เทพโอสถพิษจุติ 7
หลังจากกินเสร็จก็ตรงมาที่ห้องครัวกันทันที
ราปิสขอไปออกเก็บเลเวลในบริเวณใกล้เคียง
ส่วนมาควิสเลเว่นก็ไปหาภรรยาที่สวน
" เรามีแป้งทำขนมปังอยู่เยอะเลย
ขากลับฉันมักซื้อตุนไว้น่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะ "
" งั้น จะสอนทำขนมปังนมสดก่อนนะ "
ฟุ้นเคยเปิดอินเทอร์เน็ตในร้านค้าตามที่พระเจ้าเคยบอกไว้แล้ว
รอบนี้จึงสบายมาก
' วิธีทำขนมปังนมสด วิธีทำขนมปังนมสด...
เจอแล้ว'
" ว่าแต่ว่า วางเด็กลงก่อนดีกว่าไหม อุ้มแบบนั้นถนัดเหรอ"
' ก็คิดอยู่แล้วว่าต้องถามขึ้นมา
ก็เราอุ้มตลอดเลยนี่นา'
" ไม่เป็นไรหรอก ...
เซิร์นเป็นคนทำนะ
ส่วนทางนี้จะคอยบอกขั้นตอนให้เอง "
หลังจากนั้นก็เป็นการตระเตรียมอุปกรณ์
ในครัวมีเครื่องปรุงและอุปกรณ์แล้วพร้อมสัพซะส่วนใหญ่โดยไม่ต้องออกไปหาซื้อเลย
แต่ต่อให้ต้องออกไปฟุ้นก็จะซื้อมันซะในร้านอยู่ดี
และก็มีบางอย่างเท่านั้นที่ซื้อเข้ามา
" วัตถุดิบที่พอหาได้ก็มี
แป้งสาลีทำขนมปัง
นมวัวไม่มีเลยเอานมแพะแทน
เกลือป่น
น้ำตาลทราย
แล้วก็...."
" ไม่เป็นไร
ทางนี้ก็พอมีอยู่บ้างแล้ว"
เซิร์นเริ่มลงมือทำขนมปังโดยฟุ้นยืนบอกห่างๆ
อัตราการใส่ส่วนผสมฟุ้นลองกะคร่าวๆจากที่ดูในเน็ต
โดยหวังว่าเซิร์นคงไปปรับเอาทีหลัง
ส่วนฟุ้นก็ไปต้มนมแพะรอเวลา
ระหว่างที่รอขนมปังขึ้นรูปให้ฟูฟ่องก็มาทำไส้
เพราะไม่มีแฮนด์มิกเซอร์หรือดราก้อนฮุคจึงให้เซิร์นเป็นคน
คนส่วนผสมพวกเนยกับน้ำตาลทรายด้วยตัวเอง
จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนต่างๆจนกระทั่งเข้าเตาอบ
เตาอบเป็นแบบคล้ายกับการทำเครื่องปั้นดินเผาก็ไม่ปาน
' ขนมปังจะไหม้รึเปล่าเนี่ย'
การอบขนมปังใช้เวลาไม่นานก็ได้เวลานำออกมา
" ดูเหมือนจะได้แล้วนะ "
เซิร์นพูดพลางใช้อะไรบางอย่างที่คล้ายพลั่วลากถาดออกมา
หลังจากรอให้อุ่นสักพักก็เริ่มหยิบออกมาจากถาดคนละก้อน
ฟุ้นลองกัดคำแรกดู ถึงแม้ตัวขนมปังจะแปลกๆ
แต่ไส้ยังพอนับได้ว่าผ่าน โดยสภาพรวมไม่มีปัญหาอะไร
ฟุ้นส่งให้อัลมินี่กินแต่คงเพราะกินบ่อยเลยดูเหมือนเฉยๆ
ส่วนทางเซิร์นก็ตาเบิกกว้างพร้อมกับยิ้มแป้นทีเดียว
" อร่อยย.. ใช้ได้ทีเดียวนะแบบนี้
ถ้าปรับอีกนิดรับรองว่ารุ่งเลยล่ะ !"
" นั่นสินะ ถ้าลองใส่ลูกเล่นนิดหน่อยก็คล้ายลิตเติ้ลซีแล้วล่ะ"
" ดีล่ะ ! ถ้างั้นฉันคงต้องพยายามหน่อยแล้ว"
ด้วยลูกฮึดนั่นเลยปล่อยให้เซิร์นอยู่ทำต่อในครัว
ส่วนฟุ้นเองก็เข้าห้องตัวเองสอนหนังสืออัลมินี่ต่อ
จนกระทั่งเที่ยงก็มีเมดนำอาหารมาให้ถึงหน้าห้อง
" ขอบคุณมากนะครับ ลำบากแย่เลย"
" ไม่หรอกค่ะ
เป็นแขกคนสำคัญของท่านมาควิสเลยนี่คะ"
เมดสาวยิ้มอย่างอ่อนโยนให้อัลมินี่ที่ขี่คอฟุ้นอยู่และเดินจากไป
หลังจากกินข้าวเสร็จก็อ่านหนังสือต่ออีกไม่นานอัลมินี่ก็สัปงกระหว่างสอน
เป็นสภาพบาดใจซะเหลือเกิน จนสุดท้ายฟุ้นเลยหลับกลางวันด้วยกันซะเลย
" ว่าไง เป็นข้อเสนอที่ดีเลยนะ"
" ถ้าเป็นท่านฟุ้นกับท่านราปิสฉันก็ไม่ขัดหรอกค่ะ"
' อะไรกันสามีภรรยาคู่นี้'
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จตอนนี้พวกฟุ้นก็กำลังนั่งคุยกันเรื่องมาควิสเลเว่นอยากจ้างฟุ้น
ให้มาช่วยเป็นอัศวินดูแลที่นี่
ส่วนราปิสที่นั่งข้างๆก็ขยี้เท้าไม่หยุด
' รู้แล้วน่า ฉันก็ไม่คิดจะอยู่หรอก'
" ทั้งสองอย่าไปคะยั้นคะยอพวกเค้าแบบนั้นสิคะ "
" เปล่าสักหน่อย พ่อแค่ชักชวนเท่านั้นเอง
โลกข้างนอกอันตรายนะ... ว่าไงล่ะพวกเธอ"
" ขอบคุณจริงๆนะครับที่ไว้ใจพวกผมแบบนี้
แต่พวกเราชอบผจญภัยมากกว่าน่ะครับ "
" งั้นเหรอ น่าเสียดายจังนะ นึกว่าจะมีคนเก่งๆมาช่วยแล้วเชียว
ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ"
' ดูก็รู้เลยครับว่าคุณแกล้งหัวเราะออกมา คุณเลเว่น'
หลักจากนั้นก็คุยกันต่อจนดึกก็แยกย้ายกลับห้องตัวเอง
' ดูท่าคงต้องรีบออกเดินทางแล้วสิ '
ฟุ้นรีบไปบอกราปิสเรื่องออกเดินทางพรุ่งนี้และกลับเข้าห้องตัวเอง
คงเพราะนอนกลางวันมาเยอะก็เลยนอนไม่ค่อยหลับ
" กอบลิน! ...พวกกอบลินบุก!"
อัศวินที่เฝ้าคฤหาสถ์ตะโกนขึ้นจากด้านนอกหลังจากฟุ้นเข้าห้องได้ไม่นาน
คนในบ้านทั้งหมดรีบออกมาดูเหตุการณ์ในครั้งนี้กันหมด
" บ้าน่า! กอบลินเกราะหนัก พาราดินกอบลิน
นักเวทย์กอบลิน เรดเคป พวกนี้มันลูกน้องจอมปีศาจทั้งนั้นเลย"
เสียงมาควิสเลเว่นอุทานอย่างดัง
" แบบนี้คงต้องจัดการก่อนล่ะนะ ..."
ราปิสชักดาบออกมาแต่เพราะกำลังจะนอนพักผ่อนเลยไม่ได้สวมเกราะ
' อัลมินี่หลับไปแล้ว ถ้าทำให้ตื่นตอนนี้คงร้องไห้แน่ๆ
.... ต้องโจมตีอย่างระมัดระวังแล้วสิ '
ฟุ้นเลือกที่จะอุ้มอัลมินี่มา้วยเพราะกลัวจะร้องไห้หากตื่นมาแล้วไม่เจอหน้า
กองทัพกอบลินประมาณสามร้อยตน จัดขบวนรบเป็นแถวเป็นแนว
อยู่ด้านหน้าคฤหาสถ์พอดี
'โชคดีที่ไม่มีพลธนูมา แต่ก็ต้องระวังเรื่องเวทระยะไกลล่ะนะ'
" ท่านหญิงทั้งสอง ท่านมาควิส กระผมว่าพวกท่านหนีไปก่อนเถอะครับ
จำนวนขนาดนี้เราคงต้านได้ไม่นาน"
" เราก็จะสู้ด้วย อย่างน้อยกำลังของเราก็คงช่วยได้ไม่น้อยแน่นอน "
เซิร์นตอบกลับชายแก่ไลม์อย่างมั่นใจพร้อมกำหมัดแน่น
นักบวชของศาสนาส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นนักเวท
เซิร์นเคยบอกไว้ตอนที่นั่งคุยกันตอนกินข้าว
" พวกเราก็จะช่วยลูกด้วย
ระดับแค่กอบลินจะหนีได้ไงล่ะนะ "
' ท่านมาควิสเลเว่น ...เลเวลพวกมันสูงกว่าคุณอีกนะครับ....'
จากนั้นไม่นาน การต่อสู้กับกองทัพกอบลินก็เปิดฉากขึ้น
ราปิสพุ่งทะลวงใส่กองทัพทันทีอย่างไม่ลังเล
เหล่าอัศวินต่างยืนหวอในความกล้าหาญกันยกใหญ่
ส่วนฟุ้นก็ใช้ปืนยิงจากด้านนอกจุดต่อสู้ไปเรื่อยๆ
จนมีความคิดขึ้นว่าถ้าอัดพลังเวทจนทะลุเป็นทอดๆเลยจะเป็นไง
ว่าแล้วก็ลองทันที
' แบบนี้ก็เยี่ยมเลย ทะลุยันกอบลินตัวสุดท้ายจริงๆ '
หลายครั้งที่ฟุ้นได้ยินคำอุทานจากพวกอัศวินว่า
" พวกเธอเป็นใครกันแน่" แต่ก็ไม่ได้สนใจกันสักเท่าไหร่
การต่อสู้ดำเนินไปได้ไม่นาน พวกอัศวินพยายามขวางไม่ให้เหล่ากองทัพข้ามสะพานมาได้
พวกกอบลินต่างสวมเกราะจึงยากต่อการว่ายน้ำ
ทางครอบครัวมาควิสต่างช่วยยิงเสริมระยะไกล
" อ๊ะๆๆ ...."
อัลมินี่ดิ้นระหว่างที่ฟุ้นอุ้มอยู่
สักพักเธอก็เบะปากอีกครั้งและกำลังจะร้องไห้
" ทะ ทำไมถึงร้องล่ะ ....
แย่ล่ะสิๆๆ"
ฟุ้นมองหาเส้นทางที่จะหลบหนีให้อัลมินี่ร้องไห้
และในที่สุดก็นึกได้ว่า
' เอากลางกองทัพกอบลินนี่แหละ!'
ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนมาก อัลมินี่ก็ดิ้นไปมาเอาแต่จะร้องไห้อย่างเดียว
และในที่สุดก็ถึงบริเวณทัพหลังของกอบลิน
อัลมินี่ร้องไห้เต็มที่อีกครั้งจนเหล่ากอบลินหลายร้อยตัวตายเรียบ
« ได้รับความเสียหายจากพิษที่ไม่สามารถระบุได้ »
« ได้รับการฟื้นฟูเรียบร้อย »
' ทีนี้เลเวลพุ่งแน่ๆ '
หลังจากที่อัลมินี่ร้องไห้จนทำให้บรรดากอบลินทั้งกองทัพตายเกลี้ยง
ร่างกายของเธอดูเหมือนจะโตขึ้นพอๆกับสาวอายุสิบหก
เสื้อผ้าต่างปริแตกออกหมดกลายเป็นเปลือยล่อนจ้อน
" เลเวล สี่สิบสอง! สุดยอดเลยแฮะแบบนี้ ...
นึกว่าจะเป็นคนแก่ซะอีก เห็นแบบนี้ก็โล่งใจ"
ฟุ้นปลอบอัลมินี่ที่กำลังร้องไห้อยู่พักหนึ่งจนกระทั่งราปิสตามมาถึงและมองอย่างประหลาดใจ
" ใครน่ะฟุ้น "
" ราปิส! ... "
' โชคดีที่อัลมินี่หยุดร้องก่อน ไม่งั้นราปิสคงแย่แน่ๆ'
จากนั้นฟุ้นก็อธิบายเรื่องอัลมินี่กับราปิสตรงๆ
แว้บแรกฟุ้นจับได้เลยว่าเธอเหมือนจะชอคไม่น้อย
แต่พอเข้าใจก็ช่วยอธิบายต่อกับพวกมาควิสเลเว่นว่าเป็นคนที่พวกกอบลินลักพาตัวมา
ราปิสนำเสื้อคลุมขนาดใหญ่มาให้เธอสวมกันเปลือยล่อนจ้อนและทุกคนก็เข้าไปในคฤหาสถ์
อัลมินี่จับแขนฟุ้นไม่ปล่อยและพยายามจะร้องทุกครั้งที่จะแกะออกเพื่อให้ไปนอนอีกห้อง
ก็เลยกลายเป็นว่าราปิสขอมานอนเฝ้าด้วยอีกคน
ภายในห้องๆเดียวเลยเลยมีคนมานอนรวมกันสามคนอัดกันบนเตียง
' แน่นชะมัด ราปิส...ไปนอนที่อื่นไป'
อัลมินี่นอนคั่นกลางและหลับอย่างสบายใจ
ส่วนฟุ้นก็ต้องระวังไม่ให้ตกเตียง
" จะไปกันจริงๆเหรอ "
" ครับ พวกเราว่าจะกลับอาณาจักรกันแล้ว
เอาไว้เจอจะมาเยี่ยมวันหลังนะครับ"
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จพวกฟุ้นก็เก็บของออกเดินทางกลับทันที
ดูเหมือนเซิร์นจะดูเศร้ามากกว่าคนอื่น
" งั้นเอาไว้เจอกันนะ "
เธอกำหนัดแน่นและวางไว้ระหว่างอก
" ถ้ามีเรื่องอะไรก็อย่าลืมใช้เหรียญนั่นนะ "
มาควิสเลเว่นตะโกนขึ้นระหว่างที่พวกฟุ้นกำลังออกเดินทาง
เซิร์นโบกมือลาให้ ฟุ้นกับอัลมินี่จึงโบกมือกลับ
และก็เริ่มเดินทางกันต่อ
' พึ่งสังเกตนะว่าอัลมินี่เป็นคนตาสีฟ้า '
หลังจากเลเวลอัพมาจนถึงสี่สิบสอง
อัลมินี่ดูสงบขึ้นแต่ก็ยังห่างฟุ้นไม่ได้
เธอนั่งเกาะแขนฟุ้นไม่ปล่อย สายตาก็มองทิวทัศน์รอบๆ
ราปิสอาสาเป็นคนขับกะแรกคือจนถึงเที่ยงและช่วงบ่ายจะเป็นรอบของฟุ้น
" อัลมินี่ ... โตเร็วจังนะ ":
' พูดตามตรงเลยว่าไม่รู้จะพูดอะไรดี ...
อัลมินี่โตขึ้นก็สวยขึ้นเยอะเลยด้วยสิ
ไม่นึกเลยว่าเป็นเด็กขี้แยมาก่อน...
เอาเป็นคำธรรมดาๆนี่แหละน่าจะดีสุดละ'
" ฟุ้น... ฟุ้นรู้ไหมว่าอัลมินี่คิดว่าจะต้องตายในปราสาทนั้นแล้วนะ
มันทั้งมืด น่ากลัว หิวก็หิว ถ้าไม่เจอฟุ้น อัลมินี่คงตายไปแล้วแน่ๆ"
' อยู่ดีๆการพูดก็ดูเป็นผู้ใหญ่แฮะ สงสัยเลเวลจะมีผลต่อความคิดด้วยมั้ง'
" ขอบคุณฟุ้นมากจริงๆนะ ต่อจากนี้อัลมินี่จะปกป้องฟุ้นบ้าง
...ตอนนี้รู้สึกเหมือนควบคุมพลังในตัวได้บ้างแล้วล่ะ
ใครที่กล้ารังแกฟุ้นอัลมินี่จะฆ่าให้หมดเลย "
อัลมินี่พูดพลางยิ้มน่ารักๆส่งมา
' หงะ...บาดใจ!...
จะรู้สึกดีหรือว่าแย่ดีล่ะที่มีคนคอยฆ่าคนที่รังแกเราเนี่ย'
หลังจากนั้นก็ผ่านมาหลายวันนับจากออกเดินทาง
จากคฤหาสถ์มาควิสเลเว่น
ฟุ้นบอกให้ราปิสขับอ้อมๆเพื่อล่ามอนสเตอร์ไปด้วย
และโทรหาพระเจ้าอีกครั้งเพื่อให้ส่งตำราภาษามนุษย์ให้อัลมินี่
การทดสอบพลังของอัลมินี่ได้ลองเป็นช่วงๆ
บรรดามอนสเตอร์ตายอย่างง่ายดายเพราะพิษของเธอ
' สมแล้วที่เป็นเทพจุติมา พลังรุนแรงถึงขั้นทำลายประเทศได้ด้วยเลยนะแบบนี้'
ส่วนราปิสเลเวลอยู่ในช่วงสามสิบต้นๆและพยายามไล่ตามอัลมินี่อยู่
ทุกครั้งที่เดินทางผ่านหมู่บ้านพวกฟุ้นก็แจกเสบียงและเดินทางต่อ
ในสโตร์เก็บของของฟุ้นตอนนี้ ทั้งเนื้อ ทั้งอาวุธชุดเกราะต่างแน่นขนัดไปหมด
' ดูท่าต้องหาทางระบายบ้างแล้วสิ '
ตอนต่อไป >>> การก่อกบฏกลางเมือง และ อสูรรับใช้โบราณเก่าแก่
