บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 นกพิราบดวงซวยกับหน้าต่างที่ปิดตาย

"ใครเปิดไฟ? บอกให้ปิดไฟเดี๋ยวนี้ ฝ่ายอาคารทำงานกันยังไงฮะ ปล่อยให้แสงแยงตาประธานได้เนี่ย? ตัดเงินเดือนให้หมด"

เสียงบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิดดังอู้อี้ออกมาจากก้อนผ้าห่มนวมผืนหนาที่ขดตัวกลมอยู่บนเตียง

หลินซิงเยียนขมวดคิ้วยุ่งทั้งที่ยังหลับตา ความร้อนจากแสงแดดและความหิวที่เริ่มประท้วงในกระเพาะทำให้เธอรู้สึกตัวตื่น แต่สัญชาตญาณความขี้เกียจที่ฝังรากลึกสั่งการให้เธอพลิกตัวหนีแสง แสวงหามุมมืดในกองผ้าห่ม

กี่โมงแล้วเนี่ย...

เธอพยายามคำนวณเวลาจากความรู้สึก แปดโมง? เก้าโมง? หรืออาจจะสิบโมงแล้ว? ถ้าเป็นชีวิตก่อน ป่านนี้เธอคงนั่งประชุมบอร์ดบริหาร ดื่มกาแฟแก้วที่สาม และไล่เบี้ยกับยอดขายไตรมาสล่าสุดจนพนักงานหน้าซีดกันเป็นแถว

แต่ตอนนี้... เธอคือคุณนายว่างงานผู้ร่ำรวย (จากเช็คเปล่าเมื่อคืน) หน้าที่เดียวของเธอคือการหายใจทิ้งและนอนกลิ้งไปมา

"ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก..."

เสียงเคาะเบา ๆ ที่กรอบหน้าต่างไม้ดึงสติเธอให้ตื่นตัวขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เสียงเคาะประตูขออนุญาตแบบแม่บ้านมารยาทงาม และไม่ใช่เสียงลมพัดกิ่งไม้กระทบผนัง แต่มันเป็นเสียงของแข็งกระทบเนื้อไม้เป็นจังหวะที่จงใจและสม่ำเสมอ

สั้น-ยาว-สั้น... สั้น-สั้น-ยาว...

สมองส่วนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมทำงานอัตโนมัติราวกับเครื่องจักร มันถอดรหัสเสียงนั้นออกมาเป็นคำพูดทันที: "รายงานสถานการณ์ด่วน ทำไมเป้าหมายยังไม่ตาย ยืนยันพิกัด"

หลินซิงเยียนลืมตาขึ้นข้างหนึ่งด้วยความหงุดหงิด มองฝ่าความมัวซัวไปที่เงาตะคุ่ม ๆ นอกหน้าต่าง เห็นเงาร่างเล็ก ๆ ของนกพิราบสีเทาเกาะอยู่ที่ขอบวงกบ มันกำลังใช้จือปากสีเข้มเคาะไม้ด้วยความร้อนรนและเร่งรีบ ราวกับพนักงานส่งเอกสารที่กลัวจะตอกบัตรไม่ทัน

"น่ารำคาญ" เธอพึมพำเสียงแหบพร่า พลิกตัวนอนหงายมองเพดานห้อง

ถ้าเป็นหลินซิงเยียนคนเก่า 'กุหลาบดำ' คงจะดีดตัวผึงจากเตียง รีบกระโจนไปเปิดหน้าต่าง รับสาส์นลับจากแคปซูลที่ข้อเท้านก แล้วเขียนรายงานแก้ตัวมือเป็นระวิงด้วยความหวาดกลัวบทลงโทษจากองค์กร

แต่สำหรับหลินซิงเยียนคนนี้ ผู้ซึ่งเพิ่งประกาศอิสรภาพจากการเป็นทาสงาน การลุกไปเปิดหน้าต่างเพื่อรับงานเพิ่ม ถือเป็น 'ภาระ' ที่อยู่นอกเหนือสัญญาจ้างอย่างรุนแรง

นี่มันปี 1975 หรือยุคหินกันแน่? ยังใช้นกพิราบส่งข่าวกันอยู่อีกเหรอ? โทรศัพท์ก็มี โทรเลขก็มี ทำไมไม่ใช้? หรือกลัวเปลืองค่าโทร? องค์กรนี้มันงกขนาดไหนกันนะ

เธอถอนหายใจยาวเหยียด พยายามข่มตานอนต่อโดยทำหูทวนลม แต่ดูเหมือนเจ้านกพิราบผู้น่าสงสารจะไม่เข้าใจหลักการ Work-Life Balance ของมนุษย์เงินเดือน มันยังคงเคาะต่อไป ถี่ขึ้น และแรงขึ้น จนกลายเป็นเสียงรัวที่น่าปวดประสาท

"ก๊อก ๆ ๆ ๆ! ก๊อก ๆ ๆ ๆ! ก๊อก ๆ ๆ ๆ!"

"โอ๊ย! จะนอนโว้ย"

เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายของอดีต CEO ขาดผึง หลินซิงเยียนลุกพรวดพราดขึ้นจากเตียงด้วยผมเผ้าที่ชี้ฟูเหมือนรังนก คว้าหมอนใบแข็ง ๆ (ที่เธอสาปแช่งมาทั้งคืนว่าเหมือนก้อนอิฐ) แล้วง้างมือขว้างใส่บานหน้าต่างด้วยความแม่นยำและความแรงระดับนักเบสบอลมืออาชีพ

ปัง!

หมอนกระแทกบานหน้าต่างไม้ดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนทำให้กลอนหน้าต่างที่เก่าขยับ แต่มันไม่ได้เปิดออก กลับกัน แรงกระแทกนั้นทำให้เจ้านกพิราบที่เกาะอยู่ตกใจจนเสียหลัก มันกระพือปีกบินถลาดออกจากขอบหน้าต่างด้วยความตื่นตระหนก...

และนั่นคือความผิดพลาดครั้งสุดท้ายในชีวิตการทำงานของมัน

จี๊ดดดดด! พรึ่บ!

เสียงเหมือนกระแสไฟฟ้าลัดวงจรดังขึ้นเบา ๆ ตามด้วยเสียงตาข่ายดีดตัวและเสียงวัตถุหนัก ๆ ร่วงตุ้บลงสู่พื้นดินนอกห้อง

หลินซิงเยียนชะงักมือที่กำลังจะคว้าหมอนอีกใบ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเข้าหากัน เมื่อกี้เสียงอะไร? นกย่างเหรอ? หรือเสียงเครื่องปิ้งขนมปังระเบิด?

ความอยากรู้อยากเห็นเอาชนะความขี้เกียจได้ชั่วคราว เธอค่อย ๆ ลากสังขารลงจากเตียง เดินโซซัดโซเซไปที่หน้าหน้าต่าง แง้มออกดูด้วยความสงสัย

ภาพที่เห็นทำเอาเธอเบิกตากว้างเล็กน้อย แล้วผิวปากหวือเบา ๆ

ที่พื้นดินใต้พุ่มไม้ดัดนอกหน้าต่าง มีกรงตาข่ายโลหะขนาดใหญ่ดีดตัวขึ้นมาจากดิน ครอบขังร่างของนกพิราบสื่อสารเอาไว้ภายในอย่างแน่นหนา เจ้านกตัวนั้นนอนกระตุกแหง็ก ๆ อยู่ในกรง ขนปีกข้างหนึ่งมีรอยไหม้และส่งควันจาง ๆ ออกมา ดูเหมือนว่ารอบตัวบ้านหลังนี้จะเต็มไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัยและกับดักที่ 'สามีขี้ระแวง' ของเธอวางเอาไว้

"สมน้ำหน้า" เธอพึมพำ พิงกรอบหน้าต่างมองผลงาน (ทางอ้อม) ของตัวเอง

"บอกแล้วว่าวันนี้วันหยุด ไม่รับแขก ไม่รับงาน ไม่รับนก"

แต่ก่อนที่เธอจะได้กลับไปทิ้งตัวลงนอนต่อ ประตูห้องหอก็ถูกเปิดออกอย่างรุนแรงราวกับมีใครเอาเท้ายัน

ปัง!

โจวหยางเฟิงยืนอยู่ที่หน้าประตู ในมือขวากระชับปืนพกสีดำมะเมื่อมเตรียมพร้อม สีหน้าเคร่งเครียดดุดัน แววตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องเพื่อหาภัยคุกคาม เขาได้ยินเสียงวัตถุกระแทกหน้าต่างและเสียงสัญญาณเตือนภัยจากกับดักโซน C ทำงาน จึงรีบบุกเข้ามาเพราะนึกว่าภรรยาตัวแสบกำลังจะแหกคุก... เอ้ย แหกห้องหอหนี หรือไม่ก็มีมือสังหารบุกเข้ามาช่วยเธอ

แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตานายพลหนุ่มกลับไม่ใช่ฉากการต่อสู้ดุเดือด

หลินซิงเยียนในชุดนอนผ้าแพรสีแดงสด (ที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยเผยให้เห็นไหปลาร้าขาวเนียน) ยืนหาวหวอด ๆ อยู่ริมหน้าต่าง ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ชี้นิ้วไปข้างนอกด้วยท่าทีเบื่อหน่ายเหมือนคนเพิ่งตื่นมาเจอหมาข้างบ้านเห่า

"สามีคะ" เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

"ช่วยบอก รปภ. บ้านคุณหน่อยได้ไหม ว่าคราวหน้าถ้าจะดักจับสัตว์รบกวน ช่วยใช้วิธีที่เสียงเบากว่านี้หน่อย คนจะหลับจะนอน สะดุ้งตื่นมาหัวใจวายตายใครจะรับผิดชอบ?"

โจวหยางเฟิงลดปืนลงช้า ๆ แต่ยังไม่ปลดเซฟตี้ เขาเดินดุ่ม ๆ เข้ามาประชิดตัวเธอแล้วมองลอดช่องหน้าต่างออกไป

สิ่งที่เขาเห็นคือนกพิราบสื่อสารพันธุ์พิเศษ สีเทาปลอด มีปลอกขาโลหะสัญลักษณ์เฉพาะตัว นอนสิ้นฤทธิ์อยู่ในกับดักไฟฟ้าที่เขาวางซ่อนไว้ใต้พุ่มไม้

นั่นมัน... นกส่งสาส์นระดับสูงขององค์กรเงา

เขามองสลับระหว่างนกในกรงกับหญิงสาวที่ยืนทำหน้ามึนอยู่ข้าง ๆ สมองอันชาญฉลาดและขี้ระแวงของนายพลหนุ่มเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับคอมพิวเตอร์

ตามหลักปฏิบัติของสายลับ เมื่อนกสื่อสารมาถึง พวกเขาต้องรีบรับสาส์น อ่าน แล้วทำลายหลักฐานทันที หรือไม่ก็ต้องรีบปล่อยนกไปให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ใครจับได้ การที่นกมาติดกับดักหน้าห้องแบบนี้ มีความเป็นไปได้สองทาง

หนึ่ง... เธอโง่จนไม่ทันสังเกตเห็น

สอง... เธอจงใจ

แต่เมื่อกี้เขาได้ยินเสียงของหนัก ๆ กระแทกหน้าต่างก่อนที่นกจะบินเข้ากับดัก นั่นหมายความว่าเธอรู้ว่านกมา และเธอเลือกที่จะ 'ไล่' มันไปตาย

เธอทำเพื่ออะไร? เพื่อตัดขาดการติดต่อกับองค์กร? เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจให้เขาเห็นว่าเธอเลือกข้างเขาแล้ว? หรือเพื่อล่อให้เขาเข้ามาเห็นฉากนี้ จะได้ตายใจ?

"เธอรู้ไหมว่านั่นคือนกอะไร?" โจวหยางเฟิงหันมาถามเสียงเข้ม สายตาจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อหาพิรุธ

หลินซิงเยียนยักไหล่ เดินกลับไปที่เตียงแล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่หลา "นกพิราบน่ะสิถามได้ จะเป็นนกกระจอกเทศหรือไง ตัวแค่นั้น"

"มันคือนกสื่อสาร" โจวหยางเฟิงเน้นเสียง เดินตามมากดดันที่ปลายเตียง

"ที่ข้อเท้ามันมีแคปซูลข้อมูลลับ มันบินมาเคาะหน้าต่างเธอ แสดงว่ามันมีธุระกับเธอ"

"แล้วไง?" หลินซิงเยียนสวนกลับทันควัน เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวอีกรอบ โผล่มาแค่ลูกตา

"ต่อให้มันคาบแผนที่ลายแทงสมบัติจักรพรรดิมา ฉันก็ไม่สน หน้าที่ของฉันตอนนี้คือการนอนเอาแรง เพื่อที่จะตื่นไปถลุงเงินคุณตอนบ่าย จำไม่ได้เหรอคุณเป็นคนเซ็นเช็คให้เองนะ หรือว่าจะเบี้ยว?"

คำตอบของเธอทำให้โจวหยางเฟิงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ท่าทีที่ไม่ยี่หระต่อองค์กรเดิม ความโลภที่แสดงออกมาอย่างเปิดเผย และการกระทำที่ดูเหมือน 'คนขี้เกียจและเห็นแก่กิน' นี้... มันช่างขัดแย้งกับประวัติสายลับกุหลาบดำที่เขาได้รับรายงานมาอย่างสิ้นเชิง สายลับคนนั้นต้องเย็นชา เฉียบขาด และภักดีจนตัวตาย

แต่ผู้หญิงตรงหน้า... ดูเหมือนจะภักดีต่อ 'เตียงนอน' และ 'เงิน' มากกว่าสิ่งใดในโลก

ร้ายกาจ... โจวหยางเฟิงคิดในใจ มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อยด้วยความทึ่งปนระแวง เธอฉลาดมากที่เลือกวิธีนี้ การไม่รับสาส์นเท่ากับปฏิเสธคำสั่งฆ่า และการส่งนกให้ถึงมือฉันเท่ากับมอบหลักฐานสำคัญให้โดยไม่ต้องร้องขอ เป็นการยื่นข้อเสนอสงบศึกที่แนบเนียนที่สุด

"ดี..." เขาเก็บปืนเข้าซองที่เอว ท่าทีผ่อนคลายลงเล็กน้อย

"ฉันจะให้คนเอานกไป... จัดการ ส่วนเธอ..."

เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบกุญแจรถจี๊ปทหารพวงใหญ่ออกมาวางกระแทกบนโต๊ะเครื่องแป้งเสียงดัง กริ๊ก

"ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำแต่งตัวซะ ฉันให้ลูกน้องเตรียมรถไว้แล้ว อยากได้เตียงใหม่ อยากได้ผ้าม่านใหม่ หรืออยากได้อะไรก็ไปซื้อมา อย่าให้เสียชื่อสะใภ้นายพัน เลือกของที่แพงที่สุด ดีที่สุด ได้เลย"

หลินซิงเยียนโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่มทันทีที่ได้ยินคำว่า 'แพงที่สุด' ดวงตาที่เป็นประกายง่วงงุนเปลี่ยนเป็นประกายวิ้งวับยิ่งกว่าแสงแดด

"รวมถึงค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า และค่าเสียขวัญที่ตกใจเสียงนกด้วยใช่ไหมคะ?" เธอต่อรองอย่างรวดเร็ว

"ตามใจเธอ" โจวหยางเฟิงตอบเรียบ ๆ

"ตราบใดที่เธอไม่ออกไปก่อเรื่อง หรือวิ่งกลับไปหาเจ้าของนกตัวนั้น วงเงินในเช็คก็ยังใช้ได้"

"รับทราบค่ะท่านนายพัน" หลินซิงเยียนตะเบ๊ะท่าทหารแบบเก้ ๆ กัง ๆ แต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้าง

"ฉันสัญญาว่าจะผลาญ... เอ้ย จะใช้เงินอย่างคุ้มค่า เพื่อหน้าตาของตระกูลเรา คุณไปทำงานเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ฉันจะดูแลตัวเอง (ด้วยเงินของคุณ) อย่างดีที่สุด"

โจวหยางเฟิงส่ายหัว เดินออกจากห้องไปพร้อมกับความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันกึ่งขบขัน กึ่งระอา และกึ่งพอใจ เขาเดินตรงไปที่กรงนก หยิบแคปซูลจิ๋วที่ขาของมันออกมาเปิดอ่าน

ข้อความในกระดาษแผ่นเล็กเขียนด้วยรหัสลับ แปลได้ว่า: 'ฆ่ามันเดี๋ยวนี้ ก่อนที่มันจะไปถึงค่ายทหาร'

เขาขยำกระดาษแผ่นนั้นในมือจนแหลกละเอียด ดวงตาฉายแววอำมหิต

"เสียใจด้วยนะ... ภรรยาผมเธอไม่ว่าง... เธอยุ่งอยู่กับการนอนและการใช้เงิน"

ภายในห้องหอ หลินซิงเยียนที่กลับไปนอนกลิ้งบนเตียง ไม่ได้รับรู้เลยว่าความขี้เกียจของเธอเพิ่งจะช่วยชีวิตเธอจากการถูกจับได้ว่าเป็นกบฏ และยังช่วยให้เธอได้รถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับมาใช้งานฟรี ๆ

เธอหลับตาลงอย่างมีความสุข นึกถึงเมนูอาหารเช้าหรู ๆ และชุดกี่เพ้าสวย ๆ ที่กำลังจะไปเหมามาใส่

อา... การเป็นคนรวยนี่มันดีจริง ๆ นกพิราบจ๋า... ขอโทษทีนะ แต่ชาติหน้าเกิดเป็นโทรศัพท์เถอะ จะได้ไม่เจ็บตัว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel