ตอนที่ 3 กลิ่นกาแฟ…กลิ่นกาย
ตอนที่ 3
กลิ่นกาแฟ…กลิ่นกาย
แสงแดดอุ่นๆ ของยามเช้าทอดตัวลงอาบไล้ทั่วผืนป่าไร่กาแฟอันกว้างใหญ่ กลิ่นกาแฟคั่วหอมกรุ่นที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศตั้งแต่เช้ามืด ผสมผสานกับกลิ่นดินและพืชพรรณที่ชุ่มชื้นจากฝนพรำเมื่อคืน
เสียงนกตัวเล็กๆ เจื้อยแจ้วร้องทักทายอรุณรุ่งอย่างสดใส เสียงใบไม้ที่ไหวพลิ้วแผ่วเบาตามแรงลมยามเช้า สั่นไหวเป็นจังหวะเบาๆ ชวนผ่อนคลาย ทุกอย่างดูสงบ เรียบง่าย และดำเนินไปตามวิถีธรรมชาติ เหมือนเช่นทุกวันในไร่ของกษิดิศ…
แต่ไม่ใช่สำหรับเขาในวันนี้เพราะเขาตื่นขึ้นพร้อมกับภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างกายแพรชมพู เรือนกายขาวนวลผ่องที่บัดนี้นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างคุ้นเคย นุ่มนวล หอมหวาน อ่อนละมุน จนเขาสัมผัสได้ถึงความเย้ายวนที่แสนบริสุทธิ์ และมันทำให้เขา…ไม่อยากปล่อยเธอให้ห่างไปจากอ้อมกอดนี้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
กษิดิศจ้องมองแพรชมพูที่หลับตาพริ้มอย่างเงียบงัน ขนตายาวงอนสะบัดปลายลงบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างน่าเอ็นดู ริมฝีปากอิ่มที่บวมแดงนิดๆ จากจูบอันเร่าร้อนเมื่อคืนยังคงดูเชิญชวนให้ลิ้มลองอีกครั้ง ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้าสู่หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขา… หัวใจเขาเต้นช้าแต่หนักแน่น และเขารู้…ว่าเขากำลังถลำลึกลงไปในห้วงความรู้สึกนี้…ถลำลึกยิ่งขึ้นทุกวินาที
เวลาผ่านไปจนสาย หลังจากอาหารเช้าง่ายๆ ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศอันแสนอึดอัดแต่ก็เปี่ยมด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจเอ่ย แพรชมพูยืนพิงราวกั้นระเบียงบ้านไม้ จ้องมองไปยังผืนป่าไร่กาแฟที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาด้วยแววตาเป็นประกาย
“หนูยังไม่เคยเข้าไปในแปลงปลูกของจริงเลยค่ะ…”
เธอหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มหวานสดใส แววตาคู่กลมโตดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ก็แอบซุกซนเล็กน้อยราวกับจะเชื้อเชิญให้เขาหลงกล “คุณพอจะพาหนูไปได้ไหมคะ?”
เธอยังคงยิ้ม ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายท้าทายเล็กๆ “หรือคุณกลัวว่าหนูจะทำตัวไม่เรียบร้อย…กลางต้นกาแฟคะ?”
