๓ วิมานดิน (๓)
มันถึงทำให้หนึ่งนทีมองตนว่าควบคุมง่าย จะทำร้ายจิตใจกันอย่างไรก็ได้หรือเปล่า
“พาผู้ชายเข้ามาพลอดรักกันในบ้านไม่อายบ้างหรือไง” คนที่เดินตามเอ่ยถามเสียงเข้ม ตอนแรกเขาจะไปหาอาม่าแต่ก็เปลี่ยนใจเดินมาคุยกับภรรยา
“แล้วคุณพาผู้หญิงไปดินเนอร์กันสองคนทั้งที่มีเมียรออยู่บ้านไม่อายบ้างเหรอ” หันกลับมาโต้กลับด้วยความโมโหไม่ต่างกัน ร่างสูงได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับนิ่งไม่คิดว่าเธอจะทราบ
“คุยงาน”
“ฉันก็เป็นแค่เพื่อนกับไอเหมือนกัน”
“เพื่อนอะไรจับหัวกันได้ เธอง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ” ยังคงโมโหใส่ภรรยาอารมณ์ขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อภาพในหัวยังเด่นชัด ถึงกับต้องรีบเดินไปแสดงตัวตนว่าเป็นสามีของเธอเมื่อเห็นภาพชายอื่นใกล้ชิดหล่อน
“จะไปหาอาม่าไม่ใช่เหรอคะ รีบไปเถอะท่านน่าจะรอคุณอยู่” คร้านจะเถียงกับเขาจึงพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองแล้วตอบกลับ ต่างจากเขาที่ไม่ยอมจบสักที
“อยากไล่กันมากหรือไง คิดจะโทรหามันเหรอ...” คว้าแขนเรียวให้กลับมาคุยกัน รู้ดีว่าตอนนี้ตนกำลังพาลแต่ก็ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้
“พูดถึงคนอื่นให้ดีหน่อย เขาอายุมากกว่าคุณอีกนะ” ย้ำเสียงเข้มด้วยความหวังดี กลายเป็นเขาตีเจตนาของหล่อนผิด จนเกิดเป็นอีกเรื่องที่ทำให้หญิงสาวปวดหัวมากกว่าเดิม ไม่คิดว่าต้องมาทะเลาะกับสามีในวันที่ดีเช่นนี้
“ห่วงคนอื่นมากกว่าผัวตัวเองอีก ถ้าชอบกันขนาดนั้นมาแต่งงานกับฉันทำไม ไปแต่งกับเพื่อนเลยสิ” ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น โกรธจนอยากตบหน้าเขาให้หันแต่เลือกกำมือตัวเองเอาไว้แทน เธอรู้ดีว่าพูดไปก็มีแต่อารมณ์ไม่ได้ความอะไรหรอก
“ถ้าคุณยังใช้อารมณ์นำอยู่แบบนี้เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกัน” ว่าจบก็แกะมือหนาออกพร้อมเดินขึ้นบนห้อง เขาเห็นอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมลดละรีบเดินตามภรรยา แต่กลายเป็นว่าถูกปิดประตูใส่หน้าทันที โดยที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากยืนหายใจแรงอยู่อย่างนั้นนานนับนาที
ก่อนเดินเข้าห้องตัวเองเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมไปฉลองวันเกิดของอาม่าในเย็นนี้ที่คนในบ้านจะมารวมตัวกัน
เขาคงต้องแสดงละครว่ารักใคร่กับเธออีกครั้ง แม้ว่าตอนนี้จะอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัวก็ตาม...
“สุขสันต์วันเกิดนะคะอาม่า!” สามสาวซึ่งเป็นลูกสาวของลูกชายคนกลางต่างเดินเข้ามามอบของขวัญให้ท่านอย่างพร้อมเพรียง ริรินดาพี่คนโตอายุมากกว่าเขาสองปีแต่งงานกับแฟนที่คบหาดูใจมาหลายปี ออกไปสร้างบ้านของตัวเองจะกลับบ้านใหญ่มาแค่วันศุกร์กับวันอาทิตย์เท่านั้น เจนธิภาคนกลางเพิ่งแต่งงานไปไม่นานแล้วก็ออกไปอยู่บ้านสามี ส่วนคนสุดท้ายคือเมญาดาเลือกจะออกไปอยู่คอนโดมิเนียมเพื่อสะดวกในการเดินทางไปบริษัท
สามสาวแสนสวยของบ้านคอยสร้างสีสันให้ตลอด แต่เวลาก็ทำให้เติบใหญ่พร้อมภาระหน้าที่จนไม่ค่อยได้มาพูดคุยกับอาม่า สบโอกาสวันเกิดของท่านจึงได้มารวมตัวกันอีกครั้งแบบครบทีม ขณะที่คนอื่นก็มองด้วยรอยยิ้ม
บ้านของลูกชายคนเล็กมีสะใภ้เป็นนักแสดงและหลานน้อยอีกสองคนก็เข้ามามอบของขวัญเช่นเดียวกัน ก่อนจะปิดท้ายด้วยบ้านของลูกคนโตที่เข้ามาสามคนเพราะหนึ่งนทีแยกบ้านแล้วก็ถือว่าเป็นอีกหลัง
“ของขวัญค่ะอาม่า...” หล่อนเดินเข้ามาพร้อมสามีแล้วมอบของขวัญที่ตั้งใจเลือกเพื่อท่านโดยเฉพาะ รู้ดีว่าเครื่องประดับต่างๆ คุณพินนารีมีไม่ขาดแถมยังมากจนต้องแจกจ่ายให้คนอื่น แต่สิ่งที่ท่านต้องการคือชารสชาติคุ้นเคยที่หาได้ยาก เป็นรสที่เคยดื่มตอนเด็กแต่ก็หายไปตามกาลเวลา
จนตอนนี้ที่ได้เปิดของขวัญแล้วพบใบชาที่จำได้ว่าเคยดื่มตอนเด็กก็ยิ้มกว้าง “โอ้ ไปหามาจากไหนเนี่ย” ถามด้วยความตื่นเต้นแต่คนซื้อกลับไม่ยอมเฉลย
“ความลับค่ะ แต่หนูจะซื้อมาให้อาม่าดื่มบ่อยๆ นะคะ” อยู่ข้างกายอาม่าตลอดจึงรู้ว่าท่านชอบดื่มชามากแค่ไหน กลายเป็นว่าของขวัญที่ถูกใจกลับไม่ใช่ข้าวของราคาแพง เป็นเพียงใบชาที่อัดแน่นด้วยความทรงจำวัยเด็กของท่าน
ร่างสูงเหลือบมองภรรยาด้วยแววตาชื่นชม แม้ว่าจะยังไม่ยอมคุยหรือสบตากันโดยตรง แต่เขาก็เห็นถึงความตั้งใจเลือกของให้อาม่า
อย่างตอนวันครบรอบแต่งงานเธอก็มอบนาฬิกาที่เขาอยากได้มาให้ มาวันนี้ยังซื้อใบชาที่อาม่าชอบมาให้อีก
เรียกว่าความใส่ใจได้หรือเปล่านะแบบนี้...
“ของขวัญยังไม่หมดนะคะ หนูมีเพลงมาเล่นให้อาม่าฟังด้วยค่ะ” ทุกคนต่างให้ความสนใจหล่อนเป็นตาเดียว ทิพย์วารีจึงเดินไปเปิดแท่นเปียโนพร้อมนั่งหลังตรงไหล่ตั้ง เริ่มไล่นิ้วไปตามแป้นพร้อมเปล่งเสียงละมุนร้องเพลง
“ฝากรักเอาไว้ ฝากไปในแสงดวงดาว ที่ส่องประกายวับวาว ๆ อยู่บนฟากฟ้า ให้แสงสุกใสได้เป็นเสมือนดวงตา คอยส่องมองเธอด้วยแววตาแห่งความภักดี เก็บฟ้ามาสานถักทอด้วยรักละมุน คอยห่มให้เธอได้อุ่น ๆ ก่อนนอนคืนนี้ ให้เสียงใบไม้ขับกล่อมเป็นเสียงดนตรี คอยกล่อมให้เธอฝันดี ๆ ให้เธอเคลิ้มไป”
เสียงของเธอทำทุกคนเคลิบเคลิ้มในทันที อาม่ายิ้มมีความสุขขณะฟังเพลงที่ตนชอบ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นในวันสำคัญของท่าน เหมือนมีแสดงสว่างส่องไปยังทิพย์วารีที่กำลังบรรเลงเพลงด้วยอย่างเชี่ยวชาญ
เขาไม่คิดว่าเธอร้องเพลงได้เพราะขนาดนี้ แล้วยังท่วงท่าสง่างามเหมือนนักดนตรีมืออาชีพอีก เหมือนว่าหญิงสาวจะทำได้ดีจนเขาไม่อยากเชื่อด้วยซ้ำ
ผู้หญิงหัวอ่อนที่คอยตามหลังเขาตลอดจะมีความสามารถขนาดนี้เลยเหรอ
