บำรุงสามี
จักรยานที่สามีเจ้าของร่างซื้อเมื่อปีก่อน มันทำให้อย่างน้อยการออกไปจ่ายตลาดของคนขี้เกียจอย่างเธอนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเกินไปสักเท่าไหร่
จุดมุ่งหมายคือร้านขายข้าว ธัญพืช หรือว่าพวกแป้งน้ำมันน้ำตาลเกลือ สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ แต่ทว่าเจ้าของร่างเดิมกลับปล่อยให้มันขาด
ในความทรงจำ หล่อนมักจะไม่ค่อยทำอาหารกินเอง เลือกที่จะซื้อมากกว่า เรียกได้ว่าใช้ชีวิตราวกับคุณนายคนหนึ่งก็ได้ ทั้งที่จริงในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใช้ชีวิตแบบนั้น
ลี่อันถิงรู้สึกว่าเธอในตอนนี้ ควรที่จะอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ยอมลำบากสักหน่อยในตอนนี้ เพื่อชีวิตที่สุขสบายในอนาคต
เธอปั่นจักรยานมาจอดหน้าร้านขายสินค้าที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เลือกซื้อ ข้าวขาว แป้งขาวขัดสี น้ำมัน เกลือ น้ำตาล ซีอิ๋ว น้ำส้มสายชู แล้วก็ไข่อีกนิดหน่อย
เธอจับสิ่งเหล่านั้นคาดใส่ตะกร้าที่ด้านหลัง ก่อนที่จะปั่นจักรยานเลยไปที่ตลาดสดสักหน่อย ในวันเงินเดือนออกแบบนี้ อย่างน้อยที่บ้านก็ควรได้กินเนื้อสักหน่อย
สายตาของเธอมองเห็นปลาหลี่ฮื้อที่แม่ค้าวางขาย ด้วยราคาที่ไม่แรงมาก เธอก็เลยซื้อมาสองตัวในราคาสองหยวนห้าเหมา หลังจากนั้นก็มองหาเนื้อหมูกับผักอีกนิดหน่อย
พวกอาหารสด เธอไม่อยากจะซื้อไปมากนัก เพราะการจัดเก็บค่อนข้างที่จะลำบาก แต่ทว่าตลาดกับบ้านที่เธออยู่ ก็ไม่ได้นับว่าไกลกันมากนัก การออกมาซื้อของสดทุกสามวันหรือสองวัน นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่หนักหนาสักเท่าไหร่นัก
การที่ลี่อันถิงซื้อของมามากมาย ย่อมไม่ใช่เรื่องที่แปลกตาของเพื่อนบ้าน แต่ทว่าวันนี้สิ่งที่เธอซื้อมา ไม่ใช่เสื้อผ้าหรือว่าของสิ้นเปลืองอีกต่อไป
บางคนถึงกับขยี้ตาซ้ำ ๆ อีกครั้ง ราวกับว่าต้องการมองให้ชัดว่าภาพที่เห็นตรงหน้าอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่ภาพที่มโนคิดไปเอง
แต่หลังจากที่ขยี้ตาแล้ว ภาพทุกอย่างก็ยังเป็นภาพเดิมไม่มีผิดเพี้ยน เป็นภรรยาของซานเหิงตี้ที่ซื้ออาหารเข้าบ้านมามากมาย
ไม่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ก็เป็นสุนัขที่ออกลูกเป็นไก่แล้วล่ะ แม้ว่าจะตกใจแต่ก็ไม่มีใครเอ่ยว่าอะไร
อย่างไรแล้วพวกเขาก็มักจะต่างคนต่างอยู่ มากกว่าคนรุ่นเก่าที่มักจะจับกลุ่มนินทาคนนั้นคนนี้ เหมือนกับคนในหมู่บ้าน
แต่ทว่าคนในตัวอำเภอมักจะแตกต่างกัน หลังจากที่ต่างคนต่างทำงานของตนเอง เหนื่อยจนแทบจะไม่มีเวลาสนใจสิ่งรอบข้างด้วยซ้ำไป
แต่นั่นแหละก็ยังมีบางคนอยู่ ที่มักจะชอบเรื่องของคนอื่นอยู่บ้าง แต่ก็มีประปรายจนเข้าขั้นเล็กน้อยก็ว่าได้
ส่วนของลี่อันถิง เธอเองก็ไม่ได้สนใจสายตาใครอยู่แล้ว เมื่อไหร่ที่ไม่มีใครยื่นปากมาวุ่นวายเรื่องของเธอ เธอเองก็สามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขกับพวกเขาได้อย่างไม่ยาก
หลังจากที่ถึงบ้านพักชั้นเดียว เธอจอดจักรยานก่อนที่จะค่อย ๆ ยกตะกร้าลง พร้อมกับหอบหิ้วข้าวของมากมายเข้ามาในบ้าน
ก่อนที่จะเริ่มจัดเก็บ เติมเต็มโหลข้าว น้ำตาล เกลือ หรือว่าโหลไข่ที่ว่างเปล่าจนเป็นที่พอใจ
อันที่จริงเธออยากจะซื้อมาให้เต็มในคราวเดียว แต่ทว่าหากทำแบบนั้นการขนข้าวของมาในคราวเดียว อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายดายมากเท่าไหร่นัก
เอาเถอะอย่างน้อยในตอนนี้ก็นับว่าน่าพอใจแล้ว
เธอวางแผนเอาไว้ว่า วันนี้จะทำปลาหลี่ฮื้อราดซอสเปรี้ยวหวาน แล้วก็หมูต้มผักกาด ปลาหลี่ฮื้อที่เหลือก็ทำเป็นปลาหลี่ฮื้อผัดน้ำมันพริก
เธอไม่ได้คิดว่าอาหารที่ทำมากเกินไป อย่างไรเสียต้นเดือนกันยายนอากาศก็ไม่ได้ร้อนเกินไป หากเก็บเอาไว้อุ่นทานสักสองถึงสามวัน ก็ย่อมเป็นเรื่องที่ทำได้อยู่แล้ว
อีกอย่างเธอไม่ได้ขยันขนาดที่จะทำอาหารทุกวันอยู่แล้ว แน่นอนว่าคนขี้เกียจย่อมหาทาง ให้ตนเองนั้นมีทางที่สบายมากที่สุดอยู่แล้ว ซึ่งตัวเธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
ในช่วงเที่ยงวัน ซานเหิงตี้ถูกปลุกมาหลังจากนอนไปได้มากกว่าสองชั่วโมง ด้วยกลิ่นอาหารที่หอมตลบไปทั่วบ้าน
โคร๊ก!
เสียงท้องของคนที่ยังไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ร่ำร้องออกมา กระนั้นแล้วเจ้าตัวยังรู้สึกแปลกใจ ที่วันนี้เขาได้กลิ่นอาหารจากในบ้าน
แต่เพียงไม่นานนัก ความสงสัยนั้นก็ถูกเก็บลง หลังจากเห็นภรรยาที่เดินออกมา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ ผมที่ยาวของเธอถูกม้วนพร้อมกับใช้ปิ่นไม้ปักลวก ๆ ราวกับก่อนหน้านี้ เธอไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนัก
“คุณตื่นแล้วหรือคะ ดีเลยฉันทำอาหารเสร็จแล้ว รีบไปล้างหน้าเถอะค่ะ”
ซานเหิงตี้ลุกไปอย่างมึนงง แต่ก็ยินยอมที่จะเดินออกไปล้างหน้าแปรงฟันเงียบ ๆ หยดน้ำยังเกาะอยู่บนใบหน้า ก่อนที่เขาจะหยิบผ้ามาเช็ดอย่างไม่ใส่ใจมากนัก
เขาเหลือบสายตามองอาหารที่จัดวางบนโต๊ะเงียบ ๆ ก่อนที่จะเดินไปช่วยเธอหยิบหม้อข้าวออกมา
ลี่อันถิงไม่ได้ว่าอะไรที่เขาช่วย อย่างน้อยแล้วเธอทำทุกอย่างเสร็จ เขาแค่ช่วยเรื่องเล็กน้อยมันก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
อาหารจานเนื้อสามอย่างบนโต๊ะ หากจะบอกว่าสิ้นเปลืองก็สิ้นเปลือง แต่ซานเหิงตี้ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว อย่างไรเสียหน้าที่จัดการควบคุมเงินก็เป็นหน้าที่ภรรยา
“รีบกินเถอะค่ะ เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย”
ลี่อันถิงรีบตักข้าว ก่อนที่จะหยิบตะเกียบยื่นให้เขา ส่วนเธอก็นั่งตรงข้ามกัน โดยที่ส่วนของเธอนั้นตักข้าวใส่ชามไม่มากนัก เหตุผลหลักคือต้องการรักษาหุ่นให้ดีแบบนี้ตลอดไป
ยิ่งเธอไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย ไปทำงานที่ใช้แรงกายมากนัก มันจะทำให้ตัวเธอนั้นอ้วนได้ง่ายมาก มันจะดีกว่าหากเธอจะป้องกันหุ่นพัง ด้วยการควบคุมอาหารเสียจะดีกว่า
ซานเหิงตี้นั่งกินข้าวเงียบ ๆ แม้จะตกใจอยู่บ้าง ที่วันนี้อาหารฝีมือของภรรยานั้นดีจนน่าตกใจ เดิมทีแล้วเธอไม่ค่อยชอบทำอาหาร เพราะเหตุผลที่ว่าเธอทำอาหารไม่เก่งนัก
ซึ่งส่วนใหญ่หากเธอทำ ก็เป็นแค่ข้าวต้มเกลือกินกับเนื้อแห้งเท่านั้น อย่างนั้นแล้วนี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มรสอาหารชนิดอื่น
แน่นอนว่าหากจะบอกว่าเธอทำอาหารไม่เก่ง เหล่าร้านอาหารต่าง ๆ เองก็คงจะทำอาหารไม่เก่งเหมือนกัน
นี่มันอร่อยยิ่งกว่าพ่อครัวที่โรงอาหารในโรงงานเอาเสียอีก เพราะเป็นแบบนั้นในวันนี้ซานเหิงตี้ถึงเติมข้าวอีกสองชาม เขาเจริญอาหารมากเกินไป
ไม่รู้ว่าเพราะมันรสชาติดี หรือเป็นเพราะว่าตัวเขานั้นหิวเกินไป พออิ่มแล้วเพิ่งจะสังเกตว่าลี่อันถิงกินข้าวไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
กว่าเขาจะได้พูดอะไร เธอก็เก็บชามเปล่า ที่ถูกสามีเก็บกวาดราบเรียบไปล้าง ก่อนที่เธอจะเดินออกไป ไม่ลืมหันมาสั่งสามีสั้น ๆ
“คุณไม่ควรนอนต่อในตอนนี้นะคะ เดินให้อาหารย่อยสักหน่อยก็ดี”
ต่อให้มันเป็นคำแนะนำสั้น ๆ แต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยความห่วงใย
สถานการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมานานมากแล้ว นับจากที่เธอกับเขามักจะมีปากเสียงกันมา
ซานเหิงตี้ตอบรับภรรยาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะช่วยเธอเช็ดโต๊ะพร้อมกับกวาดบ้านเล็กน้อย
หลังจากที่ไม่มีอะไรให้ทำต่อ เขาก็ออกมาเดินเล่นลานบ้าน หลังจากเดินไปเดินมา จนความรู้สึกอิ่มแปล้ก่อนหน้านี้ลดลง เขาก็กลับเข้าบ้านมา
เห็นภรรยากำลังเก็บเสื้อผ้าหลายชุดของเธอออกมาจากตู้ เขาเห็นแล้วอดที่จะถามอย่างสงสัยไม่ได้
“คุณกำลังจะเอาเสื้อผ้าไปไหนครับ”
ลี่อันถิงหันมองดูสามีสุดหล่อของเธอ ก่อนที่จะถอนหายใจเล็กน้อย
“ที่ผ่านมาเงินเดือนของคุณ ถูกใช้ไปกับเสื้อผ้าเหล่านี้ ทำให้ตอนนี้บ้านเรามีเงินเก็บไม่มากนัก ฉันไม่ยอมอดตายหรอกค่ะ ฉันจะเอาเสื้อผ้าเหล่านี้ไปขายลดราคา อย่างน้อยก็คงได้เงินกลับมามาก มันคงทำให้คุณทำงานให้น้อยลงกว่านี้สักหน่อยได้”
ลี่อันถิงถอนหายใจชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะพูดต่อ
“ฉันไม่ได้อยากเป็นม่าย หากคุณเป็นอะไรขึ้นมา ฉันก็คงแย่กว่านี้ ฉันยังเป็นคนขี้เกียจที่ไม่อยากทำงานนอกบ้านเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นแล้วฉันไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรไปหรอกนะ”
คนเป็นสามีนิ่งอึ้งไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นเธอที่กดดันให้เขาหาเงินเข้าบ้านให้มากขึ้น แต่ทว่าตอนนี้เธอกลับบอกให้เขาทำงานน้อยลง เขาไม่เข้าใจอารมณ์ขึ้นลงของภรรยาเลยจริง ๆ
“ผมจะหาเงินเอง คุณไม่ต้องห่วง ส่วนเสื้อผ้าเหล่านี้คุณก็เก็บเอาไว้เถอะครับ”
