บท
ตั้งค่า

การจราจลที่อาณาจักร 1

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงประตูอาณาจักรฝั่งตะวันตก

โดยการขับอ้อมไปมาเลยกลายเป็นว่าประตูนี้ใกล้สุดซะอย่างนั้น

ระหว่างทางฟุ้นลองโทรถามพระเจ้าอีกทีเรื่องอัลมินี่

ท่านบอกว่าอายุเต็มที่ของเธอคือสิบหก และจะไม่โตยิ่งกว่านี้อีกแล้ว

กลายเป็นว่าเอิร์ลบาร์บมั่วซั่วจริงๆ

รถม้าแล่นมาถึงเวลาเย็น เป็นช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกพอดี

ตอนนี้ฟุ้นกับอัลมินี่นั่งข้างๆกันตรงที่นั่งสารถีโดยฟุ้นเป็นคนขับ

ส่วนราปิสก็นอนหลับอยู่กระบะท้ายรถ

" ขอตรวจบัตรด้วย "

ที่หน้าประตูมีทหารเฝ้าอยู่กลุ่มหนึ่งเช่นทุกที

ฟุ้นจึงยื่นบัตรของตนเองให้ จากนั้นรถก็แล่นฉิวสู่กิลด์เพื่อส่งรายงานภารกิจ

อัลมินี่ดูเปิดหูเปิดตากับสิ่งที่เห็นมาก

เธอมักชี้นั่นนี่ที่ไม่เคยเห็นให้ฟุ้นหันไปดูเสมอ

และแล้วรถม้าก็มาถึงกิลด์

ฟุ้นให้อัลมินี่ไปปลุกราปิสเพราะตอนนี้สามารถคุยคล่องขึ้นแล้ว

" มาส่งภารกิจปราบปรามโทรลในเขตการปกครองของท่านเอิร์ลค่ะ "

ราปิสพูดพลางหยิบถุงผ้าที่ใส่เขี้ยวของโทรลออกมาเพื่อเป็นหลักฐาน

จากใต้ผ้าคลุมพร้อมบัตรเล็กๆแล้วส่งพนักงาน

" หลักฐานถูกต้องค่ะ นี่คือรางวัลภารกิจค่ะ "

พนักงานส่งถุงใส่เหรียญมาให้

ถึงฟุ้นจะไม่รู้ว่าเท่าไหร่แต่เดี๋ยวคงแบ่งกันทีหลังเอง

ชั้นหนึ่งของกิลด์ในตอนเย็นยังคงเป็นพื้นที่ที่หนาแน่นไปด้วยผู้คน

แต่บริเวณกระดานภารกิจกลับมีคนน้อยนิดเดียว

' คงเพราะกำลังจะกลับบ้านกันล่ะมั้ง ทุกคนเลยไม่คิดจะรับเพิ่ม'

หลังจากนั้นก็เดินออกมาขึ้นรถม้าและตรงกลับบ้านทันที

" นี่บ้านฟุ้นเหรอ "

" ใช่แล้วล่ะ ต่อไปอัลมินี่ก็จะอยู่ที่นี่ด้วยไง"

พอถึงบ้านราปิสตรงไปอาบน้ำเป็นคนแรกถัดมาคืออัลมินี่

" ฟุ้นอาบน้ำให้อัลมินี่หน่อย "

" ห่ะ...!?"

' ได้ยินผิดรึเปล่านะ ...'

" อาบน้ำให้หน่อย"

' อาบน้ำให้หน่อยเหรอ?.... กับคนที่อายุพอๆกันนี่นะ '

" เอาสิ- "

" ไม่ได้! "

เสียงราปิสตะโกนมาแต่ไกลเพื่อห้ามความคิดฟุ้นไว้ตรงนั้น

" ทำไมล่ะ อัลมินี่อยากให้ฟุ้นอาบให้นี่นา"

อัลมินี่ยังคงยืนยันในขณะที่ราปิสทำหน้าจริงจัง

" ไม่ได้นะอัลมินี่ ตอนนี้เธอโตเป็นสาวแล้วนะ

ต้องหัดอาบด้วยตัวเองได้แล้ว"

จากนั้นราปิสก็โอบลากพาอัลมินี่เข้าห้องอาบน้ำ

' หวังว่าเธอจะไม่ร้องไห้นะ ...

เมื่อกี้เห็นทำหน้าเบะจะร้องไห้ด้วยสิ '

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกันครบทุกคนแล้ว

ก็มานั่งกินข้าวด้วยกันสามคน

ตอนแรกคิดว่าจะให้อัลมินี่ใส่ชุดของราปิส

แต่มาขอใส่ชุดของฟุ้นแทน

เลยกลายเป็นว่าต้องแบ่งให้อัลมินี่ใส่ร่วมด้วย

" พรุ่งนี้ค่อยพาอัลมินี่ไปซื้อเสื้อผ้าละกัน ดีไหม"

ฟุ้นพูดพลางลูบหัวอัลมินี่

เธอทำเพียงพยักหน้ารับ

" งั้นฉันขอแวะไปหาท่านรามอสสักหน่อยดีกว่า

ไม่รู้ว่าจะยุ่งอยู่รึเปล่านะ "

" งั้นก็เป็นช่วงสายๆ ค่อยไปทำภารกิจกันไหม"

" พึ่งกลับมาเองแท้ๆ พรุ่งนี้เราพักกันก่อนดีกว่า"

ฟุ้นลองเสนอทำภารกิจกิลด์แต่พอมานึกๆดูเรื่องการเดินทางที่ผ่านมา

ดูท่าคงต้องพักตามที่ราปิสบอกจริงๆ

« ได้รับการฟื้นฟูจากสถานะหลับ »

' เอ๊... สถานะหลับนี่อะไร '

หลังจากกินข้าวเสร็จก็ตามด้วยผลไม้และนั่งคุยกันเรื่องพรุ่งนี้

อยู่ดีๆชุดที่ใส่ก็ฟื้นฟูสถานะผิดปกติให้อัตโนมัติ

" หาววว ~ ง่วงจัง "

ราปิสไม่ได้สวมเกราะหรือชุดที่ฟุ้นทำให้จึงค่อยๆฟุบลงกับโต๊ะ

ส่วนอัลมินี่เป็นเทพโอสถด้านนี้จึงไม่มีผลใดๆกับเธอ

" ราปิสเป็นอะไรไปคะ "

' เดี๋ยวสิ มันแปลกๆแล้วนะ ...'

อัลมินี่พยายามปลุกราปิสทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอถูกสารอะไรบางอย่างทำให้หลับ

จากนั้นก็มีเสียงการต่อสู้ดังมากมาจากด้านนอก

พอออกมาดูก็พบกับอสูรรับใช้ตัวเบอเร่อกำลังสู้กัน

มีไฟกับควันไฟลุกไปทั่วอาณาจักร

" นี่มันเกิดอะไรขึ้น "

" ฟุ้น นั่นตัวอะไรน่ะ "

อัลมินี่ชี้ไปที่อสูรรับใช้ที่เดินเพ่นพ่านอยู่ในเมือง

' นั่นสินะ อัลมินี่ไม่เคยเห็นมาก่อน'

" นั่นเขาเรียกว่าอสูรน่ะ

เป็นพวกที่อันตรายมากๆ

อัลมินี่ต้องระวังพวกนี้ให้ดีๆนะ "

อัลมินี่หันไปดูอสูรรับใช้ต่อหลังจากฟังคำอธิบาย

' แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อดี

ขืนเป็นแบบนี้อาณาจักรคงล่มสลายแน่นอน'

ฟุ้นพยายามมองหาอสูรรับใช้ของผู้เฒ่าแต่ก็คิดว่าท่านคงไปเฝ้าระวังที่อื่น โดยในใจก็หวังว่าท่านคงไม่หลับไปเช่นเดียวกับราปิส

' มันเป็นแบบนี้ได้ไงนะ

มีพวกกบถเหรอ?

รึว่าผู้ก่อการร้ายรึเปล่า

...แต่จำนวนอสูรรับใช้เกือบยี่สิบตัวขนาดนี้

ทหารมัวทำอะไรกัน...-'

ตอนนั้นเองที่นึกได้ถึงสารบางอย่างที่ทำให้หลับและสภาพราปิสที่ฟุบลงไป

" ไปกันเถอะ อัลมินี่!

เราไปช่วยเมืองนี้กันดีกว่า"

ฟุ้นคว้าแขนอัลมินี่และรีบวิ่งไปกันทันทีจนกระทั่งถึงอสูรรับใช้ตัวที่ใกล้ที่สุด

' คนพวกนี้แต่งตัวเหมือนคนที่เคยสู้กับผู้เฒ่ารามอสในตอนนั้น'

ชายประมาณสามคนกำลังปล้นข้าวของตามบ้านต่างๆ

ที่ใบหน้ามีผ้าปิดปากปิดจมูกไว้

" ได้มาเยอะแบบนี้แจ่มจริงๆว่าไหม...

พวกแกเป็นใคร?"

" พวกคุณนั่นแหละ กำลังทำอะไรกันครับ"

หนึ่งในนั้นตะโกนถามอย่างประหลาดใจมาที่พวกฟุ้น

" เดี๋ยวนะ ทำไมแกไม่สลบ?

แบบนี้จะยุ่งยากทีหลัง รีบจัดการก่อนท่าจะดี"

ชายคนหนึ่งดึงดาบออกมาและพุ่งเข้าใส่แบบไม่มีพิธีรีตอง

ฟุ้นจึงยิงด้วยปืนจนสลบตามระเบียบ

" ไอ้หมอนี่มัน... จัดการเลยแบคกี้ !"

ชายอีกคนตะโกนสั่งอสูรของตนที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์เมือกเหนียวสีม่วง

" แบบนี้ปืนพกคงฆ่าไม่ได้แน่ "

พวกฟุ้นและอัลมินี่ตัดสินใจหนีเพื่อคิดแผนการรับมือจนกระทั่ง

' อสูรนี่ตัวใหญ่จริงๆด้วย

ต่อให้ใช้ปืนพกที่มีพลังแรงจนทะลุร่างเจ้าพวกนี้ได้

แต่ก็คงเสียเวลาน่าดูกว่าจะล้มมันไหว เพราะงั้นซื้อเลยดีกว่า..ไอ้นั่นน่ะ'

จากนั้นก็เข้าโหมดร้านค้าฟุ้นเลือกอย่างรวดเร็วและซื้อทันที

ราคาจะสูงถึงหนึ่งพันสองร้อยเหรียญทองคำดำ

แต่ในใจก็หวังว่าพลังมันจะแรงพอที่จะกำจัดอสูรได้ด้วยการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้ง

' สี่ชอตบาซูก้า! เริ่มอัดด้วยพลังเวทไฟ'

บาซูก้าที่สามารถยิงได้ถึงสี่ลูกในครั้งเดียวถูกเพิ่มกระสุนด้วยพลังเวทของจนเต็ม

" เอาล่ะ ! ยิงได้!"

พริบตาเดียวอสูรรับใช้ตัวเบ้อเร่อก็เป็นถูกยิงกระจุยเป็นจุนพร้อมกับบ้านข้างๆก็หายไป

เกิดระเบิดครั้งใหญ่ด้านหน้าฟุ้นพร้อมกับกระแสลมพัดอย่างหนัก

' แบบนี้คงเป็นเราเองที่ทำลายเมือง'

" อะไรน่ะ เจ้าเด็กคนนั้น "

" ครั้งเดียวก็สามารถจัดการอสูรได้เลยงั้นเหรอ "

ผู้บุกรุกสองคนที่ยังรอดต่างแสดงอาการประหลาดใจ

ฟุ้นไม่รอช้ารีบยิงทั้งสองด้วยปืนพกทันที

" บาซูก้ารุนแรงกว่าที่คิดซะอีกแฮะ "

ระหว่างที่กำลังตัดสินใจว่าจะใช้ต่อดีไหม

พวกผู้บุกรุกก็แห่มาที่ฟุ้นพร้อมกับอสูรรับใช้ตัวเบ้อเริ่มอีกตามเคย

ฟุ้นบอกอัลมินี่ใช้พิษของตัวเองกับศัตรูในระยะใกล้ๆเท่านั้น

เพราะอาจจะทำให้คนในบ้านโดนลูกหลง

ส่วนเรื่องอสูร ฟุ้นก็ใช้สี่ชอตบาซูก้าซัดอีกตามเคย

" ไว้ค่อยบอกว่าเป็นฝีมือเจ้าพวกนี้แล้วกัน"

เนื่องจากอาณาจักรมีขนาดใหญ่จึงทำได้เพียงโจมตีผู้บุกรุกใกล้ๆ

ที่พอจะวิ่งไปถึง แต่ที่ไกลๆคงต้องไว้ทีหลัง

อสูรรับใช้ส่วนมากจะมีเลเวลเท่ากับตัวเจ้านายหรือน้อยกว่า

เพราะส่วนมากเจ้านายเลเวลไม่ค่อยเกินสามสิบเลเวลอสูรรับใช้จึงไม่ค่อยจะมีเกินสามสิบ

แต่ถึงจะเกินก็ถูกสี่ชอตยิงครั้งเดียวตายตามเคย

ส่วนพวกมนุษย์ก็ปล่อยให้อัลมินี่จัดการ โดยทำโล่ให้เธอถือป้องกันไว้อันหนึ่ง

" อะไรกันน่ะพวกแก "

ชายร่างบึกบึนผิวสีแทนปกปิดใบหน้าถามคำถามทำนองเดียวกันกับคนอื่นๆที่ผ่านมา

' เสียงคุ้นๆอยู่นะ '

" ในที่สุดก็จับได้สักทีว่านายมันกบฏ...ลูดิค"

ชายผมทองหุ่นเพรียวที่พึ่งจะวิ่งมาถึง

คนนี้ฟุ้นจำได้ว่าเขาคือดยุคอัลแท

' ลูดิคเหรอ....เอ..ถ้าจำไม่ผิด

เขาคือเมจิคแชมเปี้ยนส์ของอาณาจักรนี้ไม่ใช่เหรอ'

" พวกแกเองเหรออัลแท ...ฉันไม่สนหรอกนะว่าทำไมพิษไม่ส่งผลกับแก

แต่ถ้ามาขวางกันก็ต้องรีบจัดการซะ "

ว่าจบลูดิคก็เรียกอสูรรับใช้ของตัวเองออกมา

ลักษณะสีเงินทั้งตัว มือขวาถือทวนแบบจีน สวมชุดเกราะแบบนักรบจีนโบราณ

" แม้แต่อสูรรับใช้ยังดูเป็นพวกชั้นล่าง น่าอดสูจริงๆ "

ลูดิคแสดงท่าทีเจ็บใจกับคำพูดของอัลแท

จากนั้นอัลแทก็เรียกอสูรรับใช้มีลักษณะสีขาวมีปีกเป็นแท่งสีขาว

มือและขาของอสูรเป็นนิ้วหอกปลายแหลม มีส่วนหัวและใบหน้าที่ดูเหมือนผู้หญิง

ทั้งสองสั่งให้อสูรสู้กันทันที

" ในที่สุดเราก็จะได้รู้กันสักทีว่าใครกันแน่ที่แกร่งกว่ากัน

ตัวฉันก็ไม่อยากพูดแบบนี้หรอกนะ แต่ดีใจอยู่เหมือนกันที่นายเป็นกบถ"

" พูดบ้าอะไรของนาย ฉันไม่เคยกบถต่ออาณาจักรของฉัน

ฉันเป็นคนของคาร์ทมาตั้งแต่เกิด พ่อแม่เป็นทหารที่แพ้จึงถูกทิ้งในสงคราม

คราวนี้ล่ะ ฉันจะลบล้างความเป็นทาสและความพ่ายแพ้ทั้งหมดของครอบครัว!"

พอพูดจบลูดิคก็จับดาบพุ่งใส่อัลแทอย่างไม่ลังเล

' เมืองกำลังจะพังหมดแล้ว ยังจะมาดีใจที่สู้กันอีก'

ฟุ้นหยิบปืนพกออกมา แล้วยิงใส่ลูดิคที่แขน ขา และท้องอีกนัดด้วยกระสุนไฟให้ทะลุจนไปไหนไม่ได้

อย่างแม่นยำ จากนั้นลูดิคก็กลิ้งคลุกๆต่อหน้าอัลแทอย่างหมดสภาพ

เพราะเจ้าของหมดแรงจะสู้ต่อทำให้อสูรรับใช้ของเขาหายไปด้วย

" อะไรกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"

ดยุคอัลแลมองอย่างสับสนที่ร่างของลูดิคที่อยู่ดีๆก็ล้มลง

" เราไปกันเถอะ อัลมินี่ "

เนื่องจากยังมีอีกหลายตัวและหลายที่เหลือเกิน

พวกฟุ้นไม่รอช้ารีบไปจัดการกลุ่มต่อไป

' ถ้าใช้ปืนพกยิงเจ้าของจนหมดสภาพแล้วอสูรรับใช้

ก็หายไปแบบนี้ รู้งี้ใช้แต่แรกก็ดีหรอก '

ฟุ้นและอัลมินี่ไล่จัดการพวกผู้บุกรุกที่เจอระหว่างทางจนไม่สามารถสู้ต่อได้ไปเรื่อยๆ

โดยดูจากตำแหน่งของอสูรรับใช้ที่กำลังไล่ทำลายบ้านอยู่

" พวกทหารกับอัศวินหลับกันหมดจริงๆรึไงนะ

ถึงปล่อยให้เจ้าพวกนี้บุกมาได้แบบนี้ "

" ขี้เซากันจริงๆเลย อัลมินี่ยังไม่เห็นง่วงเลย หาววว~"

' ก็พิษหรือพวกยาไม่มีผลกับเธอไม่ใช่เหรอไง ...

จะว่าไปพวกอสูรนี่สูงพอๆกันหมดเลยสินะ

ยังไม่เจอตัวที่สูงแบบโดดเด่นเลยสักตัว'

"ฟุ้นดูนั่นสิ"

อัลมินี่ชี้นิ้วไปยังอสูรตนหนึ่งที่กำลังบินอยู่ฟ้าเหนือหลังคาบ้านไม่กี่สิบเมตรทั้งที่ไม่มีปีก

รูปลักษณ์เป็นชายเปลือยกายผมยาวสีขาวไม่มีอวัยวะสืบพันธุ์

ที่มือถือดาบสีขาวบริสุทธิ์ลักษณะคล้ายดาบซามุไรทั้งสองข้าง

" เลเวลสองร้อยสามสิบ ...."

อสูรรับใช้ปริศนาเลเวลสองร้อยสามสิบ

กำลังจัดการกับอสูรของผู้บุกรุกอย่างรวดเร็ว

" เราไปกันเถอะอัลมินี่ เจ้าของอสูรตนนั้นคงอยู่แถวๆนี้นี่แหละ"

จากนั้นพวกฟุ้นก็รีบวิ่งไปยังที่อยู่ของอสูรตนนั้นทันที

โชคดีที่อยู่ไม่ไกลมาก จึงหวังว่าจะได้พบกับเจ้าของอสูร

' ถ้าอสูรเลเวลสองร้อยสามสิบ เป็นไปได้ว่าคนๆนั้น

ต้องเลเวลเท่ากันแน่นอน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะรู้เรื่องเกี่ยวกับโลกนี้มากกว่าที่ผู้เฒ่า

รามอสรู้ก็ได้'

ตอนต่อไป ชีวิตของทาสมนุษย์สัตว์

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel