คืนนี้หนูต้องได้เป็นของคุณ

21.0K · จบแล้ว
นกกระจิบ
12
บท
246
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เขาไม่เคยต้องการผู้หญิงคนไหนในชีวิต… จนกระทั่งเธอ สาวน้อยหน้าหวานที่กล้ายืนตากฝนหน้าบ้านเขา พร้อมสายตาที่บอกชัดว่า ‘หนูต้องการคุณ’ กษิดิศ หนุ่มใหญ่เจ้าของไร่กาแฟผู้เงียบขรึมและเย็นชา คิดว่าเขาจะควบคุมทุกอย่างได้รวมถึง แพรชมพูหญิงสาวผู้กล้าท้าทายอารมณ์ของเขาทุกวินาที เมื่อความใกล้ชิดกลายเป็นไฟปรารถนา ค่ำคืนหนึ่งเขาก็ลิ้มรสเธอจนหมดทั้งกาย

นิยายรักโรแมนติกประธานเศรษฐีพระเอกเก่งเผด็จการรักโรแมนติกรักหวานๆ18+

ตอนที่ 1 คืนฝนพรำ

ตอนที่ 1

คืนฝนพรำ

เสียงฟ้าร้องคำรามก้องไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืนราวกับอสูรกายกำลังแยกเขี้ยวคำราม เมฆทะมึนก่อตัวหนาทึบ บดบังรัศมีของพระจันทร์ที่ควรจะส่องสกาวจนมิดชิด ความมืดมิดกลืนกินผืนฟ้า เหลือไว้เพียงแสงริบหรี่จากฟ้าผ่าที่วูบวาบเป็นครั้งคราว เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุใหญ่กำลังจะมาถึง ไม่นานนัก เม็ดฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาทีละหยดสองหยด สัมผัสผิวกายคล้ายหยอกล้อ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสายน้ำหนาแน่นซัดกระหน่ำไม่ขาดสาย จนพื้นดินบริเวณไร่กาแฟที่ทอดยาวสุดลูกหูลูหูตา กลายเป็นโคลนเหนียวแฉะ ส่งกลิ่นดินผสมความชื้นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาครึ้มครึ้มใกล้กับบ้านไม้ยกพื้นหลังใหญ่กลางไร่กาแฟอันกว้างขวาง ร่างอรชรของหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น…เดียวดายท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาไม่หยุดหย่อน

“คุณกษิดิศอยู่ไหมคะ…”

เสียงหวานใสดังแหวกม่านฝนเข้ามาปะทะโสตประสาทของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ภายในบ้าน แม้จะเบาหวิว แต่กลับชัดเจนท่ามกลางเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำ แพรชมพูยืนตากฝนในชุดเดรสผ้าฝ้ายเนื้อบางสีอ่อนที่บัดนี้เปียกโชกจนแนบลำตัว เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวอย่างชัดเจน เส้นผมยาวสีดำขลับที่เคยสลวย บัดนี้ลู่แนบไปกับแก้มขาวซีดที่ขึ้นสีแดง ระเรื่อจากความเย็น ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อบัดนี้ซีดเซียวเล็กน้อยจากอุณหภูมิที่ลดต่ำลง แต่กระนั้น แววตากลมโตคู่สวยกลับฉายแววแน่วแน่และกล้าหาญอย่างที่ไม่อาจปิดซ่อนได้ ราวกับดวงตาคู่นั้นกำลังประกาศเจตนารมณ์บางอย่างที่ยากจะปฏิเสธ

เสียงกลอนประตูไม้บานใหญ่ถูกปลดออกช้าๆ พร้อมกับการเปิดออกของบานประตูที่เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาเข้ม ปล่อยชายเสื้อออกมานอกกางเกงลำลองสีเข้มที่สวมใส่ เขายืนอยู่ตรงนั้น...ท่ามกลางกรอบประตูที่ทำหน้าที่แบ่งกั้นโลกภายในอันอบอุ่นออกจากโลกภายนอกที่กำลังหนาวเหน็บ

กษิดิศเจ้าของไร่กาแฟผู้เงียบขรึมและสุขุม วัยสามสิบห้าปี ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวที่มักจะซ่อนเร้นความรู้สึกไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ บัดนี้จ้องมองร่างเปียกปอนของหญิงสาวที่ยืนตากฝนอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่ไม่ไว้วางใจนัก...ปนเปด้วยความฉงนใจและร่องรอยของความหงุดหงิด

“มายืนทำอะไรตรงนี้…ไม่รู้หรือไงว่าฝนตกหนักขนาดนี้”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามห้วนๆ ไร้ซึ่งความนุ่มนวลใดๆ แต่ก็ยังแฝงด้วยความกังวลเล็กๆ น้อยๆ ที่ยากจะสังเกตเห็น แพรชมพูกะพริบตาปริบๆ เล็กน้อย ดวงตาพริบพราวไปด้วยประกายแห่งความไร้เดียงสา ก่อนจะแย้มยิ้มบางๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยใดๆ ประดับบนใบหน้าสวยหวาน

“หนู…หนูลืมร่มค่ะ แล้วฝนมันตกหนักมาก หนูเลยกลัวฟ้าผ่า…ก็เลยคิดว่าจะขอมาหลบฝนที่นี่สักพัก…ถ้าไม่เป็นการรบกวนคุณนะคะ”

เธออธิบายด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด แม้จะสั่นเล็กน้อยด้วยความหนาวเย็น

กษิดิศมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างนิ่งงันชั่วครู่ แววตาคมกริบไล่สำรวจร่างที่เปียกปอนของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า คล้ายจะจับผิด แต่ก็ไม่พบพิรุธใดๆ นอกจากความเย็นที่ทำให้เธอดูบอบบาง น่าทะนุถนอม ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วค่อยๆ เบี่ยงตัวออกเล็กน้อยเพื่อเปิดทางให้หญิงสาวผ่านประตูเข้ามาภายในบ้าน ราวกับยอมจำนนต่อสถานการณ์เฉพาะหน้า

ภายในบ้านไม้หลังใหญ่ บรรยากาศดูเงียบสงบและอบอุ่นกว่าภายนอกมาก กลิ่นกาแฟคั่วอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ยังคงลอยละล่องอยู่ในอากาศผสมผสานกับกลิ่นไอดินและกลิ่นไอฝนที่ลอยเข้ามาจากด้านนอก สร้างความรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด ประกอบกับเสียงฝนที่กระทบหลังคาไม้หนาอย่างต่อเนื่องเป็นจังหวะ ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในบ้านอบอวลไปด้วยความรู้สึกเปลี่ยวเหงาและ…ความวาบหวามอย่างประหลาดที่ยากจะอธิบาย

แพรชมพูถอดรองเท้าผ้าใบที่เปียกปอนวางทิ้งไว้หน้าประตูอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะก้าวเท้าเปล่าเข้าไปในตัวบ้านอย่างแผ่วเบา

ร่างกายที่ยังคงเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนทำให้เดรสเนื้อบางที่สวมใส่แนบชิดไปกับผิวเนื้อ เผยให้เห็นทุกส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่างอันเย้ายวนอย่างชัดเจน เส้นผมสีดำขลับที่ยังคงเปียกลู่แนบชิดแผ่นหลังเนียนขาวหยดน้ำเป็นทางลงมาตามแนวสันหลัง มือเรียวเล็กยกขึ้นกอดตัวเองเบาๆ เพื่อคลายความหนาวเย็น

สายตาคมดุดันของกษิดิศที่ปกติจะเก็บงำความรู้สึกได้อย่างยอดเยี่ยม…บัดนี้กลับเผลอมองร่างอรชรของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ...นานกว่าที่ควรจะเป็น แสงสลัวๆ ภายในบ้านยิ่งขับให้ผิวขาวผ่องของเธอดูนวลเนียน ชวนสัมผัสอย่างปฏิเสธไม่ได้

“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ…มีชุดเก่าของแม่ฉันอยู่ในห้องด้านหลัง” เขาเอ่ยเสียงห้าว พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่พลุกพล่านภายในดวงตา

แพรชมพูหันไปมองเขา ใบหน้าสวยหวานแย้มยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะตอบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงติดจะเย้าแหย่

“ค่ะ…แต่ถ้าคุณมองหนูแบบนั้น หนูอาจไม่กล้าเดินไปเปลี่ยนเองนะคะ”

คำพูดนั้นคล้ายกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่แล่นปลาบไปทั่วห้อง ทำเอาบรรยากาศที่เคยสงบนิ่งพลันสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

กษิดิศชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจับจ้องไปที่ดวงหน้าหวานที่ดูเจ้าเล่ห์เล็กน้อยของเธออยู่ชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจ แล้วเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ แต่หันหลังเดินหนีไปอีกมุมหนึ่งของห้อง ทิ้งให้หญิงสาวเดินอย่างแผ่วเบา ตรงไปยังห้องด้านหลังตามที่เขาบอก

หลายนาทีต่อมา…

เสียงประตูห้องด้านหลังแง้มออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของแพรชมพูในเสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวของใครบางคน ที่ยาวคลุมเลยต้นขาลงมาเล็กน้อยจนเกือบถึงเข่า บัดนี้เส้นผมยาวสลวยที่เพิ่งเช็ดมาหมาดๆ ยังคงเปียกชื้นเล็กน้อยที่ปลายผม ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อจากไอร้อนของการอาบน้ำอุ่นๆ ที่ช่วยขับไล่ความหนาวเย็นออกไปจากร่างกาย กลิ่นสบู่อ่อนๆ ที่หอมละมุนลอยกรุ่นมาแตะจมูกผสมผสานกับความสดชื่นจากผิวกายที่เพิ่งผ่านการทำความสะอาด…ทำให้เธอดูน่าปรารถนาอย่างไม่รู้ตัว ไม่ใช่ในแบบที่ยั่วยวน แต่เป็นความน่ากินที่บริสุทธิ์และชวนหลงใหลอย่างประหลาด

กษิดิศที่นั่งอยู่บนโซฟาบุหนังสีเข้มตัวใหญ่กลางห้อง กำลังถือแก้วกาแฟอุ่นๆ ในมือ จ้องมองเปลวไฟในเตาผิงที่ลุกโชนอย่างเงียบงัน แต่ทันทีที่เธอเดินออกมา เขาก็ตวัดสายตาคมกริบมองเธอจากหางตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ไม่เปลี่ยนโทน

“หิวไหม…มีข้าวต้มร้อนๆ เหลืออยู่”

“ไม่หิวค่ะ” เธอยิ้มหวานหยดพลางค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาใกล้เขาอย่างไม่เร่งรีบ ทว่าทุกย่างก้าวกลับเชื่องช้า เย้ายวน และดึงดูดสายตาอย่างประหลาด ราวกับทุกฝีก้าวคือจังหวะเพลงที่กำลังบรรเลง เพื่อปลุกเร้าอารมณ์บางอย่างที่ซ่อนเร้น “แค่อยากนั่งกับคุณ…คืนนี้หนูเหงาจังเลยค่ะ”

คำพูดนั้นคล้ายก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางผิวน้ำที่สงบนิ่ง สร้างระลอกคลื่นเล็กๆ ให้แผ่กระจายออกไป กษิดิศหันขวับมามองเธอทันที แววตาคมกริบแข็งกร้าวนิดๆ ฉายแววไม่เข้าใจอย่างชัดเจนว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังคิดอะไร หรือมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่สิ่งที่เขาเข้าใจได้ในเวลานี้คือ…เธอ กำลังยั่ว เขา กำลังปรนเปรอความต้องการที่ซ่อนเร้นภายในตัวเขาให้ตื่นขึ้นมา

“อย่าเล่นกับไฟ แพรชมพู” เสียงเขาเข้มขึ้นอีกระดับ คำพูดแต่ละคำหนักแน่น ราวกับต้องการเตือนให้เธอถอยห่าง “ฉันไม่ใช่คนดีนักหรอกนะ”

หญิงสาวหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากษิดิศ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขา ใบหน้าหวานค่อยๆ ก้มลงมาจนอยู่ในระดับเดียวกับสายตาของเขา กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากเรือนร่างและเส้นผมของเธอลอยเข้าสู่จมูกของเขาอย่างจงใจและเย้ายวน ความใกล้ชิดที่เกินกว่ามิตรภาพธรรมดา ก่อเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าที่แล่นปลาบไปทั่วร่างของทั้งสองคน

“แล้วคืนนี้…คุณจะยอมเป็นไฟให้หนูไหมคะ” เสียงเธอหวานปานน้ำผึ้ง ทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความท้าทายและความปรารถนาที่ไม่ปิดบัง

แพรชมพูแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะค่อยๆ ยกมือเรียวขึ้นวางลงบนแผงอกกว้างของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตบางๆ นั้นร้อนวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ในใจของเขา ทำเอากษิดิศต้องกำแก้วกาแฟในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ปลายนิ้วเรียวของเธอสัมผัสผิวเนื้อของเขาแผ่วเบา สร้างความรู้สึกปั่นป่วนไปทั่วกาย

มืออีกข้างของเธอวางลงบนต้นขาแข็งแรงของเขา กดเบาๆ ด้วยปลายนิ้วที่ดูราวกับไม่มีแรง แต่กลับส่งกระแสความร้อนให้แล่นพล่านขึ้นไปตามต้นขาของเขาอย่างรวดเร็ว

“หนูรอมานานแล้ว…ไม่อยากรออีกแล้วค่ะ”

เสียงเธอเบาราวกระซิบ ทว่าคำพูดแต่ละคำกลับร้อนระอุราวกับเปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้หัวใจของเขา กษิดิศยังคงเงียบงัน ไม่มีคำพูดใดหลุดจากริมฝีปากหยักลึกของเขา แต่แววตาคมดุที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้กลับลุกวาวขึ้นมาด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ยากจะควบคุม

“ขึ้นไปนอนบนห้อง” เสียงเขาพร่าพรึง คล้ายจะเตือนสติทั้งตัวเองและเธอ “ก่อนที่ฉันจะทำในสิ่งที่เธอจะต้องจดจำไปตลอดชีวิต”

แพรชมพูยิ้มหวานหยด ริมฝีปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความพึงพอใจในชัยชนะอันหอมหวาน

เธอไม่ตอบคำถามของเขา แต่กลับค่อยๆ ผละออกจากเขา แล้วเดินหันหลังขึ้นบันไดไม้เก่าแก่ที่ทอดยาวไปยังชั้นบนอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวของเธอบนบันไดไม้เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ราวกับจังหวะของเสียงกลองที่กำลังกระตุ้นหัวใจของกษิดิศให้เต้นรัวเร็วยิ่งขึ้น สองน่องเรียวขาวผ่องโผล่พ้นชายเสื้อยืดตัวโคร่ง ล่อตาล่อใจให้เขายิ่งจับจ้องไม่วางตา

คืนนี้…เขาจะไม่ปล่อยให้เธอหนีไปอีก คืนนี้…เขาจะเป็นของเธอ และเธอจะเป็นของเขา ทั้งร่างกาย…และจิตใจ…จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในค่ำคืนที่ฝนพรำนี้