เขากัดฟันแน่น พยายามห้ามมุมปากไม่ให้ยกยิ้มตามความยั่วเย้าของเธอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างไม่อาจละสายตาได้ เสียงเขาพร่าพรึง บ่งบอกถึงความรู้สึกที่พลุกพล่านภายใน
“ระวังคำพูดของเธอให้มาก…ถ้าไม่อยากถูกจัดการตรงนั้นจริง ๆ”
“หนูไม่กลัวค่ะ…” เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ไม่จางหาย น้ำเสียงหวานใสปนกับความมั่นใจ ที่ทำให้เขาแทบคลั่ง
“แค่กลัวคุณจะทนไม่ไหวก็เท่านั้น”
ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา…
กษิดิศพาเธอเดินลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆ ภายในไร่ที่คดเคี้ยวไปตามพุ่มต้นกาแฟที่ปลูกเรียงรายเป็นระเบียบ จนกระทั่งมาถึง กระท่อมไม้กลางไร่ หลังเล็กๆ ที่ใช้สำหรับเก็บเครื่องมือและเป็นที่หลบแดดหลบฝนของคนงาน เงาร่มครึ้มของต้นกาแฟที่ขึ้นหนาแน่นทอดลงบนพื้นดิน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงแมลงตัวเล็กๆ บินกระหึ่ม และ กลิ่นหอมกรุ่นจากผลกาแฟที่สุกเต็มที่ ลอยเข้าจมูกอย่างชัดเจน กระท่อมหลังเล็กนี้ไม่มีคนอยู่เลยในเวลานี้ และตั้งอยู่ลึกพอที่จะไม่มีใครได้ยิน…ถ้าเกิดอะไรขึ้น…
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู เขาผลักเธอเข้ากระท่อมไปไม่แรงนัก แต่ความรู้สึกและอารมณ์ที่พลุ่งพล่านภายในกลับร้อนแรงเกินต้านทาน แพรชมพูหัวเราะน้อยๆ ในลำคอด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่เสียงหัวเราะจะขาดห้วงไป เมื่อริมฝีปากหยักลึกของกษิดิศประกบลงมาบดขยี้ริมฝีปากอิ่มของเธออย่างรุนแรงและเร่าร้อน เขาจูบเธออย่างดุดัน ลิ้นอุ่นชื้นสอดประสานเข้ามาดูดดื่มความหอมหวานอย่างกระหาย ริมฝีปากหนาซุกไซ้ลงมาตามลำคอขาวระหง ขบเม้มและดูดดึง ไล่ลงมาตามไหล่ขาวเนียนที่โผล่พ้นชายเสื้อเชิ้ตบางเบาที่เธอสวมอยู่
“ตรงนี้…กล้าพอไหม”
เขาซบหน้าลงข้างลำคอเธอ กระซิบเสียงพร่าพรึงแผ่วเบา แต่เปี่ยมด้วยอำนาจ
“ถ้าเธอกล้า…ฉันจะให้ทุกอย่างที่เธอต้องการ…”
“หนูไม่ได้แค่อยากได้ร่างกายของคุณ…”
เธอตอบกลับเสียงสั่นพร่าด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วร่าง มือเรียวโอบรอบคอเขาไว้แน่น ดึงรั้งให้ใบหน้าคมเข้มของเขาเข้ามาใกล้มากขึ้น
“แต่ถ้าร่างกายมาก่อน…หนูก็ยอมค่ะ”
กษิดิศหลุดเสียงหัวเราะต่ำๆ ในลำคอด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ก่อนที่มือหนาจะรวบชายกระโปรงผ้าบางเบาของเธอขึ้นอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นต้นขาเรียวขาวและเรือนร่างที่บัดนี้ปราศจากสิ่งปกปิด ปล่อยให้สายลมเบาๆ จากภายนอกพัดมาสัมผัสผิวกายอย่างเร้าอารมณ์
แพรชมพูครางเบาๆ เมื่อ ปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาสอดเข้าไปสัมผัสกลางใจเธอ ที่บัดนี้เปียกชื้นแฉะไปด้วยน้ำใสๆ จากความปรารถนาที่พลุ่งพล่าน
“ไม่ใส่ชุดชั้นในอีกแล้ว” เสียงเขาแหบพร่าคล้ายจะถามแต่ก็แฝงด้วยความหิวกระหาย
“ยั่วฉันใช่ไหม หืม?”
“แล้วได้ผลไหมล่ะคะ…” เธอตอบกลับด้วยเสียงหวานหยดยั่วเย้า ดวงตาเป็นประกายแวววับท้าทาย
คำตอบของเขาคือ แรงกระชากเบาๆ ที่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอทีละเม็ด อย่างรวดเร็วและใจร้อน จนในที่สุดอกอิ่มคู่สวยที่ไร้สิ่งปกปิดก็ถูกเผยออกมาให้เขาเคล้นคลึง ดูดดื่มอย่างกระหาย ปากหยักลึกลงดูดเม้มยอดอกสีระเรื่ออย่างรุนแรง เสียงจ๊วบๆ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สลับกับ เสียงหอบหายใจ ที่ถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ และ เสียงคราง แผ่วๆของแพรชมพูที่ไม่อาจเก็บงำความเสียวซ่านไว้ได้
เขากดร่างเธอเข้ากับฝาไม้กระดานที่หยาบนิดๆ ของกระท่อม มันอาจจะดูแข็งกระด้างแต่กลับไม่เจ็บปวด…กลับยิ่งกระตุ้นความเสียววาบให้แล่นปราดไปทั่วร่างของเธอ
“คุณคะ…หนูอยากได้…” แพรชมพูครางเสียงแผ่ว ใบหน้าแดงซ่านด้วยความอายและปรารถนา
“พูดอีกครั้งสิ…” เขาแสยะยิ้มมุมปาก นิ้วร้ายยังคงลากช้าๆ ลงต่ำไปตามร่องเนื้ออ่อนนุ่ม “ขอให้ชัดกว่านี้…ฉันถึงจะให้…”
“หนูอยากได้คุณ… ตอนนี้เลยค่ะ!” ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม กษิดิศก็ไม่รีรออีกต่อไป
เขาก็พุ่งเข้าหาเธอ อย่างรุนแรง เร่าร้อน และไม่ปรานี…
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นขึ้นในกระท่อมไม้เล็กๆ ทุกครั้งที่เขาขยับตัวเข้าหา แพรชมพูจะร้องครางเสียงหลงด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยาน ความตื่นเต้นจากสถานที่ที่ไม่ควรเป็น บวกกับความเสียวที่พุ่งขึ้นทุกจังหวะอย่างไม่อาจควบคุมได้ ทำให้ร่างบางเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง
“กษิดิศ…คุณ…คุณจะแกล้งหนูเหรอคะ…อ๊า!”
“ฉันกำลังลงโทษเธอ…” เขากระซิบตอบเสียงต่ำ พร่าพรึงข้างใบหูเธอ ขณะที่ยังคงขยับสะโพกไม่หยุดยั้ง “ที่ทำให้ฉันหยุดคิดถึงเธอไม่ได้เลยตั้งแต่เมื่อคืน…”
เสียงหอบหายใจของเขาสะท้อนความคลั่งไคล้ที่พุ่งพล่าน เขาเร่งจังหวะกระแทกถี่ขึ้น แรงขึ้น อย่างบ้าคลั่ง ขณะที่มือหนาอีกข้างลูบไล้ก้นกลมแน่นของเธออย่างรุนแรง ปลุกเร้าอารมณ์ให้ถึงขีดสุด
กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่อบอวลอยู่ภายนอก…กลิ่นเหงื่อที่เริ่มผุดพรายบนผิวกายของทั้งสอง…และกลิ่นเรือนกายหอมเย้ายวนของแพรชมพู… ทั้งหมดผสมปนเปกันจนกลายเป็น กลิ่นสาบสวาท ที่อบอวลไปทั่วกระท่อมไม้แห่งนี้ ความเร่าร้อนที่ปะทุขึ้นภายใต้แสงแดดยามเช้ากลางไร่กาแฟ ทำให้กระท่อมไม้หลังเล็กกลายเป็นดินแดนของไฟราคะที่ไม่มีใครได้เห็น…ไม่มีใครได้ยิน…
จนกระทั่ง…เธอกรีดร้องสุดเสียงในอ้อมกอดของเขา ร่างกายกระตุกเกร็ง…และไปถึงจุดสูงสุดพร้อมๆ กับแรงกระแทกสุดท้ายที่รุนแรงของเขา…
แพรชมพูซบหน้าลงกับแผงอกแข็งแรงของกษิดิศ หายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยอ่อนและยังคงมึนงงจากแรงปรารถนาที่เพิ่งจบลง มือของเขายังคงโอบกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เหงื่อเกาะพราวตามไรผมและลำคอของทั้งสอง แสดงถึงความเร่าร้อนที่เพิ่งเกิดขึ้น
“หายใจให้ลึก ๆ…” เขากระซิบเสียงพร่า พลางลูบไล้แผ่นหลังเนียนของเธอเบาๆ “อย่าหมดแรงแบบนี้…ฉันยังไม่อิ่มเลย”
