บท
ตั้งค่า

ราชนิกูลแห่งอาณาจักร 1

ฟุ้นพยายามปลอบอัลมินี่เต็มที่ทั้งลูบหัวลูบไหล่

พยายามปลอบใจ แต่เธอก็ยังดูโกรธแบบนิ่งๆ

' แย่แน่ๆ แบบนี้ตายเยอะแน่นอน '

" ฟุ้น.. อัลมินี่ !"

เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง

ทำให้ทั้งสองหันไปมอง

" ราปิสเหรอ ท่านผู้เฒ่ารามอสก็มาด้วย "

" พวกนายมาทำอะไรกันน่ะในที่แบบนี้"

ราปิสเปิดประเด็นถามฟุ้นทันที

" แวะผ่านมาน่ะ ก็เลยเข้ามาดูสักหน่อย

ว่าแต่ตอนนี้ช่วยปลอบอัลมินี่ก่อนเถอะ จะแย่แล้ว"

" ปลอบเหรอ ? "

ท่านผู้เฒ่าทวนคำฟุ้นอีกครั้ง

' อ่า จริงด้วยสิ...

ยังไม่ได้เล่าเรื่องพิษของอัลมินี่ให้ท่านผู้เฒ่ารู้เลย'

หลังจากนั้นราปิสก็มาช่วยปลอบอัลมนี่

คงเพราะเป็นผู้หญิงด้วยกันเลยไม่ยากเท่าไหร่

การปลอบของราปิสคล้ายๆการเล่นกับเด็ก

' คงต้องจำไว้บ้างแล้ว คราวหน้าจะได้ทำบ้าง'

" ว่าแต่ท่านผู้เฒ่ามาทำอะไรกันเหรอครับ"

" เจ้าก็รู้ใช่ไหมว่าที่นี่เป็นโรงค้าทาส...

ที่พวกเรามาก็เพราะว่ามาซื้อทาสที่เป็นเอลฟ์น่ะ"

" เอลฟ์เหรอ?"

หลังจากปลอบอัลมินี่เสร็จ ซึ่งง่ายมากเวลาราปิสเป็นคนทำ

พวกฟุ้นก็กำลังเดินตามท่านผู้เฒ่าและราปิสไปยังชั้นสองของโรงค้าทาส

และกำลังตรงไปยังห้องๆหนึ่งที่อยู่ด้านในสุด

" ใช่ เอลฟ์มีความสามารถด้านเวทมนตร์สูงมาก

ก็เลยอยากให้ไปช่วยรักษาองค์หญิงกับท่านราชินี"

' ... เคยได้ยินจากราปิสกับท่านมาควิสเลเว่นมาเหมือนกันว่าท่านผู้เฒ่า

ให้การรักษาอยู่ในปราสาท ....

ว่าแต่ป่วยเป็นอะไรกันน้า'

ด้านหน้าประตูมีอัศวินเฝ้าอยู่สองคน

แต่เพราะมากับผู้เฒ่ารามอสทั้งสี่คนเลยผ่านเข้าไปง่ายๆ

ด้านในเป็นห้องโถงยาว ระหว่างทางเดินไปยังด้านในมีชายหุ่นล่ำกำลังยืนกอดอกอย่างเป็นระเบียบ

ฝั่งละห้าคน ด้านในสุดมีหญิงสาวนั่งบนเก้าอี้ที่ดูเหมือนบัลลังก์

เธอนั่งอย่างกับเป็นราชินีของที่นี่

" เถอะน่า ขายเอลฟ์ตัวนั้นให้ข้าเถอะ "

"เป็นถึงขุนนางแต่พูดไม่รู้เรื่อง

ฉันไม่มีเวลาพอมาเสวนากับพวกยาจกหรอกนะ

ไสหัวไปได้ละ "

ดูเหมือนว่าขุนนางพยายามจะขอลดราคาเอลฟ์สาวผมทองที่ถูกล่ามโซ่อยู่ด้านหลังบัลลังก์

" หน็อย ไม่รู้รึไงว่าท่านผู้นี้เป็นถึงไวท์เคาท์

ยอมขอโทษมาซะดีๆ"

" งั้นเจ้าก็คงไม่รู้สินะว่าฉันเป็นใคร "

คนที่มากับขุนนางไม่ยอมให้คนมาหยามเจ้านาย

แต่ดูเหมือนอำนาจเธอจะมีมากกว่า

" ท่านผู้เฒ่าครับ.... ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร"

" เธอคือหนึ่งในบิชอปแห่งอาณาจักรนี้

และยังเป็นหนึ่งในเศรษฐีใหญ่อีกด้วย "

' บิชอปเหรอ ... ถ้าจำไม่ผิดคือตำแหน่งที่รองจากอาร์คบิชอปนี่นะ

คนใหญ่คนโตเองเรอะ ว่าแต่บิชอปใหญ่กว่าขุนนางหรอกเหรอ '

สุดท้ายขุนนางไวท์เคาท์ก็ยอมถอยกลับอย่างเจ็บใจ

ท่านผู้เฒ่าบอกว่าถ้าหาเรื่องขุนนางที่ไม่ได้ทำผิดเท่ากับหยามราชาของอาณาจักรนั้น

แต่ถ้ามีปัญหากับคนของนีโอครุสตั้งแต่บิชอปขึ้นไปเท่ากับประกาศสงครามทีเดียว

' ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้น ...

เห็นทีพวกศาสนานี้จะมีกำลังทางการเมืองรึการทหารหนักน่าดู'

" โฮ่ ท่านผู้เฒ่านี่เอง ...

คนใหญ่คนโตแบบนี้มีธุระอะไรที่นี่งั้นรึ"

หญิงสาวอายุราวยี่สิบปีนั่งไขว่ห้างทันทีที่ท่านผู้เฒ่าเดินเข้าไปหา

เธอนั่งสูงกว่าทุกคงเพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่

ส่วนพวกฟุ้นกับท่านผู้เฒ่ายืนอยู่ด้านล่าง

เธอมีผมยาวสีม่วงใส่เสื้อคลุมแขนยาวสีแดง

ที่ข้อมือกับบริเวณคอมีขนสัตว์สีขาว

ชุดด้านในเป็นกี่เผ้าสีแดงสั้นเกือบถึงโคนขา

" ข้ามาซื้อทาสเอลฟ์คนนั้น

บอกมาสิว่าเจ้าต้องการเท่าไหร่"

" แบบนี้นี่เอง ...

ไม่ว่าใครที่รู้ ต่างก็อยากได้เอลฟ์ตัวนี้มากสินะ "

' เอลฟ์เป็นประเทศปิดไม่ใช่เหรอ ....

น่าสงสัยจริงๆว่าไปจับมาจากไหน '

ระหว่างที่ท่านผู้เฒ่ากำลังรอฟังคำตอบของหญิงคนนั้น

ฟุ้นก็ถามแทรกเพื่อแก้ข้อที่กำลังสงสัยทันที

" เอ่อ ขอโทษนะครับ ..."

สายตาทุกคนเบนทิศมาจับจ้องที่ฟุ้นต่อทันที

' ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน'

" อยากถามหน่อยน่ะว่า

ไปจับเอลฟ์ตัวนี้มายังไง

...ไม่ใช่ว่าเอลฟ์ปิดประเทศอยู่หรอกเหรอครับ"

" หึ ...ฉันไปเจอเอลฟ์ตัวนี้เข้า

ระหว่างเดินทางกลับมายังอาณาจักรนี้

ดูท่าจะทรุดโทรมน่าดูเชียวล่ะ "

' ทรุดโทรมเหรอ ?...

คงไม่ใช่ว่ากำลังถูกล่าอยู่หรอกนะ'

จากนั้นการค้าก็เริ่มต้นขึ้น

หญิงสาวกับท่านรามอสเริ่มคุยตกลงกัน

ดูเหมือนว่าเธอไม่ยอมขายในรูปแบบเหรียญใดๆ

แต่อยากแลกเปลี่ยนกันมากกว่า

" หมายความว่าไง "

" ก็ไม่อยากได้เงินนี่นา

พอแล้วล่ะเรื่องเงิน

เห็นว่าท่านเดินทางบ่อย

น่าจะมีของหายากอยู่ไม่ใช่เหรอ

เอามาแลกกับเอลฟ์นี่สิ "

ฟุ้นสังเกตเห็นท่านผู้เฒ่าเหงื่อตกและทำทีครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

' ลักษณะท่าทางแบบนี้คงไม่มีสินะท่านผู้เฒ่า '

หลายวันก่อน

ก่อนจะออกเดินทางไปทำภารกิจ

ฟุ้นเดินทางแวะไปหาคุณอาร์เมอร์

เพื่อรับเงิน ระหว่างนั้นก็ได้คุยกันเรื่องไอเทมของโลกนี้

และคุณสมบัติต่างๆของมัน

ผลสรุปออกมาว่าโลกนี้ยังไม่สามารถผลิตไอเทมเวทมนตร์ได้มากนัก

ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในการผลิต

" ว่ายังไงล่ะท่านผู้เฒ่า

ไม่มีเหรอ "

หญิงสาวเริ่มเค้นคำตอบหลังจากที่รอมาได้พักหนึ่ง

' อันที่จริงเราก็อยากถามเรื่องความจริงต่างๆจากพวกเอลฟ์ล่ะนะ

แล้วก็ติดหนี้ท่านผู้เฒ่าด้วย ...'

จากนั้นฟุ้นก็ลองเสนอไอเทมที่พึ่งทดลองผสมเมื่อไม่นานมานี้

" ถ้างั้น ...

แหวนวงนี้ได้รึเปล่าครับ"

ฟุ้นชูแหวนขึ้น สายตาทุกคนจึงหันมามองอีกครั้ง

' แหวนวงนี้ผสมระหว่างชุดเกราะเงินที่เก็บได้

กับโพชั่นธรรมดา ...หวังว่าเธอจะสนใจนะ'

" แหวน?"

" แหวนวงนี้เป็นแหวนที่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตกับพลังเวทได้น่ะครับ"

' เราผสมทั้งโพชั่นสีแดงกับสีฟ้าเอาไว้ในแหวน

แถมยังระดับสองทั้งคู่อีกต่างหาก

ที่จริงก็ผสมไว้เผื่อปั่นราคาของ

ไม่นึกเลยว่าจะมีโอกาสได้ใช้เร็วแบบนี้'

พอฟุ้นพูดไปเเบบนั้นสายตาของหญิงสาว

ท่านผู้เฒ่าและ ราปิส ต่างก็ออกอาการอึ้งๆกันหมดทุกคน

" พูดจริงเหรอ ... เอามาให้ดูหน่อย"

จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆเดินมาเอาแหวนไปให้เธอ

" อืมมม... ดูๆแล้วก็แหวนธรรมดาไม่ใช่เหรอ

นี่เจ้าคนนั้นน่ะ ไปตามนักเวทของเรามา

พวกเราจะตรวจสอบแหวนวงนี้กัน "

ชายหุ่นล่ำคนเดิมรีบไปตามนักเวทตามคำสั่งทันที

ครู่หนึ่งก็มีชายในชุดจอมเวทเดินเข้ามา

ชุดสีดำหมวกแหลม ลักษณะคล้ายชุดเรียนจบของนักศึกษามหาลัย

" เอาแหวนวงนี้ไปตรวจสอบ

แล้วรีบนำมาทันที "

ชายจอมเวทรับแหวนไปและรีบไปตรวจสอบ

หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วโมงก็กลับมาอีกครั้งพร้อมรายงาน

คราวนี้ไม่ใช่คนเดียว แต่เหมือนจะแห่กันมาสามคน

แต่ละคนต่างทำหน้าตื่นตระหนกกันทั้งนั้น

พวกฟุ้นเองก็ยืนฟังพวกเขาคุยกัน

ถึงจะคุยกันเบาๆแต่ก็พอได้ยิน

" ท่านหญิง นี่เป็นแหวนเวทมนตร์ของแท้ครับ

แถมตัวแหวนกับพลังเวทฟื้นฟูยังเป็นเนื้อเดียวกัน

ถ้าแหวนถูกทำลาย เศษซากของแหวนก็ยังสามารถ

นำมาหลอมใหม่ทำเป็นไอเทมฟื้นฟูชนิดอื่นได้อีก "

" แล้วทางอาณาจักรมินนาสไททันล่ะ

เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าทางนั้นเองก็สร้างเมจิคไอเทมแบบนี้เหมือนกัน

ใช่แบบเดียวกันรึเปล่า "

หญิงสาวถามคณะนักเวททั้งสามถึงความคืบหน้าของเมจิคไอเทม

' ถ้าจำไม่ผิด คุณอาร์เมอร์ก็เคยบอกนี่นะ

ว่าทางอาณาจักรมินนาสไททันก็กำลังคิดค้นไอเทมชนิดใหม่อยู่

คงเป็นเมจิคไอเทมที่ว่าล่ะมั้ง'

" แหวนวงนี้มีลักษณะที่สมบูรณ์และมีความ

เสถียรเรื่องการฟื้นฟูมากกว่าครับ "

' ไม่อยากบอกเลยว่าต้นทุนเริ่มที่ไม่กี่เหรียญทองแดง

ส่วนเกราะเงินก็เก็บเอาจากพวกทหารบ้าง อัศวินบ้าง '

" อืม ...ถ้างั้นข้าตกลงแลก แต่ต้องสองวงนะ "

หญิงสาวส่งยิ้มบ่งบอกถึงความเหนือกว่าอีกครั้ง

" ฟุ้น เจ้ามีแหวนแบบนี้อีกรึ"

ท่านผู้เฒ่าเองก็สงสัยเหมือนกัน

' ที่จริงสามารถทำได้เป็นร้อยครับ '

"ดีจริงๆที่ยังพอมีอีกวงน่ะครับ

ฟุ้นนำแหวนออกมาและยื่นให้จอมเวทคนหนึ่งที่ลงมาเอา

" เป็นแหวนแบบเดียวกันเลยครับท่าน "

จอมเวทชายยื่นแหวนให้เธอในขณะที่เธอกำลังแสดงอาการอึ้ง

ถึงการมีแหวนแบบนี้ถึงสองวง

การแลกเปลี่ยนสำเร็จไปได้ด้วยดี

ท่านผู้เฒ่าได้รับเอลฟ์มาเป็นทาสเพื่อไปรักษาโรคของท่านราชินี

พร้อมทั้งหญิงสาวก็ได้แหวนฟื้นฟูไปถึงสองวง

จากนั้นพวกฟุ้นก็กำลังเดินทางกลับ

ตอนนั้นเองที่หญิงสาวเรียกฟุ้นจนทุกคนหันมามอง

" ฉันชื่อ คาน มาลาไคค์ เป็นนักบวชบรรดาศักดิ์บิชอประดับร้อย

ปกครองวิหารนีโอครุสสองแห่งในอาณาจักรนี้ "

" ผมฟุ้น เฟียวโด เรียกฟุ้นก็ได้ครับ ...

มีอะไรรึเปล่า"

' เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีแล้วสิ ....

อย่างกับว่าจะเกิดอะไรขึ้น'

" ฟุ้น... หวังว่าเราจะได้พบกันอีก

ถ้ามีเมจิคไอเทม.. เรายินดีรับซื้อเสมอหรือถ้า..

อยากได้อะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยนก็บอกมาได้เลย"

คานยิ้มลามกพร้อมทั้งเลียริมฝีปากตัวเอง

เล่นเอาฟุ้นขนลุกทั้งตัว

' อะ... อะไรกันอาการแบบนั้นน่ะ '

" ครับ ไว้ถ้ามีอีกจะติดต่อมานะ"

' เอาเป็นตอนอยากมีเงินละกัน

รู้สึกเสียวๆเวลามองหน้าตาเธอจริงๆ'

หลังจากคุยจบพวกฟุ้นก็ลาคุณคาน เจ้าของโรงค้าทาสที่ใหญ่ที่สุด

และเดินออกมาอีกทางหนึ่ง

ระหว่างทางมีคนมองมาที่ฟุ้นเต็มไปหมดเพราะได้เอลฟ์มาเป็นทาส

' รู้สึกตกเป็นเป้าสายตาซะเหลือเกินตอนนี้

...จะว่าไปเอลฟ์นี่ก็น่ารักดีจังน้า '

พวกฟุ้นเดินขึ้นรถม้าที่ท่านผู้เฒ่าและราปิสนั่งมาแทน

โดยท่านผู้เฒ่าเป็นสารถีให้

การเดินทางมุ่งสู่ปราสาทของราชาแห่งอาณาจักรทันที

ดูเหมือนว่าอาการของทั้งสองจะทรุดหนักเอาเรื่อง

จนท่านผู้เฒ่ารามอสต้องออกมาซื้อเอลฟ์ที่โรงทาส

เพราะมีข่าวลือว่ามีขาย

ระหว่างทางมืดๆ ก็ได้มีโอกาสคุยกับเอลฟ์ที่พึ่งซื้อมา

ทีแรกเธอดูนิ่งๆแต่พอฟุ้นบอกว่าจะให้ช่วยคนหน่อย

หลังจากนั้นจะปล่อยตัวไปเธอก็ยอมเปิดปาก

เธอชื่อคาเทียร์ เป็นเอลฟ์ที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในป่าลึกห่างไกลจากอาณาจักรนี้พอสมควร

หากเดินทางด้วยรถม้าจะใช้เวลาครึ่งเดือน

ระหว่างที่กำลังเดินเล่นเกิดอยากรู้อยากเห็นเลยออกมานอกป่า

จากนั้นก็ถูกไล่ล่าอย่างทุลักทุเล ถึงจะหลบหนีพ้นแต่ก็มาถูกคุณคาน จับได้ระหว่างทาง

' โดนจับได้เพราะหนีเที่ยวนี่เอง ....

แต่จะว่าไป มีเอลฟ์นอกอาณาจักรเอลฟ์ด้วยแฮะ '

" น่าสงสารจังเลยนะคะ "

สาวๆทั้งสองพูดพร้อมกันและยังทำหน้าสลดตามคาเทียร์อีกต่างหาก

" ฉันเข้าใจดีค่ะ ...ว่ามันรู้สึกยังไง

ที่ต้องพรากจากคนที่รัก "

' ราปิส เธอพูดไปแบบนั้นเข้าใจจริงๆเหรอ'

หลังจากรถม้าแล่นมาผ่านเมืองในย่ามค่ำคืน

ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงหน้าปราสาท

รถม้าลอดผ่านประตูของปราสาท

ข้ามสะพานชักและถึงพระราชวังในที่สุด

ตอนต่อไป >>> น้ำแห่งชีวิตโอซิลิสก์ และ ว่าที่สามีของเจ้าหญิง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel