บท
ตั้งค่า

เทพโอสถพิษจุติ 2

ข้อมูลที่ผู้ใหญ่บ้านเล่ามาก็ไม่ค่อยต่างกับที่ราปิสเล่ามาเท่าไหร่

หลังจากที่ต้นไม้ปีศาจผุดขึ้นมาการเกษตรก็ล้มเหลวตลอดต่อเนื่องทุกปี

เหล่ามอนสเตอร์รุกล้ำเข้าเขตหมู่บ้านและพื้นที่การเกษตร

จับหมู วัว แพะ แกะ และสัตว์ฟาร์มกินจนหมด

" แล้วปกติกินอะไรกันเหรอครับ "

" ก็กินหญ้าป่น เปลือกไม้เอามาสับ

รากไม้บ้างบางที "

' กินหญ้าด้วยเหรอเนี่ยคนพวกนี้ '

" พอเข้าฤดูหนาว พวกเราก็เริ่มขายเด็กสาวในหมู่บ้าน

มันก็พอยื้อไปได้บ้างแต่ก็ไม่นานเท่าไหร่เสบียงก็หมด"

' จะบอกไงดีล่ะ ลุงแก้ปัญหาผิดจุดไปไหมเนี่ย '

" บางทีก็มีพวกโจรมาบ้าง เดิมทีพวกเขาก็คือคนแถวนี้แหละ

ไม่ใช่คนไม่ดีอะไรหรอกนะ ... ทุกครั้งที่ปล้นก็พยายามเลี่ยงที่จะฆ่าคนตลอดแหละ"

" พวกโจรน่ะ พอเสร็จธุระกับฉันก็ให้อาหารเสมอ

ไม่เหมือนพวกทหารสักนิด "

หญิงผมทองแทรกเสริมในขณะที่ผู้ใหญ่บ้านกำลังเล่าเรื่องด้วยความเศร้า

' โจรมีคุณธรรมดีนะ'

" ว่าแต่ขุนนางที่ปกครองเขตนี้คือใคร

ทำไมปล่อยให้พื้นที่ภายใต้การปกครองลำบากขนาดนี้ "

ราปิสถามด้วยอาการจริงจัง ในแต่ละพื้นที่รอบนอกของอาณาจักรจะมีขุนนางดูแลเป็นจุดๆ แบ่งเขตการปกครองแทนพระราชา คล้ายนายกเทศมนตรีอะไรเทือกนั้น คนพวกนี้จะคอยดูแลความเป็นอยู่ของคนด้านนอก

" ท่านเอิร์ลบาร์บน่ะครับ ...

เห็นว่ากำลังตามหาคนที่เก่งพอจะทำภารกิจอะไรบางอย่าง

ก็เลยเก็บเสบียงพวกเราเพื่อเอาไปเป็นรางวัลให้คนๆนั้น"

" ทำไมไม่แจ้งอาณาจักรล่ะ"

" ขืนทำแบบนั้นก็โดนฆ่ายกหมู่บ้านน่ะสิ"

ตอนนี้ฟุ้นนั่งฟังทั้งสองคุยกันไปมา

ราวกับว่ามันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ไปแล้ว

" รู้จักหมู่บ้านริมแม่น้ำใกล้ๆนี่ไหม

ตอนนี้กลายเป็นหมู่บ้านร้างไปแล้วเพราะไปแจ้งนั่นแหละ "

" เพราะเรื่องแค่นี้น่ะเหรอ "

ฟุ้นต้องถามซ้ำเพื่อความมั่นใจ

'แค่ต้องการรางวัลสำหรับภารกิจอะไรจะปานนั้น'

" ใช่แล้วล่ะ "

ผู้ใหญ่บ้านดูมีท่าทีเหนื่อยล้าจึงค่อยๆนั่งลงกับพื้น

' เย็นขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย'

"ถ้าไม่ว่าอะไร พวกผมขอพักที่นี่สักวันสองวันได้ไหม"

" ห่ะ... เอาสิ พวกเธอดูเป็นคนดีนะ

ไปพักที่บ้านฉันก็ได้

มีห้องว่างอยู่เพียบเลย ..."

จากนั้นผู้โดยสารสามคนก็ขึ้นมานั่งกระบะท้าย

ราปิสเห็นว่าให้ผู้ใหญ่บ้านนั่งหน้าดีกว่าจึงสลับที่กัน

แต่ก็ยังให้ฟุ้นขับรถต่อไป

รถค่อยๆแล่นเข้าหมู่บ้านตามทางที่ผู้ใหญ่บ้านชี้

เนื่องจากขาดอาหารกัน

ทุกคนจึงดูผอมกันแทบจะทั้งหมู่บ้าน

รถมาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวแต่ก็ใหญ่พอตัว

พอลงจากรถม้า

ฟุ้นบอกผู้ใหญ่บ้านกับสาวผมทองว่าให้ตามคนทั้งหมู่บ้านมารวมตัวกันที่นี่

เพื่อจะแจกอาหาร ทั้งสองคนรับคำและรีบวิ่งไปทันที

' ....เมื่อกี้ยังดูล้าๆอยู่เลยนี่ '

ฟุ้นเก็บรถม้าและเตรียมของไว้ในสโตรเก็บของ

โดยแบ่งสัดส่วนอย่างดี

' คนที่นี่ผอมกันน่าดู ดูท่าคงต้องให้เยอะๆแล้วล่ะนะ '

จากนั้นก็ให้เด็กสาววัยสิบสองพาไปที่ห้อง

เธอเล่าระหว่างนำทางว่าเหลือตาที่เป็นผู้ใหญ่บ้านเป็นญาติคนเดียว

ดังนั้นไม่ต้องเกรงใจ

จากนั้นคงเพราะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแฟนกันหรืออะไรเทือกนั้น

เธอจึงจัดให้อยู่ห้องเดียวกัน

ฟุ้นจึงต้องแก้ความเข้าใจผิดกันอยู่พักนึงแต่ว่า

'ทำไมหน้าราปิสต้องแดงแบบนั้นด้วยนะ'

เด็กสาวจึงแยกห้องให้พร้อมทั้งพาไปดูห้องน้ำกับที่อาบน้ำ

การอาบน้ำของคนที่นี่ใช้การตักน้ำในบ่อขึ้นมา

จากนั้นก็ออกไปรอผู้ใหญ่บ้านที่หน้าบ้าน

" ทำอะไรเหรอ "

ฟุ้นหันไปถามราปิสที่เอาเนื้อออกมาจากสโตร์เก็บของ

ก่อนหน้านี้ฟุ้นก็ถามราปิสเรื่องสโตร์เก็บของ

ดูเหมือนว่าจะมีเหมือนกันแต่ถ้าจะเพิ่มปริมาณการเก็บได้ก็ต้องไปให้ทางการเพิ่มให้

แน่นอนว่าเสียเงินตามระเบียบ

" กำลังเอาเนื้อออกมาช่วยแจกไง "

" ไม่ต้องหรอก แค่ของทางนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะหมดรึเปล่า"

' อันที่จริงถ้าหมดก็ซื้อใหม่ได้อยู่ดี '

" เหรอ งั้นฉันจะเก็บไว้คราวหน้าละกัน "

" มาแล้วพ่อหนุ่ม!"

เสียงคุณผู้ใหญ่บ้านตะโกนมาแต่ไกล

ด้านหลังมีทั้งเด็กตัวเล็กๆที่ถูกพ่อแม่จูงมา

ร่างกายแต่ละคนผอมซีดแต่ใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนปลาได้น้ำไม่มีผิด

' คงมากันทั้งหมู่บ้านแล้วล่ะมั้ง '

" ถ้างั้นรบกวนต่อแถวด้วยครับ "

ชาวบ้านต่างรีบต่อแถวโดยการจัดของผู้ใหญ่บ้านทันที

ทุกคนเหมือนจะรีบยัดตัวเองให้อยู่ด้านหน้าเพราะกลัวอาหารจะหมด

เลยเสียเวลาจัดแถวพอดูเลยทีเดียว

ฟุ้นจัดผักผลไม้สองกิโลกรัมเนื้อหมูป่าที่ล่าตอนนั้นเอาไว้สองกิโลกรัม

และขนมปังอีกถุงใหญ่ ทั้งหมดสามถุงให้กับชาวบ้านต่อหนึ่งคน

แต่ละคนที่มารับพอถึงคิวตัวเองก็ทำหน้าอึ้งเหมือนถูกสกิลแช่แข็ง

ครู่หนึ่งก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม

พออะไรมีทีท่าจะหมดก็ซื้อใหม่เรื่อยๆ

" ครบทุกคนแล้วสินะ "

หลังจากแจกของเสร็จพวกชาวบ้านก็แยกกันไป

ส่วนผู้ใหญ่บ้านก็ยิ้มร่าและเดินมาขอบคุณใหญ่เลยที่ช่วยพวกเขาไว้

" เจ้าคงเป็นเศรษฐีรึไม่ก็ขุนนางสินะ "

' พอทีเถอะประโยคนี้ '

และทั้งสี่คน ราปิส ฟุ้น ผู้ใหญ่บ้านและหลานสาวก็เข้าบ้าน

ได้คุยกันระหว่างกินอาหารร่วมกันเลยได้ข้อมูลเพิ่มมากทีเดียว

ผู้ใหญ่บ้านเล่าว่าแถวๆนี้ในตอนกลางคืนจะมีมอนสเตอร์ประเภทอันเดท

ออกมาเผ่นผ่านไม่น้อยทีเดียว

พอลองเช็คก็เหมือนอย่างที่บอกมอนสเตอร์อันเดทเพียบเลย

' สเกเลตันส่วนมากเวลสิบสอง มากกว่าทหารอีกนะ

เอเดอร์ลิช ยี่สิบแปด

เดธไนท์ สี่สิบห้า....ห่ะ? ทำไมสูงกว่าพวกเลยล่ะเนี่ย'

จากนั้นก็แยกย้ายเข้าห้องตัวเอง

ฟุ้นเช็ครอบๆอีกครั้งเพราะที่นี่ไม่มีทหารเฝ้าแบบที่อาณาจักร

ถ้าโดนบุกตอนหลับคงลำบากไม่น้อย

เช้าวันต่อมาพวกฟุ้นลุกขึ้นเก็บที่นอน อาบน้ำแต่งตัวและกินข้าวตามปกติ

วันนี้จะออกล่าเพื่อเพิ่มเลเวลให้ราปิส

ฟุ้นเรียกรถม้าออกมาและตรงไปยังป่าใกล้ๆทันทีตั้งแต่เช้า

ประมาณหนึ่งชั่วโมงรถม้าก็หยุดที่ทางเข้าของป่า

ฟุ้นเก็บรถม้าและตรงเข้าป่าพร้อมกับราปิสทันที

' ใกล้ๆแถวนี้มีหมีเขี้ยวดาบอยู่ด้วย

เลเวลก็สิบแปด ตอนนี้ราปิสเลเวลสิบหกเอง

ถ้าค่อยๆช่วยตีมอนสเตอร์อัพเวลคงไม่นานหรอกมั้ง'

หลังจากตรวจเช็คแผนที่ก็พบมอนสเตอร์อยู่ใกล้ๆ

ฟุ้นจึงชวนราปิสไปทางนั้น

" เราไม่ได้มาล่าโทรลกันหรอกเหรอ นี่มันไม่ใช่ที่อยู่ของพวกโทรลเลยนะ"

" ก็มาล่านั่นแหละ แต่อยากอัพเลเวลให้เธอก่อนน่ะ"

ทั้งสองคนเดินไปไม่นานก็พบหมีเขี้ยวดาบกำลังหลับพักอยู่ใต้ต้นไม้

ฟุ้นควักปืนออกมาแล้วบอกให้ราปิสใช้เวทที่ยิงระยะไกล

"[ ไฟเยอร์บอล ]"

ลูกไฟสีแดงพุ่งใส่ร่างหมีจนสะดุ้งตื่น

ใบหน้าหมีเกรี้ยวกราดและวิ่งมาทางพวกฟุ้นสุดกำลัง

ราปิสชักดาบพร้อมสู้

ฟุ้นยกกระบอกปืนขึ้นมา

' กระสุนธาตุดินละกัน'

พอฟุ้นนึกว่าจะใส่กระสุนด้วยธาตุดิน

ปืนก็ถูกบรรจุกระสุน จากนั้นก็อัดพลังเวทเข้าไปสักพักและยิง

ร่างของหมีที่ถูกยิงกระเด็นชนต้นไม้และค่อยๆหายไป จากนั้นเนื้อหมีและส่วนอื่นๆของมันก็เข้าสโตร์เก็บของของราปิส

เป็นสัญญาณว่าชนะแล้ว

'ง่ายกว่าที่คิดแฮะ'

พอหันไปมองราปิสเลเวลก็อัพเป็นสิบเจ็ด

" ฟุ้น นี่มัน..."

" มันคือวิธีเพิ่มเลเวลทางลัดน่ะ

เป็นวิธีช่วยคนที่เลเวลน้อยกว่าให้เพิ่มเลเวลเร็วยิ่งขึ้น"

' โชคดีที่มันได้ผล

ในเกมก็ใช้ได้ด้วยสิเลยคิดว่าวิธีนี้น่าจะได้'

ฟุ้นพาราปิสไปหามอนสเตอร์ที่ดูตามแผนที่

ทั้งสองออกล่าและพักเป็นจังหวะ

ระหว่างทางเกิดสงสัยขึ้นมาว่าทหารกับอัศวินมันต่างกันยังไง

ราปิสอธิบายว่าแต่ละอาณาจักรจะแบ่งเป็นทหารกับอัศวิน

ทหารดูแลทั่วเมืองและรอบๆเมือง

อัศวินดูแลเฉพาะพวกขุนนางกับเชื้อพระวงศ์

อัศวินกับทหารมียศที่แตกต่างตรงที่

สูงสุดของอัศวินคือระดับปรมาภรณ์

ส่วนทหารจะเป็นนายพลหรือแม่ทัพ

' งั้นราปิสก็คืออัศวินระดับปรมาภรณ์สิ เห็นว่าเป็นหัวหน้าอัศวินเชียว'

การล่าดำเนินไปจนถึงเย็น ราปิสเลเวลยี่สิบสี่ส่วนฟุ้นก็เท่าเดิม

จากนั้นก็เดินทางกลับหมู่บ้านด้วยรถม้า

พอกลับไปถึงก็พระอาทิตย์ตกพอดี

ฟุ้นจึงเรียกผู้ใหญ่บ้านให้ไปตามทุกคนมาอีกเพื่อแจกอาหารต่อ

ที่แปลกคือวันนี้ดูเหมือนว่าคนจะมาเยอะกว่าเมื่อวาน

พอถามผู้ใหญ่บ้านก็บอกว่าเป็นคนจากหมู่บ้านใกล้ๆ

ไหนๆก็แจกอยู่แล้วฟุ้นเลยไม่คิดมากอะไร

แต่ที่กำลังคิดคือจะสอนพวกเขาให้หากินเองยังไงเองมากกว่า

วันต่อมาเลยให้ผู้ใหญ่บ้านไปเรียกทุกคนมารวมกันที่เดิมคือที่แจกอาหาร

พร้อมทั้งโกยดินแถวบ้านใส่กะละมังหรือถังมาด้วย เอาขนาดพอปานกลางกว้างสักสองคืบ

" พวกเราเอามาแล้ว จะให้เอามาทำอะไรเหรอ "

ผู้ใหญ่บ้านเดินมาถาม

ตอนนี้ทุกคนยืนล้อมฟุ้นไว้เป็นครึ่งวงกลม

ส่วนข้างๆฟุ้นมีราปิสกับผู้ใหญ่บ้าน

" ปลูกผักน่ะครับ "

" ผักเหรอ?"

" ใช่ เรารู้กันอยู่แล้วว่าต้นไม้ปีศาจมันแย่งสารอาหาร

ของพืช ผัก และผลไม้ที่กินได้ พวกเราเลยปลูกไม่ขึ้น

แต่ถ้า-"

" -เดี๋ยวสิฟุ้น สารอาหารนี่มันคืออะไร"

ราปิสพูดแทรกขึ้นมา

' ....ห่ะ!?'

" สารอาหารก็คือพวกดินน่ะ

ดินบางที่ก็ปลูกพืชไม่ขึ้นใช่ไหมล่ะ

เพราะว่าดินตรงนั้นมันมีปัญหาเรื่องสารอาหาร..แล้วก็...."

พออธิบายเป็นเรื่องเป็นราวแบบนั้นไปชาวบ้านทุกคน

รวมถึงราปิสเองก็นิ่งสนิทเหมือนกำลังตกใจอะไรสักอย่าง

' ทำไมนิ่งกันหมดแบบนี้ล่ะ นี่เข้าใจกันรึเปล่า'

" ช่วยอธิบายอีกทีสิ ข้าไม่เข้าใจ..."

ผู้ใหญ่บ้านผู้กล้าหาญกอดอกพลางพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ

" ถ้างั้นผมว่าเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า "

จากนั้นฟุ้นก็เริ่มสอนทุกคนถึงวิธีการปลูกในถังว่าทำไมถึงปลูกได้

และทำไมถึงปลูกในพื้นดินตรงๆไม่ได้

ดูเหมือนชาวบ้านจะเข้าใจง่ายกว่าแบบเมื่อกี้ซะอีก

เพราะเป็นชาวบ้านจึงมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์

ฟุ้นบอกกับทุกคนว่ามูลสัตว์พวกนี้เป็นสิ่งสำคัญต่อการปลูกพืชผักมากๆ

ซึ่งทุกคนก็เหมือนจะไม่รู้ก็เลยทำตามที่บอกทุกอย่างเลย

จากนั้นก็ให้ทุกคนลองปลูกดู แต่เพราะมันต้องใช้เวลาในการเติบโตฟุ้นกับราปิสจึงไปออกล่าอีกครั้ง

วันนี้ใช้เวลาล่าไม่นานก็เย็นแล้วอีกอย่างสถานที่ก็ไกลพอสมควรจึงรีบลับหมู่บ้าน

จากนั้นก็แจกอาหารต่อในช่วงเย็น

เป็นไปตามคาด

' คนเยอะกว่าเมื่อวานนี้อีกแฮะ '

เช้าวันต่อมาฟุ้นพบไฮดร้าห้าหัวเลเวลสี่สิบอยู่ที่ซากปรักหักพังที่เคยเป็นอดีตป้อมทหาร

โชคดีที่ไม่ไกลจากตรงนั้นมีที่อยู่ของโทรลประมาณยี่สิบตัวอาศัยอยู่จึงคิดว่าจะทำภารกิจไปด้วยเลย

ตอนนี้จึงกำลังขับรถม้ามุ่งตรงไปยังที่อยู่ของไฮดร้าห้าหัวก่อน

ไฮดร้าตัวสูงราวสิบห้าเมตรพอๆกับอสูรรับใช้

ทั้งตัวเป็นเหมือนเมือกสีเทาเคลือบไว้ มีปีกขนาดใหญ่และกำลังกินมอนสเตอร์ตัวอื่นๆอยู่

" ไฮดร้านี่ ...ฟุ้นรึว่าจะ..."

" ใช่ โจมตีมันกันเถอะ

คราวนี้น่าจะได้เยอะอยู่นะ"

ราปิสมีท่าทีอ้ำอึ้งนิดหนึ่งก่อนจะเริ่มเดินเข้าไปใกล้ๆไฮดร้า

" [ ไฟเยอร์บอล ] "

ลูกไฟพุ่งชนลำตัวของไอดร้าและดับไปเพราะเมือกที่หุ้มตัวของมัน

จากนั้นไฮดร้าก็ทิ้งเหยื่อในปาก ร้องคำรามแสดงความยิ่งใหญ่และพุ่งมาสุดกำลัง

ฟุ้นใช้ปืนยิงที่หัวไฮดร้าทั้งห้าโดยเล็งจากเป้ายิง

คราวนี้ลองใช้กระสุนลม แต่เหมือนว่าจะอัดพลังเวทเยอะเกินไปหน่อย

" ไม่นึกเลยว่านายจะมีพลังขนาดนี้

มอนสเตอร์ตัวนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นปัญหาต่ออาณาจักร

พอสมควรเลยนะ "

" คงเพราะเลเวลล่ะมั้ง

เลเวลสี่สิบนี่นิดเดียวเองนะ "

" ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่กว่าจะเลเวลสี่สิบมันไม่ง่ายนักหรอกนะ"

' นึกถึงท่านผู้เฒ่าเลยแฮะ นั่นก็สี่สิบเองนี่นา '

จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปในถ้ำของโทรลที่อยู่ในป่าใกล้ๆป้อม

" กลิ่นเหม็นอะไรเนี่ย "

ฟุ้นอุทานออกมาพร้อมเอานิ้วอุดจมูก

" กลิ่นซากศพทั้งมอนสเตอร์และพวกสัตว์น่ะ

โทรลมันกินไม่เลือกเท่าไหร่หรอก"

ฟุ้นเช็คพวกโทรลก่อนที่จะเจอจากแผนที่

โทรลที่เลเวลสูงสุดคือยี่สิบ

ส่วนมากจะเลเวลสิบหก

' ภารกิจคือปราบปรามโทรลแค่ตัวเดียวสินะ

งั้นเอาให้หมดถ้ำเลยดีกว่า '

ตอนต่อไป >>> ภารกิจพิเศษจากขุนนาง และ ปราสาทหมอกพิษ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel