๒ ความเก่าที่ฝังใจ (๓)
กลับจากดินเนอร์ครบรอบแต่งงานสามปีทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม หล่อนยังคงทำหน้าที่ภรรยาทางนิตินัยไม่ขาดตกบกพร่อง ตื่นเช้าเพื่อมารับประทานอาหารกับเขาแล้วก็ออกไปทำงานในบางวัน ส่วนตอนเย็นก็เป็นติวเตอร์ให้น้องของสามีที่อายุห่างกันเป็นรอบ
มองเด็กน้อยแล้วก็นึกอยากมีลูกของตัวเอง เพียงแต่ไม่รู้จะใช้วิธีไหนเพื่อมัดใจเขาดี ขนาดหน้าหล่อนสามียังไม่อยากมองเลย สามปีที่ผ่านมาไม่สามารถเอาชนะใจเขาได้ พวกเรายังคงห่างเหินกันเหมือนเดิมจนนึกเจ็บใจ
ชีวิตการแต่งงานของหล่อนไม่ควรเป็นแบบนี้ น่าจะมีความสุขกว่านี้อีกสักหน่อย...
“อาหารเย็นเตรียมเสร็จแล้วใช่ไหมคะ” รอคอยสามีกลับบ้านพร้อมกับเข้ามาเช็คอาหารที่ต้องนำออกไปเสิร์ฟเขา ด้วยความว่างจึงคิดเมนูในแต่ละวันตามที่อีกฝ่ายอยากรับประทาน ซึ่งเธอได้ตัวช่วยพิเศษอย่างเลขานุการของเขาที่คอยสอดส่องเรื่องเล็กน้อยแล้วรายงานให้ได้ทราบตลอด
มีเพียงเรื่องของผู้ช่วยที่อยากขยับสถานะคนนั้นที่หล่อนรู้ด้วยตัวเองด้วยความบังเอิญ ไม่รู้ตอนนี้ไปถึงไหนกันแล้ว แต่คิดว่าคงไม่พัฒนาไปไหนหรอก เพราะเธอยังถือทะเบียนสมรสอยู่ ถ้าอีกฝ่ายอยากจะเป็นชู้ก็ลองดูว่าตนทำอะไรได้บ้าง
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ถ้าใกล้จะเอาขึ้นโต๊ะช่วยอุ่นให้ร้อนอีกหน่อยนะคะ แต่ไม่ต้องร้อนมากนะคะเพราะว่าคุณหนึ่งไม่ค่อยชอบเป่าอาหารเท่าไหร่” สังเกตเขามาหลายครั้งจึงได้กำชับแม่บ้าน โดยไม่รู้เลยว่าสามีเดินเข้าบ้านแล้วเหลือบมองเห็นเธอกำลังสั่งงานแม่ครัวพอดี
“ส่วนของหวานขอเป็นแตงไทยกับมะละกอนะคะ คุณหนึ่งน่าจะอยากทาน”
“แกะสลักไหมคะ”
“ไม่ต้องค่ะ แค่ปอกอย่าให้ช้ำก็พอ” หล่อนชอบที่จะได้ทำอะไรเพื่อเขาบ้าง แม้ว่าจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยก็ตาม
“ได้ค่ะ” รับคำแล้วเตรียมทำตามคำสั่ง
เธอเห็นอย่างนั้นจึงเดินออกจากห้องครัวเพื่อไปยังห้องโถงจะได้คอยสามีกลับบ้าน แต่ไม่คิดว่าเขาจะกลับเร็วขนาดนี้ จึงยิ้มกว้างก่อนจะเดินเข้ามาหาอีกฝ่ายด้วยความดีใจ เป็นภาพที่เห็นบ่อยครั้งก็ไม่ชินสักทีเพราะก้อนเนื้อด้านซ้ายมักจะเต้นแรงจนน่าหงุดหงิด
รู้ดีว่าตัวเองกำลังมีความสุขที่ได้เห็นภาพนี้ แต่ในหัวก็ยังนึกเกลียดหญิงสาวที่บังคับกันแต่งงาน ยิ่งเห็นว่าเธอเข้าหาอาม่าแล้วได้ของตอบแทนมากมายเพียงใดก็นึกรังเกียจมากกว่าเดิม
แต่งงานเพราะเงิน...ช่างน่าไม่อายเสียจริง
“ขึ้นไปอาบน้ำก่อนไหมคะ ลงมาแล้วค่อยทานอาหารเย็น” ถามเพื่อเป็นทางเลือกให้เขา ฝ่ายชายจึงเลือกพยักหน้าตามนั้น ก่อนได้ยินเสียงดังมาแต่ไกลพอหันไปมองจึงพบพี่น้องชายหญิงวิ่งเข้ามาในบ้านของตน เหมือนจะเป็นภาพที่ชินตาไปแล้ว
“เฮียกลับเร็ว” คนพี่เอ่ยทักเพราะปกติถ้าตะวันไม่ตกดินจะไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในบ้าน จะมีเพียงพี่สะใภ้ที่รอคอยฝ่ายเดียว
“ไม่สวัสดีกันก่อนเลยหรือไง” เดินเข้าไปดีดหน้าผากคนอายุน้อยกว่าด้วยความหมั่นไส้แต่ก็ไม่ได้ทำแรงนัก แค่อยากหยอกล้อเท่านั้น
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ” สองพี่น้องพนมมือไหว้คนอายุมากกว่า เขาเห็นก็พอใจจึงพยักหน้าตอบรับ
ขณะที่ภรรยาเดินเข้ามาหาเด็กทั้งสอง เธอคือคุณแม่จำเป็นไปแล้วเพราะพ่อแม่ของเด็กน้อยไปทำงานกลับดึกแทบทุกวัน เรื่องเรียนและอาหารการกินช่วงเย็นจึงเป็นหญิงสาวต้องจัดหาให้ตลอด ยกเว้นวันอาทิตย์ตอนเย็นที่ทุกคนต้องไปรับประทานอาหารบนตึกใหญ่
“ซ้อเตรียมไว้ไหม” วาดดาวรีบเข้ามาอ้อนแววตามีความหวังจนเธอต้องพยักหน้า
“เตรียมไว้ให้แล้ว เดี๋ยวทำการบ้านเสร็จค่อยมาเอานะ” เหมือนจะเป็นความลับของสองสาว เพราะชายหนุ่มทำได้เพียงมองด้วยความสงสัย
“อะไรอ่ะ”
“ไม่บอกหรอก เฮียจะอยากรู้อะไรเยอะแยะล่ะ รู้แค่เรื่องตัวเองก็พอแล้วไม่ต้องอยากรู้เรื่องของคนอื่นหรอก” คนเป็นพี่ถึงกับกอดอกมองน้องที่ไม่ยอมบอกอะไรบ้างเลย แต่ก็ไม่คิดไตร่ถามให้มากความ เลือกหันมามองพี่สะใภ้เพื่อขอให้ช่วยสอนการบ้าน
“ซ้อสอนการบ้านหน่อยสิครับ” วิชาไม่ถนัดจึงต้องการความช่วยเหลือ หล่อนได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าทันที พี่น้องไม่สนใจหนึ่งนทีจนดูเหมือนว่าเขาถูกกันออกจากบทสนทนา กลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้วเรียบร้อย
“ได้ครับ” รับปากเป็นมั่นเหมาะแล้วพาเด็กทั้งสองไปห้องนั่งเล่น ไม่หันมาสนใจสามีที่ยืนนิ่งไม่มีบทบาทในสถานการณ์ตอนนี้
เขาเป็นคนนอกไปแล้วเหรอเนี่ย...
ถึงเวลารับประทานอาหารเย็นก็มีคนร่วมโต๊ะเพิ่มอีกสองคน แล้วดูเหมือนว่าเด็กๆ จะเอาใจพี่สะใภ้เป็นอย่างมาก เขาเองก็ไม่รู้ว่าไปสนิทกันได้อย่างไร อาจเป็นเพราะบ้านอยู่ใกล้กันจึงไปมาหาสู่สะดวกก็เป็นได้ คาดการเอาเองโดยไม่รู้เลยว่าหล่อนเคยช่วยน้องชายของตนเอาไว้จากพวกอันธพาล
นอกจากเอาใจสามีแล้วยังหันไปตักอาหารให้แขกประจำด้วยความเคยชิน เขาเหมือนคุณพ่อลูกสองอย่างไรไม่รู้ เพราะน้องชายน้องสาวอายุห่างกันเป็นรอบ กว่าคุณอาผู้ชายคนเล็กจะแต่งงานแล้วอาผู้หญิงตั้งท้องก็ช่วงที่เขาโตรู้ความ จึงกลายเป็นเฮียที่อายุห่างจากน้องพอสมควร ไม่เหมือนบรรดาลูกของคุณอาคนกลางที่อายุไล่เลี่ยกัน เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กจึงค่อนข้างสนิทสนมเป็นพิเศษ
แต่อีกฝ่ายก็แต่งงานย้ายออกไปอยู่บ้านฝ่ายชายเกือบหมดแล้ว บรรยากาศภายในบ้านจึงเงียบเหงากว่าปกติ ยกเว้นเช้าวันศุกร์กับเย็นวันอาทิตย์ที่นัดรวมตัวกันจึงจะครึกครื้นขึ้นมาบ้าง
“เฮีย...” รับประทานอาหารเรียบร้อยก็แยกหญิงชายทำกิจกรรมที่ชอบ ภรรยาเขาหายไปกับวาดดาวในห้องเหมือนมีเรื่องสำคัญคุยกัน ส่วนตนก็พาน้องชายมาเล่นหมากล้อมอยู่ริมสระน้ำ ได้ฝึกสมองไปในตัวด้วย
“ว่า” ตอบกลับเหมือนไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ สายตาเอาแต่มองบนหมากกระดานที่กำลังสนุก
