บท
ตั้งค่า

เหว่ยฝาน

ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันที่โชคร้ายเกินไปหรือเปล่า แต่ทว่าเธอกลับหันไปเจอเพื่อนของเจ้าของร่างเดิม ที่เป็นคนที่คอยยุแยงตะแคงรั่วให้เจ้าของร่างเสียคนอยู่อย่างเสมอ

“ถิงถิง”

ท่าทางเรียกขานอย่างสนิทสนม อดทำให้ลี่อันถิงกรอกตาเล็กน้อย เธอแค่รู้สึกว่าการสนทนากับคนแบบนี้ ค่อนข้างที่จะเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองพลังงานเป็นอย่างมาก

“มีอะไรหรือเหว่ยฝาน”

น้ำเสียงของลี่อันถิงไม่ได้แสดงความเป็นมิตรมากนัก อีกทั้งเธอยังแสดงออกอย่างเด่นชัด ว่าในตอนนี้เธอกำลังรู้สึกหงุดหงิดใจและอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก

ในมือของเธอยังถือเนื้อมากมาย ขณะที่จักรยานก็จอดอยู่อีกด้านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ห่างกับที่เธอยืนอยู่มากนัก

“ดูเหมือนเธอจะอารมณ์ไม่ดีนะ เป็นไงล่ะวันนี้ทะเลาะกับสามีของเธอมาอีกแล้วใช่ไหม”

ในน้ำเสียงของเหว่ยฝานไม่ได้มีท่าทางเห็นใจสักเท่าไหร่ ต้องบอกให้ถูกนั่นก็คือเธอออกที่จะถากถางอย่างเด่นชัด

การเอาเรื่องส่วนตัวในครอบครัวคนอื่นมาพูดกลางตลาดแบบนี้ คนปกติปุถุชนที่ไหนจะคิดทำกัน มันเด่นชัดอยู่แล้วว่าที่แม่นี่ตั้งใจยุยงเจ้าของร่างเดิมก่อนหน้านี้ เป็นเพราะหล่อนอิจฉาเสียมากกว่า

“ทำไมฉันจะต้องทะเลาะกับสามี ถึงเงินเดือนเขาจะน้อยสักหน่อยแต่ทุกหยวนก็ถึงมือฉัน แล้วสามีของเธอล่ะเงินเดือนทหารมากกว่าของสามีฉันสองเท่า ตอนนี้เธอคงมีเงินเก็บมากพอแล้วใช่ไหม ทำไมไม่ซื้อบ้านสักหลังล่ะ”

การตั้งคำถามที่จี้ใจดำ ราวกับน้ำเย็นที่ราดหน้าเหว่ยฝานจนหน้าชา เธอแค่รู้สึกอึ้งไปสักหน่อย ไม่คิดว่าคนโง่อย่างลี่อันถิงจะกลายเป็นคนที่ฝีปากกล้าขนาดนี้

“ฉันไม่ได้อยากจะซื้อบ้านสักหน่อย”

หล่อนยังคงจีบปากจีบคอพูดต่อ ใครจะไปยอมรับกันล่ะ ว่าเงินเดือนที่สามีได้มานั้น เขาแทบจะไม่ให้เธอถึงครึ่งด้วยซ้ำ ที่สำคัญแล้วค่าใช้จ่ายในบ้านแต่ละอย่าง ก็แทบที่จะไม่เพียงพอ

ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกเหนือกว่าลี่อันถิงแค่เพียงอย่างเดียวก็แค่เรื่องเงินเดือน แต่ว่าสำหรับการใช้ชีวิตที่เป็นอิสระแบบลี่อันถิงมันเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมนัก

“อ๋อ…ที่แท้เธอก็ไม่อยากซื้อบ้านใหม่นี่เอง เพราะอยากอยู่กตัญญูพ่อแม่สามีสินะ เธอช่างเป็นสะใภ้ยอดเยี่ยมแห่งปีจริง ๆ”

น้ำเสียงของลี่อันถิงเป็นการชื่นชมด้วยความจริงใจ ในน้ำเสียงไม่ได้มีถ้อยคำประชดถากถางอยู่ในนั้น แต่ทว่ากลับแทงใจดำเหว่ยฝานครั้งแล้วครั้งเล่า

“อืม ก็ใช่”

น้ำเสียงตอบกลับมา เหมือนพยายามที่จะควบคุมให้เรียบนิ่งที่สุด ท่าทางเหนือกว่าลี่อันถิงก่อนหน้านี้ ถูกกดลงโดยที่เหว่ยฝานแทบจะไม่รู้ตัวเองเลยสักนิด

“เธอคงมาซื้อเนื้อดี ๆ ไปบำรุงที่บ้าน ตามสบายนะฉันขอตัวก่อน”

ลี่อันถิงเดินตรงไปที่จักรยานคันใหม่เอี่ยม กระนั้นแล้วทั้งตะกร้าด้านหน้าพร้อมกับกระสอบด้านหลังก็เต็มไปด้วยข้าวของ

จักรยานนั่นจักรยานคันใหม่เลยนะ ราคาของมันมากกว่าสองร้อยหยวนแน่ ๆ ด้วยเงินเดือนแค่แปดสิบหยวนของซานเหิงตี้แล้ว ทำไมลี่อันถิงถึงมีเงินซื้อจักรยานคันใหม่ล่ะ

บ้านเธอมีคนสองคน กลับมีจักรยานสองคัน ส่วนบ้านของเธอนั้นอยู่กันอย่างแออัดมากกว่าสิบชีวิต กลับมีจักรยานแค่คันเดียว

ใบหน้าของเหว่ยฝานซีดแล้วซีดอีก เงินที่มีอยู่ในกระเป๋าแค่ยี่สิบหยวน เธอมีหน้าที่ต้องซื้ออาหารสำหรับเลี้ยงดูคนมากกว่าสิบชีวิต มันเป็นเรื่องง่ายที่ไหนล่ะที่จะได้กินเนื้อ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสมุนไพรดี ๆ สำหรับตัวเธอเองเลย

มันเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ และการซื้อบ้านใหม่ที่ลี่อันถิงเอ่ยถึงนั้น มันยิ่งเป็นเรื่องที่เพ้อฝันไปไกลมาก

ในตอนนี้ใจของเหว่ยฝานร้อนรุ่มไปหมด เธอคิดว่าต้องหาทางยุยงลี่อันถิงให้มากว่าที่เป็นให้ได้

อย่างน้อยที่สุด ต่อให้ชีวิตของเธอลำบาก เพื่อนของเธอนั้นก็ต้องลำบากและไม่มีความสุขไปตามกันด้วย

มันอาจจะเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล แต่ทว่าเธอเห็นเพื่อนได้ดีกว่าตนเองได้ยากมากจริง ๆ

ทางด้านลี่อันถิงหลังจากที่ทิ้งระเบิดเอาไว้ลูกใหญ่ เธอก็ปั่นจักรยานกลับบ้านพักอย่างอารมณ์ดี

ท่าทางของเหว่ยฝาน ไม่ได้มีราศีของภรรยานายทหารที่มีรายได้น่าสนใจสักนิด ท่าทางของหล่อนไม่ได้แตกต่างอะไรจากแม่บ้านใช้แรงงานรับใช้ทุกคนในบ้านเท่านั้นเอง

แม้แต่เสื้อผ้าใหม่ ๆ หรือว่าตามเทรนด์นิยมที่เจ้าของร่างเดิมมีนั้น อีกฝ่ายก็ยังไม่เคยซื้อ

เรื่องเหล่านี้เจ้าของร่างเดิมไม่เคยมองเห็นอีกครั้งหรือยังไงนะ ความโง่งมเหล่านี้เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมาซ้ำ ๆ

เพียงไม่นานจักรยานคันใหม่เอี่ยมก็มาจอดหน้าบ้าน เธอขนข้าวของเข้าบ้านไป แม้เหงื่อจะหยดลงมาบ้าง แต่ก็ช่างเถอะเธอเชื่อว่าแรงงานที่เธอเสียไปนั้น ไม่มีทางที่จะเสียเปล่าอย่างแน่นอน

ใบหน้างามมีเหงื่อไหลตามกรอบหน้า เจ้าของร่างไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก ยังคงหยิบของออกมาจากกระสอบป่าน ก่อนที่จะแยกหมวดแล้วนับทุกอย่างว่าครบหรือเปล่า

ในส่วนของใช้เธอก็แยกเอาไว้ ในส่วนของอาหารแห้งนั้นเธอก็แยกเอาไว้ในโหล และอาหารสดที่จะต้องทำในวันนี้คือเนื้อแกะตุ๋นเก๋ากี้ที่มีอยู่ในครัวแล้ว

แล้วก็เป็นขาหมูตุ๋นพะโล้ที่ไม่ใช่สำหรับกินในวันนี้ เธอตั้งใจที่จะตุ๋นในภายหลัง สำหรับเนื้อสามชั้นที่เหลือก็ใช้ผัดกับหัวไชเท้าหั่นฝอย

หลังจากที่วางแผนสำหรับรายการอาหารมากมายแล้ว เธอก็เริ่มลงมือทำเนื้อแกะตุ๋นเก๋ากี้ก่อนเป็นอย่างแรก สำหรับเมนูนี้มันค่อนข้างใช้เวลา หากเสร็จทันในตอนบ่ายแก่ ๆ เนื้อมันคงจะนุ่มพอดี

อีกอย่างเธออยากกินเป็นข้าวสวยมากกว่าหมั่นโถวในวันนี้ และเธอก็สังเกตเห็นเหมือนกัน ว่าซานเหิงตี้เองก็ชื่นชอบที่จะกินข้าวมากกว่าแป้งจี่หรือว่าหมั่นโถว

เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะทำแค่อาหารที่เขาชอบอยู่แล้ว แต่จะสลับอาหารหมุนเวียนมากกว่า เพื่อป้องกันทั้งตนเองและเขาเบื่อกับอาหาร

เธอจุดเตาถ่าน ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วคนที่ขี้เกียจอย่างเธอนั้นก็อยากจะใช้เตาแก๊สแทนมากกว่า มันคงจะดีกว่าหากจะใช้สิ่งที่ทุ่นแรงมากกว่าที่เป็นอยู่

เขาบอกว่าความขี้เกียจนั้น ทำให้คนที่ขี้เกียจนั้นหาหนทางที่จะทำให้ตนเองนั้นสบายมากที่สุด

และมันก็เป็นเรื่องจริงเอาเสียด้วยสิ ไม่มีคนขี้เกียจคนไหนหรอกนะ ที่จะชอบทำเรื่องที่ยุ่งยากหรือว่าเหนื่อยเกินไปนัก

เธอตักน้ำใส่หม้อเหล็กใบใหญ่ ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย หย่อนเมล็ดเก๋ากี้ลงไป ระหว่างรอให้น้ำเดือดเธอก็หันไปจัดการหั่นเนื้อแกะให้เป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนที่จะทำความสะอาดให้เรียบร้อย ล้างเนื้อหลายน้ำและผ่านน้ำเกลือเพื่อดับกลิ่นสาบ

การทำเนื้อแกะตุ๋นค่อนข้างที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาหารชนิดนี้ขึ้นชื่อว่าจัดการกลิ่นเฉพาะได้ยากมากจริง ๆ

แต่ระดับอย่างเธอแล้ว มีหรือที่จะจัดการเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้

มือเรียวปาดเหงื่อเล็กน้อย ก่อนที่จะหยิบเนื้อแกะใส่ลงไปในหม้อน้ำร้อนที่เดือดอย่างดี

การใส่เนื้อลงไปตอนน้ำร้อนแบบนี้ มันทำให้เนื้อไม่มีกลิ่นสาบที่รุนแรงมากนัก

หลังจากนั้นเธอก็ปล่อยให้เนื้อแกะถูกตุ๋นไป เธอหันไปหมักขาหมูกับเครื่องเทศพะโล้ หลังจากที่ทำผัดหัวไชเท้าเสร็จ การตุ๋นขาหมูจะเป็นรายการถัดไป

เธอมาแอบงีบพักไปราวสามสิบนาทีในช่วงเที่ยงวัน แต่ว่าหลังจากที่ตื่นขึ้นมาเนื้อแกะตุ๋นก็ยังไม่ได้ที่ เธอตั้งใจที่จะตุ๋นมันต่อสักหน่อย

โดยที่เธอไม่รู้เลยว่ากลิ่นอาหารหอม ๆ ของเธอนั้นลอยฟุ้งไปทำร้ายบ้านใกล้เรือนเคียงให้รู้สึกหิวขึ้นมา

“ภรรยาของซานเหิงตี้ซื้อเนื้อมาอีกแล้วล่ะ ต่อให้ประเทศจะดีขึ้นแล้ว แต่หากหล่อนยังกินอยู่แบบนี้อีกไม่นานก็คงลำบากแน่”

เป็นป้าจางที่บ่นขึ้นมา เธอเป็นคนยุคก่อนที่เน้นประหยัด ต่อให้ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้นมากแล้ว แต่นิสัยประหยัดกลับกลายเป็นนิสัยไปแล้ว

ข้อดีอย่างเดียวคือป้าจางแค่บ่นลอย ๆ ในบ้านของตนเองเท่านั้น ไม่ได้คิดเอาเรื่องนี้ไปพูดกับใครหรอก ถึงพูดไปก็ไม่เห็นจะได้อะไรขึ้นมา

แต่ก็อดรู้สึกเจ็บปวดใจกับการใช้ชีวิตแสนประมาทของผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เลยจริง ๆ

ถ้าหากภรรยาของซานเหิงตี้เป็นลูกหลานของป้าจางเอง ป้าจางก็คิดที่จะตักเตือนอยู่หรอก แต่ทว่าเธอไม่ใช่สักหน่อย

การทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ร้องขอ แบบนั้นเขาเรียกมันว่าการสาระแนชัด ๆ ต่อให้ไม่เห็นด้วยแค่ไหน ได้แต่ท่องไว้ว่ามันไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel