บท
ตั้งค่า

เทพโอสถพิษจุติ 5

ฟุ้นเรียกรถม้าออกมาอีกสองคันใส่ผักผลไม้และขนมปังจนเต็ม

" ฝากเอาไปให้ชาวบ้านทีนะ "

งานนี้ต้องให้ราปิสกับผู้ใหญ่บ้านนำไปแจกคนในหมู่บ้านแทน

เพราะฟุ้นกลัวอัลมินี่จะร้องไห้ขึ้นมา

" ผลไม้ ขนมปัง เต็มรถเลยยย"

" ช่ายย ~ อยากกินอีกไหม มีเยอะแยะเลยนะ"

" ไม่เอาแล้ว ตั้งแต่รู้จักฟุ้นอัลมินี่อิ่มแปร้ตลอดเลย "

" เหรอ ดีจังนะ "

" อื้ออ "

' ขี้อ้อนอะไรจะปานนั้น เห็นว่าอายุจะตามเลเวลนี่นะ...

ถ้าพาไปเวลคงมีสถานะภาพที่โตขึ้นล่ะมั้ง '

ระหว่างที่รอราปิสฟุ้นจึงเช็คมอนสเตอร์ในแผนที่ดูก่อน

ตอนนี้ยังกลับอาณาจักรไม่ได้เพราะอัลมินี่

" มอนสเตอร์ที่เวลสูงๆอยู่ไกลจังนะ

ไหนๆก็ไหนๆแล้วพาราปิสไปเวลด้วยเลยก็ดีเหมือนกัน...

อืมมม ส่วนมากก็เวลพอๆกับราปิสทั้งนั้นเลยด้วย "

หลังจากนั้นไม่นานการเดินทางก็เริ่มต้นอีกครั้ง

มุ่งสู่ดินแดนต่อไป

" ไม่ไปส่งภารกิจก่อนเหรอ "

" ก็อยากจะส่งเหมือนกัน แต่ถ้าอัลมินี่ร้องไห้อะไรขึ้นมามีหวังตายกันค่อนอาณาจักรแน่เลยน่ะสิ"

' ใช่ ตายเป็นพันๆศพแน่นอน พิษของอัลมินี่รุนแรงซะจนฆ่าคนในคฤหาสถ์ท่านเอิร์ลตายยกหลังเลย'

" งั้นไว้ค่อยส่งตอนกลับละกัน "

รถม้าแล่นไปตามถนนเรื่อยๆ ทั้งสองผลัดกันขับคนละสองชั่วโมง

บางทีเจอมอนสเตอร์ก็ให้ราปิสลองสู้ดู

' เก่งขึ้นเยอะเลยน้า ดูเหมือนชุดกับอาวุธจะช่วยได้มากเลยด้วย '

" ชุดพวกนี้มัน ... เป็นชุดเวทมนตร์เหรอ "

" ชุดเวทมนตร์?"

" พลังป้องกันของฉันดูจะเพิ่มเยอะมากเลยด้วย

แถมพอได้รับบาดเจ็บก็ฟื้นฟูให้อีก"

" ใช่ๆ เป็นชุดเวทมนตร์ที่สร้างขึ้นน่ะ ลองผสมไปหลายอย่างอยู่นะ "

" สร้างขึ้นเหรอ ผสมหลายอย่างเหรอ ...

เอาเถอะ เฮ้อออ นายนี่จะทำฉันอึ้งไปถึงไหน "

ราปิสถอนหายใจอย่างเอือมระอา

ตั้งแต่รู้จักกันฟุ้นทำเธออึ้งไปหลายครั้งพอตัว

ระหว่างที่ราปิสเป็นคนขับรถม้าฟุ้นก็ซื้อหนังสือภาพมาจากร้านค้าส่วนตัว

อย่างน้อยถ้าอัลมินี่พูดภาษาเดียวกันกับราปิสและทุกคนคงจะดีไม่น้อย

เป็นไปตามคาด เด็กๆชอบหนังสือการ์ตูนน่ารักๆ

แววตาของอัลมินี่ดูเป็นประกายทันที

' แบบนี้คงสอนง่ายขึ้นเยอะ ....

ถึงจะไม่รู้ว่าโลกนี้ใช้ภาษาอะไร

แต่สอนภาษาเราคงได้เหมือนกันมั้ง '

ระหว่างเดินทางฟุ้นจึงสอนหนังสือให้เด็กสาวตัวน้อย

และให้ราปิสขับยาวไปเลย

เมฆลอยเอื่อยๆลมพัดเย็นๆต้นหญ้าพริ้วไหวไปตามลม

ไม่มีทีท่าว่าเมฆจะตั้งเค้าให้ฝนตกใดๆ

" ฟุ้น ออกมาดูนี่หน่อย "

ระหว่างที่กำลังสอนอัลมินี่อยู่นั่นเอง รถม้าก็หยุดลง

เสียงราปิสดังเรียกให้ออกไปดูบางอย่าง

" อะไร มีอะไรเหรอ "

อัลมินี่ก็ออกมาดูตามฟุ้นเหมือนกัน

ห่างออกไปราวยี่สิบเมตรพบรถม้าท่าทางราคาแพง

ชายสวมเกราะสองคนน่าจะเป็นอัศวินที่ฟุ้นเคยเห็นในอาณาจักร

กับกอบลินสวมเกราะกำลังสู้กันอยู่

ด้านหลังอัศวินมีหญิงสาวหน้าตาดี กับชายแก่ที่น่าจะเป็นพ่อบ้านยืนอยู่

กอบลินเกราะเหล็กกำลังล้อมรถม้าด้วยจำนวนที่น่าสะพรึง

" ราปิส ! มีคนกำลังถูกกอบลินโจมตีอยู่ข้างหน้า เราไปกันเถอะ !"

" อึก ...! รับทราบ!"

ราปิสกระโดดลงจากรถม้าอย่างองอาจ ส่วนฟุ้นก็กำลังจะตามไปเช่นกัน

แต่ติดตรงที่อัลมินี่

" ไม่ ไม่เอา พาอัลมินี่ไปด้วย อย่าทิ้งอัลมินี่ไว้คนเดียว"

" มันอันตรายนะ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว"

ตอนนั้นเองที่ใบหน้าเด็กสาวเริ่มจะเบะอีกครั้ง

' ถ้าร้องตรงนี้คงตายหมู่แน่ๆ '

" ไปๆ เราไปด้วยกัน อย่าร้องนะคนดี โอ๋ๆๆ "

ฟุ้นอุ้มเด็กไว้ที่แขนซ้ายและมือขวาก็หยิบปืนออกมา

' ทำไมกอบลินพวกนี้ถึงใส่เกราะกันล่ะ

แถมเลเวลก็ยังสูงอีกต่างหาก'

กอบลินเบื้องหน้าเลเวลอยู่ที่ สิบสองถึงสิบหก

นอกจากจะสวมเกราะอย่างกับอัศวินแล้วอาวุธยังครบมือทุกตัวอีกด้วย

" [ ไฟเยอร์บอล ] "

ราปิสร่ายคาถาเปลวเพลิงส่งลูกไฟตามตำนวนกอบลินที่อยู่ตรงหน้าทันทีในระหว่างวิ่งไป

และตอนนั้นกอบลินที่ใช้โล่ขนาดใหญ่โผล่มาจากในป่ามาป้องกันเปลวเพลิงของราปิสได้หมด

' พวกนี้เลเวลสูงกว่าพวกเมื่อกี้อีก อยู่ในช่วงยี่สิบห้าเลยสินะ

สูงเอาเรื่องจริงๆ เจ้าพวกนี้ต้องการอะไรกันแน่ '

" ระวังตัวนะราปิส เจ้าพวกนี้เลเวลสูงพอๆกับเธอเลย "

" รู้แล้วน่า !"

ด้วยจิตวิญญาณอัศวินเก่ารึไงไม่ทราบ ดูเธอคึกมากเวลาจับดาบเหวี่ยงใส่พวกมัน

กอบลินมีราวยี่สิบตัว เป็นจำนวนที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด

แต่ถึงจะมากยังไง หากตัวไม่ใหญ่มาก

ปืนพกก็ยังมีความหมาย

ฟุ้นไล่ยิงกอบลินตายอย่างง่ายดาย

ตัวไหนมีเกราะก็ยิงทะลุเกราะโดยการใส่พลังเวทเพิ่ม

ราปิสที่นำหน้าไปก่อนกำลังรับมือกับกอบลินจำนวนมากในคราวเดียว

ด้วยโล่กับดาบที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ดาบพวกกอบลินจึงเสียส่วนคมไปอย่างง่ายดาย

ต่างทำหน้าเหวอหวอกันทีเดียว

เธอไม่เคยรอช้า เมื่อเห็นโอกาสจึงฟันหัวพวกกอบลินกระเด็นตัวแล้วตัวเล่า

' น่ากลัวแฮะแม่สาวคนนี้ '

ฟุ้นไม่ยอมแพ้ยังคงยิงต่อไปไม่หยุดจนกระทั่งเห็นว่าไม่มีพวกไหนมาเพิ่มแล้ว

อ๊ะ!...

' ลืมเรื่องเวลของอัลมินี่ซะสนิทเลย'

ฟุ้นมองดูสถานะการณ์รอบๆดูเหมือนว่าทุกคนจะปลอดภัยดี

ชายแก่เดินเข้ามาหาพวกฟุ้นพร้อมส่งเสียงทัก

" ขอบคุณทั้งสองมากครับ ช่วยได้มากจริงๆ "

" ไม่หรอก แล้วเจ้าพวกนี้มันคืออะไร

ดูท่าไม่ใช่ก็อบลินธรรมดาซะด้วยสิครับ "

" เจ้าพวกนี้คือลูกน้องของจอมปีศาจครับ

พวกแรกเป็นอัศวินกอบลินเกราะหนัก

อีกพวกคือพาราดินกอบลิน ...

ถ้าไม่มีพวกคุณพวกเราคงไม่รอดแน่ๆ

ต้องขอขอบคุณจริงๆครับ "

ชายแก่โค้งตัวลงขอบคุณ

' ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิดบริเวณนี้คงมีคนตายอย่างน้อยสี่ศพเลยสิ '

" ขอบคุณพวกท่านจริงๆค่ะ พวกท่านได้ช่วยชีวิตของเราเอาไว้จริงๆ "

หญิงสาวผมทองอายุราวยี่สิบปี สวมผ้าคลุมสีดำทับเสื้อแขนยาวแบบมีกระดุม

ส่วนล่างเป็นกระโปรงสีดำมีจีบ

ที่บริเวณผ้าคลุมปรากฏเครื่องหมายวงกลมที่มีไม้กางเขน

หญิงสาวกล่าวขอบคุณด้วยท่าทีสุภาพมาก

รถม้านั่นถึงแม้จะดูภายนอกก็รู้เลยว่าแพงมาก

ทั้งรูปทรงลวดลายที่วิจิตรปราณีตกว่ารถม้าที่ฟุ้นเคยซื้อจากในร้าน

' ขุนนางรึไม่ก็พวกเศรษฐีแน่ๆเเบบนี้...

อ๊ะ....ประโยคนี้มันคุ้นๆนะ '

" ท่านผู้นี้คือ ท่านหญิงเซิร์น เรชาฟ เป็นนักบวชชั้นสูงระดับพันครับ

ส่วนผมคือคนรับใช้ ชื่อไลม์ สองคนนี้คืออัศวินรับจ้าง"

" เซิร์น เรชาฟ ค่ะ "

' นักบวชชั้นสูงระดับพันมันคืออะไร ?'

หลังจากได้ยินแบบนั้นราปิสก็ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ

".... เป็นอะไร?"

" เป็นอะไรเหรอ! .... นั่นนักบวชชั้นสูงระดับพันเลยนะ

ทำไมยังยืนท่าทีเหมือนปกติได้อีก "

" .... นักบวชก็คือบรรดาศักดิ์สำหรับบุคคลที่พึ่งเข้านับถือศาสนานีโอครุสครับ

โดยจะแบ่งเป็นขั้นๆ ตั้งแต่ นักบวชระดับสิบ ระดับร้อย ระดับพัน แล้วก็นักบวชชั้นสูง

ก็ผ่านขั้นตอนของชั้นแบบเดียวกันต่อไป คือบิชอป อาร์คบิชอป แบบนี้เข้าใจง่ายขึ้นไหมครับ

ต่อไปบรรดาศักดิ์ของท่านหญิงเซิร์นก็คือ บิชอประดับสิบ สามารถปกครองได้หนึ่งวิหาร"

" ถูกต้อง และตอนนี้เรากำลังเดินทางกลับจากวิหารที่อาณาจักร

แต่กลับถูกลอบโจมตีแบบนี้ อันตรายจริงๆ

ดูเหมือนเราต้องหาที่พักในอาณาจักรสักที่แล้วล่ะ"

" แล้วตอนนี้คุณเซิร์นกำลังจะไปไหนกันเหรอครับ "

จากนั้นคุณไลม์ที่ยืนอยู่ข้างๆก็พูดด้วยท่าทางรู้สึกผิด

" เป็นความผิดพลาดของกระผมเองครับที่ประมาทเกินไป

ไม่นึกเลยว่าระหว่างทางกลับที่ผ่านเป็นประจำจะมีกอบลินแบบนี้

ถ้าหากว่าถูกลอบโจมตีอีกคงกันไม่อยู่แน่นอน

เลยอยากขอจ้างให้ช่วยคุ้มกันหน่อยจนกว่าจะถึงที่พักน่ะครับ "

" งานคุ้มกันเหรอ? นายว่าไง รับดีไหม ?"

ราปิสหันมาถามฟุ้นคงเพราะเรื่องอัลมินี่กับเส้นทางที่จะไปกันราปิสจึงถามแบบนั้น

' จริงๆก็ไม่มีปัญหาหรอกนะ

อีกอย่างเราก็เริ่มเข้าใจเหตุผลที่อัลมินี่ร้องไห้มากขึ้นแล้วด้วยสิ

...แถมเส้นทางเดียวกันกับที่เราจะไปด้วย '

" เข้าใจแล้วครับ ขอรับงานไว้แล้วกัน

รบกวนด้วยนะครับ"

" ไม่หรอกๆ ทางนี้ต่างหากล่ะคะ

รบกวนด้วยนะ คุณ..."

" ฟุ้น เฟียวโดครับ เรียกฟุ้นก็ได้ "

" ฉันราปิส แลซูลี่ค่ะ "

จากนั้นฟุ้นก็ไปเก็บรถม้าและขึ้นรถไปกับคุณหญิงเซิร์นที่พึ่งเจอกัน

คุณไลม์กับอัศวินทั้งสองนั่งตรงคนขับ

ส่วนราปิสกับฟุ้นนั่งด้วยกันด้านใน มีคุณหญิงนั่งตรงข้าม

' อายุยี่สิบนี่เป็นคุณหญิงเเล้วเหรอ

นึกว่าต้องเลขสามสิบสี่สิบซะอีก '

รถแล่นไปตามถนนเรื่อยไปๆ ระหว่างทางทั้งสามคนก็คุยกันทั้งมีสาระและไร้สาระ

คุณหญิงเซิร์นบอกให้เรียกเซิร์นเฉยๆเพราะเริ่มคุยถูกคอ อายุก็ไม่ห่างกันมาก

เธออยู่คฤหาสถ์กับพ่อแม่ที่เป็นขุนนางมีบรรดาศักดิ์เป็นมาควิสมีเขตการปกครองถัดจากเอิร์ลบาร์บ และ เอิร์ลทุชมาร์

ซึ่งตอนนี้เราอยู่ในเขตการปกครองของท่านเอิร์ลทุชมาร์

' ผมว่าเขตการปกครองของเอิร์ลบาร์บคงไม่มีแล้วล่ะครับ....

แต่ก็ไม่ใช่ความผิดผมนะ ...'

ระหว่างทางฟุ้นหยิบน้ำผลไม้มาให้อัลมินี่ ดูเหมือนเธอจะชอบน้ำแอปเปิ้ลเขียว

ฟุ้นเลยลองผสมในรูปแบบเย็นและก็ทำได้ด้วย

" แล้วเรื่องกอบลินที่เป็นสมุนจอมปีศาจ

แถวนี้มีจอมปีศาจอยู่ด้วยเหรอ "

ราปิสถามในจุดที่ฟุ้นกำลังข้องใจพอดี

' หวังว่าเธอจะบอกด้วยนะว่ามันคืออะไร

เราเองก็ยังไม่รู้มากด้วยสิ

แต่เท่าที่ดูเมื่อกี้ เเต่ละตัวเลเวลสูงมากๆ '

" แถวนี้ไม่มีหรอกค่ะ นั่นเป็นพวกลาดตระเวน

แถมยังเป็นแค่ส่วนน้อยเท่านั้น

เรื่องที่อยู่ของจอมปีศาจ

พวกเราเองก็ไม่ทราบหรอกค่ะ

แต่ถ้าทราบกรุณาแจ้งด้วยนะคะ "

สิ้นคำอธิบายของคุณเซิร์นก็ทำฟุ้นสงสัยจึงเปิดแผนที่ดูเพื่อหาจอมปีศาจ

แต่มันก็ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

' แผนที่ของเราก็แสดงที่อยู่ของพวกปีศาจไม่ได้

ไม่แน่ว่าอาจจะรวมถึงเหล่าลูกสมุนด้วย

พวกกอบลินเมื่อกี้ก็ไม่ปรากฏในแผนที่เลย '

ราปิสเคยเล่าคร่าวๆให้ฟังเกี่ยวกับศาสนานีโอครุสว่าพวกนี้กับจอมปีศาจ

เป็นปรปักษ์กัน พวกศาสนาจึงมีคนมีฝีมือเยอะแยะมากมายแฝงทั่วทุกอาณาจักร

และส่วนมากก็เป็นพวกขุนนางทั้งนั้นเลย

รถม้าแล่นต่อไปจนสุดเขตการปกครองของเอิร์ลทุชมาร์

ก็ค่ำพอดี แต่ยังไม่ทราบเลยว่าจะถึงที่หมายกันเมื่อไหร่

" มืดแล้วนะครับ อีกไกลไหม "

" ใกล้แล้วล่ะ เพราะแบบนี้ไงถึงต้องพึ่งพวกเธอช่วย "

เด็กสาวอัลมินี่หลับคาอ้อมแขนของฟุ้นไปเรียบร้อย

ตัวก็บิดไปบิดมา

' ดูท่าจะเมื่อยแฮะ ช่วยไม่ได้นะ ก็มันบนรถนี่นา'

พวกฟุ้นนั่งดูวิวทิวทัศน์ที่มืดมิดข้างนอกผ่านกระจกรถ

ถึงบางทีจะคุยกันบ้าง แต่ไม่นึกเลยว่าจะไกลขนาดนี้

ตอนต่อไป คฤหาสถ์มาควิซ และ โพชั่นเลือดมังกร

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel