บทที่ 5
หลังจากที่ส่งแม่เข้านอนมิลินดาก็กลับมาที่ห้องเพื่อเตรียมตัวออกไปรับงานสำคัญ ดวงตาคู่สวยมองตัวเองผ่านกระจกเงา นับแต่คืนนี้ไปจะไม่มีมิลินดาที่สะอาดบริสุทธิ์คนนี้อีกแล้ว มือบางบรรจงตบแต่งใบหน้าด้วยความตั้งใจ ริมฝีปากเล็กถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสดเข้ากับชุดเดรสสีเบอร์กันดี ผมยาวสลวยถูกดัดเป็นลอนเข้ากับใบหน้ารูปไข่
สวย…มิลินดาดูเจิดจรัสและสวยเฉี่ยว
ร่างอรชรเดินออกมาจากห้องพร้อมกับเบนสายตาไปมองยังห้องนอนของแม่ วันนี้ทุกอย่างดูเป็นใจเพราะด้วยฤทธิ์ยาที่แม่กินจะทำให้แม่หลับสนิทไปทั้งคืน กว่าแม่จะตื่นเธอก็คงทำงานเสร็จและกลับมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว
“ยกโทษให้ลินด้วยนะแม่ ถ้าไม่ทำงานนี้ลินก็หาเงินให้แม่ไม่ทัน” มิลินดาปาดเช็ดน้ำตาที่ไหลรินลงบนพวงแก้มก่อนจะเดินออกจากบ้านไปด้วยความมุ่งมั่น
เป็นเวลาเกือบห้าทุ่มที่มิลินดาเดินทางมาถึงสถานที่นัดหมาย เธอได้หมายเลขห้องมาเรียบร้อยแล้วพร้อมกับข้อมูลที่ถูกส่งมาจากราณีว่าตอนนี้แขกคนสำคัญที่หญิงสาวต้องอยู่ด้วยในคืนนี้รออยู่ที่ห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มิลินดารู้สึกใจโหวงๆพอเอาเข้าจริงๆเธอกลับรู้สึกกลัวขึ้นมาเสียดื้อๆ แต่จะให้ถอยตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว
“แค่แปบเดียวลิน คิดถึงแม่เข้าไว้มึงจะได้ไม่กลัว”
มิลินดาพูดปลุกใจตัวเอง ไม่อาจรู้เลยว่าแขกที่เธอต้องมาปรนนิบัติจะมีรสนิยมแบบไหน เธอรู้แค่คร่าวๆว่าเจ้าของงานเป็นไฮโซ เพื่อนๆของเขาก็คงจะมีฐานะไม่ต่าง
พวกคนรวยนี่ใช้ชีวิตสบายจัง ขอแค่มีเงินอยากได้อะไรก็แค่ใช้เงินซื้อ
ลิฟต์โดยสารถูกเปิดออกร่างบอบบางเดินเข้าไปในลิฟต์ เธอใช้คีย์การ์ดแตะพร้อมกับกดหมายเลขชั้นที่เป็นห้องที่ลูกค้ารออยู่ มิลินดาเปิดกระเป๋าสะพายไหลออกเพื่อเช็กเครื่องป้องกันที่พกมาไว้อีกครั้งก่อนจะปิดกระเป๋าลงตามเดิม ราณีบรีฟงานเธอมาเพียงสั้นๆว่าให้ทำยังไงก็ได้ให้แขกพึงพอใจมากที่สุดเพราะถ้าแขกถูกใจบริการของเธอ มิลินดาจะได้ทิปก้อนใหญ่อย่างแน่นอน
จนป่านนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าต้องทำวิธีไหนถึงจะทำให้คนที่รออยู่ที่ห้องพอใจ…
ผ่านไปแค่สองนาทีลิฟต์โดยสารก็หยุดที่ชั้นเป้าหมาย มิลินดาสูดลมหายใจเข้าไว้เต็มปอดก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์อย่างไม่มั่นใจ ร่างบอบบางเดินมาหยุดที่หน้าประตูห้อง เธอยืนนิ่งค้างอยู่แวบหนึ่งก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้าแล้วยกมือเคาะที่ประตู ไม่ถึงหนึ่งนาทีประตูห้องสวีทสุดหรูก็เปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มรูปงามยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
มิลินดาลอบกลืนน้ำลายเมื่อได้สบสายตากับนัยน์ตาสีนิลที่ดูลึกลับน่าเกรงขาม หญิงสาวยกมือจับที่สายกระเป๋าคาดไหล่อย่างต้องการลดความประหม่าก่อนจะคลี่ยิ้มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ฉันคือคนที่มาดูแลคุณคืนนี้ค่ะ”
พิธารจ้องดวงหน้าหวานที่เห็นชัดว่าตอนนี้หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้ากำลังมีอาการตกประหม่าจนเห็นได้อย่างชัดเจน ใบหน้าเรียบเฉยของเขาพยักน้อยๆก่อนจะหลีกทางให้หญิงสาวเดินเข้ามาในห้องพัก
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าที่รู้สึกว่าอุณหภูมิภายในห้องพักมันดูเย็นยะเยือกซะจนตัวของเธอสั่น เสียงปิดประตูที่ดังจากข้างหลังทำให้มิลินดาค่อยๆหันหน้ามาช้าๆ ทันทีที่สบสายตากับเขา เธอก็เหมือนถูกสาปร่างกายทุกสัดส่วนมันแข็งเกร็งไปหมด ยิ่งเห็นว่าเขาจ้องมาที่เธออย่างไม่ลดละ มิลินดายิ่งใจฝ่อ
“คุณ…เอ่อ…จะให้ฉันเริ่มงานเลยไหมคะ”
พิธารหรี่ตามองดวงหน้าตื่นๆของหญิงสาว เดี๋ยวนี้ผู้หญิงที่รับงานแบบนี้ต้องลงทุนแสดงละครประหนึ่งว่ายังไม่คุ้นเคยกับงานหรือว่าไม่คุ้นเคยกับแขกอย่างนี้เชียวเหรอ
ช่างแสดงได้แนบเนียนเสียจริง
ร่างสูงใหญ่เดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ เขาพิงหลังไปกับพนักโซฟาพร้อมกับยกขาขึ้นมาไขว่ห้าง
“มานั่งนี่” เขาตบที่เบาะข้างๆออกคำสั่งผ่านสายตา มิลินดาก้าวเดินไปด้วยอาการสั่นไปทั้งตัว เธอพยายามควบคุมร่างกายไม่ให้สั่นแล้วแต่ก็ทำไม่ได้ สะโพกเล็กหย่อนลงนั่งข้างๆชายหนุ่ม สองมือเล็กจับกระเป๋าที่วางอยู่บนหน้าตักแน่น
“เทเหล้าให้ผม”
มิลินดาทำตามที่เขาสั่ง เธอเอื้อมมือสั่นๆของตัวเองไปจับขวดบรั่นดียกขึ้นมาเทลงในแก้วแล้วยื่นแก้วไปให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ
พิธารหยิบแก้วบรั่นดีขึ้นมาจิบ เพราะมัวแต่นั่งก้มหน้าก้มตาจึงไม่ทันได้เห็นสายตาที่วาววับของเขา จู่ๆแก้วเหล้าก็จ่อมาที่ปากจิ้มลิ้ม มิลินดาเงยขวับขึ้นมอง
“ดื่มสิ”
เธอทำสีหน้าอิหลักอิเหลื่ออย่างลำบากใจ กฎข้อสำคัญของการรับงานคือห้ามดื่มเครื่องดื่มที่ถูกเปิดมาก่อนเพราะไม่อาจรู้ได้ว่าในนั้นจะมียาอะไรผสมไปหรือไม่ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวลังเลใจและไม่ยอมทำตามที่เขาบอก พิธารก็พูดประโยคที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกหน้าชาขึ้นมาทันที
“คงไม่คิดว่าผมจะแอบใส่ยาลงไปในเหล้า?” สุ้มเสียงของเขาติดจะเย้ยหยัน ไหนจะสายตาเจ้าเล่ห์นั่นอีก มิลินดาแสร้งยิ้มกลบเกลื่อน
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ พอดีฉันต้องทำตามกฎของการรับงานค่ะ”
“กฎ?” พิธารสอดฝ่ามือไปที่หลังเอวเล็กก่อนจะรั้งตัวหญิงสาวเข้ามาชิดกับร่างกำยำของตัวเอง ทรวงอกนุ่มนิ่มบดเบียดอยู่กับแผงอกแกร่ง ร่างอรชรตัวแข็งเกร็ง วางมือข้างขวาบนบ่าของเขาอย่างเก้กัง
“ค่ะ”
“ยังไง” ไม่แค่ถามแต่พิธารยังจงใจไล้ฝ่ามือไปตามแผ่นหลังบาง ทันทีที่จับโดนหัวซิป เขาก็ค่อยรูดซิปลงอย่างจงใจ
“ฉันไม่มีสิทธิดื่มเครื่องดื่มทุกชนิดที่เปิดเอาไว้แล้วค่ะ”
หลังจากที่หญิงสาวพูดจบ พิธารก็ยกแก้วบรั่นดีขึ้นมาดื่ม ไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อเขารั้งใบหน้าของเธอให้แหงนขึ้นก่อนที่ริมฝีปากหยักจะทาบลงมาที่ปากเล็ก มิลินดาเบิกตากว้าง เผลอเผยอปากขึ้นอย่างลืมตัว รสชาติขมปร่าของบรั่นดีแผ่ซ่านไปทั่วทั้งโพรงปาก หญิงสาวกลืนของเหลวราคาแพงลงคออย่างยากเย็น ปกติเธอคุ้นชินกับเครื่องดื่มที่มีรสชาติที่เหมาะกับสาวๆ ไม่คิดเลยว่าบรั่นดีราคาแพงจะมีรสชาติที่แย่อย่างนี้
สองมือเล็กขยุ้มเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้แน่น สายเสื้อชุดเดรสสีเบอร์กันดีหลุดร่วงลงจากลาดไหล่เล็กจนเผยให้เห็นบราลายลูกไม้สีขาว ริมฝีปากหนายังละเมียดละไมชิมความหวานจากปากจิ้มลิ้ม ปลายลิ้นสากตวัดดูดดึงลิ้นเล็กจนมิลินดาสั่นระรัว
