๒ ความเก่าที่ฝังใจ (๑)
๒
ความเก่าที่ฝังใจ
นัดเจอกันที่ห้องอาหารของโรงแรมหรูซึ่งอาม่าเป็นคนจัดเตรียมสถานที่ให้หมดทุกอย่าง เธอพกมาแค่ของขวัญที่จะมอบให้เขาเท่านั้น รอสามีด้วยใจจดจ่อกังวลว่าชายหนุ่มจะไม่ยอมมาตามนัด พยายามปัดเรื่องของผู้ช่วยเลขานุการคนนั้นออกไม่คิดมาก เมื่อเขาไม่ได้เอาอีกฝ่ายเข้ามาในบ้านก็ไม่มีเรื่องให้หล่อนต้องกลัว
อย่างไรเธอก็ยังถือทะเบียนสมรส เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเหมือนเดิม
ยังไม่ถึงเวลานัดเพราะหล่อนเลือกจะมารอ เข้าออกห้องน้ำหลายรอบเพื่อเช็คตัวเองว่าแล้วหรือยัง อุตส่าห์แต่งหน้าแต่งตัวมาเต็มที่เพื่อให้เขาตกตะลึงในความงามของตนบ้าง แม้จะรู้ว่าหล่อนไม่ได้สวยหยามเยิ้มเหมือนคนรักเก่าของเขาก็ตาม
พอจะทราบดีว่าสามีเคยมีแฟนมาหลายคน แล้วแต่ละคนก็สวยระดับท็อปทั้งนั้น อย่างคนล่าสุดที่เลิกราก็เป็นถึงนักแสดงชื่อดัง ยังเห็นว่าเขารักษาความเป็นเพื่อนกับอีกฝ่ายไว้ ซึ่งเธอก็พยายามไม่คิดมากเพราะตนก็ยังเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้เลย ทำไมเขาจะทำไม่ได้ล่ะ
จ้องตัวเองในกระจกอีกครั้งเพื่อสร้างกำลังใจ ผมที่เคยยาวถูกเก็บรวบมัดเป็นมวยขนาดใหญ่แล้วปล่อยปอยด้านหน้าเล็กน้อย ชุดที่สวมเป็นเดรสผ้าซาตินที่เปิดโชว์ไหล่เนียน ลำคอระหงมีสร้อยเพชรเม็ดเล็กส่องแสงแวววาวไม่ได้ดูรกจนเกินไป ที่หูก็เป็นเครื่องเพชรที่เข้าคู่กัน บอกตัวเองนับร้อยรอบว่าสวยแล้วแต่ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ โดยเฉพาะหน้าอกที่ถูกดันจนเห็นเป็นเนินขึ้นมา
“ครบรอบแต่งงานทั้งทีก็ต้องสวยหน่อยสิทิพย์” พึมพำกับตัวเองเสียงเบาแล้วเลือกจะเดินออกมานั่งที่โต๊ะ ก่อนพบว่าสามีนั่งรออยู่แล้วจึงยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น
หนึ่งนทียอมมาตามนัด ไม่ได้ปล่อยให้หล่อนรอเก้อเหมือนที่นึกกลัว
“มาแล้วเหรอคะ”
“สั่งอาหารเถอะ หิว” คำถามของเธอดูไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไหร่เขาจึงไม่ได้ตอบ
ถ้าไม่มาเธอจะเห็นหรือไงล่ะ อุตส่าห์ฝ่ารถติดเพื่อมายังร้านอาหารที่อาม่าจองไว้ให้โดยเฉพาะ กลัวว่าถ้าไม่ยอมมาเรื่องอาจถึงหูท่านแล้วตนต้องโดนบ่นอย่างแน่นอน วินาทีนี้ใครจะสู้หลานสะใภ้คนโปรดได้บ้างล่ะ
“ค่ะ” ยิ้มกว้างแล้วเป็นฝ่ายสั่งอาหารทั้งหมดเอง
เขานั่งนิ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบข้อความ ยิ้มมุมปากเล็กน้อยจนร่างบางคาดเดาได้ทันทีว่าสามีกำลังคุยกับใคร คงไม่พ้นผู้ช่วยเลขาคนสวยที่เพิ่งมาทำงานได้ไม่นาน มือบางวางไว้บนหน้าขาแล้วกำเข้าหากันหมายจะส่งความเจ็บไปที่ฝ่ามือ เผื่อหัวใจที่บีบรัดจะคลายความเจ็บช้ำลงได้บ้าง
“อาหารมาแล้วค่ะ กินกันเถอะ” ระหว่างรออาหารไม่มีบทสนทนา แต่เมื่ออาหารมาเสิร์ฟเธอจึงสบโอกาสรีบเอ่ยทันที เขาเห็นอย่างนั้นก็เริ่มลงมือรับประทาน ดวงตาคมมองกับข้าวก่อนนิ่งชั่วขณะ
เป็นของโปรดเขาทั้งนั้นเลย...
สิ่งที่เพิ่งนึกได้คือการที่หญิงสาวใส่ใจทุกรายละเอียดของตน ทั้งอาหารการกินหรือชีวิตประจำวัน เสื้อตัวไหนที่พังหรือผ้าห่มที่เขาชอบ ดูแลเรื่องการบ้านการเรือนไม่มีขาดตกบกพร่อง ซึ่งเป็นข้อดีที่ชายหนุ่มรับรู้แต่ไม่ได้เอ่ยชม
คิดว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาของภรรยาหรือเปล่า หล่อนได้ของจากอาม่าไปเยอะแยะแล้วก็ควรทำอะไรตอบแทนบ้าง
“ครบรอบสามปีที่เราแต่งงานกันแล้วนะคะ...” ระหว่างที่เขาหั่นสเต็กเข้าปาก เธอก็เริ่มเกริ่นเพื่อจะได้เข้าเรื่องที่อยากพูด
“ของขวัญสำหรับคุณค่ะ” พอเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก เลือกจะยื่นของขวัญที่เตรียมมาเพื่อเขาโดยเฉพาะไปตรงหน้า ซึ่งร่างสูงก็เตรียมสิ่งของมาให้เธอเช่นเดียวกัน หยิบมันออกจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้ววางตรงหน้าภรรยา
เธอยิ้มกว้างมีความสุขรับของมาถือเอาไว้ พอแกะออกก็พบว่าเป็นสร้อยคอเส้นเดิมที่เคยได้เมื่อปีก่อน
รู้ทันทีว่าเขาแค่สั่งให้คนไปซื้อโดยไม่ได้สนใจว่าของซ้ำหรือเปล่า
ไม่เป็นไรหรอก...แค่เขามีของมาให้ก็ดีแค่ไหนแล้ว
“หือ...รุ่นนี้ หายากมากเลยไม่ใช่เหรอ” เพียงแค่เขาเปิดกล่องของขวัญก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ นาฬิกายี่ห้อหรูรุ่นเก่าที่นักสะสมต่างตามหากันให้ควัก เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่อยากได้แต่กลับไม่เคยหาเจอเลยสักครั้ง
แล้วหล่อนหามาจากไหน...
“พอดีป๊าส่งมาให้ดูค่ะเลยขอซื้อต่อ ชอบไหมคะ” แค่มองปฏิกิริยาของเขาก็ทราบ แต่เธออยากถามให้ได้ยินกับหูมากกว่า
“ชอบมากเลยล่ะ” ตอบตามความจริงแล้วยิ้มแก้มปริ รีบเปลี่ยนนาฬิกามาใส่เรือนใหม่อย่างรวดเร็ว เธอเห็นอย่างนั้นก็พลอยยิ้มกว้างมีความสุขไปกับเขาด้วย ดูเหมือนการมาฉลองเข้าสู่ปีที่สามของการแต่งงานจะไม่ได้เศร้าอย่างที่นึกกังวลเอาไว้
เพราะสามีของเธอยิ้มแย้มตลอดการรับประทานอาหารเพราะได้ของขวัญถูกใจ หล่อนเองก็พลอยมีความสุขไปกับเขาด้วย
วันนี้มีความสุขมากจนเหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีต วันที่เราสองคนได้พบกันที่บ้านของเธอ...
“เล่นอะไรเหรอ...”
เสียงของเด็กชายที่เดินเข้ามาถามพร้อมกับก้มมองสิ่งที่หล่อนกำลังทำด้วยความสนใจ จำได้ว่าในตอนนั้นทิพย์วารียังอายุแค่สิบเอ็ดปี มีความซุกซนตามประสาเด็กแล้วก็ชอบเล่นหม้อข้าวหม้อแกงเป็นอย่างมาก ขึ้นขั้นมีเครื่องครัวสำหรับเล่นขายของโดยเฉพาะ ซึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้คือหม้อขนมครกเอาไว้หยอดดินเหนียวขายให้ลูกค้า
ส่วนใหญ่คนที่มาเล่นด้วยก็เป็นลูกของพนักงาน เริ่มแรกบ้านของเธอเปิดร้านขายของชำ ก่อนจะขยับขยายเป็นห้างสรรพสินค้าประจำจังหวัด ทั้งยังแตกย่อยเป็นร้านค้าสำหรับขายอุปกรณ์ก่อสร้าง แล้วยังมีโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้อีกต่างหาก ด้วยความที่อากงมีลูกทั้งหมดห้าคนจึงมอบหมายงานให้ลูกบริหารจนรุ่งเรือง
เธอที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของบ้านถูกตามใจมาแต่เด็ก อยากได้อะไรก็ได้ตลอดจนเอาแต่ใจจึงไม่ค่อยมีเพื่อนเล่นด้วย ต้องบังคับลูกของคนงานให้มาเล่นเป็นเพื่อน ทว่าเมื่อถึงเวลาเลิกงานทุกคนก็ต้องกลับ มีเพียงหล่อนนั่งเล่นขายของลำพังเพราะต้องรอบิดาปิดร้าน เนื่องจากท่านได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจการร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง
“ขายขนมครก! เล่นด้วยกันไหม” ยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อกำลังจะมีเพื่อนเล่น ถึงจะไม่คุ้นหน้าอีกฝ่ายก็ตาม
“ขนมครกดินเหรอ”
“อื้อ! เล่นไหมล่ะ”
“เล่นยังไง เล่นไม่เป็น”
พอถูกชวนด้วยแววตาอ้อนก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เด็กชายเลือกจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วมองว่ามันเล่นอย่างไร เพราะส่วนใหญ่ตนถนัดเล่นกีฬามากกว่า แต่เห็นเด็กหญิงนั่งหงอยคนเดียวจึงอดจะเข้ามาทักไม่ได้
“ก็...นายบอกว่าจะสั่งอะไร เดี๋ยวเราขายให้เอง” หยิบกระทงใบกล้วยที่คนงานทำขึ้นมาเพื่อให้เธอเล่นโดยเฉพาะ แล้วเตรียมขายของให้คนที่เพิ่งเคยเจอกัน
“กินไม่ได้ มันเป็นดิน”
“แค่เล่นขายของ นายเป็นพ่อค้าส่วนเราเป็นแม่ค้าไง จะเอากี่ชิ้นดีคะคุณลูกค้า” อธิบายอย่างใจเย็นเพราะมีเพื่อนเล่นเป็นครั้งแรก เขาเห็นอย่างนั้นก็ไม่เข้าใจวิธีการเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าต้องจ่ายเงินสดหรือเปล่า ไม่ได้พกมาเลยสักบาท
“ต้องจ่ายเงินไหม”
“เอาใบไม้เป็นเงินได้” พูดจบก็ลุกไปเก็บใบไม้มายื่นตรงหน้าเขา ฝ่ายชายจึงจำใจต้องรับมาถือไว้ก่อนจะเริ่มสั่งขนมตามบทบาท
“เอาขนมครกยี่สิบบาทครับ”
