บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 กาแฟไม่มี มีแต่ยาพิษ

เวลา 11.30 น. - ห้องอาหารตระกูลโจว

หลังจากนอนเต็มอิ่มจนตื่นสายโด่ง หลินซิงเยียนก็ลากสังขารลงมาหาของกินเพื่อเติมพลัง เตรียมตัวออกไปช็อปปิงผลาญเงินสามีในช่วงบ่าย

"นี่มันน้ำล้างเท้าหรือไง? จืดชืดไร้รสชาติ ไปชงมาใหม่เดี๋ยวนี้ เอากาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล"

เสียงโวยวายของหลินซิงเยียนดังลั่นห้องโถงรับประทานอาหาร ทำเอาสาวใช้สองคนที่ยืนรอรับใช้อยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือก หน้าซีดเผือดจนแทบจะเป็นลม

หลินซิงเยียนในชุดกี่เพ้าสีดำลายมังกรทอง (ที่เพิ่งรื้อเจอในตู้และดูแพงที่สุดสมฐานะ) นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก มือข้างหนึ่งถือถ้วยชาลายครามราคาแพง อีกข้างเคาะโต๊ะเป็นจังหวะด้วยความหงุดหงิด

"คุณนายคะ... ที่นี่ไม่มี... เอ่อ กาแฟดำค่ะ" สาวใช้คนหนึ่งรวบรวมความกล้าตอบเสียงสั่น

"ในครัวมีแต่ชาอูหลง ชาพุทราจีน แล้วก็..."

"ไม่มีกาแฟ?" หลินซิงเยียนทวนคำเสียงสูง ราวกับเพิ่งได้ยินข่าวว่าตลาดหุ้นล่มสลาย

"คนยุคนี้เขาใช้ชีวิตอยู่กันได้ยังไงโดยไม่มีคาเฟอีน? มิน่าล่ะถึงได้ดูเชื่องช้ากันไปหมด"

เธอวางถ้วยชาลงบนจานรองเสียงดัง กริ๊ก อย่างไม่สบอารมณ์ ความฝันที่จะตื่นมาจิบกาแฟหอมกรุ่นพร้อมอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจพังทลายลงไม่เป็นท่า

"ช่างเถอะ เอาโจ๊กมาเสิร์ฟ แล้วก็เอาชาที่รสชาติเข้มกว่านี้มา ฉันต้องการอะไรที่มันกระแทกตาให้ตื่น ไม่ใช่น้ำเปล่าแต่งกลิ่นแบบนี้ ไปได้แล้ว"

"ทราบแล้วค่ะ"

สาวใช้รีบถอยกรูดออกไปเหมือนหนูหนีแมว เหลือเพียงสาวใช้หน้าตาจืดชืดอีกคนหนึ่งที่ยังยืนก้มหน้าอยู่ที่เดิม หลินซิงเยียนจำได้ลาง ๆ จากความทรงจำเจ้าของร่างเดิมว่าเด็กคนนี้ชื่อ 'เสี่ยวจู' เป็นคนที่องค์กรเงาส่งมาแฝงตัวเป็นคนรับใช้เพื่อคอยประสานงาน (และจับตาดูเธอ)

เสี่ยวจูเหลือบมองซ้ายขวาด้วยท่าทีมีพิรุธยิ่งกว่าโจรย่องเบา เมื่อเห็นว่าปลอดคน เธอก็ขยับเข้ามาใกล้โต๊ะอาหาร แล้วหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลเล็ก ๆ ออกมาจากแขนเสื้อ วางแนบไปกับจานขนมจีบอย่างรวดเร็ว

"คุณนาย" เสี่ยวจูกระซิบเสียงเบาหวิว

"เบื้องบนไม่พอใจมากที่คุณไม่ส่งข่าวเมื่อคืน นี่คือโอกาสแก้ตัวค่ะ"

หลินซิงเยียนเลิกคิ้ว มองซองกระดาษจิ๋วนั่นด้วยสายตาเบื่อหน่ายเหมือนเห็นบิลค่าไฟ "อะไรอีก? คราวที่แล้วก็มีด คราวนี้อะไร? ผงซักฟอกเหรอ?"

"ยาพิษ 'ไร้เงา' ค่ะ" เสี่ยวจูตอบหน้าตาตื่น แววตาเต็มไปด้วยความอำมหิตที่ขัดกับหน้าซื่อ ๆ

"ไร้สี ไร้กลิ่น ออกฤทธิ์ภายในสามก้าว เพียงแค่คุณผสมลงในน้ำชาของ 'พันเอกโจว' เช้านี้ เขาจะหัวใจวายตายเหมือนเป็นโรคธรรมชาติ แพทย์นิติเวชหน้าไหนก็ตรวจสอบไม่ได้แน่นอน"

หลินซิงเยียนหยิบซองยาพิษขึ้นมาพลิกดูไปมาเหมือนกำลังดูฉลากโภชนาการ

เฮ้อ... ชีวิตสายลับนี่มันวนเวียนอยู่แต่กับการฆ่าแกงกันจริง ๆ สินะ ไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์กว่านี้หรือไง?

"ผสมในน้ำชา?" เธอทวนคำ

"แปลว่าฉันต้องไปต้มน้ำเอง เตรียมถ้วยเอง ชงชา รอให้อุณหภูมิพอเหมาะ แล้วก็ต้องยกไปประเคนให้เขาถึงห้องทำงานที่อยู่ปีกตะวันตก งั้นเหรอ?"

เสี่ยวจูพยักหน้ารัว ๆ ด้วยความหวัง "ใช่ค่ะ! ปกติท่านพันเอกจะไม่ดื่มชาที่คนอื่นชงเพราะระแวง แต่ถ้าเป็นคุณยกไปให้ในฐานะภรรยา เขาต้องตายใจแน่นอน"

"โอ๊ย... ยุ่งยาก" หลินซิงเยียนโยนซองยาพิษกลับลงบนโต๊ะด้วยท่าทีรังเกียจ

"แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว เธอไม่เห็นเหรอว่าฉันกำลังจะกินข้าวเช้า? แล้วอีกอย่าง ครัวอยู่ตั้งไกล กว่าจะเดินไป กว่าจะชง กว่าจะเดินไปห้องทำงานเขา ขาฉันคงลากพอดี ไม่เอาด้วยหรอก"

เสี่ยวจูอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้า "ตะ... แต่คุณคะ! นี่เป็นคำสั่งตายตัวนะคะ ถ้าพันเอกโจวไม่ตายภายในวันนี้ พวกเราจะโดนลงโทษ"

"ก็ให้มันโดนไปสิ" หลินซิงเยียนตัดบทหยิบขนมจีบเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ

"ฉันลาออกแล้ว บอกหัวหน้าเธอด้วยว่าถ้าอยากฆ่าก็ให้มาทำเอง ฉันเป็น CEO... เอ้ย เป็นคุณนายพันเอก มีหน้าที่ใช้เงิน ไม่ใช่ใช้แรงงาน กรรมกรแบกหามฉันยังไม่ทำเลย แล้วจะให้มาแบกถาดน้ำชา? ฝันไปเถอะ"

"คุณนาย!"

เสี่ยวจูแทบจะร้องไห้ ไม่เคยเจอสายลับคนไหนที่ปฏิเสธภารกิจระดับชาติด้วยเหตุผลว่า 'ขี้เกียจเดิน' มาก่อน

ในขณะที่เสี่ยวจูกำลังจะเกลี้ยกล่อมต่อ สาวใช้คนเดิมก็ยกหม้อน้ำชาใบใหม่เข้ามา หลินซิงเยียนโบกมือไล่เสี่ยวจูให้ถอยไป แล้วคว้าหม้อชามาเทใส่แก้วด้วยตัวเอง

"นี่ชานะคะ ไม่ใช่ยาพิษ" สาวใช้คนนั้นบอกอย่างนอบน้อม

"รู้แล้วย่ะ"

หลินซิงเยียนรับถ้วยชามา แต่ตายังจ้องไปที่ซองกระดาษบนโต๊ะ สมองอันชาญฉลาด (แต่ขี้เกียจ) เริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว

ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง ยัยเด็กเสี่ยวจูนี่ต้องตามตื๊อไม่เลิกแน่ ๆ แล้วถ้าองค์กรส่งคนอื่นมาทำแทน มันอาจจะวุ่นวายจนกระทบเวลานอนกลางวันของเธอ สู้เธอ 'กำจัด' ยาพิษนี่ทิ้งไปให้จบ ๆ แล้วอ้างว่าทำพลาด ยังจะง่ายกว่า

เธอฉีกซองกระดาษออก เทผงสีขาวละเอียดลงไปในถ้วยชาของตัวเองจนหมดซอง

"คุณนาย คุณจะฆ่าตัวตายเหรอคะ!?" เสี่ยวจูหวีดร้องเสียงหลง แต่ไม่กล้าเสียงดังมากเพราะกลัวคนได้ยิน

"เงียบน่า" หลินซิงเยียนดุ

"ใครบอกจะกิน ฉันแค่จะ..."

เธอมองหาที่ทิ้ง สายตาไปสะดุดเข้ากับกระถางต้นไม้ลายมังกรห้าเล็บที่ตั้งอยู่มุมห้อง ในนั้นมีต้นกล้วยไม้ราคาแพงระยับที่พันเอกโจวรักนักรักหนา กำลังออกดอกสีม่วงสวยงาม

"ขอโทษนะเจ้าหนู ถือว่าทำบุญร่วมกัน ชาตินี้เกิดเป็นต้นไม้ ชาติหน้าขอให้เกิดเป็นเตียงนุ่ม ๆ นะ"

หลินซิงเยียนลุกขึ้นเดินถือถ้วยชาที่ผสมยาพิษเข้มข้น ตรงไปที่กระถางต้นไม้ แล้วเทน้ำชาทั้งหมดราดลงไปที่โคนต้นอย่างไม่ลังเล

ซู่...

"เรียบร้อย" เธอปัดมือเบา ๆ

"ภารกิจเสร็จสิ้น ยาพิษถูกใช้ไปแล้ว เป้าหมายปลอดภัย ฉันก็ได้กินข้าวต่อ วิน-วิน ทั้งสองฝ่าย"

แต่ทว่า... ปฏิกิริยาของยาพิษ 'ไร้เงา' นั้นรุนแรงกว่าที่คิดไว้มาก

ทันทีที่น้ำชาซึมลงดิน ต้นกล้วยไม้ที่เคยชูช่อไสวกลับส่งเสียง ฉ่า เบา ๆ เหมือนน้ำเย็นกระทบกระทะร้อน ใบสีเขียวสดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้ และดอกสีม่วงร่วงกราวลงสู่พื้นราวกับใบไม้ร่วงในฤดูหนาว เพียงแค่ไม่กี่วินาที ต้นไม้ราคาแพงก็ยืนต้นตายกลายเป็นซากสีดำสนิท ส่งกลิ่นฉุนกึกออกมาจาง ๆ

"อุ๊ย..." หลินซิงเยียนยกมือทาบอก ทำตาโตเท่าไข่ห่าน

"ยาแรงขนาดนี้เลยเหรอ? ดีนะที่ไม่เผลอกินเข้าไป ไม่งั้นไส้คงขาดกระจุย"

"คะ... คุณนาย..." เสี่ยวจูหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ขาสั่นจนยืนแทบไม่อยู่

"นั่นมัน... กล้วยไม้ 'จักรพรรดิม่วง' ของท่านพันเอก... ต้นละสามพันหยวน"

"สามพันหยวน!?" หลินซิงเยียนตะโกนเสียงหลง

"แพงกว่าเงินเดือนคนทั่วไปทั้งปีอีกใช่ไหม? บ้าไปแล้ว ต้นไม้บ้าอะไรแพงขนาดนี้"

ยังไม่ทันที่เธอจะคิดหาข้อแก้ตัว หรือโยนความผิดให้แมวแถวนั้น เสียงรองเท้าบูตหนัก ๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องอาหาร

ตึก... ตึก... ตึก...

ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของพันเอกโจวหยางเฟิงในชุดเครื่องแบบเต็มยศที่ดูน่าเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชาของเขาดูเคร่งขรึมกว่าปกติ เขาตั้งใจจะมาดูหน้าภรรยาตัวแสบก่อนไปค่ายทหารอีกครั้ง

แต่ภาพที่เห็นทำเอาเขานิ่งค้างไป

หลินซิงเยียนยืนถือถ้วยชาว่างเปล่าอยู่ข้างกระถางต้นไม้ และในกระถางนั้นคือซากกล้วยไม้สุดรักของเขา ที่ไหม้เกรียมจนดำเป็นตอตะโก ราวกับโดนน้ำกรดราด

สายตาคมกริบของพันเอกหนุ่มเลื่อนจากซากต้นไม้ มาที่ถ้วยชาในมือเธอ และจบลงที่ใบหน้าสวยหวานที่กำลังยิ้มแห้ง ๆ เหมือนเด็กที่ทำแจกันแตก

"นี่มัน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำจนน่าขนลุก บรรยากาศในห้องลดฮวบจนติดลบ

"เกิดอะไรขึ้นกับต้นไม้ของฉัน?"

เสี่ยวจูตัวสั่นงันงก รีบถอยไปหลบหลังเสา เตรียมหนีตาย

หลินซิงเยียนสมองหมุนติ้ว จะบอกว่าตั้งใจเททิ้งเพราะขี้เกียจฆ่าเขา? หรือจะบอกว่ามือลื่น? ไม่ได้สิ ยาพิษมันกัดต้นไม้จนดำขนาดนี้ ขืนบอกว่าเป็นแค่น้ำชาธรรมดา เขาต้องจับได้แน่ ๆ ว่าเธอโกหก

ในเสี้ยววินาทีนั้น สัญชาตญาณเอาตัวรอด (แบบแถ ๆ) ของเธอก็ทำงาน

เธอวางถ้วยชาลง ทำสีหน้าจริงจัง (ปนเสียดายเงินสามพันหยวน) แล้วเงยหน้าสบตาเขาด้วยความมั่นใจ

"คุณสามี" เธอเรียกเสียงอ่อน แต่แววตามุ่งมั่น

"คุณเชื่อเรื่องลางสังหรณ์ไหมคะ?"

โจวหยางเฟิงหรี่ตา "อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ต้นไม้ฉัน..."

"ชานี้... มีคนส่งมาให้คุณค่ะ" เธอชี้ไปที่ถ้วยชา แล้วชี้ไปที่ซากต้นไม้

"ฉันกำลังจะยกไปให้คุณตามหน้าที่ภรรยาที่ดี แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ใจมันเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เลยลองเทให้ต้นไม้ชิมดูก่อน และผลก็อย่างที่เห็น"

เธอเดินเข้าไปใกล้เขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะห่วงใย (แต่จริง ๆ คือโยนความผิดและทวงบุญคุณ)

"ถ้าฉันไม่เททิ้ง... ป่านนี้คนที่ตัวดำเป็นตอตะโกแบบนั้น อาจจะเป็นคุณไปแล้วก็ได้นะคะ"

โจวหยางเฟิงมองซากต้นไม้ที่ยังส่งควันจาง ๆ อีกครั้ง ความโกรธเรื่องต้นไม้ตายหายวับไป แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกและความสงสัยที่พุ่งขึ้นมา

ยาร้ายแรงขนาดนี้... อยู่ในบ้านของเขา?

และผู้หญิงคนนี้... เป็นคนช่วยชีวิตเขาไว้?

ทั้งที่เธอควรจะเป็นคนฆ่าเขา?

เขามองหน้าหลินซิงเยียนอีกครั้ง คราวนี้แววตาของเขาเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ระแวง แต่มีความสับสนและค้นหา

"ใคร?"

เขาถามเสียงลอดไรฟัน บรรยากาศรอบตัวกดดันจนอากาศแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง สายตาของเขากวาดไปมองสาวใช้ทุกคนในห้อง ก่อนจะไปหยุดที่เสี่ยวจูที่ยืนตัวสั่นอยู่หลังเสา

"ใครเป็นคนชงชานี้?"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel