4
"ใช่ ประกาศห้ามสัญจรยามค่ำคืน ทุกหมู่บ้านต้องปิดประตูตั้งแต่หัวค่ำ"
ซูซินผายมือไปทางชายตัดไม้
"ถ้าเช่นนั้น เขาจะเดินทางมาที่นี่ในช่วงเวลาดังกล่าวได้อย่างไร"
ทั่วทั้งบริเวณพลันเงียบลง หมอชันสูตรเม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าเริ่มไม่มั่นใจ
ซูซินกลับไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น นางก้มลงตรวจลำคอของศพอีกครั้ง ดวงตาเรียวหรี่ลง ก่อนใช้นิ้วแหวกปกเสื้อออกเล็กน้อย
"เจอแล้ว" ปลายนิ้วเรียวคีบวัตถุเล็กจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้ไรผมด้านหลังลำคอออกมาอย่างระมัดระวัง
เมื่อยกขึ้นรับแสงคบเพลิง ทุกคนจึงเห็นชัดว่า มันคือลูกดอกโลหะขนาดเล็กเท่านิ้วก้อย ปลายดอกเคลือบด้วยของเหลวสีดำหม่น
"ลูกดอกพิษ"
จงซานอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
ซูซินพยักหน้า
"บาดแผลนี้เล็กเกินกว่าจะสังเกตเห็นด้วยตาเปล่า อีกทั้งถูกซ่อนอยู่ใต้ไรผม ผู้ตรวจศพที่ขาดความละเอียดจึงมองข้ามไป" นางยกปลายลูกดอกขึ้น
"พิษชนิดนี้ออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาท ทำให้หัวใจและระบบหายใจหยุดทำงานอย่างรวดเร็ว" จากนั้นนางชี้ไปยังบาดแผลบริเวณอก
"ส่วนบาดแผลที่หน้าอก" ซูซินทอดสายตามองทุกคนทีละคน ก่อนกล่าวอย่างหนักแน่น
"เกิดขึ้นหลังผู้ตายเสียชีวิตแล้ว"
ทุกคนเบิกตากว้าง หมอชันสูตรรีบส่ายหน้า
"เป็นไปไม่ได้"
"เป็นไปได้" ซูซินตอบทันควัน
"เพราะรอบบาดแผลแทบไม่มีการซึมของเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อ หากหัวใจยังเต้นอยู่ เลือดจะถูกสูบฉีดเข้าไปในบาดแผลจนเกิดรอยช้ำภายใน แต่บาดแผลนี้กลับแห้งผิดปกติ" นางหันไปสบตาเซียวเทียนเล่ย
"คนร้ายใช้ลูกดอกพิษสังหารนายกองหวังก่อน จากนั้นจึงใช้ดาบฟันทรวงอกเพื่อสร้างหลักฐานเท็จ และโยนความผิดให้ชายตัดไม้" ซูซินยื่นลูกดอกพิษให้เซียวเทียนเล่ย
"นี่ต่างหาก คืออาวุธสังหารที่แท้จริง"
ทั่วทั้งลำธารแห้งตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีผู้ใดกล่าวแม้แต่คำเดียว
หมอชันสูตรศาลอาญาหน้าซีดราวกับกระดาษ จงซานอ้าปากค้าง ส่วนเหล่าทหารต่างมองสตรีปริศนาเบื้องหน้าราวกับกำลังมองปีศาจที่มองทะลุความตายได้
เซียวเทียนเล่ยรับลูกดอกพิษไว้ในมือ พลางก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าซูซิน ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงครึ่งก้าว
กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ที่ลอยมาจากเรือนกายของนางทำให้เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย
สตรีผู้นี้ ไม่เพียงมีวิชาชันสูตรเหนือชั้น หากยังสงบนิ่งราวกับความตายเป็นเรื่องธรรมดา
"เจ้า" เซียวเทียนเล่ยเอ่ยเสียงทุ้ม ดวงตาคมจับจ้องนางไม่วาง
"เป็นใครกันแน่"
ซูซินวางลูกดอกพิษลงบนฝ่ามือของเขา ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ข้าเป็นใครไม่สำคัญ" นางสบตาแม่ทัพหนุ่มตรงๆ ก่อนกล่าวต่อ
"สิ่งสำคัญคือ ท่านแม่ทัพควรรักษาสัญญาของตนเอง"
เซียวเทียนเล่ยก้มมองลูกดอกพิษในมือครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบฉายแววครุ่นคิด ก่อนเงยหน้าขึ้นมองสตรีปริศนาตรงหน้าอีกครั้ง ความสามารถด้านการชันสูตรของนางเหนือกว่าหมอชันสูตรหลวงทุกคนที่เขาเคยพบเสียอีก
เพียงไม่กี่ประโยค นางก็พลิกคดีที่ทุกคนลงความเห็นไปแล้วจนหมดสิ้น
เขาไม่ใช่คนผิดคำพูด
"จงซาน" เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้น ทำให้ทหารทุกนายรีบยืนตัวตรงทันที
"ปล่อยตัวชายตัดไม้เดี๋ยวนี้"
"ขอรับ"
จงซานรีบก้าวเข้าไปปลดโซ่ตรวนให้ชายตัดไม้ทันที ชายผู้นั้นถึงกับทรุดลงคุกเข่ากับพื้น น้ำตาไหลอาบใบหน้าด้วยความดีใจ
"ขอบพระคุณท่านแม่ทัพ ขอบพระคุณแม่นางผู้มีพระคุณ หากไม่ได้ท่าน วันนี้ข้าคงต้องตายอย่างคนบริสุทธิ์แล้ว" ซูซินเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้กล่าวสิ่งใด
สำหรับนาง การช่วยผู้บริสุทธิ์คือสิ่งที่ผู้ชันสูตรพึงกระทำอยู่แล้ว
เซียวเทียนเล่ยหันสายตาไปยังหมอชันสูตรประจำศาลอาญา ใบหน้าหล่อเหลาเย็นเยียบจนอีกฝ่ายตัวสั่น
"เจ้ามีอะไรจะอธิบายหรือไม่" หมอชันสูตรหน้าซีดเผือด รีบคุกเข่าลงเสียงดัง
"ท่าน... ท่านผู้บัญชาการ ข้าน้อยเพียงตรวจพลาดไปเล็กน้อย ขอท่านโปรดเมตตา"
"ตรวจพลาด" เซียวเทียนเล่ยเอ่ยเสียงเรียบ แต่กลับทำให้ผู้ฟังหนาวสะท้าน
"เพราะความผิดพลาดของเจ้า ชายบริสุทธิ์เกือบถูกตัดศีรษะ" เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างเย็นชา
"จับตัวไปคุมขัง ถอดออกจากตำแหน่งหมอชันสูตรศาลอาญา รอการสอบสวนและรับโทษตามกฎหมาย"
"ท่านผู้บัญชาการ ท่านผู้บัญชาการ ข้าน้อยสำนึกผิดแล้ว โปรดเมตตาด้วย" เสียงร้องอ้อนวอนดังระงม แต่ไม่มีผู้ใดกล้าขัดคำสั่งของแม่ทัพหนุ่ม
ทหารสองนายรีบลากหมอชันสูตรที่ร้องดิ้นรนออกไปทันที ทั่วบริเวณกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
เซียวเทียนเล่ยจึงหันกลับมามองซูซิน สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
จากความระแวดระวัง กลายเป็นความสนใจอย่างแท้จริง
"ส่วนทองคำห้าสิบตำลึง" เขาหยิบถุงเงินออกจากเอว พลางยื่นไปตรงหน้านาง
"เป็นของเจ้า"
ซูซินเหลือบมองถุงเงินเพียงครู่เดียว ก่อนหัวเราะแผ่วเบาภายใต้ผ้าปิดหน้า
"เก็บไว้เถอะ"
เซียวเทียนเล่ยเลิกคิ้ว
"เหตุใด"
"ถือเสียว่า" นางยกมือปัดฝุ่นที่ชายแขนเสื้ออย่างสบายอารมณ์ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าคมกริบราวกับคมมีด
"เป็นค่าครูที่ข้าช่วยสั่งสอนศาลอาญาหลวง ให้รู้จักวิธีชันสูตรศพที่ถูกต้อง" ประโยคนั้นทำเอาจงซานถึงกับกลั้นหายใจ กล้าพูดกับผู้บัญชาการศาลอาญาหลวงเช่นนี้ ทั้งเมืองหลวงคงมีเพียงสตรีตรงหน้าผู้เดียว
ซูซินหันไปมองศพนายกองหวังอีกครั้ง ก่อนกล่าวต่อ
"วันหน้า หากศาลอาญาหลวงมีคดีที่พวกท่านจนปัญญาจะแก้ได้ ค่อยออกตามหาข้าก็แล้วกัน" นางหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยช้าๆ ทีละคำ
"นามของข้า..." ดวงตาเรียวยาวใต้ผ้าปิดหน้าทอประกายเย็นเยียบ
"'หมอศพไร้หน้า'"
สิ้นคำ ซูซินก็ซัดผงเถ้าถ่านดับกลิ่นสกัดลงพื้น สร้างควันอำพรางสายตาชั่วครู่! ก่อนจะอาศัยความเงียบและความมืดมิดของผืนป่า เร้นกายถอยหลังหลบหายไปในเงาไม้หนาอย่างรวดเร็วและไร้ร่องรอย
เหลือไว้เพียงพุ่มไม้ที่สั่นไหวตามแรงลม และความเงียบงันของผู้คนทั้งบริเวณ
จงซานกวาดสายตามองความมืดรอบทิศอย่างตื่นตะลึง ก่อนรีบหันมาถามผู้เป็นนาย
"ท่านผู้บัญชาการ จะให้ข้าน้อยนำกำลังออกติดตามนางหรือไม่ขอรับ" เซียวเทียนเล่ยยังคงทอดสายตามองไปยังทิศทางที่ซูซินหายตัวไป แม้เงาร่างของนางจะลับสายตาไปแล้ว แต่กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ กลับยังคล้ายลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ
มุมปากของแม่ทัพหนุ่มค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ลูกน้องทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน
"ไม่ต้อง" เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น
เซียวเทียนเล่ยก้มมองลูกดอกพิษในมือ พลางนึกย้อนถึงทุกคำอธิบายเมื่อครู่ ตั้งแต่ลักษณะของบาดแผล การแข็งตัวของศพ ไปจนถึงการพิสูจน์เวลาตาย ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลจนแม้แต่เขาก็ไม่อาจหาข้อโต้แย้งได้
สตรีปริศนาผู้นี้ มีความรู้ด้านการชันสูตรสูงจนน่าหวาดหวั่น
