ตอนที่ 4 เผยเปลวไฟในใจเขา
ตอนที่ 4
เผยเปลวไฟในใจเขา
เสียงทอดไข่บนกระทะเหล็กหล่อดังฉ่าเบาๆ คลอไปกับเสียงน้ำมันร้อนระอุที่ปะทุเป็นฟองเล็กๆ กลิ่นหอมกรุ่นของไข่ดาวผสมกับกลิ่นไอน้ำมันลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัวไม้หลังใหญ่ที่อบอวลด้วยบรรยากาศยามเช้าอันแสนสงบ แสงแดดยามสาย ที่สาดส่องลงมาจากหน้าต่าง บอบบางราวกับละอองทองคำ ลอดผ่านผ้าม่านสีขาวสะอาดตาเข้ามาทาบไล้ลงบนเรือนกายของหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าชุดครัวเก่าแก่
แพรชมพูในเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของกษิดิศเสื้อผ้าที่ยังไม่ถูกส่งคืนเจ้าของ ชายเสื้อตัวยาวคลุมแค่ครึ่งสะโพกพอดี เผยให้เห็นเรียวขาขาวนวลผ่องที่เปลือยเปล่า ไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆ กวัดแกว่งไปมาอย่างอิสระใต้ชายเสื้อ…และภายใต้ร่มผ้าผืนบางนั้นก็ ไม่มีแม้แต่เสื้อชั้นใน หรือกางเกงตัวจิ๋วใดๆ สวมใส่ เธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ และคว้าเสื้อเชิ้ตของเขามาสวมคลุมกายอย่างไม่คิดอะไร…หรือบางที เธออาจจะตั้งใจ ก็เป็นได้
เธอยืนหันหลังให้เขา กำลังสาละวนกับการทอดไข่อย่างใจเย็น ในขณะที่ปล่อยให้แผ่นหลังขาวเนียนละเอียดและเรียวขาอ่อนที่เปลือยเปล่าโชว์ความเย้ายวนโดยไม่ตั้งใจ…หรือเธอตั้งใจก็ไม่มีใครรู้ได้…
กษิดิศยืนพิงกรอบประตูครัว แขนแกร่งไขว้กันแน่นบนอกกว้าง ใบหน้าคมเข้มยังคงนิ่งสงบเช่นเคย ราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ความรู้สึก แต่ทว่า ดวงตาคู่คมดุดันของเขากลับร้อนจัดเหมือนไข่ในกระทะที่กำลังทอดอยู่ตรงหน้า เขาจ้องมองเธอไม่วางตา ไล่สายตาตั้งแต่แผ่นหลังเนียนขาวลงมายังสะโพกผายที่ขยับยามเธอเคลื่อนไหว ทุกส่วนของร่างกายเธอดึงดูดเขาอย่างบ้าคลั่ง
เธอไม่รู้เลยว่ากำลังทำให้เขา “หิว”… หิวกว่าอาหารใดๆ ที่เธอกำลังจะเสิร์ฟให้เขาเสียอีก
“ไข่เกือบเสร็จแล้วค่ะ” แพรชมพูเอ่ยเบาๆ โดยไม่หันกลับมามองเขา เสียงใสแจ๋วผสานกับเสียงฉ่าของไข่ในกระทะ “แต่ถ้าคุณอยากกินอย่างอื่น…หนูเสิร์ฟให้ได้เลยนะคะ”
เสียงของเธอนุ่มละมุนเหมือนกำมะหยี่ที่รบกวนสมาธิเขาอย่างจงใจ ปลายลิ้นเรียวสวยไล้ริมฝีปากตัวเองช้าๆ ขณะพูดอย่างจงใจ ให้เขาเห็นถึงความเย้ายวนที่เธอส่งออกมา
“แค่บอกมาเท่านั้น…หนูพร้อมตลอดเวลาเลยค่ะ”
เขาเดินเข้ามาช้าๆ ด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น ช้าเหมือนนักล่าที่ไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะเหยื่ออันโอชะยืนรอเขาอยู่แล้วตรงหน้า มือหนาเอื้อมออกไปจับสะโพกผายของเธอแน่น ออกแรงดึงร่างบางเข้ามาจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับอกแกร่งของเขาอย่างสนิท จนเธอสะดุ้งเบาๆ ด้วยความตกใจระคนเสียวซ่าน ไออุ่นจากร่างกายของเขาสัมผัสได้ชัดเจน
“ทำอาหาร…หรือกำลังยั่วฉันกันแน่” เสียงเขาทุ้มต่ำ แหบพร่าข้างใบหูเธอ กลิ่นกายของเขายามเช้าที่หอมกรุ่นปนกับกลิ่นสบู่เฉพาะตัว ทำให้เธอรู้สึกมึนเมา
“หนูแค่ทำอาหารค่ะ…แต่ถ้ามันยั่วคุณได้ด้วย ก็ดีนะคะ” เธอตอบพลางเอียงคอยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่น่าหลงใหลอย่างที่สุด
กษิดิศไม่รอคำพูดใดๆ อีกต่อไป เขาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของเธอ พลิกร่างเธอหันกลับมาประชิด ก่อนจะก้มลง กดริมฝีปากหยักลึกลงบดขยี้ริมฝีปากอิ่มของเธออย่างรุนแรง
จูบนี้ดุดันและร้อนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ลิ้นของเขาเจาะจง ตักตวงความหอมหวานจากโพรงปากของเธออย่างกระหาย เสียงจูบชื้นๆ ดังสะท้อนก้องในห้องครัว ที่บัดนี้ดูเหมือนจะร้อนระอุขึ้นมาในทันที
มือข้างหนึ่งของเขารวบต้นขาเรียวสวยของเธอ ยกขึ้นพาดบนเคาน์เตอร์ครัว ที่สูงระดับอก ทำให้ร่างของเธอถูกยกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องและส่วนสำคัญที่ซ่อนอยู่ อีกมือหนึ่งสอดใต้ชายเสื้อเชิ้ตตัวโคร่ง ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ก่อนจะไล่ลงมาบีบเคล้นบั้นท้ายเปลือยเปล่าที่ไร้อะไรปิดบังอย่างหิวโหย
“กษิดิศ…ตรงนี้เหรอคะ…” เธอครางเบาๆ ด้วยความเสียวซ่าน ริมฝีปากยังคงบวมแดงและเปียกชื้นจากจูบที่ร้อนแรง
“ใครบอกให้ใส่แค่เสื้อตัวเดียวเดินไปมาในบ้านฉัน…” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้าวพร่า แฝงความดิบเถื่อนที่ทำให้เธอหัวใจเต้นแรง “นี่คือบทลงโทษ”
ไม่รอให้เธอได้ตอบ เขาก็ลากร่างของเธอมาวางพาดลงบน โต๊ะอาหารไม้หนาหนัก กลางห้องครัวอย่างรวดเร็วและใจร้อน มือใหญ่จับสะโพกผายของเธอพลิกให้โก้งโค้งขึ้น เผยให้เห็นส่วนเร้นลับที่บัดนี้พร้อมรับการรุกราน เขากดกายแนบชิดด้านหลัง ร้อนรุ่ม เร่าร้อนและแน่นเสียจนแพรชมพูหอบกระเส่าด้วยความปรารถนาที่พุ่งพล่าน
เสียงหายใจหนักๆ ของเขาเป่ารดต้นคอของเธอ ลมหายใจสั่นและกลั้นแทบไม่อยู่ แสดงถึงความอดทนที่กำลังจะขาดสะบั้น
“คุณคะ…ถ้าใครเดินผ่านมาได้ยินเสียงหนูจะทำยังไง…” แพรชมพูถามเสียงสั่นระริก ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นกับสถานที่ที่ไม่คาดฝัน
“ก็ร้องเบาๆ สิ…” เขากระซิบพร่าข้างใบหูเธอ ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะสัมผัสเบาๆ ที่กลีบหูอย่างเย้ายวน “หรือถ้าอยากให้คนทั้งไร่รู้ว่าเธอกำลังเสียวเพราะฉัน…ก็ไม่ต้องเก็บเสียงเลยแพรชมพู”
พูดจบ เขาก็ แนบกายเข้าหาเธอเต็มแรง ในวินาทีนั้น… เสียงกระแทกเนื้อดังชัดเจน ก้องกังวานไปทั่วห้องครัว สลับกับเสียงครางสะท้านของแพรชมพูที่ไม่อาจเก็บงำความรู้สึกใดๆ ได้อีกต่อไป เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้น ถี่ขึ้น แรงขึ้น มือยังคงจับสะโพกของเธอไว้แน่น ออกแรงบีบเคล้นนวดคลึงอย่างบ้าคลั่ง ปลุกเร้าให้ความเสียวซ่านปะทุขึ้นทุกครั้งที่เขาขยับ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เสียงครวญครางที่ปนเปกันไปหมด อัดแน่นอยู่ภายในห้องครัวที่บัดนี้กลายเป็นสนามรักอันร้อนระอุ กลิ่นหอมกาแฟคั่วอ่อนๆ จากโถบดข้างเตา ผสมรวมกับ กลิ่นเรือนกายร้อนจัด ที่ระอุไปด้วยเหงื่อไคลของทั้งสองร่าง กลายเป็น กลิ่นสาบสวาท ที่รุนแรงและเย้ายวนเกินจะลืมเลือนได้
“อ๊า…กษิดิศ…คุณ…คุณรุนแรงไปแล้ว…” เธอร้องเสียงสั่นพร่าเมื่อเขากระแทกกายเข้ามาซ้ำๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ
“แต่เธอชอบ…ใช่ไหม” เขาถามเสียงต่ำ พร่าพรึง ขณะที่สอดมือมากอบกุมทรวงอกของเธอไว้ บีบคลึงอย่างกระหาย ปลุกเร้าให้เธอไปถึงจุดสูงสุดอีกครั้ง
แพรชมพูครางในลำคอ ตัวกระตุกเป็นจังหวะตามแรงปรารถนาที่ถาโถม ก่อนจะปลดปล่อยพร้อมกับเขาในวินาทีนั้น ลึกซึ้ง เสียวซ่าน สะท้านไปทั้งร่าง สั่นไหว และ…สะใจอย่างที่สุด…
แพรชมพูซบหน้าลงบนโต๊ะไม้เย็นๆ กายเปลือยเปล่าบัดนี้ยังคงวาบวับไปด้วยความสุขที่เพิ่งได้รับ กษิดิศลูบแผ่นหลังเนียนของเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงจูบสันหลังนั้นอย่างแผ่วเบาเป็นการปลอบโยน
“คราวหน้า…อย่ายั่วฉันด้วยเสื้อตัวเดียวอีก” เขากระซิบเสียงพร่า “เพราะฉันอาจไม่หยุดแค่ครั้งเดียว”
แพรชมพูหัวเราะเบาๆ ด้วยความเหนื่อยหอบแต่ก็เปี่ยมสุข “ก็หนูอยากให้คุณ…เลิกแกล้งเย็นชาสักทีนี่คะ”
