ขายเสื้อผ้าที่สิ้นเปลืองไป
ลี่อันถิงถอนหายใจ เหตุผลที่เธอขายเสื้อผ้าเหล่านี้ออกไป ไม่ใช่แค่เพียงว่าเธอต้องการได้เงินเท่านั้น แต่เพราะเธอไม่ใช่คนที่ชอบใช้เสื้อผ้าประมาณนี้สักเท่าไหร่ ต้องบอกว่ารสนิยมของเธอกับเจ้าของร่างเดิมช่างเป็นรสนิยมที่ค่อนข้างที่จะสวนทางกันเป็นอย่างมาก
“คุณไปพักเถอะค่ะ”
หลังจากที่เห็นว่าเขาไม่ควรเข้าไปยุ่งกับการตัดสินใจของเธอ ซานเหิงตี้ก็กลับไปพักผ่อน
ส่วนลี่อันถิงก็เก็บเสื้อผ้าใส่ตะกร้าดี ๆ เธอตรงไปทางย่านการค้า ซึ่งเป็นตลาดนัดเปิดท้ายที่คนนิยมนำของต่าง ๆ มาวางขาย
สำหรับเสื้อผ้าที่เจ้าของร่างเดิมมีนั้น ทุกตัวอยู่ในสภาพที่ดีและค่อนข้างใหม่ อันที่จริงแม้วันนี้เธอจะเหนื่อยมาก แต่ก็คิดว่าออกมาจัดการให้เสร็จเรื่องในวันนี้ หลังจากนั้นแล้วในวันพรุ่งนี้ ตัวเธอเองจะได้หยุดพักอย่างเต็มที่
ใช้ชีวิตเป็นปลาเค็ม ที่ทำงานบ้านแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
อันที่จริงเธอยังไม่วางแผนที่จะมีลูกกับสามีระหว่างนี้ อย่างไรเสียหากคิดจะจับเขาให้อยู่หมัด การมีลูกกับเขาก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว
แต่สำหรับคนที่ขี้เกียจเกินไป รู้สึกว่าการมีลูกในตอนที่พร้อม มีเงินจ้างพี่เลี้ยงหลายคนช่วยเลี้ยงดู มันย่อมเป็นผลดีกับเธอมากกว่าเป็นไหน ๆ
ยังไงก็ไม่ใช่ตอนนี้อย่างแน่นอน ลี่อันถิงคิดในใจ ก่อนที่จะปั่นจักรยานตรงไปยังตลาดเปิดท้าย
สำหรับเธอแล้วการขายของ เป็นงานที่เธอถนัดยิ่งกว่าอะไรดี นี่คงเป็นเรื่องดีของคนที่เคยเป็นแม่ค้ามาก่อน
ในช่วงบ่ายแก่ เริ่มมีคนมาเยอะพอสมควร ด้วยตัวอำเภอมีอุตสาหกรรมค่อนข้างมาก อีกอย่างเป็นเมืองที่ไม่ได้ไกลจากเมืองหลวงจากปักกิ่งมากนัก
การขายสินค้าในยุคเปิดประเทศแบบนี้ ถึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างคึกคักเป็นไหน ๆ
ทันทีที่เธอวางสินค้าเป็นคู่เซ็ตที่เลือกให้แล้ว ก็รีบตะโกนเรียกลูกค้าอย่างไม่อาย
“มาเร็วค่ะ เสื้อผ้าคุณผู้หญิงจับชุดให้แล้ว ราคาประหยัดมาก่อนได้ก่อนนะคะ ของมีไม่เยอะ”
จากความใจกล้าของเธอนั้น ทำให้เพียงไม่นานเหล่าหญิงสาวต่าง ๆ ให้ความสนใจ พวกมันถูกขายอย่างรวดเร็ว ด้วยคำพูดโฆษณาของแม่ค้าคนสวย
จากการขายเสื้อผ้าเหล่านี้ ทำเงินให้ลี่อันถิงมากว่าที่คิดเอาไว้ เดิมทีเธอคิดว่าแค่ได้เงินห้าร้อยหยวนก็น่าพอใจแล้ว แต่วันนี้เธอกลับได้เงินมาพันกว่าหยวน จากเสื้อผ้ามากมายนั่น
แค่รับรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมผลาญเงินที่สามีหามามากขนาดไหน เธอได้แต่ปาดเหงื่อเบา ๆ
เอาเถอะตอนนี้ก็ถือว่าได้กลับมาเยอะพอสมควร ไม่มีอะไรสบายใจมากไปกว่าการที่มีเงินติดกระเป๋าเอาไว้มากหน่อย
อย่างน้อยก็กว่าที่สามีจะได้กลับไปในฐานะคุณชายใหญ่ตระกูลดัง เธอกับเขาไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเกินไปนัก
เธอซื้อข้าวกับพวกแป้งไข่กลับมาอีกครั้ง เพราะต้องการนำไปเติมให้เต็มโหล อย่างน้อยการที่มีอาหารเต็มห้องครัว ก็ทำให้เธอเบาใจได้ว่าอย่างน้อยหลังจากนี้ ก็มีอาหารบำรุงสามีสักหน่อย
แม้จะสุดแสนจะขี้เกียจ แต่พอคิดถึงการได้เป็นปลาเค็มที่สุขสบายในอนาคตแล้วล่ะก็ เธอยินดีที่จะทำตัวน่ารักกับคนเป็นสามีสักหน่อยก็คงไม่ยากนัก
เธอกลับบ้านมาอีกครั้ง ก็เห็นว่าคนเป็นสามีตื่นขึ้นมาหุงข้าวพร้อมกับอุ่นอาหารเอาไว้แล้ว
เขาเหลือบสายตาเห็นข้าวของที่ภรรยาซื้อเข้าบ้านหลังจากที่เพิ่งจะซื้อไปก่อนหน้านี้ แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร กลับไปช่วยเธอหิ้วของของเหล่านั้นมาช่วยเติมใส่โหล ทุกอย่างกลับเต็มพอดีโหล ราวกับคนที่ซื้อผ่านการคำนวณมาเป็นอย่างดี
เขาเห็นตะกร้าที่เธอใส่เสื้อผ้าที่เธอเอาไปขายก่อนหน้านี้ว่างเปล่า อดทึ่งไม่ได้เหมือนกันที่เธอขายพวกมันได้หมดไปจริง ๆ
ภรรยาของเขานั้นเป็นคนที่ช่วยแต่งตัว การที่เธอตัดใจขายเสื้อผ้าของตัวเธอเอง มันย่อมไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย
“ฉันขายเสื้อผ้าพวกนั้น ได้เงินกลับมาเป็นพันหยวน ช่วงนี้คุณไม่จำเป็นต้องควงกะ หรือว่าต้องทำโอทีมากแล้วนะคะ”
เขาได้แต่พยักหน้าขึ้นลง อย่างไรแล้วเขาเองก็เพิ่งจะค้นพบการทำเงินเสริมที่ค่อนข้างดี
อันที่จริงก็วางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ว่าจะทำงานให้น้อยลง แล้วเอาเวลาที่เหลือไปจัดการงานเสริมดีกว่า มันเป็นงานที่ไม่ได้หนักมาก แค่ไปรับของจากโรงงานมาส่งขายร้านค้าอีกทีเพื่อเก็งกำไร เขาลองทำสองครั้งแล้ว
อันที่จริงในตอนนี้ที่ตัวเขาเองก็มีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่ง แต่เพราะต้องใช้เป็นเงินทุนต่อถึงไม่ได้นำมันให้กับภรรยา เขายังลังเลอยู่ว่าจะบอกเธอเรื่องนี้ดีหรือเปล่า
แต่หลังจากที่เห็นว่าวันนี้ เธอดูเปลี่ยนไปแถมสงบขึ้น เขาคิดว่าหากบอกเธอตอนนี้น่าจะไม่มีปัญหาอะไร
“ผมมีเรื่องอยากบอกคุณครับ”
ลี่อันถิงชะงักไป มือที่กำลังจัดของก็ยังค้างเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปตอบรับอย่างผ่อนคลาย
“ว่ามาเถอะค่ะ”
“คือว่าอันที่จริงหลายวันมานี้ ผมมีช่องทางทำเงินใหม่ แต่ว่าผมยังไม่ได้บอกคุณมาก่อน”
เขาบอกเธอไปแล้วก็ได้แต่ยืนมองปฏิกิริยาของเธอต่อ เหมือนกำลังลุ้นมากกว่า ว่าตัวเธอหลังจากที่รู้ว่าเขาแอบทำเรื่องบางอย่างโดยที่ไม่บอกเธอนั้น จะโกรธเขาหรือเปล่า
แต่ทว่าเธอกลับไม่ได้พูดอะไร หยิบจับของวางเข้าที่ ก่อนที่จะหันมาหาเขา
“ก็ดีแล้วนี่คะ แล้วต้องใช้เงินทุนไหมถ้าต้องการบอกฉันได้นะคะ ที่ฉันยังพอมีเงินอยู่”
ซานเหิงตี้คิดว่าตัวเขาในตอนนี้ต้องฝันไปแน่ ๆ นอกจากภรรยาของเขาไม่ได้ว่าอะไรแล้ว เธอก็ยังสนับสนุนเขาอีกด้วย
“คุณไม่ว่าอะไรผมหรือครับ”
ลี่อันถิงส่ายหน้า เธอไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมเธอต้องว่าอะไรเขา
“ฉันเองก็ไม่ได้อยากให้คุณทำงานโรงงาน เป็นลูกน้องคนอื่นไปตลอดชีวิตเหมือนกันนะคะ การที่คุณมีลู่ทางนั่นก็นับเป็นโอกาสที่ดีของครอบครัวเราแล้วไม่ใช่หรือ”
เขายิ้มออกมาอย่างดีใจ ในที่สุดเธอก็เข้าใจเป้าหมายของเขาเสียที สิ่งที่เขากำลังคิดคือการทำงานที่ไม่มีเพดานเงินเดือน ซึ่งแน่นอนว่าการเป็นลูกจ้าง มันไม่สามารถทะลุขีดจำกัดที่ต้องการได้
มันจะไม่ดีกว่าหรือ หากทำงานที่ได้เงินมากเท่าไหร่ก็ได้ ตราบใดที่มีความสามารถในการขายหรือว่าหาลูกค้าได้
เพียงแต่ว่าตอนนี้มันยังไม่ได้มั่นคงมากพอ ที่จะทิ้งตำแหน่งงานในโรงงาน ซึ่งมีเงินเดือนตายตัวคือ80หยวนนี้ไป
“ไม่เป็นไรครับ ผมมีทุนอยู่”
ลี่อันถิงเพียงพยักหน้าขึ้นลงเท่านั้น ในเมื่อเงินในมือของเขาคือเงินทุน ในส่วนนั้นเธอย่อมไม่เข้าไปข้องเกี่ยว
เธอรู้ดีว่าด้วยนิสัยของสามีแล้ว หลังจากที่เขามีเงินทุนและมีกำไรมากพอ ในส่วนนั้นเขาย่อมเอามาให้ภรรยาเก็บอยู่แล้วล่ะ
“งั้นก็ดีแล้วค่ะ ทำงานในโรงงานให้น้อยลงก็ดี ฉันเองก็ไม่เห็นด้วยที่ครอบครัวเราจะเป็นลูกจ้างคนอื่นตลอดไป”
หลังจากที่พูดคุยเรื่องลู่ทางหาเงินใหม่ สองสามีภรรยาก็ทานอาหารไปด้วย
บรรยากาศในบ้านตอนนี้ ต่อให้เป็นครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีแค่สามีกับภรรยาและบ้านเช่าที่ไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวางสักเท่าไหร่ แต่ทว่ากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึก
ซานเหิงตี้รู้สึกว่าชีวิตของเขา รู้สึกสดใสราวกับท้องฟ้าที่มรสุมผ่านพ้นไป
เขาแค่รู้สึกลึก ๆ ว่าภรรยาของเขาในวันนี้แตกต่างจากตัวเธอในวันวานอย่างสิ้นเชิง แต่เขาก็ยังชื่นชอบที่เธอเป็นแบบนี้มากกว่า
หลังมื้ออาหารเย็น ซานเหิงตี้อาสาล้างจานให้ ซึ่งลี่อันถิงก็ไม่ได้ค้านอะไร เพราะวันนี้เธอรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าที่จะทำอะไรแล้วเหมือนกัน
วันนี้เธอใช้พลังงานเกินขีดจำกัด วันพรุ่งนี้เธอเองก็จงใจที่จะไม่ทำงานอะไรมากนัก อย่างมากที่สุดก็หุงข้าวกับอุ่นแกงที่ทำเผื่อเอาไว้เยอะหน่อยเหล่านั้นก็พอ
เธอปล่อยให้สามีไปจัดการเรื่องเก็บกวาดและล้างของต่าง ๆ ในห้องครัวในส่วนของเธอเองก็จะไปอาบน้ำให้สบายตัว อย่างไรแล้วหลังจากการใช้ชีวิตมาทั้งวัน ตอนนี้เธอเองก็รู้สึกเหนียวตัวมากเกินไปแล้วจริง ๆ
ถ้าหากได้อาบน้ำแล้วจะรู้สึกสบายตัวมากแค่ไหนกันนะ เธอเปิดตู้เสื้อผ้าที่เหลือเสื้อผ้าของเธอไม่ถึงห้าชุด เลือกที่จะหยิบมันมาหนึ่งชุด เลือกจะเมินรูปแบบของมันไปก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป
