บท
ตั้งค่า

3

บุรุษร่างสูงผู้นั้นคือ เซียวเทียนเล่ย แม่ทัพหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการศาลอาญาหลวง ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มดุจงานแกะสลัก ดวงตาคมกริบเย็นเยียบจนผู้คนไม่กล้ามองสบตานาน แม้เพียงยืนนิ่งๆ ก็แผ่แรงกดดันราวกับกระบี่คมที่พร้อมฟาดฟันได้ทุกเมื่อ

เซียวเทียนเล่ยก้าวเข้าไปหยุดข้างศพ พลางทอดสายตามองหมอชันสูตรประจำศาลอาญา

"แน่ใจหรือว่าเขาถูกฆ่าด้วยมีดโต้ของชายตัดไม้ผู้นี้"

"เรียนท่านผู้บัญชาการ" หมอชันสูตรรีบก้มศีรษะตอบอย่างมั่นใจ

"ข้าน้อยตรวจสอบแล้ว บาดแผลทั้งกว้างทั้งลึก ขนาดสอดคล้องกับใบมีดโต้ของชายตัดไม้ทุกประการ อีกทั้งบนเสื้อผ้าของมันยังมีคราบเลือดติดอยู่ คดีนี้หลักฐานชัดเจน ไม่มีทางผิดพลาดขอรับ"

"ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำจริงๆ นะขอรับท่านแม่ทัพ" ชายตัดไม้ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น

"ข้าเพียงออกมาหาฟืน พอเดินมาถึงก็เห็นศพนอนอยู่ ด้วยความตกใจจึงทำมีดหลุดมือไปโดนศพเท่านั้นเอง ข้าไม่ได้ฆ่าผู้ใด"

หมอชันสูตรขมวดคิ้วอย่างรำคาญ ก่อนสะบัดแขนเสื้อ

"ปิดปากมันเสีย แล้วลากตัวไปขังคุกหลวง รอประหารในวันพรุ่งนี้" น้ำเสียงนั้นเย็นชาไร้เมตตา ราวกับชีวิตคนผู้หนึ่งไร้ค่ากว่าเศษหญ้า

"ห่วยแตก" เสียงพึมพำแผ่วเบา หากกลับดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ราวกับลอยลงมาจากความมืดเหนือศีรษะ

"ผู้ใด" เซียวเทียนเล่ยตอบสนองฉับไว มือใหญ่จับด้ามกระบี่ ชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ก่อนสะบัดกระแสปราณพุ่งขึ้นไปยังต้นไม้ใหญ่ทันที

ฟึ่บ

เงาร่างหนึ่งพลิ้วลงจากกิ่งไม้ราวกับนกนางแอ่น ร่อนลงแตะพื้นอย่างเบาหวิวจนแทบไร้เสียง

สตรีในชุดสีเข้มปิดบังใบหน้าด้วยผ้าผืนหนึ่ง เหลือเพียงดวงตาเรียวยาวคมกริบที่ฉายแววเย้ยหยันอยู่เหนือผ้าปิดหน้า

"เจ้าเป็นใคร" จงซานชักกระบี่ออกจากฝักทันที เหล่าทหารต่างกรูกันเข้ามาปิดล้อมสตรีปริศนาไว้เป็นวง

"กล้าดียังไงถึงแอบซุ่มดูการทำงานของศาลอาญาหลวง"

ซูซินมิได้มีท่าทีหวาดหวั่นแม้แต่น้อย นางเพียงยกมือปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ ก่อนทอดสายตาผ่านเหล่าทหารไปหยุดอยู่ที่ร่างของนายกองหวัง

"ข้าจะเป็นใคร ไม่สำคัญ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ฟังนุ่มหู หากกลับแฝงความเฉียบคมจนผู้ฟังรู้สึกกดดัน

"ที่สำคัญคือ ศาลอาญาหลวงอันเลื่องชื่อ กลับใช้หมอชันสูตรที่ไร้ความสามารถ จนกำลังจะประหารผู้บริสุทธิ์"

"เจ้าว่าอะไรนะ" หมอชันสูตรหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

"ข้าชันสูตรศพมานานกว่ายี่สิบปี เจ้าเป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืน มีสิทธิ์อันใดมาดูหมิ่นข้า"

เซียวเทียนเล่ยยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนสงบลง ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องสตรีตรงหน้าอย่างพินิจ

มือของนางเรียวยาว นิ้วทั้งสิบได้สัดส่วน ปลายนิ้วสะอาดไร้คราบสกปรก ท่าทางสงบนิ่งแม้อยู่ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดของศพ ราวกับคุ้นชินกับภาพเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

คนเช่นนี้ ไม่ใช่สตรีธรรมดาแน่นอน

"เจ้าบอกว่าหมอชันสูตรของข้าผิด" เซียวเทียนเล่ยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาไม่ละจากนางแม้แต่วินาทีเดียว

"แล้วเจ้ามีปัญญาพิสูจน์ความจริงหรือ"

ซูซินเงยหน้าสบตาเขาโดยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย

"หากข้าพิสูจน์ได้ว่าชายตัดไม้ผู้นี้บริสุทธิ์ และชี้สาเหตุการตายที่แท้จริงได้ ท่านแม่ทัพจะยอมรับผลการชันสูตรของข้าหรือไม่"

เซียวเทียนเล่ยแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งเย็นชาและท้าทาย

"หากเจ้าทำได้ ข้าจะปล่อยตัวชายตัดไม้ และมอบทองคำให้เจ้าห้าสิบตำลึง แต่หากเจ้าพูดเพ้อเจ้อ รบกวนการทำงานของศาลอาญาหลวง" เขาชักกระบี่ออกจากฝักอีกคืบ แสงคมกระบี่สะท้อนเปลวไฟวาบเย็น

"ข้าจะตัดศีรษะเจ้าด้วยมือตัวเอง" ซูซินหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนตอบเพียงสองคำอย่างสงบนิ่ง

"ตกลง ตกลง"

ซูซินตอบรับอย่างเรียบง่าย ราวกับสิ่งที่เซียวเทียนเล่ยเพิ่งกล่าวเมื่อครู่เป็นเพียงข้อแลกเปลี่ยนธรรมดา มิใช่การเดิมพันด้วยชีวิตของตนเอง

นางก้าวตรงไปยังร่างของนายกองหวังโดยไร้ความลังเล ท่ามกลางสายตาของทหารศาลอาญาที่จับจ้องทุกฝีก้าว

เมื่อย่อตัวลงข้างศพ ซูซินไม่ได้รีบร้อนแตะต้องร่างผู้ตาย หากใช้สายตากวาดสำรวจอย่างละเอียดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังจดจำรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว ก่อนค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วตรวจดูบาดแผล สัมผัสสภาพผิวหนัง เลือดที่แข็งตัว รวมถึงข้อต่อต่างๆ อย่างเป็นระบบ

การเคลื่อนไหวของนางนิ่ง สุขุม และแม่นยำ จนผู้ที่เฝ้ามองสัมผัสได้ว่านี่ไม่ใช่การตรวจศพของคนทั่วไป หากเป็นผู้ที่ผ่านการชันสูตรมานับไม่ถ้วน

หมอชันสูตรประจำศาลอาญาแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน

"เจ้าไปรู้อะไร บาดแผลเปิดกว้างเพียงนี้ ย่อมเกิดจากมีดโต้เล่มใหญ่เป็นแน่"

ซูซินยังคงตรวจศพต่อโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง ก่อนเอ่ยออกมาเพียงสองคำ

"โง่เขลา" คำสั้นๆ นั้นทำเอาหมอชันสูตรหน้าเขียวคล้ำด้วยความอับอาย

ซูซินยกนิ้วชี้ไปยังบาดแผลบริเวณทรวงอก

"ท่านแม่ทัพ โปรดสังเกตให้ดี"

