ราชนิกูลแห่งอาณาจักร 3
" แล้วเอลฟ์ของท่านล่ะ ท่านผู้เฒ่า"
" กระผมขอให้เธออยู่แต่ในห้อง
เพราะเกรงบิชอปคนนั้นจะมาเจอน่ะครับ"
" แบบนั้นก็ลำบากอยู่นะ
ให้ทานอะไรรึยัง "
" เรียบร้อยแล้วครับ"
เช้าของวันถัดมาพวกฟุ้นก็มากินข้าวกันกับราชา
พระราชาทานาทอสนั่งหัวโต๊ะตามระเบียบ ฝั่งซ้ายมีเซฟานี่ ฟุ้น อัลมินี่ตามลำดับ
ฝั่งขวามีราชินีรีเบคก้า ราปิส ท่านผู้เฒ่า
ที่ยืนอยู่ใกล้ๆรอรับคำสั่งคือพ่อบ้าน
หลังจากกินข้าวกันเสร็จก็กำลังตามด้วยผลไม้
และเริ่มคุยเรื่องราวต่างๆกัน
" เอาแบบนี้เป็นไง
ไว้เดี๋ยวข้าจะยกสถานะความเป็นทาสของเอลฟ์ตนนั้นออกให้
ทีนี้จะได้ไม่มีปัญหาแล้วนะ"
" ขอบคุณมากจริงๆครับ "
ท่านผู้เฒ่ายิ้มพลางก้มหัวขอบคุณ
" ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้ถือว่ายังน้อยสำหรับความช่วยเหลือจากท่าน.."
' นอกจากเรากับอัลมินี่แล้ว ราปิสนั่งตัวเกร็งจังเลยนะ '
ฟุ้นเหลือบมองไปทางพระราชาที่กำลังคุยกับผู้เฒ่า
บางครั้งก็เหลือบมองเจ้าหญิงเซฟานี่เหมือนกัน
เจ้าหญิงเป็นคนผมยาวสีดำสนิท ปากเล็ก จมูกหน่อย ผิวขาว
นัยตาสีแดงเป็นธรรมชาติ
' ดูดีๆก็น่ารักแฮะ ....ไม่นึกเลยว่าคนแบบนี้จะมาอยากแต่งงานกับเรา'
ฟุ้นหยิบชาขึ้นมาดื่มพลางมองไปยังราปิสที่กำลังเกร็งอยู่
" ถ้างั้นเรามาคุยเรื่องงานแต่งของเซฟานี่ต่อกันดีไหม
คุณฟุ้น "
พรูดดดดด-------
" เอ๋! ฟุ้นจะแต่งงานเหรอ..."
" นายไปทำอะไรไว้อีกห๊ะ! "
พอพระราชาพูดออกมาแบบนั้น
ทั้งอัลมินี่และราปิสต่างก็ตกใจทั้งคู่
ส่วนน้ำชาก็ลอยคว้างในอากาศ
" เป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ "
ท่านผู้เฒ่าพูดพลางยิ้มออกมา
" เดี๋ยวสิครับ ...
ผมยังไม่ได้ตกลงเรื่องนั้น-.."
ระหว่างที่พยายามจะอธิบาย
แขนเสื้อก็โดนจับ หมับอย่างแรง
" ท่านฟุ้น..รังเกียจฉันเหรอคะ?....."
เจ้าหญิงเซฟานี่มองมาด้วยสายตาน่าเอ็นดู
' นะ...น่ารักชะมัด!... ไม่ใช่แล้ว!'
" ปะ..เปล่าหรอก ไม่ใช่แบบนั้น"
" ถ้างั้นก็แต่งงานได้เลยสินะ"
' คุณราชินีรีเบคก้า คุณก็เอาด้วยเหรอ!'
เซฟานี่เผยรอยยิ้มที่สดใสออกมา
" ที่สำคัญกว่าคือ ทำไมเจ้าหญิงถึงคิดจะแต่งงานกับผมล่ะ"
" เรื่องนั้น... จะให้พูดตรงนี้เหรอคะ "
' หืม ...มันเป็นเรื่องที่ต้องเก็บเป็นความลับงั้นเหรอ ...
แต่เราก็พึ่งจะมาเจอกันครั้งแรก
แล้วมันเรื่องอะไรหว่า...'
ฟุ้นพยักหน้าให้สัญญาณอธิบาย
" ค่ะ เรื่องที่ท่านฟุ้นช่วยชีวิตฉันกับท่านแม่ก็เรื่องหนึ่ง...
แต่ว่าท่านฟุ้นคือคนที่คอยช่วยอาณาจักรมาหลายครั้งแล้วค่ะ"
" หมายความว่ายังไง เซฟานี่..
ลูกช่วยอธิบายหน่อย"
พระราชาถามด้วยความสงสัย
สายตาทุกคนก็จับจ้องไปที่เซฟานี่
' เราเองก็อยากรู้'
" การบุกโจมตีของมังกรเมื่อหลายวันก่อน ทั้งผู้บุกรุกอาณาจักรในตอนกลางคืน เหตุการณ์ทั้งสองนี้หนูเห็นทั้งหมดเเล้วค่ะ
ท่านฟุ้นคือคนจัดการทั้งหมดค่ะ
นิสัยเองก็น่าพอใจมาก
เพราะแบบนี้ค่ะ หนูเลยอยากอยู่ข้างๆเขาชั่วชีวิต
นี่เป็นครั้งแรกที่หนูคิดแบบนี้ค่ะ"
" งั้นหรอกรึ.... เป็นความจริงที่น่าทึ่งไม่น้อยเลยล่ะ "
ในขณะที่ทุกคนทำเหมือนยอมรับเรื่องแบบนั้นได้
และดูเหมือนว่าฟุ้นคงต้องแต่งงานจริงๆ
" เดี๋ยวก่อนนน ...
ไปรู้เรื่องแบบนี้มาจากไหนครับ!"
ฟุ้นรีบยกมือตัดฉาก เพราะกลัวจะเลยเถิดไปยิ่งกว่านี้
" เพราะว่าจริงๆแล้ว เซฟานี่มีดวงตาที่มีพลังแบบดวงตาของมังกรน่ะ
มันมีพลังที่สามารถมองเห็นในที่ไกลเหมือนที่ใกล้
...ลูกคงไปเห็นตอนที่ออกไปเดินแถวระเบียงใช่ไหม "
องค์ราชินีช่วยอธิบายถึงความสามารถของดวงตาเซฟานี่
' ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ปราสาทกับกำแพงมันไกลลิบเลยนะ '
" ใช่ค่ะ"
" ทั้งที่มีพลังถึงขนาดนั้น
ก็ยังคอยปกป้องอาณาจักรอย่างเงียบๆ
สมแล้วที่ท่านฝึกมาท่านผู้เฒ่ารามอส "
" ไม่หรอกครับ ส่วนตัวแล้วยังไม่ได้ทำอะไรเลยมากกว่า"
พระราชาหันไปคุยกับท่านผู้เฒ่าราวกับจะบอกว่า"ทำได้ดีมาก"
' เหมือนโดนคลุมถุงชนซะแล้วสิแบบนี้... '
" ที่สำคัญ เจ้าหญิงเซฟานี่อายุเท่าไหร่ครับ "
" พึ่งจะอายุสิบสี่ปีนี้ค่ะ"
" มันยังเร็วเกินไปไม่ใช่เหรอครับ ...
แล้วอีกอย่างผมเป็นแค่สามัญชน
คงไม่เหมาะล่ะมั้งครับที่จะแต่งงานกับเจ้าหญิง "
' ถ้าใช้เรื่องนี้มาอ้างต้องได้ผลแน่
จะให้รับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเนี่ย
หลายฝ่ายต้องคัดค้านแน่นอน'
ทั้งราปิส ท่านผู้เฒ่า อัลมินี่ ต่างนิ่งเงียบฟังการสนทนาของฟุ้นกับพระราชา
" สำหรับเรื่องนั้นน่ะ
ข้าสามารถแต่งตั้งให้เป็นขุนนางบรรดาศักดิ์ขั้นดยุคได้เลย
เมื่อเทียบกับผลงานความดีความชอบที่ปกป้องอาณาจักรนี้จากการล่มสลาย "
" อึก!..."
ฟุ้นกลืนน้ำลายตัวเอง
' ถ้าลองคิดดีๆ จะว่าไปก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธเลยนี่นะ
ทางพ่อแม่ก็ยอมรับ แถมเด็กคนนี้ยังน่ารักมากๆด้วย
เอาจริงๆแล้วก็ไม่เห็นต้องเล่นตัวเลยนี่'
" คุณฟุ้นอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ "
" สิบห้าครับ พึ่งจะสิบห้าปีนี้"
ฟุ้นตอบคำถามราชินีรีเบคก้าไปแบบนั้น
แววตาของเซฟานี่ก็ดูมีชีวิตชีวา
รอยยิ้มของพระราชาทานาทอสก็เริ่มฉายบนใบหน้า
' เอาแล้วไง...นี่สินะที่เขาเรียกว่าปลาหมอตายเพราะปาก'
" ที่จริงฉันกับราชาทานาทอสก็แต่งงานกันตอนอายุสิบสี่
ก็หมายความว่าสามารถจัดงานแต่งได้ทันทีเลยนะ
...ก็อยากจะพูดแบบนั้นอยู่หรอก แต่พอลองมาคิดดูแล้ว
ทั้งคู่ก็ยังไม่รู้จักกันดีเลย
เอาเป็นว่าหมั้นไว้ก่อนดีไหม จะได้มีเวลาให้คุณฟุ้นด้วยไง"
' ใช่ๆ ... เอ๊ย ! แบบนี้มันก็ต้องแต่งอยู่ดีนี่นา'
" คุณฟุ้น...ถ้างั้นเอาแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน
ยังไงก็ให้ลองดูกันไปก่อน ถ้าหากว่าถึงตอนนั้นแล้ว
ยังยืนยันว่าไม่คิดจะแต่งงาน เราก็จะยอมตัดใจ"
" ครับ...ถ้าแบบนั้นมันก็..."
' ถ้าถามตอบไปมากกว่านี้คงไม่ได้อะไรขึ้นมา
อีกอย่าง...เซฟานี่ก็ยังเด็ก
ถึงจะห่างปีเดียวก็เถอะ
แต่น่ารักขนาดนี้คงได้เจอคนดีกว่าเราสักวันล่ะนะ'
" เอาล่ะ ถ้างั้นหลังจากนี้ก็ย้ายไปอยู่ด้วยกันเพื่อดูใจกันอย่างใกล้ชิดซะเลย
เดี๋ยวจะเตรียมคฤหาสน์หลังใหญ่ไว้ให้เอง "
" ท่านพ่อ!"
" เดี๋ยวสิ ให้อยู่ด้วยกันเลยเหรอ!"
' มันไม่ไวเกินไปหน่อยเหรอ
ให้อยู่ด้วยกันเพื่อดูใจกันเนี่ย
มีที่ไหนเขาทำกัน'
" ค่อยยังชั่วเนอะ เซฟานี่
ในช่วงนี้ต้องเอาชนะคุณฟุ้นให้ได้เลยนะ "
" ค่ะท่านแม่ ...จากนี้ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ
ท่านฟุ้น "
เจ้าหญิงยิ้มอย่างกับว่ากำลังจะได้แต่งงานกันพรุ่งนี้ทีเดียว
" พวกเธอน่ะช่วยพูดอะไรบ้างสิ "
" ยินดีด้วยนะ"
" ถ้าให้อัลมินี่ไปอยู่ด้วยก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ...
ได้ใช่ไหมคะท่านพระราชา"
อัลมินี่กับราปิสดูเหมือนจะไม่มีการคัดค้านกับเรื่องของฟุ้น
และยังหันไปขออนุญาตพระราชาอีกด้วย
' ไม่ได้ช่วยอะไรเลย'
" เรื่องนั้นข้าไม่มีปัญหาหรอก
ถ้าคุณฟุ้นกับเซฟานี่ไม่ว่าอะไรนะ"
" หนูไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ
มีคนเยอะๆสนุกดีด้วย "
เซฟานี่ยิ้มอย่างเปร่งประกาย
" เอ่อ ครับ
คฤหาสถ์ก็น่าจะใหญ่
ให้อยู่กันสองคนคงไม่ไหวมั้งครับ "
" ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้!
ฝากดูแลลูกสาวข้าด้วยนะ
คุณฟุ้น! "
อาณาจักรโรฮันน่าเขตใน เป็นที่อยู่ของพวกเศรษฐีใหญ่และพวกขุนนาง
เมฆลอยเอื่อยๆบนท้องฟ้าที่สดใส ลมพัดเบาๆเย็นสบาย
" ในฐานะขุนนางบรรดาศักดิ์ขั้นดยุค และว่าที่สามีของเซฟานี่
ลูกรัก ....คฤหาสถ์ขนาดนี้แหละเหมาะสมที่สุด"
" มันไม่ใหญ่เกินไปหน่อยเหรอครับ "
' แถมอยู่ใกล้ปราสาทสุดๆอีกต่างหาก สักร้อยเมตรถึงไหมเนี่ย..'
หลังจากกินข้าวเสร็จพวกฟุ้นก็มาดูคฤหาสถ์ที่ว่าทันที
" อีกอย่าง มันคงไม่ดีแน่ถ้าปล่อยให้ว่าที่สามีของเซฟานี่ลำบาก
เพราะฉะนั้น..."
หลังจากพระราชาทานาทอสพูดจบ
พ่อบ้านที่มาด้วยกันก็ก้าวออกมาพร้อมกับถุงเงินบนถาด
' ไม่ใช่แค่บ้าน แต่ยังให้เงินอีกเหรอ '
" ในนี้มีสองร้อยเหรียญทองคำดำ ...."
" สองร้อยเหรียญทองคำดำ!!"
ผู้เฒ่ารามอส ราปิส และคาเทียร์ที่พึ่งถูกปลดจากการเป็นทาสสานเสียงออกมาพร้อมกัน
' ก็ไม่แปลกหรอกนะที่จะตกใจ หนึ่งเหรียญทองคำดำมีค่าหนึ่งพันเหรียญทองเเดงเลยนี่นา
งั้นถ้าสองร้อยเหรียญก็คง...สองแสน!!...
ไม่ใช่ว่านี่เป็นของขวัญหมั้นหรอกนะ '
" คือว่าผมคง..."
" ถ้าปฏิเสธสิ่งที่พระราชามอบให้มันคือการหยามเกียรติของอีกฝ่ายนะ"
ราปิสเข้ามากระซิบจากข้างหลังฟุ้นเพราะอัลมินี่กับเจ้าหญิงเซฟานี่ขนาบข้างอยู่
' งั้นก็แปลว่าต้องรับไว้สิแบบนี้ '
" ขอบคุณมากครับ "
ฟุ้นยิ้มแห้งๆให้พระราชาพร้อมทั้งรับเงินมา
ดูเหมือนว่าพวกฟุ้นคงไม่ต้องห่วงเรื่องเงินอีกนานเลย
" ถ้างั้นพวกเราเข้าไปดูข้างในกันดีกว่า
ท่านพ่อกับท่านผู้เฒ่าก็คงจะกลับแล้วใช่ไหมคะ "
พระราชากระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที
ส่วนท่านผู้เฒ่าก็ดูเหมือนจะอึ้งเล็กน้อย
' คงยังอยากเข้าไปด้วยสินะแบบนี้'
" ข้างในกว้างจังเลย "
ราปิสพึมพำออกมากับบ้านหลังใหม่ที่อยู่เขตในใกล้ปราสาทของพระราชา
มันมีหลังคาสีแดงผนังสีขาว มีสองชั้นสไตล์ฝรั่งเศษแต่ตัวคฤหาสน์ยาวมาก
" ใหญ่มาก ... .การออกแบบภายในก็คล้ายๆกับในปราสาทเลย"
" ....ถึงแม้ฉันจะเป็นเจ้าสาวในอนาคตก็ตาม
ฉันไม่ได้คิดจะผูกมัดท่านฟุ้นเอาไว้คนเดียวหรอกนะคะ
เพราะแบบนั้น ทั้งคุณราปิส คุณอัลมินี่ และคุณคาเทียร์
ก็มาอยู่ด้วยกันเถอะนะคะ "
ระหว่างที่ทุกคนกำลังดูภายในคฤหาสน์หลังใหญ่
เจ้าหญิงเซฟานี่ก็พูดประโยคที่ทำให้ทุกคนหยุดกึ๊ก
และจ้องมองด้วยความประหลาดใจทันที
" เอ๊ะ! "
' อะไร อยู่ดีๆก็พูดอะไรแปลกๆออกมา..'
" ได้ใช่ไหมคะ ท่านฟุ้น"
" อะ ...นั่นสินะ คงเป็นเรื่องลำบากที่ต้องดูแลบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้"
" อะไรกันน่ะ จะบอกว่าให้พวกเราอยู่ด้วยกัน...
ห้าคนน่ะเหรอ "
ราปิสถามพร้อมทำตาหลุบต่ำดูรนรานและหยุกหยิกไปมา
' เป็นอะไรน่ะ ทำไมหน้าแดงแจ๋ขนาดนั้น ...
คาเทียร์ก็ด้วย อัลมินี่ก็อีกคน '
" ถะ...ถ้างั้นฉันไปดูที่ชั้นสอง!"
" ราปิส อัลมินี่ไปด้วย"
" คาเทียร์ขอไปด้วยคนค่ะ !"
แล้วทั้งสามคนก็รีบวิ่งไปดูชั้นสองพร้อมกัน
" เป็นอะไรน่ะสามคนนั้น "
หลังจากนั้นฟุ้นก็ตรงไปเปิดประตูดูสวนหลังบ้านตามคำแนะนำของเซฟานี่
มีสนามหญ้าเตียนโล่งๆกับสวนดอกไม้เป็นหย่อมๆ ที่เบ่งบานรอบๆน้ำพุเล็กๆ
ข้างบ้านมีคอกม้าขนาดใหญ่แต่ยังไม่มีม้า
" ที่นี่สงบกว่าที่คิดอีกนะ "
ฟุ้นพึมพำในขณะที่เซฟานี่ที่เกาะอยู่ข้างๆที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก
"ก็ท่านพ่อมอบบ้านหลังนี้ให้ท่านฟุ้นอยู่กับฉันนี่คะ ..."
เซฟานี่ที่พาฟุ้นเดินทัวรอบบ้านยิ้มกว้างสดใสหลังจากพูดจบ
' น่ารักง่ะ...จะน่ารักเกินไปแล้ว! '
ตอนต่อไป >>> ยินดีต้อนรับเจ้าหญิงสู่กลุ่มนักผจญภัย
