ตอนที่ 2 ความร้อนแรงที่ไม่อาจยับยั้ง
ตอนที่ 2
ความร้อนแรงที่ไม่อาจยับยั้ง
เสียงฝนยังคงกระหน่ำอยู่ภายนอกอย่างบ้าคลั่งราวกับจะทดสอบความหนักแน่นของหัวใจใครบางคน เม็ดฝนแต่ละหยาดซัดสาดกระทบหลังคาไม้และหน้าต่างกระจก ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนฟ้า
ทว่า… เสียงหัวใจของกษิดิศ กลับดังและเร้าร้อนกว่าทุกสิ่ง เขายังคงนั่งอยู่บนโซฟาบุหนังตัวเดิมอย่างพยายามสงบจิตใจ พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา ทั้งที่ภายในอกกลับพลุ่งพล่านด้วยความรู้สึกร้อนผ่าว ราวกับกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกไหม้อย่างเงียบงันแต่เผาผลาญไปทุกอณู…และเธอ… แพรชมพู…คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่เขาไม่อาจดับมอดลงได้
ภาพของหญิงสาวในเสื้อยืดตัวโคร่งที่บัดนี้แทบจะไม่ปิดบังทรวดทรงใดๆ ยังคงติดตาตรึงใจเขาอย่างไม่ยอมจางหายความนุ่มแน่นของอกอิ่ม ที่ดันเนื้อผ้าบางเบาจนแนบเนื้อ เผยให้เห็นรูปทรงชวนหลงใหล… เรียวขาขาวนวล ที่ขยับก้าวขึ้นบันไดไปอย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวกลับเย้ายวนชวนมอง…และ กลิ่นสบู่อ่อนๆ ที่หอมติดปลายจมูกยังคงวนเวียนไม่ยอมคลาย ทำให้ทุกประสาทสัมผัสของเขายิ่งตื่นตัวและรุ่มร้อน
เขากัดกรามแน่น หลับตาลงอย่างทรมาน พยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบจิตใจที่กำลังปั่นป่วนวุ่นวาย… พยายามห้ามใจตัวเอง ไม่ให้กระทำในสิ่งที่อาจจะทำให้เขาต้องเสียใจ แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ภาพของเธอกลับยิ่งชัดเจนขึ้นในห้วงความคิด ความต้องการที่ถูกกดทับมานานยิ่งปะทุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ก๊อก… ก๊อก…
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ตามมาด้วยเสียงหวานแผ่วราวกับจะหลอกล่อเขาให้ก้าวข้ามเส้นบางๆ ที่เขากำลังพยายามรักษาไว้
“คุณกษิดิศคะ…หนูนอนไม่หลับเลยค่ะ…”
เสียงนั้นแผ่วเบา แต่กลับมีอำนาจดึงดูดอย่างน่าประหลาด ราวกับสายลมที่พัดพาความร้อนรุ่มเข้ามาในจิตใจ
กษิดิศลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความอึดอัดที่สุมแน่นอยู่ในอกเริ่มผลักดันจนถึงขีดสุด ไม่สามารถทนทานต่อแรงยั่วเย้านี้ได้อีกต่อไป ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อกระดูกขึ้นเป็นสัน ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะลุกขึ้นจากโซฟา แล้วก้าวเดินขึ้นบันไดด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น มุ่งตรงไปยังห้องนอนที่อยู่ชั้นบนอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป
ประตูห้องนอนเปิดออกช้าๆ…และสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้า ทำให้สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดแทบจะสลายไปในพริบตา
แพรชมพูยืนอยู่กลางห้องนอนเล็กของเขา เธอยังคงสวมเพียงเสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวตัวเดิมที่ยืมเขามาเมื่อครู่ ไม่มีบราเซียร์ ใดๆ ปกปิดความอวบอิ่มของทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ… ไม่มีกางเกงขาสั้น…มีเพียง กางเกงในลูกไม้สีครีมตัวเล็กจิ๋ว ที่ซ่อนเร้นส่วนสำคัญไว้ภายใต้เนื้อผ้าบางเบาราวกับจะเชื้อเชิญให้เขาก้าวเข้ามาปลดเปลื้อง
แววตาของเธอวาววับเป็นประกาย สะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงอย่างชวนให้กลืนกิน ริมฝีปากอิ่มบางเผยอเล็กน้อย เผยให้เห็นฟันขาวซี่เล็กขณะที่เอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะขออนุญาต…แต่กลับแฝงการเชิญชวนอย่างโจ่งแจ้งและแน่วแน่
“คุณบอกให้หนูขึ้นมานอน…หนูเลยมาให้คุณกล่อมค่ะ”
เขาไม่ตอบคำพูดใดๆ ออกไป…ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดอีกต่อไปในเวลานี้ เพียงแค่เอื้อมมือไป ปิดประตูลงอย่างช้าๆ เสียงไม้กระทบกันเบาๆ…ตามด้วยเสียง ปลดกลอน ดัง คลิก เป็นอันจบสิ้นการรอคอยทั้งหมด
และในวินาทีนั้น… ทุกอย่างก็ระเบิดออก…
กษิดิศไม่รอช้าอีกต่อไป มือใหญ่คว้าเข้าที่เอวบางของแพรชมพูทันที ออกแรงดึงร่างเล็กเข้าหาตัวอย่างรุนแรงและกระหาย ร่างบอบบางถูกรวบเข้ามาแนบแน่นกับแผงอกแข็งแรงของเขาจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมหายใจแทรกผ่าน
ลมหายใจของเขาร้อนระอุ พร่าพรึง ซุกลงข้างลำคอขาวเนียนของเธอ สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของสบู่อย่างกระหายราวกับคนขาดน้ำมานานแสนนาน
“รู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นกับอะไร…แพรชมพู” เสียงเขาแหบพร่าข้างใบหูของเธอ คล้ายจะเตือน แต่ก็แฝงด้วยความต้องการที่ท่วมท้น
“รู้ค่ะ…และหนูก็อยากเล่นให้สุด…”
แพรชมพูแกล้งกระซิบตอบกลับไปอย่างท้าทาย มือเรียวเล็กยกขึ้นลูบไล้แผ่นหลังกว้างของเขาอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วสัมผัสแผ่วเบาไปตามมัดกล้ามเนื้อที่เกร็งตึง
กษิดิศครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจและเร้าร้อน ริมฝีปากหยักลึกลงกดจูบลงกลางลำคอระหงของเธออย่างหนักหน่วง เสียงจูบชื้นๆ ดังขึ้นเมื่อปลายลิ้นของเขาสัมผัสผิวเนื้ออ่อนนุ่ม ลากไล้จากลำคอลงมาตามร่องไหปลาร้าสวยงามของเธออย่างแผ่วเบาแต่กระตุ้นอารมณ์ให้พลุ่งพล่าน จ๊วบ… เสียงดูดดึงดังชัดเจน ชวนให้เลือดลมในกายของเธอพลันสูบฉีด
มือข้างหนึ่งของเขาสอดใต้ชายเสื้อยืดตัวโคร่ง ดันเนื้อผ้าขึ้นช้าๆ อย่างใจเย็น แต่แฝงด้วยความเร่งร้อนภายในจนกระทั่งเผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่ไร้สิ่งปกปิดบดบัง ผิวเนื้อขาวนวลผ่องสะท้อนแสงไฟสลัวชวนมอง อีกมือหนึ่งกอบกุมสะโพกผายของเธอไว้แน่น บีบเคล้นนวดคลึงด้วยความหิวโหยราวกับจะบดขยี้ให้จมหายไปในอุ้งมือ
“คุณคะ…อย่ามองหนูแบบนั้น หนูเขิน…” เธอว่าเสียงสั่นพร่าด้วยความเสียวซ่าน แต่ริมฝีปากกลับแย้มยิ้มเย้ายวนดวงตาเป็นประกายวาววับ
“ถ้าเขิน…ก็หลับตาไว้…แล้วจำสัมผัสนี้ไว้แทน” คำพูดนั้นจบลงพร้อมกับริมฝีปากหยักลึกที่แนบลงบนยอดอกสีระเรื่อของเธอ เขาดูดกลืนอย่างรุนแรง ปลายลิ้นพลิ้วไล้สลับกับการดูดคลึงอย่างเอาแต่ใจ จนร่างบางแอ่นเร่าด้วยความเสียวซ่าน เสียงครางหวานหูหลุดรอดจากริมฝีปากของเธอโดยไม่รู้ตัว
“อื้อ…คุณกษิดิศคะ…ตรงนั้นมัน…!”
เสียงครางหวานหูที่ดังลอดไรฟัน ยิ่งทำให้กษิดิศคลั่งขึ้นกว่าเดิม มือเขาเลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงในลูกไม้ตัวเล็กจิ๋วที่ซ่อนอยู่ ปลายนิ้วแข็งแกร่งลากผ่านเนื้อผ้าแผ่วเบา สัมผัสถึงความชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าออกมา ทำเอาแพรชมพูสะดุ้งเฮือกด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วร่าง
“แฉะขนาดนี้…ยังจะบอกว่ากลัวอยู่ไหม”
เขาแสยะยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นความเจ้าเล่ห์และดิบเถื่อน ก่อนจะดันตัวเธอลงบนเตียงนอนอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคง และตามขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้ราวกับนักล่าที่ไม่คิดจะปล่อยเหยื่ออันโอชะให้หลุดมือไปได้อีก
ผ้าผืนสุดท้ายถูกถอดออก อย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ของแพรชมพูที่นอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างเขา ดวงตาหวานชื้นไปด้วยความกระหายผสมความหวั่นไหวระคนตื่นเต้น ผิวเนื้อขาวผ่องสะท้อนกับแสงสลัวดูเย้ายวนเกินต้านทาน
“คืนนี้…หนูต้องได้เป็นของคุณ…” เสียงเธอสั่นพร่าด้วยความปรารถนาที่พุ่งพล่าน ปลายนิ้วเรียวเล็กจิกลงบนท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างแรง
“ไม่ใช่แค่คืนนี้…” เขากระซิบตอบเสียงต่ำอย่างหนักแน่น พร้อมกับ แนบร่างเข้าสู่เธอในวินาทีนั้น อย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง…
จังหวะที่เขาเข้ามาเต็มแรง… ร่างเล็กของ แพรชมพูสะท้านไปทั้งตัวด้วยความเสียวซ่านและจุกเล็กน้อย แต่ก็เป็นความจุกที่แสนเร้าใจ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นจังหวะในห้องนอนที่ไร้แสงไฟสว่างจ้า มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำอยู่ภายนอก… เสียงคราง หอบกระเส่าของเธอ…และ เสียงหัวใจที่เต้นถี่ระรัว จนแทบหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
เขาไม่เบา ไม่นุ่มนวล แต่ก็ไม่โหดร้ายจนเกินไป เขาร้อนแรง…และช่ำชองในแบบที่ทำให้เธอหลงละลาย ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับทุกสัมผัส ทุกจังหวะที่เขามอบให้ เสียงเตียงไม้เก่าแก่โยกเอี๊ยดอ๊าดตามแรงกระแทก เสียงหอบหายใจที่เริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ และเสียงร้องเรียกชื่อเขาด้วยเสียงสั่นระริก
“อ๊า…คุณกษิดิศคะ…มัน…มันดีมากเลย…!”
เขาก้มลง จูบเธออีกครั้งอย่างรุนแรง สอดลิ้นลึกเข้าไปในโพรงปากหวานดูดกลืนความหอมหวานจนเธอหอบแทบขาดใจ ก่อนจะเคลื่อนสะโพกแรงขึ้นเรื่อยๆ ทวีความเร่าร้อนจนร่างของเธอแอ่นโค้งรับ…จนกระทั่งทั้งสองร่างกระตุกเกร็ง…และไปถึงจุดสูงสุดพร้อมกันในที่สุด…
แพรชมพูนอนซบอยู่บนแผงอกแข็งแรงของกษิดิศ ผิวกายยังคงร้อนผ่าวจากบทรักที่เพิ่งจบลง หายใจติดขัดเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่แววตาคู่สวยกลับเปล่งประกายด้วยความพึงใจและ… ความรักที่ไม่เคยจางหายไปจากหัวใจเธอเลย
คืนนี้…เธอไม่ได้แค่ได้เขามาครองแต่เธอได้กลายเป็นเจ้าของบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า… บางอย่างในใจเขาไปแล้ว โดยที่เขาอาจจะยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ…