เซียวเทียนเล่ยก้าวเข้ามาอีกสองก้าว ยืนอยู่ด้านข้างอย่างเงียบงัน

"ขอบบาดแผลเรียบเสมอกัน ไม่มีรอยฉีกขาดของชั้นผิวหนัง และไม่มีรอยฟกช้ำหรือรอยครูดบริเวณขอบแผลเลย" นางใช้นิ้วแตะเบาๆ ตรงแนวแผล

"อาวุธที่ก่อให้เกิดบาดแผลเช่นนี้ ต้องเป็นดาบหรือกระบี่ที่มีคมสูง ใบมีดแคบและเรียบ"

จากนั้นนางหันไปมองมีดโต้ที่วางอยู่ข้างชายตัดไม้

"ส่วนมีดโต้ของชายผู้นี้ ใบมีดหนา ปลายทู่ อีกทั้งมีรอยบิ่นและรอยหยักจากการผ่าฟืน หากใช้ฟันร่างมนุษย์จริง ขอบแผลย่อมไม่เรียบเช่นนี้ แต่จะเกิดรอยช้ำและการฉีกของเนื้อเยื่อรอบบาดแผล" ซูซินเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"เพราะฉะนั้น บาดแผลนี้ ไม่ได้เกิดจากมีดโต้"

หมอชันสูตรรีบโต้ทันที

"เป็นเพียงคำพูดของเจ้า ต่อให้ไม่ใช่มีดโต้ ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าชายตัดไม้บริสุทธิ์"

ซูซินไม่ได้ตอบโต้อารมณ์ หากเพียงใช้นิ้วกดลงบนคราบเลือดที่เปื้อนอยู่บนเสื้อของชายตัดไม้ ก่อนยกขึ้นให้ทุกคนดู

"คราบเลือดนี้แห้งเกือบทั้งหมด สีแดงคล้ำและเกาะตัวเป็นแผ่น แสดงว่าเลือดที่ติดเสื้อเกิดจากการสัมผัสภายหลังเลือดของผู้ตายเริ่มแข็งตัวแล้ว" นางเงยหน้ามองทุกคน

"หากเขาเป็นคนลงมือฆ่า เลือดจะกระเด็นขณะหัวใจยังสูบฉีด มีทั้งละอองเลือดและเลือดสดติดอยู่บนเสื้อผ้า ไม่ใช่คราบลักษณะนี้"

ทหารหลายคนเริ่มหันไปมองกันเอง สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเล

ซูซินกล่าวต่ออย่างใจเย็น

"ดังนั้น ชายตัดไม้เพียงสัมผัสศพหลังผู้ตายเสียชีวิตแล้ว อย่างน้อยครึ่งชั่วยาม"

เซียวเทียนเล่ยหรี่ตาลง

"แล้วเวลาตายเล่า" คำถามนั้นทำให้ซูซินยิ้มบางๆ ราวกับรอให้เขาถามอยู่แล้ว

นางจับข้อมือของศพ ก่อนค่อยๆ ขยับแขนและขา ตรวจการแข็งตัวของกล้ามเนื้ออย่างละเอียด

"การแข็งตัวของศพเพิ่งเริ่มเกิดบริเวณกราม คอ และแขน ส่วนข้อสะโพกกับหัวเข่ายังขยับได้ตามปกติ" นางแตะลำคอของศพอีกครั้ง

"อุณหภูมิร่างกายยังเหลือความอุ่นอยู่บ้าง แสดงว่าผู้ตายเสียชีวิตมาไม่เกินสองชั่วยาม" ซูซินหันไปมองจงซาน

"ข้าขอถาม ในช่วงสองชั่วยามที่ผ่านมา มีคำสั่งห้ามชาวบ้านออกจากหมู่บ้านใช่หรือไม่"

จงซานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel