บท
ตั้งค่า

เทพโอสถพิษจุติ 3

" พวกนี้คือโทรลเหรอ "

" ใช่ เป็นพวกมีพลังเยอะแต่ไม่มีสมอง

แต่โทรลจำนวนขนาดนี้ก็สร้างปัญหาให้พวกทหารไม่น้อยเลยล่ะ "

เบื้องหน้าทั้งสองมีมอนสเตอร์ตัวสูงสามเมตรพุงโรล

ใส่ผ้าแค่ส่วนท่อนล่างคล้ายกระโปรงทั้งตัวมีสีฟ้าจมูกใหญ่

ที่มือถือดาบเล่มใหญ่ บางตัวถือไม้กระบองขนาดใหญ่

" ถ้างั้นช่วยยิง [ไฟเยอร์บอล] เหมือนทุกครั้งทีนะ "

" อืม..."

จากนั้นก็มี[ไฟเยอร์บอล]

หลายลูกลอยต่อเนื่องกันติดๆไปบนอากาศและพุ่งตรงไปที่พวกโทรลทันที

พลังโจมตีไม่มากพอที่จะสังหารในนัดเดียวแต่ฟุ้นก็ไม่รอช้า

รีบยิงทันทีหลังจากบอลเพลิงถูกปล่อยออกไป

' เลเวลเพิ่มอีกแล้ว ไวจริงๆวิธีนี้ '

ราปิสมีอาการยิ้มเล็กน้อยที่เลเวลสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นก็เดินออกมาและเริ่มเก็บเลเวลให้ราปิสต่อจนค่ำ

' แย่ล่ะสิ เพลินไปหน่อย

หวังว่าจะไม่ถึงดึกเกินไปนะ'

ทั้งสองนั่งรถม้ากลับแต่คราวนี้ฟุ้นขอพักในรถและให้ราปิสเป็นคนขับแทน

ฟุ้นนอนหลับที่กระบะท้ายรถจนกระทั่งผ่านไปสองชั่วโมงก็ถึงหมู่บ้าน

" แย่แล้ว!... แย่แล้วพ่อหนุ่ม!"

พอฟุ้นลงจากรถ ผู้ใหญ่บ้านก็วิ่งหน้าตื่นมาหาทันที

พร้อมกับชาวบ้านกลุ่มใหญ่

" มีอะไรเหรอครับ"

" ก็!... ก็ท่านเอิร์ลน่ะสิ

ลูกน้องมันมาเอาอาหารของหมู่บ้านไปหมดเลย!"

ตอนที่ฟุ้นยังทำหน้างงๆราปิสก็เหมือนจะรู้อะไรบาอย่าง

" มีอะไรเหรอราปิส "

" อืม...ประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อน

ฉันเห็นคนขับรถม้าบรรทุกผักผลไม้และก็เนื้อเต็มกระบะท้ายรถเลยน่ะสิ"

" นั่นแหละ! ต้องเป็นมันแน่

ไอ้พวกที่มาเอาอาหารของพวกเรา!"

ผู้ใหญ่บ้านแสดงท่าทีไม่พอใจอย่างเต็มที่

' เป็นถึงขุนนางเลยด้วยสิ

แต่อาหารขนาดนั้นจะให้เป็นรางวัลมันก็มากโขอยู่นะ'

" ฟุ้น..."

ราปิสเรียกให้สติ

ฟุ้นรู้สึกตัวอีกครั้งและมองไปที่แววตาของชาวบ้าน

แต่ละคนมีดวงตาที่ดูสลดเพราะทำอะไรไม่ได้

ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ของก็ยังคงโดนไถไปไม่จบไม่สิ้นแน่

" เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกคนมารับอาหารก่อนเถอะครับ"

ฟุ้นกับราปิสก็เริ่มแจกอาหารอีกครั้งให้กับชาวบ้านทุกคน

หลังจากเเจกเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้าน

ถึงคราวนี้จะขอบคุณเหมือนเช่นเคยแต่ใบหน้าที่รู้สึกเสียดายยังถูกตอกอยู่บนใบหน้าทุกคน

คืนนั้นฟุ้นผสมชุดกับดาบทั้งคืนเพื่อให้ราปิส

โดยใช้ส่วนผสมของเกล็ดมังกรและย้อมด้วยสีย้อมชุดที่เพิ่มลงในร้านค้า

" นี่คือ?"

ชุดเกราะสีทองทั้งตัวคล้ายชุดของนักรบครูเซเดอร์ด้านในเป็นชุดแขนยาวคอเต่าสีน้ำเงินเข้ม

ที่เอวมีดาบสีทองเหน็บอยู่

'พอใส่แล้วก็ เหมาะดีนะเนี่ย'

" ชุดเกราะน่ะ เป็นของขวัญที่เธอเลเวลสามสิบเอ็ดนะ"

พอพูดไปแบบนั้นราปิสก็แสดงใบหน้าดีใจออกมา

" วันนี้คิดว่าจะไปหาท่านเอิร์ลที่ว่าสักหน่อย

ช่วยฝากเธอดูแลหมู่บ้านทีนะ"

' ถ้าให้พูดตรงๆคืออยากไปจัดการภารกิจนั่นให้จบๆมากกว่า'

ถึงแม้เธอจะพยายามขอไปด้วย

แต่พอฟุ้นอธิบายเรื่องความกลัวของชาวบ้านราปิสก็ยอมเข้าใจง่ายๆและยอมอยู่เฝ้าหมู่บ้าน

' เป็นคนที่เชื่อฟังดีจัง'

จากนั้นก็เดินทางออกจากหมู่บ้านด้วยรถม้า

ระหว่างทางก็เช็คว่าขุนนางเอิร์ลที่ว่าอยู่ที่ไหน

' ทางตะวันออกเฉียงใต้เหรอ ...

แต่ไกลเอาเรื่องอยู่นะ แบบนี้คงใช้เวลานาน'

หลังจากเช็คแผนที่ก็ขับรถม้านั่งดูวิวทิวทัศน์รอบๆ

ลมพัดเบาๆอากาศเย็นหน่อยๆ

" จิตวิญญาณอสูรที่ได้มาเมื่อวันก่อนจะเป็นอสูรแบบไหนกันนะ "

หลังพูดจบก็นำจิตวิญญาณอสูรออกมาทันที

ลักษณะเป็นก้อนเปลวเพลิงสีดำอมม่วง

พอฟุ้นจ้องสักพักวิธีใช้งานก็เด้งขึ้นมาเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ

" เอ่อ... ให้บีบให้แตกสินะ "

เนื่องจากวิธีใช้งานมันมาแบบนั้นฟุ้นจึงบีบสุดแรงทันที

ทันใดนั้นตั้งแต่ปลายนิ้วมือของฟุ้นก็กลายเป็นเกล็ดของมังกรไม่เรียบ

ตลอดต่อเนื่องไปเป็นคลื่นทั่วทั้งตัวรวมส่วนหัวจนกระทั่งปลายเท้า

ส่วนที่เกล็ดไหลผ่านก็กลับเป็นผิวหนังตามเดิม

พอนึกว่าจะใช้งานส่วนไหนที่จะให้เกล็ดหุ้ม

บริเวณนั้นจะถูกใช้หุ้มด้วยเกล็ดมังกรทันที

' อสูรแบบนี้คงเป็นรูปแบบหลอมรวมที่ราปิสเคยบอก...

พลังป้องกันก็สูงสุดๆไปเลยด้วยสิ

บวกกับพลังชุดแล้ว ยิ่งป้องกันหนักขึ้นไปอีก'

ทุกครั้งที่ใช้งานส่วนแขนมันก็จะมีลักษณะคล้ายกอนท์เล็ท

เมื่อกำหมัดก็จะมีเสียง กริ๊ง กริ๊ง ของโลหะกระทบกัน

รถแล่นมาสี่ชั่วโมงจนก้นเริ่มชา

พอเช็คแผนที่อีกครั้งก็เห็นว่ายังไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ

" ถ้าจะไกลขนาดนี้...

วันนี้คงไม่ถึงแน่ๆ "

ฟุ้นจึงตัดสินใจเก็บรถม้าหลังจากคิดว่าจะเปลี่ยนวิธีเดินทางใหม่

คราวนี้สกิล[ดราก้อนวิง]

ถูกใช้งาน จากนั้นปีกของมังกรมีลักษณะคล้ายค้างคาวก็งอกขึ้นที่หลังของฟุ้น

การใช้งานปีกก็เหมือนกับการขยับแขนขึ้นลงทำให้ควบคุมไม่ยาก

เพราะเป็นการบินครั้งแรกจึงลองบินผาดโผดเหมือนที่เคยดูในหนัง

บินเหนือเมฆ ควงสว่าน วนไปซ้ายและขวา หมุนติ้วๆ

โดยมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของเอิร์ลบาร์บ

ฟุ้นมองเห็นคฤหาสถ์ของเอิร์ลอยู่ไกลๆจึงค่อยๆลงและตัดสินใจเดินไป

พื้นที่รอบๆเป็นหญ้าเตียนโล่งๆโดยมีคฤหาสถ์สามชั้นตั้งตะหง่านอยู่อย่างโดดเด่น

โดยปราศจากรั้วและกำแพง

" มีธุระอะไรที่นี่ ?"

ชายแก่ที่ดูเหมือนพ่อบ้านเดินมาทัก

" อยากจะรับภารกิจของท่านเอิร์ลน่ะครับ"

สายตาดูถูกของพ่อบ้านส่องตั้งแต่หัวจรดเท้าซ้ำไปมา

" ภารกิจของท่านเอิร์ลบาร์บจะให้รางวัลทีหลังและไม่รับรองชีวิตนะครับ"

" ครับ "

" ถ้างั้นเชิญตามผมมา"

จากนั้นพ่อบ้านก็นำทางเข้าสู่คฤหาสถ์

ระหว่างทางก็เห็นรถม้าที่ขโมยของชาวบ้านมาจอดอยู่หลายคัน

ที่กระบะท้ายรถเต็มไปด้วยอาหาร

พ่อบ้านนำทางเข้าทางประตูหน้าและเดินผ่านห้องอยู่หลายห้องกว่าจะถึงห้องรับรองพวกที่จะมาทำภารกิจ

ห้องยาวประมาณยี่สิบเมตรกว้างแปดเมตร

มีหน้าต่างตั้งทางทิศตะวันออกอยู่หกบาน

อีกทิศที่เหลือเป็นประตูมียามเฝ้าประตูละบาน

เลเวลสิบห้า สิบเจ็ด สิบเก้า

ตรงกลางห้องมีโต๊ะไม้แบบยาวกับเก้าอี้ไม้ที่มีพนักพิงสูงๆ

ให้บรรยากาศเหมือนห้องอาหาร

" กรุณารอที่นี่สักครู่ "

หลังจากพ่อบ้านเดินออกไปสักยี่สิบนาที

เสียงประตูห้องดังอีกครั้ง

" ท่านบาร์บ ชายคนนี้คือคนที่จะมารับภารกิจครั้งนี้ครับ "

ชายที่ยืนด้านหลังพ่อบ้านเป็นผู้ชายวัยกลางคนเส้นผมหยักศกสีทอง

สวมแจ็คเก็ตสีน้ำเงินทับเสื้อสีขาว

" อืม...งั้นช่วยไปรอรับคนที่เดิมทีนะ "

ชายแก่คำนับและเดินออกไป

" เชิญนั่งก่อนสิ ...

เมื่อครู่ฉันกำลังคุยธุระก็เลยมาช้า

แน่ใจแล้วเหรอว่าจะรับภารกิจนี้จริงๆ"

" ครับ ...

. ..แล้วเนื้อหาภารกิจคือ?"

" พ่อบ้านคงแจ้งแล้วสินะว่าจะให้รางวัลทีหลังและไม่รับรองชีวิต

... เอาล่ะ นี่คือรายละเอียด ..."

ภารกิจคือช่วยคนๆหนึ่งที่ถูกขังในปราสาทและพามาที่นี่

เอิร์ลบาร์บเล่าว่าระหว่างที่ไปช่วยจะเจอมอนสเตอร์ที่เลเวลสูงๆจำนวนมาก

แถมมาจนถึงขนาดนี้ยังไม่มีใครรอดกลับมาสักคน

ฟุ้นเป็นคนแรกที่มารับภารกิจคนเดียว

' ภารกิจช่วยคนก็หมูๆเลยสิ จะว่าไปมอนสเตอร์ที่เลเวลสูงๆ

และยังรวมกันเป็นกลุ่มที่ว่ามาแบบนี้มัน ....

ไม่เห็นมีในแผนที่เลย ปราสาทก็ด้วย'

" เอาจริงๆก็ไม่ได้คาดหวังนักหรอก

แต่ถ้าช่วยสำเร็จรางวัลคือเนื้อ ผัก ผลไม้ จำนวนมาก

และก็เงินอีกสิบเหรียญทอง "

" สถานที่ล่ะครับ ปราสาทอยู่ตรงไหนเหรอ"

" มันเป็นสถานที่ที่ถูกคลุมด้วยข่ายเวทล่ะนะ

น้อยคนที่จะเห็น...

และนี่คือแผนที่ที่จะพาไป "

เอิร์ลบาร์บหยิบกระดาษม้วนที่วางอยู่บนโต๊ะซึ่งพึ่งหยิบมาจากอากาศ

' แผนที่ไปปราสาทสินะ '

ฟุ้นรับมาและเปลี่ยบเทียบกับแผนที่ของตัวเอง

ดูเหมือนจะต่างกันตรงจุดปราสาทเท่านั้นเอง

จากนั้นเอิร์ลบาร์บก็เดินมาส่งฟุ้นที่หน้าคฤหาสถ์

ฟุ้นเรียกรถม้าขับไปให้ไกลๆจากคฤหาสถ์สักพักก็ใช้สกิล [ดราก้อนวิง ]

พุ่งตรงไปยังปราสาทอย่างรวดเร็ว

ใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีก็ถึงจุดที่อยู่ของปราสาท

พื้นที่เป็นป่าหนาทึบขนาดใหญ่

หลังจากสำรวจเล็กๆน้อยๆก็ร่อนลงที่หน้าทางเข้าของป่า

« ได้รับความเสียหายจากพิษที่ไม่สามารถระบุได้ »

« ได้รับการฟื้นฟูเรียบร้อย »

แถบHPลบหนึ่งหน่วยอย่างต่อเนื่องหลังจากเข้าเขตป่า

' พิษเหรอ ... ชุดที่ผสมเลือดมังกรยังป้องกันไม่ได้อีกเหรอ '

หลังจากเดินเข้าป่าไปโดยที่ไม่สนใจต่อพิษดังกล่าวเพราะชุดสามารถพื้นฟูสถานะHP

ได้รวดเร็วกว่า ก็เหมือนว่าจะเข้าสู่เขตบาเรียโปร่งใสเข้า

ปราสาทที่มีห้ายอดแหลมตั้งอยู่บนเนินสูง รอบๆเปลี่ยนเป็นพื้นดินโล่งๆไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิต

มีต้นไม้แห้งๆตั้งตระหง่านไม่กี่ต้น

พอตัดสินใจเดินขึ้นไปก็พบว่ารอบๆปราสาทคือบ่อพิษสีเขียวเดือดปุดๆ

มีสะพานไม้ผุๆสำหรับข้ามไปยังปราสาท

ระหว่างทางลองเช็คแผนที่อีกครั้ง คราวนี้แปลกไปอย่างทุกที

แผนที่ทั้งหมดเปลี่ยนไป

' ดันเจี้ยนเหรอ ?'

มอนสเตอร์เลเวลสูงสุดห้าสิบ ต่ำสุดคือสิบห้า

เป็นอันเดตทุกตัว

ฟุ้นเดินลึกไปเรื่อยๆระหว่างทางที่เจอมอนสเตอร์ก็ยิงด้วยปืนพก

พลางคิดด้วยว่าไหนๆก็ไหนๆแล้วลองกะพลังเวททีใช้ในปืนนี่เลยดีกว่า

' อย่างที่คิดจริงด้วยสินะ

ปืนพกสะดวกก็จริง แต่พลังเวทที่อัดลงไปช่วยแค่ทะลวงให้ง่ายขึ้นเท่านั้น

...อืมม ..

ถ้าจะเล่นอานุภาพของปืนต้องบาซูก้าเทือกนั้นสินะแบบนี้'

การโจมตีด้วยปืนพกยังคงได้ผลแต่กลับมีปัญหาเฉพาะกับมอนสเตอร์

ประเภทสเกเลตัน

จึงแก้ไขด้วยการใช้ดาบโจมตีแทน

ว่าแล้วจากนั้นก็สำรวจมันทุกยอดถึงจะรู้อยู่แล้วว่าคนที่ให้ช่วยต้องอยู่ยอดกลาง

โครงกระดูกมนุษย์ของพวกที่ได้มาช่วยก่อนหน้านี้ตายเกลื่อนคาชุดเกราะ

ฟุ้นจึงจำใจเก็บอย่างช่วยไม่ได้

หลายครั้งที่โชคดีเจอเกราะที่ใช้ส่วนผสมอย่างเงินมาด้วย

' พิษเยอะขนาดคลุ้งเป็นหมอกแบบนี้ก็ไม่แปลกหรอกนะที่จะตายกันน่ะ'

หลังจากเคลียทุกส่วนของปราสาทพร้อมทั้งเก็บทรัพสินสิ่งของแล้ว

ก็ถึงเวลาสู่ยอดกลางเสียที

สภาวะฟื้นฟูของฟุ้นก็เด้งตลอดเวลาเพราะกำลังเดินผ่าหมอกจำนวนมาก

เส้นทางสู่ยอดหอคอยของปราสาทเป็นบันไดยาววนๆขึ้นไป

สุดทางคือประตูไม้เก่าๆที่ถูกตอกด้วยเหล็กอย่างแน่นหนาเพื่อจะปิดตายมัน

หลังจากแกะทิ้งออกหมดและเดินสำรวจด้านใน

ภายในเป็นเหมือนห้องโล่งๆมีหยากไย่เต็มไปหมด

ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีพิษรุนแรงกว่าที่อื่นมาก แถมยังมีกลิ่นเน่าแปลกๆอีกต่างหาก

' สถานที่แบบนี้จะไปมีคนได้ยังไงเนี่ย...

จะว่าไปมันก็ตั้งแต่แรกที่เห็นกองกระดูกแล้ว

ไม่แน่คนที่ว่าอาจจะตายไปแล้วมั้งพิษแรงขนาดนี้ '

ฟุ้นอุดจมูกพลางหันหลังกำลังจะเดินทางกลับ

ตอนนั้นเองที่มีเสียงเล็กๆลอยมาในอากาศ

เด็กน้อยคนหนึ่งเดินจากมุมห้องมืดๆจากฝั่งตรงข้าม

' เด็กเหรอ ....

ไม่สิ พิษที่ว่ามาจากเด็กคนนี้น่ะเหรอ !

...เรื่องแบบนี้มัน'

เด็กมองตาแป๋วมาที่ฟุ้นอย่างจริงจัง

พอสังเกตดีๆแล้วเธอเป็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณห้าถึงหกขวบ

เลเวลห้า ใส่เสื้อผ้าสกปรกสีน้ำตาลขาดๆตัวเดียว

ใบหน้าก็สกปรกเลอะเทอะ

' เด็กคนนี้ผอมมาก ...

หนังหุ้มกระดูกเลยไม่ใช่เหรอ'

ฟุ้นรู้เลยว่าเด็กคนนี้กำลังขาดสารอาหารและกำลังหิวมาก

" มานี้สิ ...

ฉันให้ขนมปัง"

ฟุ้นหยิบขนมปังออกมาจากสโตร์เก็บของและยื่นมือออกไป

ช่วงแรกเด็กดูลังเลแต่ก็ค่อยๆเดินเข้ามา

เธอมองหน้ามาอีกครั้งและเอนหัวออกข้างเล็กน้อย

" ฿#@&((+_#-฿#+(_# "

" ห่ะ?"

สิ้นคำพูดของเด็กฟุ้นก็ต้องเอนคอไปข้างหน้าแทน

' ภาษาอะไรน่ะ '

ถึงจะไม่รู้ว่าเด็กพูดอะไรแต่ฟุ้นก็ยิ้มกลับไปพร้อมพยักหน้า

จากนั้นใบหน้าของเด็กค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

มือของเธอยื่นออกมาหยิบขนมปังใส่ปาก

ตอนนั้นเองที่ดูเหมือนว่าพิษรอบๆจะเบาบางลง

' รึว่าความรุนแรงของพิษพวกนี้จะขึ้นอยู่กับเด็กคนนี้ ?'

ระหว่างที่รอให้เด็กน้อยกินเสร็จก่อนฟุ้นก็สำรวจภายในห้องเรื่อยๆ

จากนั้นก็อุ้มวางไว้บนแขนขวาเหมือนเป็นที่เกาะของนก

และพาเดินออกจากห้องไป

' เด็กตัวเบามาก ไม่รู้เลยว่าอดมานานแค่ไหน

แล้วพ่อแม่ของเด็กล่ะ เด็กคนนี้เป็นลูกขุนนางรึพวกราชนิกุลรึไงนะ

ถึงได้มาอยู่ในปราสาทแบบนี้ จะว่าไป.....

กลิ่นเหม็นๆนี่มาจากเด็กคนนี้สินะ ...

พาไปอาบน้ำก่อนน่าจะดีกว่าแฮะ '

ระหว่างทางฟุ้นผสมน้ำผลไม้ให้

ดูเหมือนพิษภายในปราสาทจะไม่มีเหลือแล้ว

เธอนั่งกินบนแขนเงียบๆไม่พูดอะไร มืออีกข้างก็เกาะคอฟุ้นไว้

ตอนต่อไป >>> การฆาตกรรม และ สองสกิลสุดยอด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel