บท
ตั้งค่า

บทที่ 8 งานเลี้ยงสมาคมคุณนาย

วันรุ่งขึ้น เวลา 13.00 น. หน้าคฤหาสน์ตระกูลซู

"ใครเป็นคนกำหนดกฎว่างานเลี้ยงผู้ดีต้องเริ่มตอนบ่ายโมงตรง? เวลานี้มันควรจะเป็นเวลานอนกลางวันไม่ใช่เหรอ?"

หลินซิงเยียนบ่นพึมพำขณะก้าวลงจากรถลีมูซีนคันหรูที่พันเอกโจวส่งมารับ (เพราะเจ้าตัวติดราชการด่วน แต่จริง ๆ คือส่งลูกน้องมาคุ้มกันภรรยา)

วันนี้เธออยู่ในชุดกี่เพ้าผ้าไหมสีแดงสดปักลายหงส์เหินด้วยดิ้นทองคำแท้ ฝีมือช่างตัดเย็บอันดับหนึ่งของปักกิ่งที่เธอไป 'เหมา' มาเมื่อวาน สีแดงของชุดตัดกับผิวขาวดุจหิมะและผมสีดำขลับที่เกล้าขึ้นอย่างประณีต ทำให้เธอดูโดดเด่น เจิดจ้า และอันตรายราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า

คนขับรถรีบวิ่งมาเปิดประตูให้อย่างนอบน้อม "คุณนายครับ ท่านผู้พันฝากบอกว่า... ขอให้สนุกกับการ 'เล่น' นะครับ"

หลินซิงเยียนยักไหล่ ขยับแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่ให้เข้าที่

"ฝากบอกเจ้านายเธอด้วยว่า ถ้าฉันเผลอพังบ้านใคร ก็ให้เตรียมเงินค่าซ่อมไว้ด้วย"

เธอเดินเชิดหน้าผ่านประตูรั้วเหล็กดัดลายวิจิตรเข้าไปในสวนสวยสไตล์อังกฤษของตระกูลซู ที่วันนี้ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงน้ำชาประจำปีของสมาคมสตรีชั้นสูง

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความดัดจริต... เอ้ย ความหรูหรา เหล่าคุณนายและคุณหนูจากตระกูลดังต่างแต่งตัวประชันโฉมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงหัวเราะต่อกระซิกและเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันดังแว่วมา

แต่ทันทีที่หลินซิงเยียนปรากฏตัว ทุกเสียงในงานก็พลันเงียบกริบ

สายตานับร้อยคู่พุ่งเป้ามาที่เธอเป็นจุดเดียว ไม่ใช่ด้วยความชื่นชม แต่ด้วยความตกตะลึง ริษยา และเหยียดหยาม

"นั่นไง... สะใภ้ตระกูลโจว"

"กล้าดียังไงใส่ชุดสีแดงมา? นี่มันงานเลี้ยงน้ำชานะ ไม่ใช่งานแต่งงาน"

"ได้ข่าวว่าเป็นแค่ลูกสาวบ้านนอกที่ใช้เต้าไต่จับพันเอกโจวนี่นา"

เสียงกระซิบกระซาบนินทาดังขึ้นรอบทิศทาง แต่หลินซิงเยียนทำหูทวนลม เธอเดินนวยนาดผ่านฝูงชนราวกับกำลังเดินแบบบนรันเวย์มิลานแฟชั่นวีค สายตาภายใต้แว่นกันแดดกวาดมองหาของกินมากกว่าจะสนใจเสียงนกเสียงกา

"ตายจริง! นึกว่าใครที่ไหนทำตัวเด่นสะดุดตา"

เสียงแหลมสูงที่คุ้นหูดังขึ้นขัดจังหวะการเดิน หลินซิงเยียนหยุดฝีเท้า ถอดแว่นกันแดดออกช้า ๆ แล้วมองไปยังเจ้าของเสียง

ตรงหน้าเธอคือ 'ซูเมิ่ง' คู่ปรับเก่าจากเมื่อวาน วันนี้หล่อนอยู่ในชุดเดรสลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ (อีกแล้ว) ดูราวกับนางฟ้าผู้ใจบุญ ยืนขนาบข้างด้วยหญิงวัยกลางคนท่าทางเจ้ายศเจ้าอย่างที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็น 'คุณนายซู' แม่ของหล่อน

"สวัสดีค่ะคุณซู" หลินซิงเยียนทักทายด้วยรอยยิ้มตามมารยาทที่ถูกฝึกมาอย่างดี

"วันนี้ชุดขาวสวยจังเลยนะคะ ดู... จืด... เอ้ย ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องเหมาะกับงานศพ... เอ้ย งานเลี้ยงน้ำชามากค่ะ"

ซูเมิ่งหน้าตึงเปรี๊ยะ แต่พยายามรักษากิริยา "ขอบใจย่ะ ส่วนเธอก็... พยายามได้ดีนะ ใส่สีแดงมาขนาดนี้ กลัวคนไม่รู้เหรอว่าเป็นภรรยาพันเอกโจว?"

"เปล่าค่ะ" หลินซิงเยียนตอบหน้าตาย

"สามีสั่งให้ใส่ เขาบอกว่าสีแดงขับผิวฉัน และเขาก็ชอบเวลาเห็นฉันเป็นจุดเด่น มันช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่คนมีความรักมักจะขี้อวด"

คำตอบนั้นทำเอาซูเมิ่งกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ คุณนายซูเห็นลูกสาวเพลี่ยงพล้ำจึงรีบก้าวออกมาขวาง

"หลินซิงเยียนสินะ?" คุณนายซูมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามตั้งแต่หัวจรดเท้า

"ฉันได้ยินกิตติศัพท์ความไร้มารยาทของเธอมาเยอะ แต่นึกไม่ถึงว่าจะกล้ามางานของชนชั้นสูงด้วยท่าทางยโสขนาดนี้ รู้ไหมว่าที่นี่เขารับเฉพาะคนที่ 'มีระดับ' เท่านั้น?"

หลินซิงเยียนเลิกคิ้ว "อ้าว... งั้นเหรอคะ?"

"พอดีฉันเห็นบัตรเชิญจ่าหน้าถึง 'ภริยาพันเอกโจว' ก็เลยนึกว่าระดับของสามีฉันคงพอจะผ่านเกณฑ์หรือว่าตระกูลซูเห็นว่ายศพันเอกแห่งกองทัพปฏิวัติยังไม่ 'มีระดับ' พอคะ?"

การยกยศสามีมาอ้างทำให้คุณนายซูชะงัก หล่อนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ แต่ไม่กล้าด่าต่อเพราะเกรงใจอำนาจของตระกูลโจว

"ปากเก่งนักนะ" คุณนายซูสะบัดหน้า

"เชิญ! เข้าไปหาที่นั่งเอาเองแล้วกัน ถ้ามีใครเขาอยากจะคบค้าสมาคมด้วยล่ะก็นะ"

สองแม่ลูกเดินสะบัดก้นจากไป ทิ้งให้หลินซิงเยียนยืนยิ้มเยาะอยู่คนเดียว

"เชิญตัวเองก็ได้ค่ะป้า"

เธอเดินตรงไปที่โซนบุฟเฟต์ คว้าจานมาตักขนมเค้กและแซนด์วิชจนพูนจาน แล้วมองหาที่นั่งว่าง ๆ

แต่ทว่า... ทุกโต๊ะที่มีคนนั่งอยู่ ต่างพากันวางกระเป๋า หรือขยับเก้าอี้กันท่าทันทีที่เธอเดินเข้าไปใกล้ ราวกับเธอนำเชื้อโรคร้ายเข้ามา สายตาเหยียดหยามถูกส่งมาไม่ขาดสาย

เล่นสงครามประสาทแบบเด็กประถมสินะ?

หลินซิงเยียนส่ายหัว เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหรืออับอายเลยสักนิด ในเมื่อไม่มีที่นั่ง เธอก็เดินตรงไปที่หัวโต๊ะประธานซึ่งว่างอยู่ (น่าจะเป็นที่ของคุณนายซู) แล้ววางจานขนมลง นั่งลงอย่างถือวิสาสะท่ามกลางเสียงฮือฮาของคนทั้งงาน

"อุ๊ย! ที่ตรงนี้นุ่มดีจัง" เธอพูดเสียงดังฟังชัด

"ขอบคุณนะคะที่เว้นว่างไว้ให้เกียรติแขกคนสำคัญ"

เหล่าคุณนายพากันอ้าปากค้าง ไม่มีใครกล้าไล่เธอ เพราะรัศมีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวหลินซิงเยียน รัศมีของความ 'ไม่แคร์โลก' และความ 'อันตราย' ที่พวกหล่อนไม่เคยเจอ

ขณะที่หลินซิงเยียนกำลังจะตักเค้กคำแรกเข้าปาก จู่ ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งมายืนค้ำหัวเธอ

"ลุกขึ้น"

เสียงห้าวห้วนดังขึ้น หลินซิงเยียนเงยหน้ามอง เห็นหญิงสาวร่างใหญ่บึกบึนในชุดทหารหญิง (แต่ดูเหมือนนักเลงมากกว่า) ยืนจ้องเธอเขม็ง

"ที่ตรงนี้เป็นของคุณนายซู แกเป็นใครถึงกล้ามานั่ง?"

หลินซิงเยียนวางช้อนลง ช้า ๆ เช็ดปากด้วยผ้าเช็ดหน้าลินินอย่างใจเย็น

"ฉันเป็นใครไม่สำคัญ" เธอตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมกริบจ้องกลับไปโดยไม่กะพริบ

"แต่ถ้าเธอไม่อยากให้สามี หรือพ่อ หรือใครก็ตามที่ฝากเธอเข้ามาทำงานต้องเดือดร้อน ฉันแนะนำให้เธอถอยไปดีกว่า"

"แกขู่ฉันเหรอ!?" หญิงร่างใหญ่ตบโต๊ะเสียงดัง ปัง! จนจานขนมกระเด้ง

บรรยากาศในงานตึงเครียดถึงขีดสุด ซูเมิ่งและคุณนายซูยืนยิ้มกริ่มอยู่ที่มุมห้อง รอชมฉากที่หลินซิงเยียนจะถูกฉีกหน้า หรือถูกโยนออกไปนอกงาน

หลินซิงเยียนถอนหายใจ เฮ้อ... จะกินเค้กดี ๆ ก็ไม่ได้กิน ต้องให้ออกแรงอีกแล้วสินะ

เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เผชิญหน้ากับหญิงร่างใหญ่ที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าคลัทช์ใบหรู สัมผัสกับความเย็นของวัตถุบางอย่างที่เธอพกติดตัวมาด้วย ไม่ใช่ปืน ไม่ใช่มีด แต่เป็นสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าสำหรับงานเลี้ยงนี้

"ฉันไม่ได้ขู่" หลินซิงเยียนยิ้มหวานที่ไปไม่ถึงดวงตา

"แต่ฉันกำลังจะสอนมารยาทให้พวกเธอรู้ว่า... อย่ามาแหยมกับคนหิว และอย่ามาเล่นกับภรรยาพันเอกโจว"

ทันใดนั้น เสียงกระจกแตกดังสนั่นมาจากทางด้านหลังคฤหาสน์ พร้อมกับเสียงกรีดร้องของผู้หญิง

เพล้ง!

"กรี๊ดดดดด! มีคนบุกรุก"

ทุกสายตาหันขวับไปมองที่ต้นเสียง รวมถึงหญิงร่างใหญ่ที่กำลังจะหาเรื่องหลินซิงเยียนด้วย

ที่ระเบียงชั้นสอง ปรากฏร่างของชายฉกรรจ์สวมไอ้โม่งชุดดำห้าคน กระโดดลงมากลางวงล้อมของคุณนายไฮโซ พร้อมอาวุธครบมือ

หลินซิงเยียนหรี่ตามอง

มาแล้วสินะ... คำขู่เมื่อคืน

แต่แทนที่เธอจะกรีดร้องเหมือนคนอื่น ๆ เธอกลับคว้าจานเค้กขึ้นมาถือไว้มั่น แล้วพึมพำกับตัวเอง

"ดี... งานกร่อยจนได้ อยากรีบกลับไปนอนแล้วสิ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel