เทพโอสถพิษจุติ 1
หลังจากตกลงกันว่าจะรับภารกิจที่กิลด์
ฟุ้นก็กะว่าจะพาราปิสอัพเวลจึงคิดจะไปพักแรมกันข้างนอก
ตอนนี้จึงแยกกันไปเตรียมตัว
ราปิสไปรับภารกิจมาเพราะบัตรเลเวลสูงกว่า
ส่วนฟุ้นอัพบัตรไม่ได้เพราะเวลสูงเกินไป
บัตรจึงยังเลเวลหนึ่ง
ฟุ้นจึงต้องไปหาเช่ารถม้าแทน
" สวัสดี ยินดีต้อนรับ!"
ชายร่างใหญ่ที่ยืนหลังเคาท์เตอร์ส่งรอยยิ้มมาอย่างร่าเริง
" ผมอยากซื้อไอเทมสำหรับเรียกรถม้า "
" เอาสิ เชิญเลือกได้เลย"
ราคาต่ำสุดของรถม้าที่มีกระบะท้ายแต่ไม่มีที่มุงบังคือ
ห้าเหรียญเงิน
ส่วนรถม้ามีที่มุงบังที่ถูกที่สุดคือราคาสองเหรียญทอง
' นี่มัน แพงเอาเรื่องเลยนะเนี่ย ...
แต่ถ้าจะพักแรมก็ต้องมีพวกหลังคาล่ะนะ'
" ร้านนี้มีพวกรถเสือลาก หรือสัตว์พวกอสูรไหมลุง"
ลุงทำหน้าตาสงสัยกับคิ้วที่ผูกเป็นปม
" ของแบบนั้นจะไปมีได้ยังไงล่ะ
แล้วเจ้าไปฟังมาจากไหนห๊ะไอ้รถเสือลากเนี่ย "
" อะ... ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ"
ฟุ้นเดินเลือกในร้านอยู่พักหนึ่งเพื่อดูของมีชำรุด
ถ้ามีก็ดีเพราะจะได้ขอลดราคา
' ไม่เจอเลย... เอาไงดี
....ลองใช้วิธีนั้นดูดีไหมนะ'
ระหว่างทางมาที่ร้านขายรถม้าได้ลองคิดหลายวิธีที่จะลดราคาให้มากที่สุด
แต่ก็อยากลองอยู่วิธีหนึ่ง
ฟุ้นหยิบไอเทมรถม้าที่ราคาแพงที่สุด
แปดเหรียญทอง
" ผมอยากซื้ออันนี้แต่ว่าตังไม่พอ
ขอเพิ่มของแทนในราคาใกล้ๆกันได้ไหมครับ "
" หืม .... แล้วทำไมไม่ซื้อที่ตังมันพอล่ะ"
" ผมอยากซื้อเป็นของขวัญให้พ่อน่ะครับ
พอช่วยหน่อยได้ไหม"
จากนั้นฟุ้นวางเหรียญเงินให้สองเหรียญที่เคาท์เตอร์
ลุงก็กอดอกทำหน้าจริงจังใส่ทันที
"แค่นี้เองเรอะ .... แล้วเจ้าคิดว่าอะไรจะพอแทนส่วนที่เหลือได้ล่ะ"
ฟุ้นนำผักจำนวนมากออกมา ซึ่งถูกบรรจุในถุงขนาดใหญ่
'ดูเหมือนการที่คนนำอะไรออกมาจากสโตร์เก็บของจะเป็นเรื่องปกติสินะ
...ตั้งแต่แรกแล้วที่ไม่มีใครพูดอะไรเลย'
ก่อนหน้านี้ฟุ้นไล่หาซื้อผักเน่าที่เขาทิ้งแล้วมาเพื่อลดราคาของในร้านค้า
ทางพ่อค้าแม่ค้าก็ลดราคาให้เหลือกิโลละสองเหรียญทองแดงทั้งที่ฟุ้นหวังสักหนึ่งเหรียญทองแท้ๆ
พ่อค้าแม่ค้าขี้งกจริงๆ
' นี่แหละที่เราจะใช้แลก ...
ในตลาดน่ะ ผักมีค่ามากถึงขนาดขายกิโลละหนึ่งเหรียญทอง
เห็นว่ามีที่ปลูกที่เดียวแต่ส่งขายทั้งอาณาจักร
ก็ไม่แปลกล่ะนะที่แพงนักหนา'
" นี่คือผักครับ ถุงนึงก็หนึ่งกิโลกรัม
ทั้งหมดสิบถุง... แบบนี้พอไหวไหมครับ "
ตอนนี้ร่างกายลุงเหมือนจะถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ
สายตาเบิกกว้างและผงะเล็กน้อย
" นี่เจ้าหนุ่ม .. เป็นขุนนางหรือพวกเศรษฐีงั้นเรอะ"
' รู้สึกเหมือนเดจาวู'
" เรื่องนั้นอย่าไปสนใจเลยครับ
แล้วคุณลุงรับข้อเสนอนี้ได้ไหม "
ลุงพ่อค้ากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ผักสิบถุงมีค่าตั้งสิบเหรียญทอง
" เจ้าแน่ใจแล้วเหรอ ?"
" ครับ ถ้าลุงยอมล่ะก็นะ "
" ตกลง ขายเลย!"
การเจรจาเสร็จสิ้น หลังจากแลกสินค้าเรียบร้อย
ฟุ้นก็ไล่แลกเปลี่ยนรถม้าทั้งแบบแย่สุดไปจนถึงดีเรื่อยๆตามลำดับ
" นี่ถ้าเจ้าจะแลกด้วยผักเฉยๆข้าก็รับนะ ทำไมต้องให้เศษหนึ่งเหรียญทองแดงมาด้วย?"
" ทิปน่ะครับ "
ทุกครั้งที่แลกเปลี่ยนจะต้องส่งเหรียญทองแดงให้หนึ่งเหรียญเสมอ
เพราะถ้าไม่ส่งให้ราคาในร้านจะไม่ถูกปรับให้ลดลง
"ช้าจังนะ มัวทำอะไรอยู่เนี่ย"
" พอดีมัวแต่ซื้อของเพลินน่ะ..."
หลังจากซื้อไอเทมรถม้าฟุ้นก็ตรงมาหาราปิสทันที
แต่เพราะขับรถม้าไม่เป็นจึงต้องเดินมาแทน
ฟุ้นเลือกใช้ไอเทมรถม้าที่ซื้อมา
เป็นแบบมีกระบะท้ายมีที่มุงบังธรรมดา
จากนั้นราปิสก็เป็นคนขับตามเคย
' ภารกิจคราวนี้เป็นภารกิจปราบปรามโทรลสินะ...
ดูเหมือนว่าต้องผ่านหมู่บ้านด้วย
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ออกนอกเมืองด้วยสิ'
ฟุ้นเปิดแผนที่ดูและกำลังคิดว่าจะพักที่ไหนดี
รถม้าค่อยๆแล่นผ่านประตูและสะพานทางทิศเหนือ
จากนั้นก็ตรงตามทางที่ราบเรียบไปเรื่อยๆ
พอเริ่มห่างจากอาณาจักร
นานๆจะมีรถม้าผ่านมาสักที
" พวกเราไปพักที่หมู่บ้านใกล้ๆนี่ไหม
มันจะค่ำก่อนรึเปล่า "
" ไม่น่าจะค่ำก่อนหรอก
กว่าจะถึงหมู่บ้านถัดไปใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเอง
พวกเราเดินทางยาวได้เลยนะ "
ฟุ้นลองถามราปิสดูแต่ดูเหมือนจะไม่ต้องห่วงอะไร
ระหว่างทางฟุ้นมองไปไกลๆเห็นแต่ป่ากับต้นไม้
ใกล้ๆมีทุ่งหญ้าเตียนๆ ไม่มีวี่แววของมอนสเตอร์สักตัว
ตอนนี้จึงฆ่าเวลาด้วยการลองสกิลที่ได้มาใหม่จากมังกร
สกิลแรก [ดราก้อนวิง]
หลังจากที่ใช้งาน แถบMPก็ลดไปไม่น้อยทีเดียว
จากนั้นก็ลดอย่างต่อเนื่องระหว่างใช้แต่น้อยกว่าการฟื้นฟูMPของชุด
ดูเหมือนชุดทั้งตัวเพิ่มMPอัตโนมัติสูงกว่าการใช้งานของสกิลเลยไม่มีปัญหาอะไร
ปีกค้างคาวยาวข้างละหนึ่งเมตรงอกมาจากหลัง
พอนึกจะบินก็ขยับทันที
' เเจ๋วเลยสิแบบนี้ ไว้คราวหน้าค่อยลองบินละกัน...
ต่อไปก็..'
สกิล[ดราก้อนอาย]
พอลองใช้MPก็ลดแบบ[ดราก้อนวิง]ไม่มีผิด
ถึงแม้จะลองใช้ลกิลสองอันซ้อนกันแต่อัตราการฟื้นฟูMPจากชุดจะฟื้นฟูได้เร็วกว่ามากทีเดียว
[ดราก้อนอาย] ทำให้ดวงตามีลักษณะเป็นสีแดงเข้มแทนที่ดวงตาสีดำ
' อืม... ดูเหมือนสกิลนี้ทำให้เห็นการเคลื่อนไหวอื่นๆช้าลงสินะ
แม้แต่ตั๊กแตนที่่อยู่ไกลออกไปหนึ่งกิโลเมตรก็ยังเห็น
งั้นก็แปลว่าช่วยเรื่องการมองเห็นล้วนๆสิ '
หลังจากทดสอบเสร็จไปสองอย่างเป็นที่เรียบร้อยก็กำลังจะลองอย่างที่สามและสี่
แต่พอดูจากชื่อสกิลจึงขอพักแค่นี้ก่อนน่าจะดีกว่า
' ชื่อ [เอ็กโพรชั่น] น่าจะเป็นระเบิด
ส่วน[ทอร์นาโดเทมเพลส] คงเป็นพวกพายุทอร์นาโด ...
ถ้าเกิดใช้คงวุ่นแน่ๆเลย'
รถม้ายังคงแล่นเอื่อยๆไปตามถนนทางทิศเหนือ
นานๆทีถึงจะมีรถม้าผ่านมาบ้าง
เพราะว่าไม่มีอะไรทำจึงคุยกับราปิสบ้างบางช่วง
แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าเบื่ออยู่ดี
' ลองซื้อปืนดีกว่า '
ฟุ้นเลือกเปิดร้านค้าเข้าโหมดปืน
ทีแรกที่ลองดูก็ตกใจที่ท้ายชื่อของปืนถูกวงเล็บว่าใช้พลังเวทเป็นกระสุน
แต่พอลองคิดถึงวิธีใช้ก่อนหน้านี้ก็คิดว่ามันก็คงคล้ายๆในการ์ตูนล่ะมั้ง
' โชคดีนะที่ชอบเล่นเกมแนวยิงปืนเลยพอรู้มาหน่อย
อาวุธหนักอย่างปืนเก็ทลิ่ง ขอไว้ก่อนละกัน
...ปืนหลักก็ดีแต่มันยิงรัวไปนี่สิ
ถ้าเผลอใช้ยิงคนเกิดตายขึ้นมาคงลำบากแย่
อืม....งั้นเอาอัน...
นี้ละกัน '
ฟุ้นเลือกปืนซื้อปืนพกแบบตำรวจสีดำที่ราคาถูกที่สุดออกมา
แต่ถึงจะถูกที่สุดก็ปาไปสิบสองเหรียญทองคำดำ
' โอ๋ ประมาณหมื่นสองพันเหรียญทองแดงเลยแฮะ
...ถ้าจะหวังทำลดราคาแบบผักคงทำไม่ได้แหง
ถึงจะเสียดายแต่ก็ช่วยไม่ได้นะ '
ปืนน้ำหนักเบามาก รึอาจเป็นเพราะว่ามีพลังกายที่สูงขึ้น
มือข้างขวาจับที่ด้ามปืน
พอดูดีๆปืนไม่มีจุดเซฟตี้
แถมไม่มีมีจุดใส่กระสุน
ฟุ้นเลยลองถ่ายพลังเวทลงไปที่ปืนผ่านฝามือ
« กรุณากำหนดธาตุของกระสุนปืนที่ต้องการใช้ »
' มีแบบนี้ด้วยเหรอ '
คราวนี้ฟุ้นลองนึกถึงธาตุไฟ จากนั้นตัวกระบอกปืนก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง
จากนั้นก็ชะเง้อหัวมาทางหลังรถและยิงไปที่ก้อนหินที่อยู่ไกลๆ
โดยให้เป้าเล็งตรงกับก้อนหิน
พอเหนี่ยวไกก็เกิดเสียงดังลั่นอย่างกับฟ้าผ่า...ทันทีที่ยิงก็ทำให้ม้ากับราปิสตกใจ
" เกิดอะไรขึ้น!"
" เปล่าไม่มีอะไร พอดีว่ากำลังลองอาวุธเวทน่ะ "
ฟุ้นตะโกนกลับไปพร้อมทั้งใช้ [ดราก้อนอาย] ส่องดูที่หิน
' หินเป็นรูเล็กนิดเดียวจริงด้วยแฮะ
ถ้าใช้ยิงคนคงทะลุแน่ แต่ถ้ายิงมอนสเตอร์พลังก็ไม่น่าจะพอ '
เนื่องจากว่างมากจึงลองใช้พลังเวทธาตุอื่นๆลงไปพร้อมทั้งลองอัดพลังให้มากขึ้น
ผลคือยิ่งอัดพลังมากก็ยิ่งมีพลังทำลายสูง
แต่เพราะเสียงทำให้ม้าตื่นกลัวเลยต้องซื้อที่เก็บเสียงมาเพิ่มอีก
ต่อมาลองใช้สกิลอัดลงไปอย่าง [ เอ็กโพรชั่น ]
แล้วยิงไปที่ก้อนหินอีกก้อนที่กำลังจะแล่นรถผ่าน
เสียงดังสนั่นของก้อนหินที่ถูกยิงดังลั่นอย่างกับโดนยิงด้วยมิสไซน์
คราวนี้รุนแรงอย่างที่ฟุ้นคิด
ก้อนหินระเบิดกระจุยคนละทิศละทาง
แถมพื้นบริเวณรอบๆก็กลายเป็นหลุมลึกเล็กน้อย
ต้นหญ้าตายเรียบเห็นแต่พื้นดิน
' อะ... สกิลนี้แรงเกินไปแล้วขนาดปล่อยพลังเวทของสกิลนี้นิดเดียวเอง'
จาการทดลองฟุ้นสรุปได้ว่ากระสุนธาตุลมนี่ล่ะที่พอใช้กับมนุษย์ได้
นอกนั้นดูจะแรงเกินไป
หลังจากทดสอบเสร็จก็ว่างอีกแล้วจึงไปให้ราปิสสอนควบคุมรถม้าบ้าง
" นี่จับแบบนี้นะ
ถ้าจะให้เลี้ยวขวาก็ดึงเชือกทางขวา
เชือกมันจะดึงจมูกม้าและมันจะรู้เอง
ทางซ้ายก็เหมือนกัน "
ราปิสส่งเชือกมาให้ฟุ้นทดลองขับรถม้าพร้อมทั้งนั่งสอนอยู่ข้างๆ
" นายต้องจับให้มันสมดุลกันนะระหว่างทางซ้ายกับขวา
อย่าทำตัวตื่นกลัวเด็ดขาดเพราะม้ามันรู้..
เวลาจะหยุดก็ดึงเชือกเข้าหาตัว
ถ้าจะเร่งก็สะบัดเชือกตีมัน "
จากนั้นก็ลองขับมาเรื่อยๆ พอเจอทางโค้งก็ลองทำตาม
ทางตรงก็สะบัดเชือก
แต่เพราะแรงไปม้าเลยวิ่งเต็มแรงเลย
' ควบคุมยากอยู่นา'
" ไม่ต้องห่วง ฉันจะนั่งอยู่ข้างๆนี่ล่ะ "
แสงแดดแผดจ้าแต่กลับรู้สึกเย็นคล้ายกับความรู้สึกเย็นในช่วงก้ำกึ่งของฤดูฝนกับฤดูหนาว
ฟุ้นขับรถม้าต่อไปเรื่อยๆ บางทีก็แวะให้ม้าพักบ้าง และก็เดินทางต่อทันที
ไม่นานก็ผ่านหมู่บ้านนูฟเนอร์
ฟุ้นลองตรวจดูในแผนที่ก็เห็นว่ามีคนอาศัยแค่หนึ่งร้อยคนเศษๆ
เส้นทางไม่ได้ผ่านกลางเมืองจึงไม่ได้แวะดูว่าเป็นอย่างไร
หลังจากนั้นสามชั่วโมงก็ถึงหมู่บ้านลั๊งฟอร์ดเป็นช่วงเย็นพอดี
' ใกล้จะถึงแล้วสินะ '
" นั่นไงหมู่บ้านลั๊งค์ฟอร์ด คืนนี้เราพักที่นี่ละกัน "
ฟุ้นตรวจสอบหมู่บ้านด้วยแผนที่ระหว่างขับรถม้า
' ที่นี่มีคนน้อยกว่าเมื่อกี้อีกแฮะ ราวสี่สิบคนได้มั้ง
...อะ..มีคนสามคนยืนอยู่ที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านด้วย'
ถนนถูกตัดผ่านใจกลางหมู่บ้านพอดี ฟุ้นจึงตรงไปอย่างช้าๆ
" นี่พวกเจ้าน่ะ เป็นนักผจญภัยรึพ่อค้าสินะ "
ชายวัยสามสิบร่างกายซูบผอมผิวหนังหุ้มกระดูกลุกรับ
จึงต้องหยุดรถอย่างช่วยไม่ได้
" มีธุระอะไรเหรอครับ "
" ฉันคือผู้ใหญ่บ้านของที่นี่ ..มีเรื่องจะให้ช่วยหน่อยน่ะ "
เบื้องหน้าฟุ้นมีชายที่พึ่งบอกว่าเป็นผู้ใหญ่บ้าน
ทางด้านขวามือมีหญิงสาวสองคนกำลังนั่งบนท่อนไม้
คนหนึ่งอายุราวสิบหกกำลังนั่งกอดเขา
อีกคนดูเด็กมากน่าจะราวสิบสอง
'สองคนนี้ทำไมถึงดูสุขภาพดีกว่าล่ะ'
" ช่วยซื้อเด็กคนนี้หน่อยเถอะ เธอเป็นหลานฉันเอง "
จากนั้นหญิงสาวที่อายุสิบสองก็ยืนขึ้นและเดินเข้ามา
" คุณจะขายหลานตัวเองให้เป็นทาสเนี่ยนะ!?"
" ถึงจะยังเด็กแต่รับรองว่าเมื่อโตขึ้นเธอต้องสวยมากแน่ๆ ...
ขืนปล่อยให้อยู่ที่นี่ก็มีแต่จะอดตายกันหมด
สู้ขายให้คนที่ดูมีราศีจับอย่างเจ้าน่าจะดีกว่าอีก "
' ถึงจะแบบนั้นก็เถอะแต่เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะซื้อไปทำไม...
งั้นก็แปลว่าที่อยู่กันตรงนี้ก็เพื่อรอขายหลานหรอกเหรอ'
ราปิสหันมาจ้องหน้าเหมือนจะถามว่าจะเอาไง
" ได้โปรดเถอะ ขืนเธอยังอยู่ที่นี่เธอ
คงถูกพวกทหารจับไปเป็นของเล่นที่ป้อมแน่นอน"
" ได้โปรดซื้อฉันไปด้วยค่ะ! ถ้าหากนำเงินนี้ไปซื้ออาหาร
ทุกคนในหมู่บ้านก็จะยังพอประทังชีวิตต่อไปได้ !"
เด็กสาวหลับตาเอามือประสานกันที่อกเพื่อช่วยผู้ใหญ่บ้านขอร้อง
' น่าสงสารจริงๆ คนพวกนี้ขาดอาหารกันขนาดนี้เชียวเหรอ'
ฟุ้นเกิดสงสัยว่าทำไมไม่ไปล่าพวกมอนสเตอร์แทนที่จะมาทำแบบนี้
พอลองตรวจเลเวลพวกคนในหมู่บ้าน มากที่สุดคือเลเวลแปดเอง
แถมยังมีคนเดียวอีก นอกนั้นเลเวลไม่เกินสี่สักคน
" ท่านผู้ใหญ่บ้าน ให้ฉันเจรจาได้รึยังคะ"
หญิงสาวผมทองลุกขึ้นและเดินเข้ามาเรื่อยๆ
เมื่อได้เธอรับอนุญาตแล้วก็เริ่มแก้ผ้าทันที
ตอนนั้นเองที่ราปิสยื่นมือมาปิดตาฟุ้นอย่างรวดเร็ว
' อ๊ะ... มืดไปหมดเลย ..
เกือบจะเห็นแล้วเชียว..'
" ดะ- เดี๋ยวสิ! ไร้ยางอายที่สุด!...
ทำไมเธอต้องแก้ผ้าด้วย!"
เสียงราปิสดูอารมณ์เสีย
" คุณผู้ชาย สนใจซื้อบริการไหม ~
แค่หนึ่งเหรียญเงินรึไม่ก็เนื้อสักสามถึงสี่กิโลก็พอ..
ไม่ต้องเนื้อสัตว์ก็ได้ เป็นพวกมอนสเตอร์ก็ยินดีน้า"
" โอ้ เนื้อมอนสเตอร์ก็ได้เหรอ?"
" ช่าย~ ถึงเนื้อแมลงพวกหนอนจะไม่ค่อยอร่อย
แต่ถ้าเป็นพวกจิ้งหรีดตั๊กแตนก็รับนะ "
เธอพูดด้วยเสียงที่ดูร่าเริง
" ช่วยหน่อยเถอะนะพ่อหนุ่ม พวกเราลำบากกันจริงๆ "
" ผมไม่ได้อยากซื้อบริการหรือทาสทั้งนั้นล่ะ
แต่ที่อยากได้คือข้อมูลต่างหาก"
' เพราะเป็นอาณาจักรเลยเห็นไม่ชัดว่าลำบากแค่ไหน
พอออกมาดูข้างนอกกลับเหนือความคาดหมายซะอีก
บางทีอาจมีข้อมูลที่ราปิสไม่รู้ก็ได้'
" ข้อมูล?"
ผู้ใหญ่บ้านทวนคำ
" ใช่ ...อยากให้บอกข้อมูลแถบนี้ให้หน่อย"
" พวกเราอยู่กันแค่ในเขตหมู่บ้าน บางทีก็ไปรอบๆนี้นิดหน่อยไม่ไกลมากเท่านั้น"
" แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ
ผมจะจ่ายเป็นเนื้อสัตว์กับผักผลไม้ละกัน "
จากนั้นทั้งสามคนก็แสดงอาการดีใจเหมือนปลาขาดน้ำแล้วได้ลงน้ำ
" นี่เธอน่ะ ใส่เสื้อผ้าซะทีเถอะ!"
เสียงราปิสตะโกนสั่งหญิงผมทองที่ยังยืนแก้ผ้า
กลางแจ้ง
' โชคดีนะที่ซื้อผักผลไม้เน่าๆมาปั่นราคาในร้านสำเร็จ'
ตอนต่อไป >>> อัพเลเวล กับ ไฮดร้าห้าหัว
