คุณผู้ชาย! โปรดอย่าทรงพิโรธ

633.0K · จบแล้ว
ซากุระโลหิต
201
บท
23.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ฟุ้น เฟียวโด กับการผจญภัยเพื่อช่วยโลกจากหลายๆเรื่องเขามีสกิลที่สามารถทำลายได้ทั้งเมืองซึ่งเป็นพรจากพระเจ้าและระบบร้านค้าที่มีแต่อาวุธและอุปกรณ์ทำสงครามเป็นพื้นฐานด้วยความที่อัธยาสัยดีและหน้าตาดี ทำให้มีเพื่อนร่วมเดินทางทำภารกิจมากขึ้น

ดราม่า

คุณผู้ชาย 1

" ที่นี่มัน- ที่ไหนกัน ...." 

บนพื้นที่สนามหญ้าโล่งๆที่กว้างใหญ่ยาวสุดขอบฟ้ารอบทิศ 

มองไปไกลๆก็เห็นป่าและภูเขาขนาดใหญ่

รอบๆไม่มีอะไรเลยนอกจากสนามหญ้าเตียนโล่งๆที่พริ้วไหวจากสายลมพัดเบาๆ

สัตว์เล็กๆอย่าง นก แมลง ก็ไม่เห็นสักตัว 

ท้องฟ้ามีก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ แดดจ้าแต่กลับไม่รู้สึกร้อน

เด็กชายวัยสิบห้าปีกำลังมองไปรอบๆ 

" เจ้าคนนี้มันใครกันน่ะ  ...

จัดการมันซะ ลาสตันโน่ ! " 

ชายหนุ่มในชุดอัศวินสีดำเต็มรูปแบบหันไปสั่งอสูรรับใช้ของตน

ความสูงของอสูรราวสิบห้าเมตร กล้ามเป็นมัดๆ มีเขาที่แหลมคมตัวสีน้ำตาลไหม้

" ปกป้องเด็กนั่นให้ได้ ! ไปเลยฟูจิน !" 

ชายแก่อีกด้านหนึ่งตะโกนขึ้นกับอสูรรับใช้

ความสูงของอสูรพอๆกัน ลำตัวสีแดงมีลักษณะคล้ายแมงป่องยืนสองขา

เด็กหนุ่มรีบตะเกียกตะกายออกมาทันที

" บะ- บ้าชะมัด มันตัวอะไรกันเนี่ย" 

' จำได้ว่ากำลังหลับหลังจากเล่นเกมทั้งคืนนี่นา'

" ฝากดูเด็กคนนั้นด้วย" 

ชายแก่บอกหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ

จากนั้นการต่อสู้ระหว่างอสูรและชายแปลกหน้าสองคนก็เริ่มขึ้น

ฝ่ายชายแก่ใช้เวทมนตร์[ไฟเยอร์บอล] นับสิบลูกใส่อัศวินแต่เขาก็ใช้ดาบฟันทำลายอย่างง่ายดาย

ส่วนทางอสูรรับใช้ปะทะกันด้วยหมัดและหางที่ดูเหมือนกักเก็บพิษไว้จำนวนมาก

การต่อสู้จบอย่างรวดเร็ว...

ชายแก่ดูเหมือนจะผ่านสนามรบมามากกว่าจึงอ่านทางอัศวินออกหมดจด

 ไม่นานอสูรรับใช้ของชายแก่ก็พ่นไฟผ่าร่างอสูรอีกฝ่ายจนตาย อสูรที่ตายกลายเป็นจุดแสงกลมๆระยิบระยับกลับไปที่ตัวอัศวินเพื่อฟื้นพลัง

ส่วนตัวอัศวินก็ถูกเผาด้วยเวทมนตร์[ไฟบลาส] ที่มีลักษณะเหมือนไฟมังกรจนลุกไม่ได้อีก

หลายครั้งที่สะเก็ดไฟและเศษหินกระเด็นสร้างความเจ็บเล็กๆให้เด็กหนุ่ม

ตอนนั้นเองที่ได้รับรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป 

และดูเหมือนว่าที่นี่ไม่ใช่โลกที่เคยอยู่อีกแล้ว

" นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย " 

" อ่า....สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อราปิส แลซูลี่ ...

ยังไงดี.....ฟังภาษาฉันออกไหมคะ ..." 

ราปิสพูดพลางขยับแขนเพื่ออธิบายสายตาล่อกแล่กไปมา

เด็กชายพยักหน้าในใจก็กำลังสับสนอยู่

' ไม่ใช่ชาวต่างชาติ...

แต่ว่าที่นี่ดูเหมือนไม่น่าใช่เมืองหรือประเทศของเราเลยนี่ ' 

" ราปิส ใช่เด็กคนนี้ใช่ไหม " 

" ค่ะ ไม่ผิดแน่ค่ะท่านรามอส " 

จากนั้นทั้งสามก็ขึ้นรถม้ามาทั้งๆอย่างนั้น

รถม้าเป็นแบบมีกระบะท้ายไม่ได้มีอะไรมุงบัง

จากการที่ถูกช่วยทำให้เขาคิดว่าทั้งสองคนเป็นคนดีจึงติดสอยห้อยตามมาด้วย

ชายแก่นั่งบนที่นั่งสารถีส่วนเด็กหนุ่มกับราปิสนั่งที่กระบะท้าย

" ผมชื่อฟุ้น เฟียวโด เรียกฟุ้นก็ได้ แล้วพวกคุณเป็นใคร" 

"ฟุ้นสินะ

 ฉันชื่อราปิส... ส่วนท่านนี้คือท่านผู้เฒ่ารามอส เป็นอาจารย์ของฉันเอง" 

" แล้วที่นี่คือ-

 ที่ไหนงั้นเหรอ" 

" ที่นี่คือโรฮันน่า " 

' โรฮันน่าเหรอ ? ทวีปอะไรกัน ...

รึว่าเป็นชื่อเกาะ ' 

สายตาฟุ้นกวาดไปรอบๆ  ในขณะที่รถม้าเริ่มเคลื่อนไปตามถนนสู่ป่า

' มันแปลกมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว รถม้าเอย ...

สัตว์ประหลาดนั่นอีก ไหนจะความรู้สึกเจ็บเมื่อตอนนั้น' 

" รู้สึกว่าเจ้าน่ะ จะมาจากอีกโลกซึ่งต่างจากโลกของเราสินะ " 

ผู้เฒ่ารามอสเอ่ยถาม

" อีกโลกงั้นเหรอ? " 

" พวกเรามารอกันได้สักสองชั่วโมงแล้วล่ะ แต่ดันไปเจอพวกไม่ดีเข้าก็เลยสู้กันนิดหน่อย"

ราปิสแทรกเข้ามา

" หมายความว่ายังไงน่ะ " 

' ที่ว่ารอนี่ รอฉันเหรอ?' 

ราปิสเริ่มเล่าว่าที่จริงแล้วเธอคือหัวหน้าองครักษ์ของกษัตริย์แห่งอาณาจักรมินนาสไททัน

และถูกฆ่าตายเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว

ชายแก่คนนี้คืออาจารย์ที่เคยสั่งสอนมา

 หลังจากที่ตายก็ไปอยู่ต่อหน้าพระเจ้า 

และทรงมีพระบัญชาให้ลงมาช่วยโลกนี้อีกครั้งให้พ้นจากวิกฤติในร่างหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา

ที่กำพร้าพ่อแม่และหมดอายุขัยพอดี

ราปิสเองก็พึ่งกลับมาเกิดใหม่ได้สัปดาห์เดียว

โดยให้เป็นผู้คอยช่วยเหลือสนับสนุนผู้กล้าที่จะตามมาทีหลัง

" ผู้กล้าเหรอ ...แล้ววิกฤติที่ว่านั่นอะไร " 

'งั้นก็แปลว่าที่อยู่ดีๆก็มาโผล่ที่แปลกๆเป็นเพราะพระเจ้าสินะ' 

" ดูท่าคงจะมาจากโลกอื่นจริงๆสินะ ...ถ้างั้นฉันจะเล่าให้ฟังเอง"

ราปิสเริ่มเล่าอีกครั้ง

ก่อนที่เธอจะตาย โลกมันไม่แย่แบบตอนนี้เท่าไหร่

แต่ตอนนี้ อะไรๆกลับแย่ลงกว่าเดิมมาก

อาหารการกินก็ขาดแคลน

เริ่มแยกออกได้ยากว่าใครคือโจร ใครคือทหาร

เมื่อสิบแปดปีก่อน

 ระบอบกษัตริย์ของอาณาจักรมินนาสไททันถูกทำลาย

เปลี่ยนเป็นระบอบศาสนา มีผู้ที่อ้างตนว่าเป็นพระเจ้าที่หนึ่งเกิดขึ้น

หลายประเทศเริ่มทำตาม องค์กรภาคีศาสนานีโอครุส

ของพระเจ้าที่หนึ่งเริ่มแผ่ขยาย

ตอนนี้มีบางอาณาจักรที่ยังใช้ระบอบกษัตริย์ 

อย่างเช่นอาณาจักรที่เรากำลังจะไปนี้ อาณาจักรโรฮันน่า

เมื่อห้าปีก่อน พระเจ้าที่หนึ่งยกเลิกสนธิสัญญากับอาณาจักรสัตว์ 

เธอขยายความว่าเช่นพวกมนุษย์ที่มีตัวเป็นคนหูเป็นแมวมีหางเป็นแมว

อาณาจักรสัตว์ถูกโจมตีจากหลายอาณาจักร จึงพ่ายแพ้สงครามอย่างย่อยยับ

บรรดามนุษย์สัตว์ทั้งหลายถูกจับไปเป็นทาส ไม่เว้นแม้แต่เชื้อพระวงศ์ของอาณาจักร

เขาให้เหตุผลกับทุกคนว่า

" สัตว์ไม่ควรมีสิทธิ์เท่าเทียมกับมนุษย์ " 

หลังจากนั้นมนุษย์สัตว์จึงมีฐานะเดียวคือทาสเท่านั้น

อาณาจักรสัตว์กลายเป็นอาณาจักรที่ล่มสลาย

' ถ้าจะให้ช่วยกอบกู้อาณาจักรนั่น ขอบอกก่อนเลยว่าทำไม่ได้!! 

ฉันพึ่งอายุสิบห้าเอง!' 

จากเหตุการณ์นั้น อาณาจักรเอลฟ์จึงปิดประเทศทันที

พร้อมทั้งกั้นบาเรียที่ทำด้วยเวทมนตร์อย่างสลับซับซ้อน

ทั้งหนา ทนทาน เหนียว หลายชั้น

' เฮ้อออ ... โชคดีนะที่เอลฟ์ปลอดภัย ' 

ฟุ้นนั่งฟังราปิสเล่าจนกระทั่งพ้นป่า

' ว่าแต่ ตั้งแต่แรกแล้วนะ พวกนี้มัน ไม่ใช่หน้าต่างเกมหรอกเหรอ ' 

ฟุ้นมองไปที่มุมบนซ้าย

พบแท่งแถบHP สีแดง มีตัวเลขเขียนไว้ว่า หนึ่งร้อย

ถัดมาชิดๆกันแถบMPฟ้า มีตัวเลขเขียนว่า หนึ่งร้อย

ถัดมาเป็นแท่งว่างเปล่า ตรงกลางแท่งเขียนว่า ศูนย์เปอร์เซ็นต์

' เอ่อ น่าจะเป็นแท่งประสบการณ์มั้ง' 

ส่วนบนสุดเหนือแท่งสีแดงขึ้นไปเขียนเลขหนึ่งเอาไว้

ส่วนมุมบนขวามีอะไรบางอย่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมและมีรูปลูกศรชี้ไปตามถนน

' ตรงนี้น่าจะเป็นแผนที่ ' 

พอกดตรงรูปแว่นขยาย นิ้วเขาก็ทะลุไอค่อนทันที

แต่พอเปลี่ยนมาเป็นนึกว่าเลือกไอค่อนนี้ 

แผนที่ทั่วทั้งอาณาจักรก็เผยด้านหน้าของฟุ้นทั้งหมด

มันเป็นรูปสี่เหลี่ยมใสๆมองทะลุได้ แต่ก็พอมองเห็น

จากนั้นก็ลองดูอะไรหลายๆอย่างที่ไอค่อนด้านล่างขวา

มันมีทั้ง 

สโตร์เก็บของ สกิล  สเตตัส จดหมาย กิลด์ เพื่อน ของขวัญ ร้านค้า ออฟชั่น

ฟุ้นลองเลือกออฟชั่นแต่ไม่มีผลใดๆ 

พอเลือกดูเพื่อน ก็เห็นรามอสกับราปิส อยู่ในชื่อ 

สโตร์เก็บของว่างเปล่า 

สกิลมีสี่อย่างที่ไม่รู้จักคือ 

เสาสายฟ้าโอเบลิสก์ 

น้ำแห่งชีวิตโอซิลิส

นิวเคลียร์มิสไซล์

ระเบิดปรมาณู

' นี่อะไรเนี่ย สกิลพวกนี้...' 

ในร้านค้ามีไอเทมมากมาย

ตั้งแต่ยุคยุโรปกลางจนกระทั่งสมัยใหม่

คือมีทั้งรถม้า

ตั้งแต่ขับขี่ตัวเดียว 

ไปจนกระทั่งหลายตัวลากห้องหรูๆ

และยังมีรถเสือลาก ช้างลากอีกต่างหาก

ส่วนของอาวุธก็มีไรเฟิลต่อต้านรถถัง สี่ชอตบาซูก้า 

ลูกซองเดี่ยว ลูกซองคู่ ปืนกลเอ็ม134 แบบแมชชีนกัน 

ส่วนรถก็ตั้งแต่จักรยานยันเครื่องบินรบ

เรือ รถถัง รถหุ้มเกราะ มอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ 

ทว่าด้านล่างกลับมีราคาเขียนไว้

 และตอนนี้ฟุ้นก็ไม่มีตังพอที่จะซื้อ

ฟุ้นเลือกปิดหน้าต่างร้านค้าก่อนเพราะจะถึงหน้าประตูอาณาจักร

' เอาไว้ทีหลังแล้วกัน ขอชมเมืองสักหน่อยเถอะ'

รถม้าแล่นตามเส้นทางผ่านสะพานที่ปูเรียงด้วยหินผ่านกำแพงสู่อาณาจักร

" มีอัศวินของอาณาจักรอยู่แถวนี้ไหม " 

ท่านรามอสหยุดรถและพูดออกไปจากตรงระหว่างประตูเมืองพอดี

" ครับท่านรามอส มีอะไรหรือ " 

ชายหนุ่มในชุดเกราะสีขาวอีกคนตอบรับ

ที่ชุดมีสัญลักษณ์ขนนกสีขาว

" ช่วยพาเด็กคนนี้ไปทำบัตรเข้าเมืองหน่อย เขาทำบัตรหายน่ะ " 

" โอ้ ลูกศิษย์ท่านหรอครับ "

เขาพูดพลางชะเง้อหน้ามามอง

" ก็ทำนองนั้นล่ะ " 

" ลงมาสิ ข้าจะพาเจ้าไปเอง " 

และฟุ้นก็เดินตามไปจนถึงห้องๆหนึ่ง 

มันเป็นห้องเล็กๆเหมือนป้อมยาม

" นี่คือแท่นศิลาเทมเปอร์ ขึ้นไปยืนและพูดชื่อได้เลย " 

" ฟุ้น เฟียวโด  " 

จากนั้นข้อมูลพื้นฐานของฟุ้นก็ปรากฏตรงหน้าเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าใสๆ 

ฟุ้น เฟียวโด

ประเภท มนุษย์

เลเวล 1 

อายุ 15 ปี 

อาชีพ - 

ทักษะ - 

ฉายา - 

ชื่ออสูรรับใช้ -

" อืมมม เจ้าหนูอายุมากเหมือนกันนะ ...

เลเวลหนึ่งแบบนี้คงเป็นลูกคุณหนูสิท่า " 

' หา? สิบห้านี่จัดว่าอายุมากแล้วเหรอ!?' 

" นี่คือบัตรเข้าเมือง ทีหลังก็อย่าทำหายอีกล่ะ" 

ชายที่ดูเหมือนยามเฝ้าประตูพูดพลางส่งบัตรให้ 

ฟุ้นจึงเก็บใส่สโตร์เก็บของโดยการนึก

" ว่าแต่พักหลังปีศาจออกอาละวาดหนักเลยนะครับท่านรามอส" 

" เรื่องนั้นดูเหมือนว่าคงต้องพึ่งพวกเจ้าให้มากกว่านี้แล้วล่ะ ฝากด้วยนะ

ไปกันเถอะพ่อหนุ่ม " 

ชายแก่รามอสพูดพลางยิ้มปนหัวเราะ

ท่าทีดูเป็นมิตรทีเดียว

จากนั้นพวกฟุ้นก็ตรงไปยังที่พักทันที

อาณาจักรโรฮันน่าแบ่งเป็นสามส่วนสำหรับที่พักอาศัย

วงในสุดเป็นที่อยู่ของพวกขุนนาง 

ถัดมาเป็นย่านการค้าเป็นที่พักของพวกเศรษฐีและพ่อค้ามีเงินของอาณาจักร

ชั้นนอกสุดจะมีที่พักมากที่สุดคือตั้งแต่ชาวบ้านจนถึงทาสเลยทีเดียว

ทุกคนสามารถไปไหนมาไหนก็ได้ในส่วนอื่นๆของอาณาจักร

อาณาจักรจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ

สำหรับอาศัยปละสำหรับการเกษตร

รถม้าแล่นไปตามถนนไม่ได้เข้าสู่กลางเมืองจนกระทั่งออกจากเขตที่พักอาศัยหลัก

รอบๆเป็นสนามหญ้าเตียนโล่งๆอีกครั้งแต่ยังอยู่ในเขตอาณาจักร

" ที่นี่คือไร่ของฉันเอง " 

ราปิสมองไปรอบๆในพื้นที่โล่งๆ บนพื้นที่ประมาณสี่ไร่

ตรงกลางมีบ้านสองชั้นใต้ต้นไม้ต้นใหญ่

" ไม่เห็นมีอะไรเลย " 

' หมายความว่าไงเนี่ย ถ้าพูดถึงไร่ก็ต้องมีพืชผักสิ

แล้วทำไมมีแต่หญ้า คนที่นี่ปลูกหญ้าขายรึเปล่านะ' 

" มันปลูกไม่ขึ้นน่ะ ....

สารอาหารของพืชแถบนี้ทั้งหมดถูกต้นไม้ต้นนั้นดูดน่ะ " 

เธอชี้ไปที่ต้นไม้ที่อยู่นอกเมือง

ลำต้นสีน้ำตาลใบสีเขียวขจีสด ตั้งตระหง่านไกลจากอาณาจักรพอสมควร

สูงเกือบถึงก้อนเมฆ ลำต้นใหญ่มหึมาคาดคะเนไม่ได

" มันคือต้นไม้ปีศาจ ...

เพราะมันคนแถวนี้เลยปลูกพืชผักอะไรไม่ได้เลย

ที่ขึ้นก็มีเพียงวัชพืชอย่างที่เห็น"