บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 การสอบสวนบนเตียงใหม่และคำเชิญสู่สนามรบ

เข็มสั้นของนาฬิกาตั้งโต๊ะชี้ไปที่เลขแปด ส่วนเข็มยาวชี้ไปที่เลขหก บอกเวลาสองทุ่มครึ่งพอดิบพอดี

บรรยากาศมื้อค่ำอันแสนอึดอัดเพิ่งผ่านพ้นไป แต่ดูเหมือนพายุลูกใหม่กำลังจะก่อตัวขึ้นในห้องนอนใหญ่ของตระกูลโจว เมื่อพันเอกหนุ่มลากภรรยาตัวแสบเข้ามาในห้องแล้วจัดการลงกลอนประตูอย่างแน่นหนา เพื่อ "เคลียร์ใจ" ตามที่เขาคาดโทษไว้เมื่อตอนกลางวัน

พันเอกโจวหยางเฟิงยืนกอดอกพิงประตูห้องนอนที่ปิดล็อกแน่นหนา ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟจากโถงทางเดินจนเกิดเงาทะมึนทาบทับร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนเตียง

"นั่งลง แล้วอธิบายมาให้หมด ทุกคำพูดต้องเป็นความจริง ถ้าจับได้ว่าโกหกแม้แต่คำเดียว ผมจะยึดของที่ซื้อมาวันนี้คืนทั้งหมด"

ไม่ใช่เตียงไม้สักทองหลังเก่า แต่เป็นเตียงสปริงนำเข้าจากอิตาลีหนานุ่มขนาดคิงไซซ์ ที่เขาเพิ่งสั่งลูกน้องให้ไปขนมาเปลี่ยนให้เมื่อตอนบ่ายตามคำบัญชาของเธอ

ทว่าหลินซิงเยียนทิ้งตัวลงบนฟูกนุ่ม ๆ เด้งดึ๋งอย่างมีความสุข เมินเฉยต่อบรรยากาศมาคุที่สามีพยายามสร้างขึ้นโดยสิ้นเชิง

"คุณจะให้ฉันอธิบายอะไรคะ?" เธอย้อนถามพลางหยิบสร้อยเพชรที่เพิ่งซื้อมาขึ้นมาส่องกับแสงไฟ

"เรื่องที่ฉันสวยเกินไปจนคุณซูเมิ่งอิจฉา? หรือเรื่องที่ฉันใช้เงินเก่งจนคุณเริ่มเสียดาย?"

"เรื่องนกพิราบ และเรื่องยาพิษ" โจวหยางเฟิงเดินสามขุมเข้ามาหยุดที่ปลายเตียง กดเสียงต่ำ

"คุณรู้รหัสเคาะหน้าต่างขององค์กรเงา คุณรู้วิธีจัดการกับนกส่งสาส์น และคุณรู้ว่าในชามียาพิษ อย่าบอกนะว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่ 'สัญชาตญาณ' ของแม่บ้านสมองกลวง?"

หลินซิงเยียนวางสร้อยเพชรลง ถอนหายใจยาวเหยียด

เฮ้อ... ผู้ชายคนนี้ฉลาดเป็นบ้า หลอกยากชะมัด

เธอรู้ดีว่าการจะโกหกคนระดับหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหารด้วยมุขตื้น ๆ คงไม่ได้ผล แต่การพูดความจริงว่า 'ฉันทะลุมิติมา' ก็คงโดนจับส่งโรงพยาบาลบ้า สถานการณ์นี้ต้องใช้เทคนิคการเจรจาแบบนักธุรกิจ:

"ยอมรับบางส่วน เพื่อปกปิดส่วนสำคัญ"

"ตกลงค่ะ ฉันจะเล่า" เธอประสานสายตากับเขา นิ่งสงบ

"ฉันเคยได้รับการฝึกมาบ้าง จากครอบครัวเก่า เพื่อให้เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์"

โจวหยางเฟิงหรี่ตา เขาพอจะรู้ประวัติคลุมเครือของเธอมาบ้าง การที่ตระกูลหลินส่งลูกสาวมาแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ ย่อมต้องมีการเตรียมพร้อมบางอย่าง

"แล้วทำไมถึงเลือกที่จะหักหลังพวกเขา?" เขาถามต่อ

"ทำไมถึงไล่นกตัวนั้นไป? ทำไมถึงเทยาพิษทิ้ง?"

"เพราะคุณรวยกว่า"

คำตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ หลุดออกมาจากปากสวยได้รูปทำเอาพันเอกหนุ่มชะงัก

"อะไรนะ?"

"ฉันบอกว่า... เพราะคุณรวยกว่าองค์กรกระจอกงอกง่อยนั่น" หลินซิงเยียนลุกขึ้นยืนบนเตียงนุ่ม ทำให้ระดับสายตาของเธอสูงเท่ากับเขา เธอจิ้มอกแกร่งของเขาเบา ๆ

"องค์กรนั่นให้อะไรฉัน? มีดสั้นสนิมเขรอะ? ยาพิษซองละห้าหยวน? หรือคำสั่งให้ไปตาย?" เธอเบะปาก

"แต่คุณ... คุณให้เช็คเปล่าฉัน คุณพาฉันไปช็อปปิง คุณเปลี่ยนเตียงให้ฉัน คุณให้ชีวิตที่สุขสบายแบบที่ฉันต้องการ"

เธอกางแขนออกหมุนตัวโชว์ชุดนอนผ้าไหมตัวใหม่

"ฉันเป็นนักลงทุนนะคะคุณโจว ฉันย่อมเลือก 'หุ้นส่วน' ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด ระหว่างองค์กรนักฆ่าที่ใช้งานเยี่ยงทาส กับสามีสายเปย์ที่แค่ขี้บ่นนิดหน่อย เด็กอนุบาลยังเลือกถูกเลยค่ะ"

โจวหยางเฟิงมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก

คำตอบของเธอมันช่าง... โลภมาก เห็นแก่ตัว และไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดี แต่น่าแปลกที่มันกลับฟังดู 'จริงใจ' และ 'น่าเชื่อถือ' ยิ่งกว่าคำสาบานรักนิรันดร์เสียอีก

ในโลกที่เต็มไปด้วยหน้ากากและการหลอกลวง ความโลภที่เปิดเผยของเธอกลับกลายเป็นสิ่งที่เขาจับต้องได้

"แค่นั้น?" เขาถามย้ำ

"แค่เพราะเงิน?"

"และเพราะคุณหล่อด้วย" เธอแถมให้อีกข้อพร้อมรอยยิ้มหวานหยด

"อาหารตาดี อาหารปากอร่อย เงินในกระเป๋าตุง นี่คือนิพพานของลูกผู้หญิงค่ะ"

โจวหยางเฟิงจ้องมองแววตาที่ดูใสซื่อแต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ของสตรีตรงหน้า ในฐานะนักรีดความลับ เขาควรมองออกว่านี่คือการ 'เบี่ยงเบนประเด็น' ที่ตื้นเขินที่สุด

แต่ทำไมหัวใจที่เคยเย็นชาของเขาถึงเต้นผิดจังหวะ? เขาพบว่ามันน่าทึ่งที่ผู้หญิงคนนี้กล้าใช้ 'ความโลภ' มาเป็นเกราะกำบัง แทนที่จะใช้น้ำตาเหมือนสายลับคนอื่นที่เขาเคยเจอ

"ถ้าเธออยากเล่นเกมคนหน้าเงิน ฉันก็จะยอมเป็นตู้เงินสดให้เธอไปก่อน... ดูซิว่ากุหลาบดอกนี้จะบานได้นานแค่ไหนในบ่อน้ำมันของฉัน"

เขาจับมือเธอที่จิ้มอกเขาอยู่ ดึงให้เธอนั่งลงดี ๆ

"ร้ายกาจนักนะ" เขาพึมพำ

"ตกลง... ผมจะยอมเชื่อคุณสักครั้ง แต่จำไว้ หลินซิงเยียน ถ้าวันไหนคุณคิดจะหักหลังผม หรือมีใครที่ 'รวยกว่า' มาเสนอข้อแลกเปลี่ยน"

"ไม่มีทางค่ะ" เธอยกมือห้าม

"ในปักกิ่งยุคนี้ ใครจะรวยและทรงอำนาจไปกว่าพันเอกโจวอีกล่ะคะ? ฉันเกาะขาทองคำถูกคนแล้ว ไม่ปล่อยง่าย ๆ หรอก"

"ดี"

โจวหยางเฟิงเดินไปที่โต๊ะหัวเตียง หยิบซองจดหมายสีแดงสดที่มีตราประทับทองคำหรูหราขึ้นมา แล้วโยนลงบนตักของเธอ

"งั้นก็เตรียมตัวให้ดี พรุ่งนี้คุณต้องไปทำงานให้คุ้มค่าจ้าง"

หลินซิงเยียนหยิบซองจดหมายขึ้นมาดู หน้าซองจ่าหน้าถึง 'พันเอกโจวหยางเฟิง และภริยา'

"นี่อะไรคะ? การ์ดเชิญงานแต่ง?"

"บัตรเชิญงานเลี้ยงน้ำชาประจำปีของสมาคมสตรีชั้นสูง" โจวหยางเฟิงตอบเสียงเรียบ แต่แววตาฉายแววสนุกสนาน

"หรือเรียกง่าย ๆ ว่า 'ลานประหารสำหรับสะใภ้หน้าใหม่'"

หลินซิงเยียนขมวดคิ้ว "ฟังดูน่ารำคาญจัง ไม่ไปได้ไหมคะ? อยากนอน"

"ไม่ได้" เขาปฏิเสธทันควัน

"งานนี้จัดโดยคุณนายซู... แม่ของซูเมิ่ง คู่กรณีที่คุณเพิ่งไปหักหน้าลูกสาวเขามาเมื่อกลางวัน"

"อ้อ..." หลินซิงเยียนร้องอ๋อ ลากเสียงยาว

"มิน่าล่ะ ถึงได้ส่งการ์ดมาเร็วขนาดนี้ กะจะเรียกไปรุมกินโต๊ะสินะ"

"ใช่" โจวหยางเฟิงนั่งลงข้าง ๆ เธอ

"ในงานจะมีแต่ภรรยานายทหารชั้นผู้ใหญ่ คุณนายตระกูลเก่าแก่ และพวกไฮโซที่จ้องจะจับผิดคุณ พวกเขาเตรียมคำดูถูก เตรียมสายตาเหยียดหยาม และเตรียมแผนที่จะทำให้คุณขายหน้าจนไม่กล้าสู้หน้าใครในสังคมปักกิ่งอีก"

เขาหันมามองหน้าเธอ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน

"กลัวไหม?"

หลินซิงเยียนมองตอบ นัยน์ตาเป็นประกายวาวโรจน์ ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความท้าทายของ CEO ที่กำลังจะลงสนามเทกโอเวอร์บริษัทคู่แข่ง

"กลัว?" เธอแค่นหัวเราะ

"ฉันกลัวอย่างเดียวคืออาหารในงานจะไม่อร่อยค่ะ"

เธอกำซองจดหมายแน่น รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก

"พวกป้า ๆ พวกนั้นคงยังไม่รู้ว่า... การมีเรื่องกับหลินซิงเยียน ผลลัพธ์มันแพงแค่ไหน เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปคิดบัญชีทบต้นทบดอกให้ดู"

โจวหยางเฟิงมองภรรยาของเขาด้วยความพึงพอใจ

นี่สิ... ถึงจะสมน้ำสมเนื้อกับตำแหน่งนายหญิงตระกูลโจว

"เตรียมชุดสีแดงชุดนั้นไว้" เขากระซิบสั่ง

"พรุ่งนี้ผมอยากให้คุณใส่ไป ให้มันแดงฉานไปทั้งงาน เหมือนเลือดของใครบางคน"

"รับทราบค่ะบอส" เธอตะเบ๊ะรับคำสั่ง

ขณะที่ทั้งคู่กำลังสบตากันอย่างรู้ใจ (ในความชั่วร้าย) เสียงโทรศัพท์ที่หัวเตียงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

กริ๊งงงงง!

โจวหยางเฟิงขมวดคิ้ว เอื้อมมือไปรับสาย

"ฮัลโหล... พันเอกโจวพูด"

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงดัดแปลงที่ฟังดูแหบพร่าและเย็นยะเยือกดังลอดออกมา

"ดูแลภรรยาของคุณให้ดี พันเอก เพราะงานเลี้ยงพรุ่งนี้ อาจจะเป็นงานศพของเธอ"

ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...

สายตัดไปทันที โจวหยางเฟิงกำหูโทรศัพท์แน่น หันขวับมามองหลินซิงเยียนที่กำลังล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจเฉิบ

"มีอะไรเหรอคะ?" เธอถามทั้งที่ตายังปิดอยู่

"ไม่มีอะไร" โจวหยางเฟิงวางหูโทรศัพท์ลงช้า ๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ

"แค่นอนหลับให้สบาย... คืนนี้ผมจะเฝ้าคุณเอง"

เขามองไปที่หน้าต่างห้องนอนที่ปิดสนิท ความมืดมิดภายนอกดูเหมือนกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ แต่มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้น

ขู่เก่ง... เดี๋ยวจะได้เห็นดีกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel