บท
ตั้งค่า

การจราจลที่อาณาจักร 2

" สุดท้ายก็ไม่เจอสินะ เจ้าของอสูรตนนั้นน่ะ"

" อยากรู้จริงว่าของใคร "

' เช็คในแผนที่ก็ไม่เจอคนที่เลเวลสองร้อยสามสิบด้วยสิ'

หลังจากจัดการผู้บุกรุกเสร็จฟุ้นกับอัลมินี่ก็กลับมานอน

ตื่นเช้ามาก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้ราปิสฟังระหว่างกินข้าว

ส่วนอัลมินี่ก็นั่งกินเงียบๆไม่พูดอะไร

ตอนนี้จึงมีสองคนที่กำลังนั่งคุยกันเรื่องเมื่อคืน

" แปลกนะ ฉันก็พึ่งเคยได้ยินด้วยสิ ...

ไม่นึกเลยว่าอาณาจักรนี้จะมีคนใช้อสูรโบราณเก่าแก่ได้ "

" อสูรโบราณเก่าแก่นั่นก็เก่งใช่ย่อยนะ

แค่ตัวเดียวจัดการอสูร ที่มาบุกรุกได้หมดเลย"

" ก็เลเวลต่างกันลิบลับเลยนี่นะ"

' เลเวลตั้งสองร้อยสามสิบ แทบจะมากกว่าเกือบสิบเท่าเชียว '

ระหว่างที่กำลังคุยเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอยู่นั้น

ท่านผู้เฒ่ารามอสก็เปิดประตูเข้ามา

" อ๊ะ ท่านผู้เฒ่า ... กินอะไรมารึยังคะ"

" ตามสบายๆ กินมาแล้วล่ะ...

หืม?"

สายตาผู้เฒ่ามองไปที่อัลมินี่ที่กำลังกินขนมปังด้วยความสงสัย

ราปิสและฟุ้นจึงอธิบาย แต่ไม่ทั้งหมด คือบอกแค่เจอระหว่างทาง

โชคดีที่ผู้เฒ่ายอมเข้าใจง่ายๆ

" เมื่อคืนเกิดเรื่องวุ่นวายภายในอาณาจักร

รู้เรื่องกันรึเปล่า "

ผู้เฒ่าเดินมานั่งด้วยกันที่โต๊ะและเริ่มเปิดประเด็น

" ค่ะ เห็นว่าเป็นพวกคาร์ทสินะคะ "

" อืม ดูเหมือนว่าพวกนี้เป็นทหารที่ถูกทิ้งไว้เมื่อนานมาแล้วน่ะ

ดีนะที่มีจำนวนแค่นี้ ไม่งั้นคงแย่กว่านี้แน่ "

จากนั้นปริศนาที่ทำให้ทุกคนในอาณาจักรสลบก็ถูกไขโดยท่านผู้เฒ่า

มันคือดอกไม้ที่จะปล่อยเกสรในตอนกลางคืนทำให้ผู้ที่สูดเกสรเข้าไปเข้าสู่สภาวะหลับลึก

เพราะใช้ได้แค่ตอนกลางคืนเลยไม่จัดว่าเป็นพืชอันตราย

บางครอบครัวใช้เป็นตัวช่วยในการหลับอีกต่างหาก

หลังจากนั้นก็คุยกันอีกพักใหญ่

เรื่องการบุกรุกเมื่อคืน

นอกจากดยุคอัลแทแล้วก็มีอีกไม่กี่คนที่ทำการต่อต้านการบุกรุก

ซึ่งพวกนั้นตอนนี้ก็กำลังรับรางวัลอย่างงามจากพระราชาในปราสาท

ตอนนี้ในช่วงสายหลังจากคุยกันได้สักพัก

ฟุ้นก็ขอพาอัลมินี่มาเลือกซื้อของด้านนอก

ตามที่เคยสัญญาเอาไว้

ส่วนราปิสก็ไปกับท่านผู้เฒ่าเพื่อเข้าพบพระราชา

" เมืองเสียหายกว่าที่คิดอีกนะ "

" นั่นก็เพราะฟุ้นไม่ใช่เหรอ

ใช้อาวุธอะไรก็ไม่รู้

โจมตีทีเดียวทำลายบ้านไปตั้งเยอะ "

" จะบอกว่าคนผิดคือทางนี้เหรอ

ทั้งที่เป็นคนช่วยแท้ๆนะ "

' ต้องบอกว่าพวกนั้นบังคับให้ต้องทำต่างหาก

ใครจะไปรู้ว่าอสูรรับใช้อ่อนแอปานนั้น '

" ช่ายย ... ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ไปทั่วล่ะก็

ฟุ้นต้องซื้อของให้อัลมินี่เยอะๆเลยนะ"

หลังจากจบประโยคที่ดูเหมือนจะทะเลาะกันก็กลายเป็นว่าฟุ้น

อยู่ในสภาวะต้องทำตามทั้งที่จะทำให้อยู่แล้ว

" ซื้อให้อยู่แล้วล่ะ ถ้ามีของที่อยากได้ก็บอกได้เลยนะ "

อัลมินี่ยิ้มแป้นทันที

สำหรับฟุ้นแล้วการที่อัลมินี่ไม่ร้องไห้แบบตอนที่ยังเป็นเด็กแล้วพ่นพิษออกมา

ช่างเป็นอะไรที่วิเศษจริงๆ

การเดินชอปปิ้งในเมืองที่กำลังอยู่ในช่วงซ่อมแซมก็เริ่มต้นขึ้น

"ฟุ้น... ตัวนี้น่ารักดีไหม "

" อะ..อื้อ ลองเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องเปลี่ยนชุดได้นะ "

ร้านแรกที่อัลมินี่เลือกเข้าคือร้านขายเสื้อผ้า

' โชคดีนะที่เธอไม่ใช่ประเภทเลือกของนาน

ไม่งั้นคงยืนเมื่อยน่าดู'

อัลมินี่ทำเพียงมองดูฟุ้นและดึงมาเทียบดูกับตัวเอง

พอเลือกได้แล้วจึงเข้าห้องเปลี่ยนชุดตามการนำทางของพนักงานหญิง

ตอนนี้ฟุ้นจึงยืนรอดูชุดที่อัลมินี่กำลังเปลี่ยน

' ชุดที่อัลมินี่เลือกดูเหมือนจะเป็น...

เสื้อครอปคอเต่าแขนกุดสีฟ้าสินะ

ชอบสีฟ้าเหมือนราปิสเลยแฮะ '

หลังจากรอสักพักอัลมินี่ก็เดินออกมา

เส้นผมสีขาวดวงตากับเสื้อสีฟ้าเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ

" น่า...น่ารัก"

ฟุ้นหน้าแดงและเผลอพูดสิ่งที่คิดออกไป

แต่ปฏิกิริยาของอัลมินี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าแดงไม่น้อย

" เหมาะมากจริงๆค่ะคุณลูกค้า

น่ารักมากๆเลยค่ะ "

พนักงานยิ้มร่าและปรบมือชม

ถึงจะรู้กันว่าชมตามมารยาทรึกำลังเชียร์เพื่อขายของ

แต่ก็รู้สึกดีใจแทนอัลมินี่

" งั้นเอาตัวนี้เลยไหม "

ฟุ้นถามอัลมินี่หลังจากเธอเดินเข้ามาใกล้

ท่อนล่างของเธอใส่กางเกงขาสั้นสีขาวทำให้เห็นว่าเธอคงถูกใจ

สีฟ้ากับสีขาว

หลังจากนั้นอัลมินี่ก็ซื้อชุดตัวอื่นๆอีกจำนวนมาก

' ถ้าเราไม่ได้จัดการเจ้ามังกรนั่น พนันได้เลยว่าชอปปิ้งครั้งนี้กระเป๋าฉีกแน่'

" ไปไหนกันต่อดี "

หลังจากจ่ายค่าเสื้อผ้าทั้งหมด

ฟุ้นก็อยากรู้ว่าอัลมินี่มีที่ที่อยากไปรึเปล่า

ขณะที่กำลังเดินไปเรื่อยๆเพื่อหาสถานที่ๆอัลมินี่อยากไปอยู่นั้น

พวกฟุ้นก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากริมถนนมีคนมุงดูกันอยู่

' มีเรื่องทะเลาะกันรึไงนะ '

"ฟุ้น ไปดูกันเถอะ "

อัลมินี่ที่เกิดรู้สึกสนใจได้ลากฟุ้นแทรกฝูงชนเข้าไปดูจน

ถึงใจกลางความวุ่นวายสำเร็จ

ที่ตรงนั้นมีผู้ชายสองคนกำลังยืนทะเลาะกันอยู่

ชายวัยกลางคนคนหนึ่งหุ่นล่ำอย่างกับหมียืนบังเด็กสาวหูแมวที่สวมปลอกคอ

และดูเหมือนกำลังทะเลาะกันเรื่องเด็กสาวคนนั้นด้วย

" ...เด็กคนนั้น..

ทำไมสวมปลอกคอแปลกๆนั่นล่ะคะ "

" เด็กคนนั้นเป็นทาสน่ะ "

ฟุ้นตอบสั้นๆกับคำถามของอัลมินี่

" ทาสเหรอ?"

" หมายถึงคนๆนั้นจะต้องทำทุกอย่างที่เจ้านายสั่ง

และไม่สามารถขัดขืนได้เลยยังไงล่ะ"

เด็กสาวหูแมวใส่ชุดสีน้ำตาลชุดเดียว

สกปรกเหมือนถูกห่อด้วยผ้าขี้ริ้วและยังบอบช้ำพอสมควร

ส่วนชายอีกคนมีหุ่นที่ดูบอบบางแต่เนื้อตัวดูสะอาดสะอ้านต่างกับลุงหมี

และทั้งสองต่างมีสายตาที่ดูอันตราย

" จะให้พูดอีกกี่ครั้งห่ะ?

นังเด็กนั่นมันทาสฉัน!

ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน...!"

" ....จำได้ว่าทาสไม่ได้มีหน้าที่แบบนั้นนะไอ้หนู "

หลังจากฟังมาได้พักหนึ่งฟุ้นก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้

' ลุงหมีคนนั้นกำลังปกป้องเด็กอยู่นี่เอง '

" แล้วแกเกี่ยวอะไร

....มายุ่งเรื่องของชาวบ้านแบบนี้ดูท่าจะว่างมากสิท่า

แส่หาเรื่องแบบนี้

อย่าคิดว่าเรื่องมันจะจบง่ายๆ "

" ...หาเรื่องระบายลงไม้ลงมือกับเด็กแบบนี้ไม่ละอายบ้างรึไง

แถมยังเป็นเด็กผู้หญิงตัวคนเดียว

ความเป็นลูกผู้ชายแกมันไม่มีรึไง"

" น่ารำคาญโว้ย หน็อยย!!"

จากนั้นก็มีชายอีกห้าคนแทรกเข้ามาในวงของการทะเลาะ

ดูเหมือนว่าจะเป็นพรรคพวกของชายที่ดูบอบบางคนนั้น

" มาได้สักทีนะพวกแก เอาล่ะ

เล่นมันเลย!"

พวกผู้ชายหกคนรวมตัวกันและทำการจู่โจมพร้อมกัน

ลุงหมีจึงรีบปล่อยหมัดชกทันทีด้วยแขนที่ทรงพลัง

ชายคนที่โดนก็ล้มกลิ้งอย่างง่ายดาย และไม่กระดุกกระดิกทันที

ลุงหมีถูกชกถูกเตะจากคนที่เหลือ

แต่ก็สามารถชกกลับจนสลบในหมัดเดียวไปได้ถึงสองคน

ระหว่างที่ลุงหมีกำลังสู้ไปด้วยป้องกันให้เด็กหูแมวไปด้วย

ชายคนหนึ่งก็ชักดาบออกมาเเล้วเล็งไปที่ช่องว่างนั้น

" อันตราย!"

ฟุ้นเรียกดาบออกมาพุ่งไปรับการโจมตีนั้นแทนอย่างรวดเร็ว

" อะไรของแกวะ!"

ลุงหมีที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกเล็งช่องว่างตอนเผลอก็ตกใจ

ที่มีคนเข้ามาแทรกกระทันหัน แต่เพราะเห็นว่าฟุ้นมาช่วยจึงหันกลับไประวังศัตรูตรงหน้าแทน

" ฟุ้น! ให้อัลมินี่ร่วมด้วย~"

" ไม่ได้นะ อัลมินี่ยืนดูอยู่ตรงนั้นแหละ "

' ถ้าอัลมินี่เข้ามาร่วงด้วยคงมีคนตายอย่างน้อยก็หนึ่งคนชัวๆ'

ฟุ้นใช้ดาบในการป้องกันและใช้หมัดซ้ายในการชก

แต่แค่หมัดเดียวก็ทำให้ถึงกับสลบได้เหมือนกัน

ครู่ต่อมาผู้ชายเหล่านั้นถูกจัดการจนราบคาบ

ทั้งที่เป็นฝ่ายมาช่วยแท้ๆ แต่ฟุ้นกลับจัดการได้เยอะกว่าซะนี่

เนื่องจากพวกทหารลาดตระเวนมาถึง

พวกฟุ้นเลยปล่อยให้พวกทหารจัดการกันต่อ

แล้วก็เดินออกมาจากจุดเกิดเหตุ

" ขอขอบคุณเจ้ามากจริงๆนะที่มาช่วย

ฉันชื่อดิลมัส ทำงานอยู่ร้านขายอาวุธแถวๆประตูเมืองน่ะ

' ดูจากหุ่นก็พอเดาได้อยู่นะว่าคงต้องมาสายเถื่อนๆ

แต่รูปร่างกับนิสัยคนละเรื่องสินะ ใจดีกว่าที่คิดซะอีก'

" ผมชื่อฟุ้น เฟียวโด เรียกฟุ้นก็ได้

ส่วนทางนี้ ..."

" อัลมินี่ค่ะ ,..."

" อ่า ยินดีที่ได้รู้จักนะ "

" ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ...

ว่าแต่จะเอายังไงกับเด็กคนนั้นครับ

เธอเป็นทาสของคนอื่นไม่ใช่เหรอ "

พวกฟุ้นมองหน้าเด็กน้อยที่เดินเกาะหลังลุงดิลมัส

" ไม่รู้สิ ... ที่จริงก็สงสารนะ

แต่จะให้เอาไปเลี้ยงคงไม่ไหวเหมือนกัน

คงต้องเอาไปคืนนั่นแหละ"

โครกกกก

ท้องของเด็กสาวร้องดังสนั่น จนหน้าเธอแดงแจ๋ทีเดียว

' เห็นแล้วนึกถึงอัลมินี่ตอนที่เจอกันครั้งแรกเลยแฮะ '

จากนั้นทั้งสี่คนจึงแวะเข้าร้านอาหาร

แต่เพราะมีทาสเข้าร้าน เจ้าของร้านจึงไล่ตะเพิดออกมา

" อะไร?... แค่จะหาอะไรกินเองนะ "

" มันช่วยไม่ได้นะ

หลายๆร้านเขาไม่ยอมให้พวกที่มีเครื่องหมายทาสเข้าร้านหรอก"

ลุงช่วยอธิบายให้อัลมินี่ฟัง

ซึ่งฟุ้นก็ได้ความรู้เพิ่มไปด้วย

แต่จากเหตุการณ์นั้นทำให้เด็กสาวตัวน้อยสลดยิ่งขึ้นไปอีก

" ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพวกเราไปกินกันที่สวนสาธารณะก็ได้

ฉันมีอาหารเต็มไปหมดเลยล่ะ "

ฟุ้นก้มตัวลงเพื่อปลอบใจเด็กน้อย

หลายวันก่อนที่มายังที่โลกนี้ช่วงแรกๆ ราปิสกับผู้เฒ่าพาทัวทั่วเมือง

ถึงแม้ฟุ้นจะจำไม่หมดแต่ก็พอจำได้ว่าสถานที่ที่ตัวเองชอบอยู่ตรงไหน

' โชคดีนะที่ใช้แผนที่นำทางได้ ไม่งั้นคงได้หลงกันพอดี'

ฟุ้นเปิดแผนที่ในการนำทางเพื่อรับประกันป้องกันการเดินหลงทาง

ส่วนมากป่านอกเมืองจะเต็มไปด้วยเหล่ามอนสเตอร์

ที่คอยจ้องลอบทำร้าย ดังนั้นชาวเมืองจึงร่วมกันสร้างที่นี่ขึ้น

" ที่นี่คือ ... ป่ากลางเมืองสินะ "

ลุงดิลมัสอุทาน

" ครับ ถ้าเป็นที่นี่พวกเราก็กินได้โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาไล่"

พวกฟุ้นเดินหาใต้ต้นไม้เหมาะๆสำหรับปูเสื่อ

จากนั้นก็นำผลไม้ ขนมปัง เนื้อย่าง และน้ำออกมา

ลุงดิลมัสจึงขอพาเด็กสาวไปล้างมือก่อน

ไม่นานนักทุกคนก็พร้อมสำหรับการกิน

" ...นี่มัน...

มีแต่ของแพงๆทั้งนั้นเลยไม่ใช่เหรอ"

" ไม่เป็นไรหรอกครับ เชิญได้เลย "

แววตาที่เปล่งประกายของเด็กน้อยที่มีต่ออาหารตรงหน้า

ทำให้ฟุ้นนึกถึงตอนที่เจออัลมินี่ไม่มีผิด

อัลมินี่เห็นว่าทั้งสองยังเกรงใจจึงประเดิมก่อนทันที

" ถ้าไม่กิน ... ฉันจะกินคนเดียวให้หมดเลย"

" ระวังนะครับ แม่นี่กินเก่งนะ

รีบกินเลย ไม่ต้องเกรงใจหรอก"

ในตอนแรกทั้งคู่ดูกระอักกระอ่วน

โดยเฉพาะเด็กสาวตัวน้อย

จะดูเกร็งมากเป็นพิเศษ

' น่าสงสาร ตัวแค่นี้คงโดนมาไม่น้อยเลย'

ลุงดิลมัสพยายามหยิบนั่นนี่ให้เด็กสาวแทน

ช่วงแรกเธอดูกังวลนิดๆแต่ก็เริ่มหยิบขึ้นมา

พวกฟุ้นกินไปคุยไปด้วย

ทำให้เริ่มรู้จักกันมากขึ้น

ลุงดิลมัสทำงานอยู่กับอาร์เมอร์ บาซิล

คนที่ตกลงทำการค้ากับฟุ้น

' โลกกลมจริงๆ '

" ถ้างั้นพวกเธอก็เป็นนักผจญภัยกันสินะ "

" ครับ รายได้ก็พออยู่ไหว

ถึงจะอันตรายไปนิดก็เถอะ "

" บางทีฉันควรจะ ..

เป็นนักผจญภัยบ้างดีไหมนะ "

ตอนต่อไป >>> ความพิโรธของเทพโอสถพิษที่โรงค้าทาส

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel