บท
ตั้งค่า

เทพโอสถพิษจุติ 6

" โอ้ มองเห็นแล้วล่ะ ! คฤหาสถ์ของท่านมาควิส"

คนรับใช้คือคุณไลม์ตะโกนมาจากนอกรถด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นแทนพวกฟุ้น

แต่เพราะความมืดมิดปกคลุมไปหมดจึงต่อให้ยื่นหน้าออกไปดูนอกหน้าต่างก็ไม่เห็นอะไรอยู่ดี

เมื่อถูกพาเข้าไปใกล้เรื่อยๆผ่านสะพานยาวประมาณห้าเมตรก็เข้าสู่เขตคฤหาสถ์มาควิส

' ที่นี่ห้อมล้อมด้วยแม่น้ำ คล้ายกับอาณาจักรเลยแฮะ'

พอเข้ามาเขตคฤหาสถ์สิ่งที่เห็นคือมีอัศวินสวมเกราะแบบเดียวกับสองคนที่มาด้วยกัน

ยืนเพ่นพ่านกันทั่วไปหมด ดูเหมือนกำลังลาดตระเวนมากกว่า

ฟุ้นได้ยินเสียงคุณไลม์พูดอะไรบางอย่างกับอัศวินหลังจากรถหยุด

แต่ไม่นานรถม้าก็แล่นต่อไปยังหน้าประตูคฤหาสถ์

' การคุ้มกันที่นี่ดูหนาแน่นกว่าที่คฤหาสถ์ของเอิร์ลบาร์บจริงๆ

แต่ก็ดีแล้วล่ะ ไม่งั้นคงได้มีคนตายมากกว่านี้แหง '

เมื่อไปถึงประตูหน้าได้ในที่สุดก็มีคนเฝ้าประตูห้าถึงหกคนเปิดประตูให้

ฟุ้นอุ้มอัลมินี่ไว้และเดินตามไป

" ยินดีต้อนรับกลับค่ะ ท่านหญิงเซิร์น เรชาฟ "

" เรากลับมาแล้ว จงไปเตรียมห้องพักสำหรับแขกของเรา "

คุณเมดที่มายืนรับต่างรับคำและรีบไปทันที

' คฤหาสถ์ใหญ่จริงๆ

ถึงจะใหญ่กว่าของเอิร์ลบาร์บก็เถอะ

แต่พวกขุนนางนี่ต้องมีบ้านหลังโตๆงั้นหมดรึไงน้า '

เมื่อเดินเข้ามาได้ไม่นาน ทางด้านหน้าก็มีชายวิ่งลงมาจากบันไดขนาดใหญ่

" เซิร์น! "

" ท่านพ่อ!"

" ดีใจจริงๆที่ลูกปลอดภัย พ่อได้ข่าวว่าพักหลังพวกปีศาจแถวเขตการปกครองของ

เอิร์ลทุชมาร์ออกอาละวาดหนัก "

" พวกเราปลอดภัยดี ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ"

' ชายผมสีทองคนนี้คงเป็นพ่อของคุณเซิร์นสินะ

ร่างกายกำยำบึกบึนจริงๆ นึกว่าจะมาแนวพุงโรลหัวล้านซะอีก '

" ลูกได้รับการช่วยชีวิตโดยสองคนนี้ค่ะ "

" ฟุ้น เฟียวโดครับ เรียกฟุ้นก็ได้ "

" ราปิส แลซูลี่ค่ะ"

" พวกเธอคงเป็นคนที่ช่วยลูกสาวไว้

รู้สึกขอบใจมากจริงๆ "

ท่านมาควิสพูดพร้อมก้มคำนับขอบคุณทั้งที่เป็นถึงขุนนางปกครองเขตแท้ๆ

" เงยหน้าขึ้นเถอะครับ

เป็นเรื่องธรรมดาที่เจอคนลำบากก็ต้องช่วยนี่ครับ "

" นั่นสินะ เจ้านี่เป็นคนดีจริงๆ ...

มาแนะนำตัวกันอีกครั้งละกัน

ข้าคือมาควิสเลเว่น เรชาฟ "

" ผมฟุ้น เฟียวโด เรียกฟุ้นก็ได้ครับ "

" เฮ้อออ เหนื่อยจังเลยแฮะ "

หลังจากคุยกันพอหอมปากหอมคอคุณเซิร์นก็พาพวกฟุ้นไปพักที่ห้องทันที

ทีแรกเธอเข้าใจผิดว่าฟุ้นกับราปิสเป็นแฟนกันและมีลูกคืออัลมินี่

เลยต้องอธิบายพักนึงจนเธอเข้าใจและก็จัดห้องใหม่ให้

ฟุ้นวางอัลมินี่ลงบนเตียงและรีบไปอาบน้ำให้เสร็จก่อนเธอจะตื่น

เพราะทุกทีที่อัลมินี่ตื่นและไม่เจอฟุ้นมักจะเบะปากและร้องไห้

' ถ้าร้องที่นี่คงตายกันยกหลังแน่เลย เฮ้ออ'

ค่ำคืนผ่านไปอย่างสงบโดยไม่มีเรื่องร้ายอะไร

แต่ทางฟุ้นกลับพะวงหลับๆตื่นๆทั้งคืนเพราะกลัวอัลมินี่จะปวดฉี่กลางดึก

" แบบนี้นี่เอง งั้นพวกเธอก็เป็นนักผจญภัยที่กำลังอยู่ในช่วงทำภารกิจสินะ"

พวกฟุ้นกำลังคุยหลังจากนั่งกินข้าวเช้าบนระเบียงชั้นสอง

ส่วนฟุ้นก็ป้อนข้าวอัลมินี่ที่นั่งตรงตักไปด้วย

" ถ้าพวกเธอไม่ผ่านตรงนั้นเซิร์นคงตายแล้วแน่ๆเลยล่ะ

รู้สึกดีจริงๆที่เจอนักผจญภัยดีๆอย่างพวกเธอ "

" ว่าแต่พอจะรู้แหล่งกบดานของพวกปีศาจไหมครับ "

" ไม่รู้สิ ทางวิหารเองก็พยายามหาอยู่เหมือนกัน

แต่ดูเหมือนว่าจะยังสินะ?"

ท่านมาควิสหันไปมองหน้าเซิร์น

" ค่ะ ตอนนี้ยัง

ไม่แน่ว่าบางทีถึงจะเจอก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

แต่แค่ลูกน้องแค่นั้นต้องใช้พวกทหารกับอัศวินระดับสูงทั้งนั้นเชียวนะคะ"

' นั่นก็อาจจะจริงของเธอ ลำพังกอบลินที่เวลสูงสุดก็จะเท่าราชาอาณาจักรแล้ว'

เซิร์นทำหน้าเจ็บใจพร้อมกับยกชาขึ้นมาดื่ม

" ถ้างั้นเรื่องกวาดล้างพวกปีศาจคงต้องไว้ก่อนสินะ

บางทีถ้ามีใครโค่นเจ้าต้นไม้ปีศาจนั่นลงได้

เหล่าปีศาจอาจจะตายกันหมดก็ได้นะ"

" เรื่องนั้นก็เคยอยู่ในวงประชุมของศาสนาด้วยนะคะ

แต่แม้เหล่าอาร์คบิชอปสี่ภาคส่วนก็ยังอยู่ในช่วงพิจารณาเลยน่ะค่ะ"

" อาร์คบิชอปสี่ภาคส่วน?"

ฟุ้นแทรกไปด้วยความสงสัยเซิร์นจึงอธิบายให้ฟังว่า

ศาสนานีโอครุสมีอาร์คบิชอปสี่คนที่แกร่งที่สุด

และมีอำนาจสูงสุดสามารถสั่งการล้มล้างอาณาจักรใดก็ได้

' อธิบายซะน่ากลัวเลยนะคุณเซิร์น'

" ว่าแต่ภรรยาคุณเลเว่นล่ะครับ ยังไม่กลับมาเหรอ"

" เธอไม่ค่อยสบายน่ะ ต้องขอโทษจริงๆที่เธอมาต้อนรับไม่ได้

ทั้งที่เป็นผู้มีพระคุณแท้ๆ "

"เป็นอะไรหรอคะ?"

ราปิสถามด้วยอาการสลดใจ

" โรคสีเขียวที่เกิดจากต้นไม้ปีศาจน่ะ

ถึงจะพอยื้อชีวิตไว้ได้แต่คงจะ..."

มาควิสเลเว่นหลับตาเอาไว้เพื่อพยายามกลั้นน้ำตา

เมื่อเซิร์นเห็นอย่างนั้นจึงเอามือวางทับมือของพ่อเธอ

" ใช้เวทมนตร์รักษาไม่ได้เหรอคะ "

" ก็เคยเรียกมาอยู่แต่นักเวทหลวงอย่างผู้เฒ่ารามอส..

คงเรียกคนระดับนั้นมาไม่ได้หรอก

ถึงบาดแผลจะรักษาได้ด้วยเวทมนตร์

แต่อาการผิดปกติที่เกิดจากต้นไม้ปีศาจน่ะ

ยังไม่มียาที่รักษาได้น่ะสิ "

มาควิสเลเว่นตอบคำถามราปิสอย่างไร้เรี่ยวแรง

พาเอาฟุ้นนึกถึงพิษของอัลมินี่ทันทีและอยากจะพูดอกไปมากๆเลยว่า

" พิษของเด็กคนนี้ก็เคยสังหารคนทั้งบ้านมาแล้วครับ" ซะตอนนี้เลย

" อย่างน้อยถ้ามีเลือดมังกรล่ะก็...."

คุณหญิงเซิร์นพึมพำด้วยท่าทางเสียดาย

แต่เพราะฟุ้นทำหน้าตาประหลาดใจท่านมาควิสเลเว่นจึงช่วยไขให้กระจ่าง

" พวกเราได้ยินมาว่าเลือดมังกรน่ะ

สามารถลบล้างสถานะผิดปกติของร่างกายได้ทั้งหมด

แน่นอนว่าหมายถึงการรักษาโรคนั่นแหละ

ที่เซิร์นไปเป็นนักบวชก็เพื่อสืบหาความคืบหน้าของเลือดมังกร"

" ถ้าเป็นเลือดมังกรล่ะก็ ต้องรักษาโรคนี้ได้แน่

พวกบิชอปเองก็บอกไว้เหมือนกัน

ถึงแม้จะแพงแสนแพงแค่ไหน

เราก็ยินดีจะจ่ายมัน ขอแค่สักขวดเล็กๆขวดนึงเถอะ"

คุณหญิงเซิร์นกำหมัดแน่นด้วยท่าทางเจ็บใจ

" เรื่องนั้นคงหาไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ

อย่างน้อยก็ต้องเป็นถึงดราก้อนสเลเยอร์

มังกรน่ะเลเวลต่ำสุดคือสี่สิบเชียว

แต่ว่าพ่อจะพยายามหาให้ได้....!"

' จะว่าไป เราก็มีนี่นา

ลองใช้เลือดมังกรดีไหมนะ'

" เมื่อหลายวันก่อน ผมไปเจอโพชั่นที่ทำจากเลือดมังกร

เห็นว่ารักษาได้ทุกอย่าง ...

ถ้าไม่ว่าอะไรอยากลองดูไหมครับ"

" โพชั่นที่ทำจากเลือดมังกรเหรอ ...

หมายความว่าไง...!"

" อาจจะรักษาท่านแม่สำเร็จก็ได้นะคะ! "

มาควิสเลเว่นทำหน้าตาไม่อยากจะเชื่อ

ส่วนเซิร์นก็ทำหน้าเหมือนพบทางสว่าง

" พูดตามตรงว่าแต่ละขวดแพงจริงๆผมเลยซื้อมานิดเดียว

แต่ผมจะแบ่งให้ ถ้าไม่ว่าอะไรช่วยรับด้วยนะครับ "

" .... เอ่ออ...มีแขกเหรอคะคุณ"

สุภาพสตรีที่นอนซมอยู่บนเตียงคือแม่ของเซิร์นชื่อเรเชล เรชาฟ

ซึ่งมาควิสเลเว่นบอกระหว่างทาง

เสียงแห้งๆเหมือนปลาขาดน้ำทำเอาฟุ้นรู้ทันทีว่าเธอคงใกล้เต็มที

" ผมพาคนที่มีเลือดมังกรมาน่ะ

เขายินดีสละของหายากเพื่อมารักษาโรคที่คุณกำลังเป็น

...ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวก็หายแล้ว "

" ฟุ้น เฟียวโดครับเรียกฟุ้นก็ได้

ยินดีที่ได้รู้จักครับท่านเรเชล "

" ยินดีที่ได้..แค่ก แค่ก รู้จักค่ะ "

เสียงเธอร่อแร่เต็มที ถึงจะดูอายุประมาณสามสิบหน่อยๆ

แต่ด้วยอาการที่เป็นอยู่ทำเอาเธอดูเหมือนสาวสูงวัยไปเลย

ผิวหนังที่เต็มไปด้วยสีเขียวราวกับเชื้อรากำลังลุกลามไปทั่ว

นั่นคือสัญลักษณ์บ่งบอกของโรคสีเขียวอย่างแน่นอน

" ท่านแม่พักก่อนเถอะค่ะ อย่าพยายามพูดอะไรเลย "

" นี่คือเลือดมังกรที่ว่าครับ "

ฟุ้นยื่นขวดโพชั่นที่ทำจากเลือดมังกรให้เซิร์นไป

เธอนำมันกรอกใส่ปากแม่อย่างช้าๆจนหมด

พริบตาเดียวพิษก็ค่อยๆจางหายไป

ร่างกายที่ดูซีดเผือดราวกับคนกำลังจะตายกลับมาดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

" หะ.... หาย!.. หายแล้วค่ะ!

ไม่อยากเชื่อจริงๆ ฉันหายแล้ว"

เรเชลค่อยๆลุกขึ้นนั่ง

หยดน้ำตาล่วงลงมาไม่หยุด

" เรเชล!..."

" ท่านแม่!"

ทั้งสามคนกอดกันพลางร้องไห้ไปพลางด้วยความดีใจ

ส่วนคุณไลม์ก็ยืนดีใจอยู่ห่างๆ

" โชคดีจังนะครับ ....อึก"

" ดีจังนะฟุ้น ฉันไม่แปลกใจเลยที่นายมีมัน "

" มันคงดูปกติสำหรับเธอแล้วสินะ"

กระทั่งราปิสเองก็ยิ้มดีใจกับทั้งสามคน

อย่างน้อยฟุ้นก็รู้สึกว่าได้ช่วยชีวิตคนจากการจากกันล่ะนะ

ตอนนั้นเองที่ฟุ้นรู้สึกว่าเสื้อมันตึงๆ

พอก้มดูก็เห็นอัลมินี่เบะปากจะร้องไห้

' แย่แล้ว! ลืมเลยว่าเด็กเซ็นท์ซิทิฟกับความรู้สึกคนรอบข้าง'

ฟุ้นรีบไปเปิดหน้าต่างตรงไปยังระเบียงห้องของเรเชลพร้อมขอตัว..อย่างทุลักทุเล

" อย่าร้องน้าา อย่าพึ่งร้อง..."

อุตส่าได้ช่วยคนแล้วแต่กลับต้องมาฆ่าตายยกครอบครัว

ฟุ้นรีบใช้[ดราก้อนวิง] พุ่งขึ้นไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

ทันพอดีกับที่อัลมินี่ร้องไห้ออกมา

« ได้รับความเสียหายจากพิษที่ไม่สามารถระบุได้ »

« ได้รับการฟื้นฟูเรียบร้อย »

' เฮ้อออ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ '

คราวนี้ฟุ้นจดจำขึ้นใจเลยว่าสำหรับเด็กแล้ว

ก็มักร้องไห้ตามคนอื่นเหมือนกัน

" โอ๋ๆๆๆ อย่าร้องนะคะคนดี ...."

" ได้พวกเธอช่วยไว้ขนาดนี้คงยากที่จะขอบคุณไหวแล้วล่ะ

ถึงขนาดช่วยลูกสาวฉัน และตอนนี้ยังสละเลือดมังกรช่วยภรรยาฉันอีก"

มาควิสเลเว่นก้มหัวขอบคุณอีกครั้งหลังจากที่ฟุ้นกลับมา

เซิร์นขอตัวไปทำอะไรบางอย่างกับราปิสเพื่อแสดงความขอบคุณ

ตรงนี้ก็เลยมีแค่ฟุ้นกับมาควิซและอัลมินี่

" แค่ปลอดภัยก็ดีแล้วครับ

ไม่ต้องคิดมากก็ได้ เรื่องเลือดมังกรน่ะ"

' ก็เราจะซื้อจากในร้านค้าเมื่อไหร่ก็ได้เลยนี่นะ'

" จะไปทำแบบนั้นกับผู้มีพระคุณได้ยังไง

ไลม์ ไปเอาของมาหน่อย"

ชายแก่ก้มคำนับรับทราบและเดินจากไป

ไม่นานก็เดินมาพร้อมกับถาดเงิน โดยมีของวางอยู่เต็มไปหมด

" นี่คือรางวัลค่าจ้างที่ลูกสาวเคยพูดเอาไว้

และเรื่องค่าเลือดมังกรนั่นที่สละให้เรา

ช่วยรับไว้ด้วยนะ"

จากนั้นมาควิสเลเว่นก็หยิบถุงเงินจากในถาดมาวางด้านหน้า

" ข้างในมีสิบเหรียญทองคำดำ "

" สิบเหรียญทองคำดำเลยหรอครับ!"

' ถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณหมื่นเหรียญทองแดงสิ'

" มันไม่เยอะหรอกถ้าเทียบกับสิ่งที่เจ้าทำให้พวกเรา

แต่ทางนี้มีแค่นี้ต่างหากที่ต้องขออภัย

แต่ถ้าหากเจ้ามีอะไรให้ช่วย ก็ให้ใช้ตรานี้อ้างได้เลยนะ"

จากนั้นมาควิสเลเว่นก็หยิบเหรียญเงินมาให้วางด้านหน้าฟุ้น

มันใหญ่กว่าเหรียญปกติสักสามเท่า

" นี่คือตราประจำตระกูลของเรา

ด้านหน้ามีตราประทับอยู่

อีกด้านคือชื่อเจ้า

หากมีเรื่องอะไรก็ให้จำเลยว่า

เจ้ามีตระกูลขุนนางมาควิสคอยหนุนหลังอยู่ "

" คือว่าพวกนี้มัน..."

ระหว่างที่กำลังจะปฏิเสธอยู่นั้น ราปิสกับเซิร์นก็เดินเข้ามาทันที

พร้อมกับถาดขนาดใหญ่มีก้อนขนมปังวางอยู่เต็มถาด

" คุณเซิร์นเขาเป็นช่างอบขนมปังด้วยนะ

เคยแข่งขันจนชนะแปดคนสุดท้ายของอาณาจักรด้วยล่ะ"

" บอกแล้วไงให้เรียกเซิร์นเฉยๆ ...

ถึงจะเคยลงแข่งแต่ก็แพ้อยู่ดีนั่นแหละ เฮ้ออ..."

" อ้าวเซิร์น แล้วเรเชลล่ะลูก"

" แม่ขอไปเดินเล่นน่ะค่ะ ...

มากินขนมปังกันดีกว่า

อบมาเยอะเลยด้วย"

' ไปอบขนมปังกันมานี่เอง ...

แต่ราปิสทำเป็นด้วยเหรอ พึ่งรู้นี่ล่ะนะ'

"จะว่าไปเห็นว่าฟุ้นทำขนมปังรสชาติแปลกๆอร่อยมากเลยนี่

ช่วยสอนฉันบ้างสิ"

ระหว่างนั้นเองเซิร์นก็พูดแทรกขึ้นมา

ดูเหมือนราปิสคงเล่าให้ฟังแน่นอน

หลังจากต้องเก็บของที่มาควิสเลเว่นยกให้อย่างช่วยไม่ได้

พวกฟุ้นก็นั่งกินขนมปังกันโดยฟุ้นต้องคอยหยิกเศษขนมปังป้อนอัลมินี่เรื่อยๆ

" ก็ไม่ถึงกับเก่งหรอก เคยเรียนมาบ้างนิดหน่อยและก็ดัดแปลงเอาน่ะ"

' วิชาคหกรรมที่โรงเรียน โชคดีที่ครูเคยสอน '

" ถ้างั้นสอนหน่อยสิ รีบไปไหนรึเปล่า"

" เปล่าหรอก พอมีเวลานิดหน่อย "

' คิดว่าอยู่ที่นี่ระหว่างเวลก็ดีเหมือนกัน

จุดที่จะไปก็อยู่ใกล้ๆแถวนี้ด้วยสิ '

" ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้นะ "

" นี่นายลองเอาขนมปังที่เคยให้ฉันกินออกมาสิ ยังมีอยู่ไหม"

ราปิสหันมาสะกิดฟุ้นให้นำออกมา

ในเมื่อพูดซะกลางวงขนาดนี้จึงหยิบออกมาอย่างช่วยไม่ได้

" นี่เรียกว่าลิตเติ้ลซี ไส้มันอร่อยมากเลยนะ"

ฟุ้นนำออกมาตามจำนวนคนส่วนตัวเองก็หยิกแบ่งกับอัลมินี่

" อร่อยย!!"

สองพ่อลูกพูดเป็นเสียงเดียวกัน

ส่วนราปิสได้แต่ยิ้มเหมือนจะบอกว่า" เห็นไหมบอกแล้ว"

ตอนต่อไป >>> สมุนจอมปีศาจกองทัพกอบลินบุกโจมตี และ การเดินทางกลับอาณาจักรโรฮันน่า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel