บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 สามีผู้หวาดระแวงกับเช็คเปล่า

เวลาตีสามสิบห้านาที

ประตูห้องหอถูกผลักออกอย่างเงียบเชียบที่สุด ชนิดที่ว่าแม้แต่ยุงก็อาจจะไม่ทันสังเกตเห็น รองเท้าคอมแบทขัดเงาวาววับก้าวเข้ามาในความมืดด้วยจังหวะที่มั่นคงแผ่วเบา

'โจวหยางเฟิง' นายพลหนุ่มผู้กุมอำนาจหน่วยข่าวกรองทหาร กวาดสายตาคมกริบฝ่าความมืดไปที่เตียงนอนไม้สักทองหลังใหญ่ มือขวาของเขากุมด้ามปืนพกที่เอวไว้โดยสัญชาตญาณ ไม่ใช่เพราะเขากลัวภรรยาหมาด ๆ แต่เขากลัวว่าเธอจะตายเร็วเกินไปก่อนที่เขาจะได้ข้อมูลที่ต้องการ

มุมปากหยักลึกยกยิ้มเย็นชาเมื่อเห็นร่างบางบนเตียงนอนนิ่งสนิท

หลับ? หึ... การแสดงยอดเยี่ยม

ในสายตาของเขา ผู้หญิงคนนี้คือ 'กับดัก' ที่องค์กรเงาส่งมา เขาจำเหตุการณ์เมื่อเดือนก่อนได้แม่นยำ งานเลี้ยงน้ำชาที่โรงละคร หลินซิงเยียนจงใจเดินชนเขาแล้วแกล้งเป็นลมล้มพับในอ้อมแขน ต่อหน้าสื่อมวลชนและบรรดาผู้อาวุโส จากนั้นก็บีบน้ำตาเรียกร้องความรับผิดชอบ หาว่าเขาแตะเนื้อต้องตัวเธอแล้วทำให้เสื่อมเสียเกียรติ

วิธีการสกปรก ตื้นเขิน แต่ได้ผลชะงัด

ตระกูลโจวที่เคร่งครัดเรื่องชื่อเสียงจำต้องรับเธอเข้ามาเป็นสะใภ้ แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือสิ่งที่เขาต้องการพอดี การมีสายลับอยู่ในบ้าน ย่อมง่ายกว่าการตามจับหนูที่วิ่งพล่านอยู่ข้างนอก ถ้าเธอขยับตัวเมื่อไหร่ เขาจะบดขยี้องค์กรนั่นให้เละคามือ

"เลิกแกล้งหลับได้แล้ว หลินซิงเยียน"

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เขาเดินเข้าไปหยุดที่ข้างเตียง เว้นระยะห่างพอสมควร เผื่อกรณีที่เธอซ่อนอาวุธไว้ใต้หมอน

แต่ร่างบนเตียงกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ ไม่มีการสะดุ้ง ไม่มีการตวัดมีดสวนกลับมา มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอและเสียงพึมพำเบา ๆ ที่ฟังไม่ได้ศัพท์

โจวหยางเฟิงขมวดคิ้ว ความระแวงพุ่งสูงขึ้น หรือจะเป็นแก๊สพิษ? เขากลั้นหายใจชั่วขณะ สายตาสแกนไปรอบ ๆ เพื่อหาความผิดปกติ แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากถังขยะที่มุมห้องที่มีแสงสะท้อนวูบวาบแปลก ๆ

เขาตัดสินใจยื่นมือออกไปกระชากผ้าห่มนวมผืนหนาออกจากตัวเธอ เพื่อเปิดโปงอาวุธที่ซ่อนอยู่

พรึ่บ!

"อื้อ..."

หญิงสาวบนเตียงครางประท้วงด้วยความรำคาญ ขนตางอนยาวกะพริบถี่ ๆ ก่อนจะปรือตาขึ้นมองผู้บุกรุกด้วยสายตาที่... ว่างเปล่า?

ไม่ใช่แววตาอาฆาตมาดร้ายของนักฆ่า ไม่ใช่แววตายั่วยวนของนางจิ้งจอก แต่มันคือแววตาของคนโมโหที่ถูกปลุกตอนตีสาม

"คุณเป็นใคร?" หลินซิงเยียนถามเสียงงัวเงีย สมองยังประมวลผลไม่เสร็จ

"รูมเซอร์วิสเหรอ? ฉันบอกแล้วไงว่าห้ามรบกวนแขก"

โจวหยางเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง รูมเซอร์วิส? ภาษาบ้าอะไรของหล่อน? "ลืมหน้าสามีตัวเองเร็วขนาดนั้นเชียวหรือ?" เขาถามลองเชิง น้ำเสียงกดดันข่มขวัญศัตรู

คำว่า 'สามี' เหมือนเป็นคีย์เวิร์ดที่ไปกระตุกต่อมความจำของอดีต CEO สาว หลินซิงเยียนดึงสติกลับมาได้เล็กน้อย สายตาเริ่มโฟกัสไปที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ ไหล่กว้าง เอวสอบ หน้าตาหล่อเหลาคมคายแบบลูกรักพระเจ้า แต่ติดตรงที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนห้องเย็นยะเยือก

อ้อ... เป้าหมายสังหาร นายพลโจวหยางเฟิง

"อ๋อ... คุณเองเหรอ" หลินซิงเยียนถอนหายใจยาว แล้วดึงผ้าห่มกลับมาคลุมโปงต่อ

"กลับมาแล้วก็ปิดไฟด้วย แสบตา"

โจวหยางเฟิงยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหิน นี่มันผิดแผน ผิดคิว ผิดทุกอย่าง ตามหลักจิตวิทยา เธอต้องตกใจ หรือไม่ก็ต้องพยายามแก้ตัว หรือลงมือโจมตี แต่นี่เธอกลับ... ไล่เขาไปปิดไฟ?

"ลุกขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่อง" เขากระชากผ้าห่มออกอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าเดิม

"เธอคิดจะเล่นลูกไม้..."

"โอ๊ย! จะเอาอะไรกันหนักหนาฮะ"

คราวนี้หลินซิงเยียนลุกขึ้นนั่งจริง ๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าสวยจัดบึ้งตึงถึงขีดสุด ความอดทนต่อการถูกกวนเวลานอนของเธอมีค่าติดลบ

"เตียงก็แข็ง หมอนก็เหม็นสาบ แล้วนี่ยังจะมีคนมาดึงผ้าห่มเล่นอีก คุณเป็นนายพลภาษาอะไร ทำไมไม่รู้จักมารยาทสากลว่าห้ามปลุกคนที่กำลังนอนหลับ"

โจวหยางเฟิงถึงกับผงะ เขาเตรียมรับมือมีดสั้น ปืน หรือยาพิษ แต่เขาไม่ได้เตรียมรับมือกับมนุษย์เมียขี้เหวี่ยง

"เตียงแข็ง?" เขาทวนคำอย่างงุนงง นี่คือประเด็นสำคัญงั้นหรือ?

"นี่มันไม้สักทองอายุร้อยปี..."

"จะร้อยปีหรือพันปี ถ้ามันนอนแล้วปวดหลัง มันก็คือขยะ" หลินซิงเยียนสวนกลับทันควัน เธอยื่นแบมือไปตรงหน้าเขา

"เอามา"

โจวหยางเฟิงหรี่ตามองมือนั้น ระวังตัวแจ ยาพิษชนิดสัมผัส? "เอาอะไร?"

"เงินไง" เธอตอบหน้าตาย

"คุณรวยไม่ใช่เหรอ? พรุ่งนี้ฉันจะสั่งฟูกสปริงกับชุดเครื่องนอนใหม่ แล้วก็เปลี่ยนไอ้ผ้าม่านสีแดงแสบตานี่ด้วย จ่ายมาซะดี ๆ ค่าเสียเวลาที่ทำฉันตื่น"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหออีกครั้ง โจวหยางเฟิงจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพิจารณา หรือนี่คือแผนใหม่? แกล้งทำเป็นหิวเงินเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย? หรือแกล้งทำตัวไร้สาระเพื่อให้เขาตายใจ?

น่าสนใจ... ถ้าอยากเล่นบทคนหน้าเงิน ฉันก็จะสนองให้ ดูซิว่าจะแสดงได้นานแค่ไหน

เขาล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูท หยิบสมุดเช็คออกมาพร้อมปากกา สะบัดข้อมือเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็ว แล้วฉีกยื่นให้เธอ

"กรอกตัวเลขเอาเอง" เขาพูดเสียงเรียบ

"หวังว่าคงจะพอค่าฟูกและค่าปิดปากเรื่องที่ฉันจะไม่นอนห้องนี้"

หลินซิงเยียนรับเช็คมาดู ดวงตาที่เป็นประกายง่วงงุนเมื่อกี้ เปลี่ยนเป็นประกายวิบวับทันทีที่เห็นลายเซ็นและตราประทับของธนาคารทหาร

เช็คเปล่า... สวรรค์โปรด สามีคนนี้ถึงจะน่ารำคาญไปหน่อย แต่ก็นับว่าเป็นคนรู้ความ

"ขอบคุณค่ะ ท่านนายพัน" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนจากหลังเท้าเป็นหน้ามือ หวานหยดย้อยจนน่าขนลุก

"เชิญคุณไปนอนที่กองพล หรือที่ห้องทำงาน หรือที่ไหนก็ได้ตามสบาย ฉันสัญญาว่าจะไม่ปากโป้ง และจะดูแลเตียงไม้... เอ้ย เตียงมงคลนี้ให้อย่างดี"

พูดจบ เธอก็สอดเช็คไว้ใต้หมอน (แทนที่ตำแหน่งมีดสั้นที่เพิ่งทิ้งไป) แล้วทิ้งตัวลงนอน หันหลังให้เขา ดึงผ้าห่มคลุมโปง จบการสนทนาแต่เพียงเท่านี้

โจวหยางเฟิงยืนมองก้อนผ้าห่มที่เริ่มขยับตามจังหวะหายใจเข้าออกด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก

เขาเคยเจอสายลับมาเป็นร้อยรูปแบบ ทั้งพวกยั่วยวน พวกซื่อบื้อ พวกโหดเหี้ยม แต่ไม่เคยเจอพวก... หน้าเงินและขี้เซาขนาดนี้

หล่อนประมาทเกินไป หรือเขาคิดมากไปเอง?

สายตาคมเหลือบไปเห็นถังขยะไม้ที่มุมห้อง แสงจันทร์สะท้อนโลหะวาววับที่นอนก้นถัง เขาเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม

มีดสั้นตรากุหลาบ... อาวุธประจำกายของนักฆ่าระดับสูง ถูกทิ้งรวมกับเศษกระดาษเช็ดหน้าอย่างไม่ไยดี ราวกับเป็นขยะไร้ค่า

โจวหยางเฟิงเงยหน้ามองร่างบนเตียงอีกครั้ง ความหวาดระแวงในใจไม่ได้ลดลง แต่มันเปลี่ยนรูปแบบไป

"หลินซิงเยียน... เธอเป็นใครกันแน่?"

เขาเก็บความสงสัยไว้ในใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ ทิ้งให้ภรรยาหมาด ๆ นอนกอดเช็คเปล่าฝันหวานถึงที่นอนยางพาราอิตาลีรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่เธอจะถลุงเงินเขาซื้อในวันรุ่งขึ้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel