บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ค่าตอบแทนของชีวิตคือห้างสรรพสินค้า

"จะสารภาพดี ๆ หรือจะให้ฉันส่งไปคอกม้า?"

เสียงเย็นชาของพันเอกโจวหยางเฟิงดังก้องห้องอาหาร ราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังพิพากษาโทษ เขาไม่ได้ตะคอก แต่โทนเสียงที่กดต่ำนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงระเบิดลง

เสี่ยวจู สาวใช้หน้าจืดทรุดตัวลงกับพื้น ตัวสั่นเทิ้มเหมือนลูกนกตกน้ำ หน้าซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด เธอเหลือบมองไปทางหลินซิงเยียนเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เจ้านายคนใหม่กลับนั่งไขว่ห้างจิบน้ำเปล่าหน้าตาเฉย ราวกับกำลังดูละครฉากเด็ด

"ทะ... ท่านผู้พัน... ฉัน... ฉันไม่ทราบค่ะ... ฉันแค่ยกมา..." เสี่ยวจูละล่ำละลักปฏิเสธ น้ำตาไหลพราก

"ฉันไม่กล้าทำร้ายท่าน... จริง ๆ นะคะ"

"โกหก"

คำเดียวสั้น ๆ แต่หนักแน่น โจวหยางเฟิงหันไปพยักหน้าให้ทหารคนสนิทที่ยืนคุมเชิงอยู่

"เอาตัวไปสอบสวน ตรวจสอบทุกคนที่เข้าออกห้องครัวเช้านี้ อย่าให้หลุดไปได้แม้แต่คนเดียว แล้วเอาน้ำชาในกระถางไปตรวจหาสารพิษด้วย"

"รับทราบครับท่านผู้พัน"

ทหารสองนายพุ่งเข้ามาหิ้วปีกเสี่ยวจูที่กรีดร้องเสียงหลง ลากตัวออกไปจากห้องอาหารอย่างรวดเร็ว

หลินซิงเยียนมองตามหลังสาวใช้สายลับไปด้วยสายตาว่างเปล่า ในใจนึกขอบคุณสามีที่ช่วยกำจัด 'ตัวภาระ' ออกไปให้โดยที่เธอไม่ต้องออกแรงไล่ออกเอง

ลาก่อนนะเสี่ยวจู หวังว่าในคุกทหารจะมีข้าวกินนะ

เมื่อความวุ่นวายจบลง โจวหยางเฟิงก็หันกลับมามองภรรยาที่ยังคงนั่งนิ่งไม่สะทกสะท้าน เขาดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วทิ้งตัวลงนั่ง สายตายังคงจับจ้องใบหน้าสวยหวานของเธออย่างพินิจพิเคราะห์

"คุณรู้ใช่ไหมว่าในชาถ้วยนั้นมียาพิษ?" เขาถามตรงประเด็น

"สัญชาตญาณ? หรือรู้อะไรมา?"

หลินซิงเยียนวางแก้วน้ำลง ช้อนตามองเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"ผู้พันคะ บางเรื่องรู้มากไปก็แก่เร็วเปล่า ๆ เอาเป็นว่าผลลัพธ์คือคุณยังไม่ตาย และก็เสียต้นไม้ราคาแพงไปหนึ่งต้น... แค่นั้นก็พอแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"

โจวหยางเฟิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สมองของเขาประมวลผลอย่างหนัก ผู้หญิงคนนี้ฉลาดเป็นกรด เธอจงใจช่วยชีวิตเขา แต่ไม่ต้องการความดีความชอบ หรือว่านี่เป็นแผนซื้อใจ?

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ความจริงก็คือเธอได้ช่วยชีวิตเขาไว้จริง ๆ และต้นกล้วยไม้ 'จักรพรรดิม่วง' ที่เขาฟูมฟักมาสามปี ก็พลีชีพไปแทนเขาแล้ว

"สามพันหยวน" จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมา

"คะ?" หลินซิงเยียนเลิกคิ้ว

"ราคากล้วยไม้ต้นนั้น" โจวหยางเฟิงประสานมือบนโต๊ะ

"คุณเสียดายมันไม่ใช่เหรอ?"

"แน่นอนสิคะ" หลินซิงเยียนตอบทันควัน อินเนอร์ความงกมาเต็ม

"เงินตั้งสามพันหยวน เอาไปซื้อกระเป๋า... เอ้ย ซื้อข้าวสารได้ตั้งกี่กิโล คุณเลี้ยงต้นไม้ราคาขนาดนั้นได้ยังไง โดยไม่กลัวมันเฉาตาย?"

มุมปากของพันเอกหนุ่มกระตุกยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายขึ้นกว่าเมื่อกี้

"ชีวิตฉันมีค่ามากกว่าสามพันหยวน"

เขาหยิบกระเป๋าสตางค์หนังออกมา ดึงธนบัตรปึกใหญ่วางบนโต๊ะ "ถือซะว่าเป็นค่าทำขวัญ และค่าต้นไม้ต้นใหม่... หรือคุณอยากได้อะไรอย่างอื่น?"

หลินซิงเยียนมองปึกเงินตาเป็นมัน แต่สมอง CEO สั่งการทันทีว่า 'อย่ารับเงินสด มันดูโลภเกินไป ต้องเรียกมูลค่าเพิ่ม'

เธอดันกองเงินกลับไปหาเขาด้วยปลายนิ้ว

"เงินแค่นี้ซื้อความภักดีของภรรยาไม่ได้หรอกค่ะคุณโจว" เธอแสร้งทำเสียงน้อยใจ

"อีกอย่าง เสื้อผ้าในตู้ฉันมีแต่ชุดสีทึม ๆ เหม็นอับ เหมือนชุดคุณป้าข้างบ้าน คุณจะให้ฉันใส่ชุดพวกนั้นเดินควงคุณออกงานเหรอคะ? เสียชื่อสะใภ้ตระกูลโจวแย่เลย"

โจวหยางเฟิงเลิกคิ้ว "คุณกำลังจะบอกว่าอยากไปซื้อเสื้อผ้าใหม่?"

"ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าค่ะ" หลินซิงเยียนนับนิ้ว

"รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง แล้วก็ของใช้ส่วนตัว ฉันเพิ่งย้ายมาที่นี่ ตัวเปล่าเล่าเปลือย ขาดแคลนปัจจัยสี่สุด ๆ"

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ ตัวเปล่าเล่าเปลือย? ทั้งที่เมื่อคืนเพิ่งไถเช็กเปล่าไปใบหนึ่งเนี่ยนะ? แต่เขาก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร กลับรู้สึกพอใจเสียอีกที่เธอกล้าเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมา ดีกว่าพวกที่ปากบอกไม่เอาแต่ลับหลังแอบขโมย

"ตกลง" โจวหยางเฟิงลุกขึ้นยืน เต็มความสูง

"กินข้าวให้เสร็จ อีกสิบนาทีรถจะมารับ ฉันจะพาไปห้างมิตรภาพ"

"ห้างมิตรภาพ?" ดวงตาของหลินซิงเยียนเป็นประกายวิ้งวับยิ่งกว่าเพชร

ในยุค 70 ห้างมิตรภาพคือสวรรค์ของสินค้านำเข้าและของแบรนด์เนมที่มีเฉพาะระดับวีไอพีและชาวต่างชาติเท่านั้นถึงจะเข้าได้ มันคือแหล่งละลายทรัพย์ชั้นดีที่เธอใฝ่ฝัน

"ผู้พันใจป้ำที่สุด รักคุณจังเลย" เธอแกล้งหยอดคำหวาน แต่อีกฝ่ายเดินหนีไปสั่งงานลูกน้องหน้าตาเฉย ทิ้งให้เธอยิ้มกริ่มอยู่คนเดียว

หวานหมู... งานไม่ต้องทำ ข้าวมีคนเสิร์ฟ แถมสามีพาไปช็อปปิ้ง นี่มันชีวิตในฝันชัด ๆ

เวลา 13.00 น. - ห้างมิตรภาพ

รถจี๊ปทหารสีเขียวเข้มจอดเทียบท่าหน้าอาคารทรงยุโรปสุดหรูใจกลางเมือง ผู้คนรอบข้างต่างหยุดมองด้วยความเกรงขามเมื่อเห็นป้ายทะเบียนรถประจำตำแหน่งนายพัน

หลินซิงเยียนก้าวลงจากรถด้วยมาดนางพญา สวมแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่ที่ค้นเจอในรถ (ของโจวหยางเฟิง) เพื่อปกปิดสายตาที่ตื่นเต้นเหมือนเด็กเจอร้านของเล่น

"ตามใจชอบ" โจวหยางเฟิงเดินตามหลังมา มือไพล่หลัง บอกสั้น ๆ

"ฉันมีเวลาให้คุณสองชั่วโมง ก่อนต้องเข้ากรม"

"สองชั่วโมงก็ถมเถค่ะ สำหรับมืออาชีพอย่างฉัน"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel