ย้ายบ้าน
ในช่วงเย็นอาหารสำหรับวันนี้ก็เสร็จสิ้น เหลือเอาไว้แค่เพียงขาหมูต้มพะโล้ ที่ต้องผ่านการตุ๋นนานสักหน่อย กว่าจะได้กินก็น่าจะเป็นวันพรุ่งนี้เช้า
ที่ตั้งใจทำขาหมูพะโล้ นั่นก็เป็นเพราะว่ายิ่งตุ๋นก็ยิ่งอร่อย อันที่จริงแล้วเธอกลับรู้สึกว่าหากย้ายบ้านให้เร็วกว่านี้ก็น่าจะดี
แผนเดิมที่วางเอาไว้ว่า จะรอสักสามเดือนเธอกลับรู้สึกว่ามันช่างเป็นเวลาที่นานเกินไปนัก
หรือว่ามื้อเย็นวันนี้ เธอจะลองพูดกับซานเหิงตี้ดู ว่าเขาจะเห็นด้วยกับการย้ายบ้านหรือเปล่า
บอกตามตรงว่าต่อให้เธอรู้สึกว่าบ้านหลังนี้สำหรับสองคนแล้วใช้ชีวิตได้อย่างไม่มีปัญหา แต่สำหรับคนอย่างเธอที่ชื่นชอบความสบายเป็นนิจ มีหรือที่จะไม่ขวนขวาย
ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เขาจะมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง แต่เธอคิดว่าจากท่าทางการเป็นเขาก่อนหน้านี้แล้ว ก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะให้เขาเห็นด้วยกับความคิดเหล่านี้
กว่าจะรู้ตัวคนเป็นสามีก็กลับเข้ามา ร่องรอยความเหนื่อยล้ายังคงเด่นชัด แต่ทว่าหลังจากที่เขาเห็นภรรยาเตรียมอาหารเอาไว้รอเขา ใบหน้าหล่อเหลาก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
“เหนื่อยไหมคะ เร็วค่ะรีบไปล้างมือมากินข้าวก่อน”
เธอรับกระเป๋าเป้จากมือของเขาไปเก็บเอาไว้มุมหนึ่งของบ้าน เพียงไม่นานซานเหิงตี้ก็ออกมาพร้อมกับทั้งมือเท้าและใบหน้าที่ผ่านน้ำสะอาด
กลิ่นสบู่อ่อน ๆ ทำให้ลี่อันถิงรู้ว่าเขาจัดการกับความสะอาดมาเป็นอย่างดีแล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่น่าพอใจ
ลี่อันถิงเธอเป็นคนรักษาความสะอาด อย่างน้อยแม้เธอจะเป็นปลาเค็ม แต่ก็เป็นปลาเค็มที่สะอาดที่สุดในโลกใบนี้
เขาเลื่อนเก้าอี้ออกเล็กน้อย ก่อนที่จะนั่งลง กลิ่นเนื้อแกะตุ๋นเก๋ากี้กับหัวไชเท้าผัดหมู และเหมือนว่าจะมีกลิ่นพะโล้ที่ไม่มีส่วนวางอยู่บนโต๊ะลอยคลุ้งไปทั่วบ้านอีกด้วย
ภรรยาตักข้าวขาวให้กับสามีจนพูนชาม เธอไม่กลัวหรอกว่าเขาจะกินไม่หมด อย่างไรแล้วที่ผ่านมาเธอก็เห็นว่าผู้ชายตัวโตอย่างเขา ทานอาหารได้มากกว่าเธอหลายเท่าตัวนัก
เขาทำงานใช้พลังงาน ไม่จำเป็นต้องควบคุมการกินมากนัก แต่สำหรับตัวเธอเองต่างหากที่ต้องควบคุมให้ดี
“วันนี้ฉันออกไปซื้อจักรยานมาแล้ว ตอนกลับเห็นเนื้อแกะที่ตลาดสวยดี ก็เลยซื้อมาตุ๋นเอาไว้บำรุงร่างกายคุณน่ะค่ะ”
เขามองใบหน้าของภรรยาที่ทำนั่นนี่ไป เธอดูเหมือนจะวุ่นวายมาทั้งวัน แต่ก็ยังดูแลเขา
การเปลี่ยนแปลงไปครั้งนี้ของภรรยา ทำเอาซานเหิงตี้เองก็ยังปรับตัวตามไม่ทันมากนัก
ไม่นานนักลี่อันถิงก็นั่งลง ข้าวในชามของเธอนั้นน้อยนิดมาก เมื่อเทียบกับในชามของคนเป็นสามี
“คุณทานเนื้อเยอะ ๆ หน่อยเถอะค่ะ สำหรับผู้ชายที่ใช้แรงงานแล้ว การทานเนื้อมากหน่อยนั่นนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ”
มือเรียวขยับตะเกียบคีบเนื้อชิ้นใหญ่ที่สุด ใส่ชามให้กับคนเป็นสามีอย่างเอาใจใส่ เพราะอย่างไรแล้ว หากไม่ใช่เขาเป็นคนหาเงินมา อาหารดี ๆ เหล่านี้เธอเองก็คงไม่ได้กิน
“ขอบคุณครับ แต่คุณเองก็ทานเยอะ ๆ หน่อยเถอะนะ ผมตั้งใจหาเงินทุกวันนี้เพื่ออยากให้คุณกินอิ่มนอนอุ่นนะ”
ไม่พูดเปล่า เขาเองก็ขยับตะเกียบคีบเนื้อชิ้นที่ไม่ได้เล็กกว่าในชามของเขา ใส่ชามของเธอเช่นเดียวกัน
การกระทำที่เล็กน้อยเหล่านี้ มันกลับทำให้ทั้งคู่รู้สึกถึงหัวใจที่ถูกปลอบประโลมเป็นครั้งแรก
ระหว่างที่ทานอาหารไประยะหนึ่ง ลี่อันถิงไม่ลืมเรื่องราวที่จะถามเขาก่อนหน้านี้
“คุณคะ ฉันว่าเราหาบ้านเช่าใหม่ตอนนี้ดีกว่าไหม อย่างไรเงินที่มีอยู่แค่ค่าเช่าบ้านก็ไม่น่าเป็นกังวลไปปี ๆ มันจะดีกว่าไหมหากที่บ้านมีพื้นที่มากกว่านี้ ทุกอย่างแยกสัดส่วนกันเป็นอย่างดี”
เขาพยักหน้าขึ้นลง ก่อนที่จะรีบเคี้ยวอาหารในปากอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะรีบตอบเธออย่างกระตือรือร้น
“อันที่จริงผมก็คิดว่าดีเหมือนกัน หากบ้านกว้างกว่านี้คุณจะได้มีพื้นที่ในการพักผ่อนมากหน่อย เอาเป็นว่าผมจะลองให้เพื่อนร่วมงานช่วยดูบ้านหลังใหม่ให้ ถ้าเกิดน่าสนใจ ผมจะลองพาคุณไปดูนะครับ”
ลี่อันถิงยิ้มกว้าง สำหรับเธอแล้วในตอนนี้กำลังวางแผนที่จะซื้อพวกเตาแก๊ส ตู้เย็น และอีกหลายอย่างที่อำนวยความสะดวกให้แก่เธอมากกว่าที่เป็นอยู่
ในวันต่อมาหลังจากที่สามีกลับมาในช่วงเย็น เขาก็บอกข่าวดีว่าเพื่อนของเขามีบ้านที่แนะนำสองหลัง
พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของสามี เขาถึงวางแผนกับเธอว่าจะไปดูบ้านเช่าหลังใหม่ในวันรุ่งขึ้น
หลังจากที่วันนี้ทานอาหารมื้อเย็นกันเรียบร้อย ทั้งคู่ก็ไม่รอช้าที่จะเข้านอน ในตอนรุ่งเช้าก็เริ่มออกจากบ้าน เพราะยังต้องไปดูบ้านทั้งสองหลัง หากไม่ถูกใจก็ต้องตระเวนดูบ้านหลังอื่น ๆ อีก
ลี่อันถิงสวมใส่เสื้อแขนยาวอย่างดี อากาศในตอนเช้าในเดือนกันยายนแบบนี้ค่อนข้างหนาว
เธอนั่งซ้อนท้ายจักรยานสามีเป็นครั้งแรก ในตอนที่เขาออกตัวรถ เธอเผลอยื่นมือไปกอดเอวของเขาอย่างลืมตัวเพราะกลัวหล่น
คนเป็นสามีอดที่จะขำเล็ก ๆ ไม่ได้ แต่ทว่าเหมือนเขาจะชอบใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นว่าภรรยากอดเอวเขาเอาไว้แน่น
เพียงไม่นานนัก ก็มาถึงบ้านที่เพื่อนของคนเป็นสามีแนะนำ บ้านหลังนี้มีห้องส่วนตัวก็จริงแต่ไม่มีห้องครัว ลี่อันถิงรู้สึกว่า มันยังเป็นสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ในการใช้งานของเธอสักเท่าไหร่นัก
“ฉันว่าหลังนี้ยังไม่ใช่ เราลองไปดูอีกหลังดีไหมคะ”
คนเป็นสามีพยักหน้าขึ้นลง เขาก็เห็นด้วยกับภรรยา อีกอย่างบ้านหลังนี้ไม่มีลานหน้าบ้านมากนัก เพราะมันเป็นพื้นที่ติดถนนสาธารณะ นั่นยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกใจพวกเขา
“งั้นเราไปดูอีกที่กันเถอะครับ”
เจ้าของบ้านหลังนี้ค่อนข้างเข้าใจ ถ้าหากบ้านที่พวกเขาปล่อยเช่าไม่ถูกใจลูกค้า แต่ว่าอย่างไรดีล่ะ แค่ลูกค้าขอเข้ามาดูบ้างนั่นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่เลวเลย
อย่างน้อยหลังจากนี้ ไม่แน่ว่าคนที่มาดูแล้ว อาจจะบอกต่อเพื่อนร่วมงานอีกครั้ง ที่มีวัตถุประสงค์ที่ตรงกันกับบ้าน แบบนี้แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย
บ้านหลังที่สองเป็นบ้านขนาดสองห้องนอน หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องนั่งเล่น และมีห้องน้ำในตัว
แต่ทว่าค่าเช่ามากถึงสี่สิบหยวนต่อเดือน สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้แค่แปดสิบหยวนต่อเดือน การเช่าบ้านขนาดใหญ่อาจจะเป็นค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก
แต่ทว่าซานเหิงตี้ไม่ได้กังวล ด้วยงานพิเศษที่ไม่แน่ว่าในอนาคตจะกลายเป็นอาชีพหลักหรือเปล่า มันเป็นงานที่รายได้มากพอที่จะเช่าบ้านหลังนี้ได้อย่างไม่เดือดร้อน
ยิ่งเห็นใบหน้าที่ชอบใจของภรรยา ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจทำสัญญาเช่าในทันที ข้อตกลงคือจ่ายล่วงหน้าสองเดือน สัญญาการเช่าคือหนึ่งปี
หากหลังจากครบหนึ่งปีแล้วผู้เช่าต้องการที่จะเช่าต่อ ก็ค่อยมาต่อสัญญากันหลังจากนั้น
ป้าผู้เป็นเจ้าของบ้านเช่า ค่อนข้างที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล หลังจากที่ทำสัญญาเสร็จ ลี่อันถิงรู้สึกว่าข้าวของของพวกเธอก็ไม่ได้มากนัก หากย้ายเข้าบ้านใหม่ในวันนี้ก็เป็นเรื่องที่ทำได้
อีกอย่างวันนี้ก็ยังเป็นวันหยุดของสามี มันประจวบเหมาะเป็นอย่างมาก สำหรับงานหนักมากที่สุดก็น่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้านหลังใหม่ซึ่งก็มีสามีเป็นคนช่วยอยู่แล้ว
“เราย้ายมาวันนี้เลยดีไหมคะ ไหน ๆ ก็เป็นวันหยุดของคุณแล้ว ฉันกลัวว่าหลังจากนี้คุณจะไม่ค่อยมีเวลา”
ซานเหิงตี้รู้สึกเห็นด้วยกับสิ่งที่ภรรยาพูดออกมา ข้าวของที่บ้านก็ไม่ได้นับว่ามากเกินไปนัก
วันนี้ก็เป็นวันหยุดของเพื่อน ๆ เขาเหมือนกัน ถ้าหากขอให้เพื่อน ๆ ช่วยก็ยิ่งร่นระยะเวลาได้
ทันทีที่ตกลงกัน ทั้งคู่ก็กลับไปเตรียมของ เสื้อผ้าไม่กี่ตัวถูกบรรจุใส่กระเป๋าหวายสองใบ ส่วนอื่น ๆ ก็มีพวกกาน้ำร้อน พัดลม ทีวีสี และที่นอนผ้าห่ม เตาถ่านและอุปกรณ์ในห้องครัว
หลังจากที่มีเพื่อน ๆ สามีมาช่วยพวกเขาขนกันแค่เพียงคนละสองรอบเท่านั้น ทางด้านลี่อันถิงรู้สึกเสียดายที่วันนี้ไม่ได้เลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อน ๆ ของสามี
แต่มันก็ทำได้ยาก เอาเป็นว่าหลังจากนี้เธอค่อยทำอาหารดี ๆ ฝากไปให้ที่ครอบครัวพวกเขา อย่างน้อยต่อให้มันไม่มากมายอะไรมาก แต่ก็แสดงถึงความมีน้ำใจ
