ราชนิกูลแห่งอาณาจักร 2
พอท่านผู้เฒ่าเปิดประตูเข้าไปในปราสาท
สิ่งที่รออยู่คือพระราชาที่เดินไปมาอย่างร้อนรนบนพรมแดง
" ฮ่ะ ท่านผู้เฒ่า!
มาแล้วสินะ รีบไปกันเถอะ
ตอนนี้ดูเหมือนจะอาการหนักแล้วล่ะ"
ท่านผู้เฒ่าพยักหน้า จากนั้นก็เดินตามพระราชาไป
ตรงด้านหน้ามีบันไดที่เป็นเส้นโค้งเชื่อมจากชั้นสองกับชั้นที่พวกฟุ้นยืนอยู่
ทั้งสองด้าน
ส่วนเพดานมีโคมระย้าหรูหราติดอยู่
ให้แสงไฟโดยหินเรืองแสง
พวกฟุ้นเดินตามท่านพระราชาขึ้นบันไดที่ปูด้วยพรมแดงอย่างเร่งรีบ
ระหว่างทางขึ้นบันไดก็สวนทางเข้ากับชายคนหนึ่ง
" หืม ! ทำไมถึงกล้าพาทาสเข้าวังแบบนี้
ฝ่าบาท...คนพวกนี้คือ?"
" หืม?.... บิชอปอาลีเอล "
พระราชามองชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพอใจนัก
เขาเป็นชายหน้าตาดี เส้นผมสีน้ำตาลสวมแว่นกรอบสี่เหลียมผืนผ้า
ใส่ชุดนักบวชแบบลูกสาวมาควิสเลเว่น ที่ชื่อเซิร์น เรชาฟ
' ชายคนนี้ให้ภาพลักษณ์อย่างกับพวกนักกฏหมายเลยแฮะ '
เขามองมาทางพระราชาพร้อมแสยะยิ้มไม่ยอมหุบ
" ฝ่าบาท ในวังมีกฏพะยะคะ ...
หากทำเช่นนี้จะเป็นตัวอย่างที่พาเสียเกียรติเอาได้ "
" เสียเกียรติงั้นรึ?"
" ภายใต้กฏที่จะช่วยให้ความสงบสุขเกิดขึ้นแก่ทุกคนได้นั้น
พระราชาต้องทำตามกฏที่ได้มีบัญญัติไว้ก่อน
ถึงจะสามารถปกครองให้มีความสุขได้
ดังนั้นพวกชั้นต่ำเช่นทาสคนนี้ กระผมจะลากมันออกไปเดี๋ยวนี้"
จากนั้นบิชอปอาลีเอลก็ตรงมาจะจับคาเทียร์ทันที
แต่ผู้เฒ่าขวางไว้ก่อน
" หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ .... ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้าจะเคร่งในกฏนั่นแค่ไหน
แต่อย่าเอากฏนั่นมาใช้กับที่โรฮันน่า "
ท่านผู้เฒ่าส่งสายตาเคร่งขรึมไปทางบิชอปอาลีเอลทันที
บิชอปอาลีเอลทำหน้าตกใจเหมือนจะบอกว่า " หลีกไปซะ "
' รู้สึกไม่ชอบใจเลยแฮะ เขากล้าทำแบบนี้ต่อหน้าพระราชาเชียวเหรอ'
" ที่อาณาจักรมินนาสไททันเติบโตอย่างเป็นระเบียบก็เพราะมีกฏยุติธรรมอันเด็ดขาด...
ท่านผู้เฒ่า ... หลีกทางให้เดี๋ยวนี้ "
" ไม่จำเป็น! ... คนพวกนี้เป็นแขกของข้าเอง "
" งั้นหรือครับ อาณาจักรนี้ช่างน่าสงสารเสียจริง
ถ้าเช่นนั้นหากเกิดอะไรขึ้น
ผมจะไม่ขอยุ่งเกี่ยว "
บิชอปอาลีเอลแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก
' ทำอย่างกับพระราชาเป็นเพื่อนเล่นเลยนะ ...
แต่เท่าที่ดูท่าทางเจ็บใจของพระราชา
ราปิส กับท่านผู้เฒ่า คงมีเรื่องอะไรลึกซึ้งกว่าที่เราคิดแน่ๆ '
" ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวก่อน
คงมีเรื่องให้ทำอีกเยอะเลยล่ะครับ "
บิชอปอาลีเอลพูดแบบนั้นแล้วเดินลงบันไดไปอย่างสง่า
' เรื่องที่ว่าจะทำนั่นอะไร จากที่พูดอย่างกับพระราชาทำผิดกฏหมายไม่มีผิด
น่าหมั่นไส้จริงๆแฮะหมอนี่'
ฟุ้นเหลือบมองเห็นพระราชากัดฟันแน่นด้วยความเจ็บใจ
ยืนมองส่งบิชอปลงบันได
" พวกเรารีบไปกันเถอะ "
หลังจากสิ้นคำพูดของพระราชาพวกฟุ้นก็เดินขึ้นบันไดอีกครั้ง
แล้วเดินผ่านทางเดินยาวมีอัศวินองครักษ์ยืนเฝ้าระหว่างทาง
ไปจนถึงหน้าประตูห้อง
พอเห็นพระราชาก็ก้มหัวทำความเคารพ
จากนั้นอัศวินที่เฝ้าประตูก็เปิดประตูออกให้
พอพวกฟุ้นเข้าไปในห้องก็พบคนมากมายยืนล้อมเตียงที่มีหลังคาทรงหรูหรา
แต่ละคนมีใบหน้าที่เศร้าสลดส่งไปยังคนที่นอนอยู่
' สองคนนี้คงเป็นเจ้าหญิงกับองค์ราชินีสินะ '
มีผู้หญิงที่เป็นจอมเวทกำลังจับไม้เท้าสีทองยืนทำตาหลุบต่ำอยู่ข้างๆ
พ่อบ้านที่สวมเสื้อสีเทายืนมองอย่างเศร้าสลดใจ
ชายอีกคนที่ฟุ้นเคยเจอตอนที่มังกรกำลังจะทำลายอาณาจักร
กำลังกำหมัดแน่นเพราะตนทำอะไรไม่ได้
' ชายคนนั้นคงเป็นนายพลซูบัค '
" อาการของทั้งสองคนเป็นยังไงบ้าง"
พระราชาหันไปถามจอมเวทที่ยืนอยู่ข้างๆเตียง
" พยายามยื้อเต็มที่แล้วค่ะ เกรงว่าคงยื้อนานกว่านี้ไม่ไหวแล้ว"
จอมเวทสาวหลับตาแล้วส่ายหน้า
ในขณะนั้นท่านผู้เฒ่าจึงเข้าไปปลอบใจ
" เจ้าทำดีแล้วล่ะ "
' อาการหนักเอาเรื่องนะแบบนี้
สีเขียวๆนี่ลุกรามเต็มใบหน้าไปเยอะเลย
ใช่โรคสีเขียวรึเปล่านะ '
" เอาล่ะ พอจะรักษาได้ไหม "
ท่านผู้เฒ่าหันไปถามเอลฟ์ที่พามาด้วยกัน
คาเทียร์เดินมาจ้องทั้งสองเพื่อดูอาการอยู่พักหนึ่งก็ส่ายหัว
" อาการเข้าสู่ระยะเกินจะรักษาได้แล้วค่ะ
ต่อให้เป็นฉันก็เถอะ "
" ไม่จริงใช่ไหม ..."
พระราชาอุทานด้วยความผิดหวัง
ในขณะนั้นเอง องค์หญิงก็พูดออกมาด้วยเสียงที่ขาดช่วง
" เสด็จ--พ่อ..."
" เซฟานี่!"
" หนูไม่...เป็นอะไร....
หนู...สบายดี..ค่ะ"
องค์หญิงปากซีดเผือดราวกับขาดน้ำอย่างหนัก
ดวงตาไร้ชีวิตชีวา สีหน้าซีดเซียว ลมหายใจก็รวยริน
ส่วนทางราชินีเหมือนจะกำลังยิ้มเพื่อบอกลาแทนคำพูด
" ไม่นะ อย่าพูดแบบนั้นสิลูกพ่อ!"
' สภาพทั้งสองคนปางตายของแท้เลย'
ระหว่างที่ภายในห้องกำลังเศร้าสลด
ทุกคนต่างหลับตาและก้มหน้า
ภายในห้องมีเพียงเสียงร้องสะอื้นของพระราชาเท่านั้น
" ผมพอรู้จักเวทรักษาบทหนึ่ง
ลองเสี่ยงดูไหมครับ "
ถึงฟุ้นจะพูดไปแบบนั้นบรรยากาศก็ยังคงเศร้าเหมือนเดิม
" หากรักษาได้ล่ะก็ ทำเลยเถอะ
ไม่ว่าเวทอะไร ...
ถ้าช่วยชีวิตได้ล่ะก็.."
หลังจากได้รับอนุญาตฟุ้นก็ยื่นฝ่ามือไปทางองค์หญิงและราชินี
' ต้องรีบแล้วสิ '
" [น้ำแห่งชีวิตโอซิลิสก์ ]"
พอฟุ้นพูดชื่อเวทเสร็จก็มีวงเวทลอยอยู่เหนือหัวทั้งสอง
จากนั้นก็มีหยดน้ำเท่ากำปั้นล่วงหล่นใส่ใบหน้าทั้งคู่จนท่วมใบหน้า
แต่โชคดีที่หมอนไม่เปียก
ในที่สุดก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
ลมหายใจทั้งสองเริ่มสงบขึ้น
สีเขียวๆนั่นที่กระจายทั่วใบหน้าก็ค่อยๆหายไป
สีหน้าเองก็เริ่มดีขึ้น
หลังจากทั้งสองกระพริบตาปริบๆไปมา
ความรู้สึกมีชีวิตชีวาก็เริ่มฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง
ทั้งสองค่อยๆยกร่างกายท่อนบนขึ้นอย่างช้าๆ
" เหลือเชื่อ! เซฟานี่ !
รีเบคก้า!"
" ท่านพ่อ!"
" คุณคะ!"
พระราชาโถมตัวเข้าไปกอดทั้งสองทันที
และพลางพูดด้วยความดีใจ
" ดีจริงๆ นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม
รักษาได้จริงๆหรือนี่!"
ตอนนั้นเองที่ท่านผู้เฒ่ารามอสขอตรวจเช็คอาการองค์หญิงและราชินี
สักพักก็มีใบหน้าที่บ่งบอกถึงความไม่น่าเชื่อ
ดวงตาก็เบิกกว้างทันที
" ฝ่าบาท! ...
ทั้งสองหายเป็นปกติเลยครับ ....ไม่น่าเชื่อ"
ระหว่างที่ทุกคนกำลังตกตะลึงพระราชาก็หันมาทางฟุ้นและถามผู้เฒ่า
" ท่านรามอส...คนๆนี้คือ?"
" เด็กหนุ่มคนนี้ชื่อ ฟุ้น เฟียวโด
เป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของกระผมเองครับ
พอดีเจอกันระหว่างทางเลยพามาด้วย"
" ฟุ้น เฟียวโดครับ เรียกฟุ้นก็ได้ "
ฟุ้นก้มหัวคำนับราชากลับไป
' ทำตัวไม่ถูกเลยแฮะ '
" งั้นเองเหรอ คนที่ยืนบนกำแพงตอนนั้นนี่เอง
เราเป็นหนี้เจ้าจริงๆ ขอบคุณมากนะ "
ระหว่างที่ฟุ้นกำลังคิดอยู่ว่าจะตอบกลับยังไงนั้น
จอมเวทสาวก็พูดขึ้นมา
"เป็นเวทที่น่าสนใจจริงๆ
ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลยค่ะ "
เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม
" แค่ปลอดภัยก็ดีแล้วครับ "
เนื่องจากดึกมากแล้วพระราชาจึงให้พวกฟุ้นนอนกันในวังเป็นกรณีพิเศษ
คาเทียร์อยู่ห้องเดียวกับราปิส ส่วนฟุ้นอยู่ห้องเดียวกับอัลมินี่
จากนั้นจึงแยกย้ายกันเข้านอนทั้งๆอย่างนั้น
โชคดีที่ภายในห้องมีห้องอาบน้ำ ฟุ้นกับอัลมินี่จึงพลัดกันอาบน้ำและเข้านอน
' สงสัยต้องสอนให้อัลมินี่แยกนอนกับเราแล้วสิ '
ฟุ้นเห็นว่าตอนนี้อัลมินี่อายุใกล้เคียงตัวเองแล้ว
จะให้นอนด้วยกันมันก็แปลกเกินไป
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่ว่าจะนอนที่ไหนดีนั้น
ประตูห้องก็เปิดออก
" ท่านพระราชา "
" ยังไม่นอนอีกเหรอ "
" ได้เจ้าช่วยไว้จริงๆ ทั้งภรรยา และลูกสาว
ถึงขนาดนี้แล้วขอบคุณเท่าไหร่คงไม่พอแล้วล่ะ"
หลังจากที่พระราชาเข้ามาในห้อง
ฟุ้นกับพระราชาจึงได้มานั่งคุยกันบนโซฟาที่อยู่ในห้องนั้นเอง
" ไม่เป็นไรหรอกครับ "
" แต่ในเมื่อช่วยกันแล้วก็คงต้องตอบแทนล่ะนะ
ไว้เดี๋ยวจะเตรียมรางวัลไว้ให้ ...
แต่จริงๆแล้วที่มาก็เพราะมีเรื่องอื่นอีกน่ะ"
" เรื่องอื่นหรือ?"
พระราชาถอนหายใจพร้อมมองลงต่ำ
หลังจากเงียบไปสักพักจนฟุ้นต้องถามขึ้น
" มีเรื่องอะไรเหรอครับ"
และในที่สุดก็พูดคำนั้นออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง
" เจ้าสนใจจะเป็น...สามีให้ลูกข้าได้หรือไม่
ด้วยฝีมือขนาดเจ้า แถมยังเป็นลูกศิษย์ท่านผู้เฒ่า
ข้าเองก็ไม่มีข้อข้องใจใดๆ"
อึกก!
แค่ก แค่ก แค่ก
คำพูดของพระราชาทำเอาฟุ้นสำลักน้ำลายตัวเอง
' ห๊ะ! ..ท่านพูดอะไรออกมาครับเนี่ย '
" ...ขออภัยครับ รบกวนพูดอีกรอบได้ไหม"
" ก็บอกว่าเจ้ามาเป็นสามีให้ลูกข้าได้ไหม "
' นี่ท่านพูดจริงๆหรอ! ...
แต่ดูจากใบหน้าจริงจังแบบนั้น....
เอาจริงแหง '
พระราชาพูดซ้ำประโยคเดิมอีกครั้งตามคำขอของฟุ้น
ทำเอาฟุ้นตาเบิกกว้างนั่งตัวเกร็งและมองไปยังพระราชา
" เหตุผลล่ะครับ?"
" เรื่องนั้นน่ะ...ไปถามจากเซฟานี่เอาเถอะ
เธอเป็นคนเรียกร้องอยากแต่งงานกับเจ้า
แต่โดยส่วนตัวข้าเองก็พึงพอใจในตัวเจ้าไม่น้อย
ท่านผู้เฒ่ามักพูดถึงเจ้าให้ข้ากับเซฟานี่ฟังเสมอ
อีกอย่าง...
ถ้าไม่ได้เจ้าช่วยเซฟานี่กับรีเบคก้าคงตายไปแล้วล่ะ"
" ท่านพระราชา!"
ฟุ้นรีบแทรกด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
' ไม่ได้การ ต้องรีบหยุดเรื่องนี้แล้วสิ
ไม่งั้นคงมีเรื่องอะไรต่อมิอะไรมาแน่ๆ "
" คือว่านะ แบบนี้มันจะดีหรอครับ"
" ดีสิ ถ้าเป็นเจ้าล่ะก็....
ข้าขอฝากลูกสาวข้าเซฟานี่ด้วยนะ "
' ไม่ใช่แล้ว นี่มันแปลกเกินไปแล้ว'
" จะให้เจ้าหญิงมาแต่งงานกับสามัญชนอย่างผมมันดีแล้วเหรอครับ
ไม่แน่อาจมีการประท้วงเกิดขึ้นในอาณาจักรก็ได้นะครับ "
" ห่วงเรื่องนั้นหรอกเหรอ....
งั้นเอาไว้ข้าจะแต่งตั้งให้เป็นขุนนางเลยดีไหม"
พระราชาพูดพลางหัวเราะ
' ไม่ใช่ ไปกันใหญ่แล้วผู้ชายคนนี้
ไม่ห่วงลูกตัวเองเลยงั้นเหรอ!'
" ยังไงคืนนี้ก็ดึกแล้ว เอาเป็นว่าเราค่อยคุยเรื่องนี้
ตอนเช้านะ ...สำหรับเรื่องนี้น่ะ ข้ากับรีเบคก้าและเซฟานี่ไม่มีปัญหา
เหลือก็แต่เจ้า...ข้าไปล่ะ"
พระราชาพูดจบและก็ลุกออกไป
ปล่อยให้ฟุ้นนั่งฟุ้งซ่านคาใจอยู่คนเดียว
ตอนต่อไป >>> เจ้าหญิง กับ คฤหาสน์หลังใหญ่
