัน คิ้วที่ขมวดอยู่ก็คลายลงเล็กน้อย แล้วผายมือไปทางโต๊ะกลาง—

กล่องไม้มะเกลือสีดำใบหนึ่งที่ประณีตงดงาม

บนฝาแกะสลักลวดลายดอกลิลลี่อย่างวิจิตร เป็นแบบที่ฉันเคยเลือกไว้ให้ทิวา

“อารยา” น้ำเสียงของเขาอ่อนลง ราวกับกำลังปลอบเด็กที่จิตใจเปราะบาง

“เมื่อคืนผมหุนหันเกินไป ผมไม่ควรอารมณ์เสียใส่คุณ”

เขาเลื่อนกล่องใบนั้นมาข้างหน้า

“ผมตามหามันทั่วย่านทั่วเมืองกว่าจะได้มา ช่างบอกว่านี่คือชิ้นที่ทำเลียนแบบของเดิมได้ใกล้ที่สุดแล้ว... ผมคิดว่าทิวาน่าจะชอบ”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ มันก็แค่กล่องใบหนึ่ง เรายังมีวันข้างหน้าอีกยาวไกล”

ก็แค่กล่องใบหนึ่งงั้นหรือ

จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังดื้อดึงเชื่อว่าปัญหาระหว่างเราเป็นเพียงเรื่องกล่องใบหนึ่งเท่านั้น—

ราวกับว่าแค่ซื้อใบใหม่ที่แพงกว่า ก็สามารถกลบทั้งความรุนแรงของลลิตา และความเย็นชาของเขาได้มิด

นี่ไม่ใช่การชดเชย แต่มันคือการต่อรอง

เขาต้องการใช้โกศราคาแพงใบนี้ แลกกับการยอมอ่อนข้อของฉัน แลกกับงานแต่งที่ต้องรักษาหน้าตาไว้

ฉันนิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่เขากลับตีความว่าเป็นการยอมรับอย่างซาบซึ้ง

เขาลุกขึ้น ยกท่าทีให้ดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

“คุณก็รู้นี่ว่าสภาพจิตใจของลลิตาไม่เคยมั่นคง”

“หมอบอกว่าเธอต้องมีความรู้สึกว่าตัวเองทำสำเร็จเพื่อให้อารมณ์คงที่ขึ้น” น้ำเสียงของนัทธพงศ์ราบเรียบเสียยิ่งกว่าคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ “เดือนหน้าที่เจนีวา จะมีการมอบรางวัล ‘นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์แห่งปี’ คุณถอนตัว แล้วเสนอชื่อลลิตาแทน”

ลมหายใจของฉันสะดุดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบไว้

นั่นคือผลงานห้าปีของฉัน

ทั้งอัลกอริทึมของฉัน การทดลองของฉัน และต้นฉบับสิบเจ็ดฉบับที่ฉันแก้จนดึกดื่น

ส่วนลลิตา—เธอเคยมาที่ห้องแล็บแค่ครั้งเดียว ร้องไห้ว่ากดดันเกินไป แล้วฉันก็ให้กลับบ้านไปพัก

“คุณ…พูดจริงเหรอ” เสียงของฉันตึงเครียดจนแทบจะปริแตก

นัทธพงศ์มองฉัน ราวกับกำลังใช้เหตุผลกับเด็กที่กำลังงอแง

“สำหรับคุณมันไม่สำคัญหรอก อารยา แต่ลลิตาไม่เหมือนคุณ เธอต้องพิสูจน์ตัวเอง ถึงจะรักษาอาการป่วยของตัวเองได้”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วกดเสียงต่ำลงอีก

“คุณคงจะไม่ใจร้ายถึงขั้น ปฏิเสธเธอแม้แต่เรื่องนี้หรอกใช่ไหม”

คำพูดนั้นเหมือนคมมีดจ่ออยู่ที่ลำคอฉัน

“นี่มันเกียรติของฉัน! ทำไมฉันต้องยกให้เธอด้วย” เลือดทั้งตัวพลุ่งขึ้นไปที่ศีรษะในพริบตา

“เพราะผมทำให้รางวัลนั้นไร้ความหมายได้”

นัทธพงศ์ก้าวเข้ามาข้างหน้า เงาของเขาทอดทับลงมาบนตัวฉัน

“ในเมื่อผมสามารถอัปเกรดอุปกรณ์ในแล็บของคุณได้ข้ามคืน ผมก็ทำให้พรุ่งนี้คนร่วมงานหลักของคุณออกมาประกาศว่าข้อมูลของคุณไม่น่าเชื่อถือได้เหมือนกัน ลองคิดถึงทีมของคุณดูสิ อารยา คิดถึงนักศึกษาปริญญาเอกพวกนั้นที่อดหลับอดนอนทำงานกับคุณ คิดถึงการเรียนจบของพวกเขา คิดถึงอนาคตของพวกเขา...”

เล็บของฉันจิกลงในฝ่ามือ ความเจ็บแหลมนั้นทำให้ฉันได้สติขึ้นมา

แน่นอนอยู่แล้ว

นี่ต่างหาก…คือความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการ “ทุ่มทุนอย่างใจกว้าง” ของเขามาตลอด

อุปกรณ์ระดับแนวหน้าเหล่านั้น ความช่วยเหลือและการแนะนำคนสำคัญเหล่านั้น—ไม่มีอย่างไหนเลยที่เป็นการยอมรับในความสามารถของฉัน มันเป็นเพียงการปูทางไว้เพื่อวันนี้ต่างหาก

ตั้งแต่แรก เขาก็ใช้สิ่งที่ฉันหวงแหนที่สุด—อาชีพของฉัน—สร้างกรงทองที่ฉันไม่มีวันหนีพ้น

ฉันนึกถึงคืนมากมายที่นอนไม่หลับหลังจากเซ็นสัญญาสนับสนุนฉบับนั้น

ตอนนั้นฉันเคยคิดว่า เอกสารหนาหนักฉบับนั้น คือเครื่องพิสูจน์ถึงการสนับสนุนและความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งที่ผู้ชายคนหนึ่งมีต่อความฝันของภรรยา

ฉันช่างไร้เดียงสาเสียจริง

แต่ฉันปฏิเสธไม่ได้

ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวฉันเอง

ฉันเห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ตั้งใจจริงเหล่านั้นในห้องแล็บของฉัน อนาคตของพวกเขาผูกติดอยู่กับชื่อของฉันอย่างไม่มีทางแยกขาด

ฉันมองผู้ชายตรงหน้า ฉากนี้ช่างคล้ายกับตอนนั้นอย่างน่าขนลุก—

เมื่อกว่าหนึ่งปีก่อน ตอนที่เขาปกปิดเรื่องเมาแล้วขับของลลิตา เขาก็ใช้น้ำเสียงแบบเดียวกันนี้

และทั้งหมดนี้ ก็เพื่อลลิตาอีกแล้ว

“...ก็ได้ ฉันจะถอนตัว ฉันจะ...เสนอชื่อเธอแทน”

บนใบหน้าของนัทธพงศ์ไม่มีความประหลาดใจแม้แต่น้อย เขายกมือจัดปลายแขนเสื้อให้เข้าที่

“เด็กดีของผม”

เขาหันหลังเตรียมจะเดินออกไป พลางทิ้งคำพูดประโยคสุดท้ายไว้ลอย ๆ

“พักผ่อนซะนะ พรุ่งนี้ผมกับลลิตาต้องไปเลือกชุดพิเศษสำหรับตอนเธอขึ้นกล่าวบนเวที”

ฉันมองแผ่นหลังของเขาที่ค่อย ๆ หายลับไปตามโถงทางเดินอย่างชาไร้ความรู้สึก

จากนั้น ฉันก็หันหลังเดินออกไปโดยไม่ลังเล เพื่อไปทำสิ่งที่สองที่ฉันอยากทำมานานแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel