บท
ตั้งค่า

บทที่ 4

เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มพร้อมทั้งผู้คนที่ที่ทั้งยืนและเต้นอัดแน่นอยู่ภายในผับ แสงไฟดิสโก้ที่สาดส่องมาเป็นระยะๆ รวมถึงกลิ่นบุหรี่ที่คละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ นานหลายเดือนแล้วที่มิลินดามาไม่ได้มาเที่ยวยังสถานเริงรมย์ ส่วนหนึ่งก็เพราะมาจากคำด่าของแม่ ถ้าแม่รู้ว่าเธอแอบหนีมาเที่ยวผับ แม่จะด่าเธอแทบไม่ยั้งไม่รู้ว่าแม่ไปสรรหาพวกชื่อสัตว์แต่ละอย่างมาได้ยังไงตั้งมากมาย พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาใบหน้าสวยหวานก็เปื้อนรอยยิ้ม ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะโกรธที่ถูกแม่ด่าเช้าเย็น แต่สำหรับตัวเธอ เธอกลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ถ้าวันไหนแม่ไม่ด่าเธอนั้นสิถือว่าเป็นเรื่องแปลก

“มานานหรือยังวะมึง? โทษทีว่ะรถติดฉิบหาย”หญิงสาววัยรุ่นทรุดนั่งลงตรงเก้าอี้ตรงข้ามกับมิลินดา ท่าทางของเธอยังเหนื่อยหอบ คนที่มานั่งรอเพื่อนอยู่ก่อนส่ายหน้าเบา

“กูพึ่งมาถึงก่อนหน้ามึงได้สิบนาทีนี้แหละ”

“มึงสั่งอะไรมาดื่มหรือยัง?”เพื่อนสาวของมิลินดาถามขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเพื่อนส่ายหน้าปฏิเสธ คนที่เพิ่งมาถึงก็ยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟทันที

“ขอโมฮิโต้สองที่ค่ะ”

มิลินดาหลุบตาลง สีหน้าที่ดูมีเรื่องกังวลใจของเธอเป็นที่สังเกตของเพื่อน

“มึงนัดกูมาวันนี้มีเรื่องอะไรวะ”

“กูต้องการใช้เงิน”มิลินดาพูดสิ่งที่ต้องการออกไปอย่างไม่อาย ราณีเป็นเพื่อนที่เธอไว้ใจและสนิทที่สุด ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเพื่อนคนนี้จะยื่นมือมาช่วยเหลืออยู่เสมอ

“มึงต้องการเท่าไหร่ ช่วงนี้กูมีเหลือไม่เยอะ กูเพิ่งไปถอยรถคันใหม่มา”

ราณีมองสบตาเพื่อนสนิทพร้อมกับยกแก้วเครื่องดื่มสีใสที่มีชิ้นมะนาวกับ ใบสาระแหน่ผสมอยู่ขึ้นมาจิบ มิลินดาไม่ใช่คนที่จะรบกวนหรือเอาเปรียบเพื่อนฝูง ถ้าเพื่อนคนนี้เอ่ยปากเรื่องเงินขึ้นมาเมื่อไหร่ นั่นแปลว่าหญิงสาวคงมีเรื่องเดือดร้อนจริงๆ

“ห้าแสน”

“เงินตั้งห้าแสนมึงจะเอาไปทำอะไรวะ” ราณีทำสีหน้าตกใจ ไม่คาดคิดว่าเพื่อนจะมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจำนวนมากอย่างนี้ มิลินดาถอนหายใจแรงหลุบตามองแก้วเหล้าที่อยู่ในมือ

“แม่กูเป็นมะเร็ง”

ราณีวางแก้วลงบนโต๊ะ ขยับนั่งตัวตรงพร้อมกับเอื้อมมือมาจับที่มือของเพื่อน

“แม่เป็นมะเร็งเต้านมระยะที่สาม ที่จริงแม่กูรู้ว่าเป็นมะเร็งตั้งแต่ระยะที่สองแต่ไม่ยอมบอกกูและไม่ยอมรักษา”ปลายเสียงของหญิงสาวสั่นเครือ น้ำสีใสรื้นที่ขอบตา

“มึงรู้ไหมณีที่แม่กูไม่ยอมไปรักษามันเพราะอะไร…เพราะแม่ตั้งใจจะเก็บเงินส่งให้กูเรียนจบก่อน มารู้อย่างนี้กูโคตรเจ็บ ถ้ากูรู้ว่าแม่เป็นมะเร็งตั้งแต่แรกๆไอ้มะเร็งเฮงซวยนั่นก็คงไม่ลุกลามเป็นระยะที่สาม”

“เมื่อไหร่ผู้ใหญ่จะเข้าใจสักทีวะว่าใบปริญญามันไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต คนเรียนไม่จบแล้วประสบผลสำเร็จในชีวิตมีถมไป กูโคตรเบื่อค่านิยมแบบนี้ที่สุด แล้วมึงจะเอายังไงต่อ ตอนนี้กูมีเงินติดบัญชีไม่ถึงสองแสน ถ้ามึงบอกกูก่อนกูก็คงยังไม่ถอยรถใหม่ เห็นมึงเศร้ากูแม่งเซ็งว่ะ”

มิลินดาฝืนยิ้มทั้งๆที่ใจแสนกลัดกลุ้ม เธอชอบในความชัดเจนของราณี เพื่อนคนนี้ปากกับใจตรงกันเสมอ

“กูไม่เอาเงินมึงหรอก กูอยากรับงาน”

ราณีเลิกคิ้ว มิลินดาอยากรับงานอย่างนั้นหรือ ก่อนหน้านี้เธอเคยเอ่ยปากชวนเพื่อนหลายต่อหลายครั้งแต่มิลินดาก็ปฎิเสธมาโดยตลอด

“ลินมึงรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา”

“รู้” มิลินดาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขยับแก้วเหล้าในมือไปมา

“ถ้ามึงรับงานชีวิตของมึงจะไม่เหมือนเดิมอีก” ราณีเน้นเสียงหนัก งานที่มิลินดาต้องการอาจจะทำให้ชีวิตของหญิงสาวเปลี่ยนไปตลอดกาล

“กูยอมรับได้ กูตัดสินใจแล้ว”

ราณีพ่นลมหายใจแรง สะบัดหน้ามองไปทางอื่น เธอสงสารเพื่อนที่ไร้ทางเลือกจนถึงขั้นต้องฝืนใจรับงานที่เคยปฏิเสธมาโดยตลอด

“มึงอย่าทำเลย เดี๋ยวกูขายรถให้”

“ณีถ้ามึงรักกูก็ทำตามที่กูขอเถอะ กูไม่รู้ว่าต้องใช้เงินรักษาแม่ไปอีกเท่าไหร่ ถ้าการที่กูรับงานแล้วกูมีเงินมาจ่ายค่ารักษาแม่ กูยอม” มิลินดาทำสีหน้าจริงจัง ถ้าครั้งนี้เธอรับความช่วยเหลือจากราณีแล้วครั้งต่อๆไปอีกล่ะ เธอจะทำอย่างไร มิลินดาไม่อยากผลักภาระที่หนักอึ้งไปให้เพื่อน เธอควรเป็นคนหาเงินและยืนด้วยลำแข้งตัวเอง

“ถ้าแม่มึงรู้…”

“เรื่องแม่กูจะจัดการเอง ตอนนี้กูไม่สนอะไรทั้งนั้นกูสนแค่เงิน” เหตุการณ์หลังจากนี้ไปต่อให้แม่จะโกรธจะเกลียดที่เธอผิดคำสัญญา มิลินดายอมให้เป็นอย่างนั้น สิ่งเดียวที่ต้องการตอนนี้คือให้แม่มีโอกาสได้เข้ารับการรักษาให้หายจากโรคบ้าๆนั่นเสียก่อน

“ถ้ามึงตัดสินใจแล้วกูก็ไม่ห้ามแล้วมึงพร้อมรับงานเมื่อไหร่”

“เร็วที่สุด”

อาการป่วยของแม่รอไม่ได้แล้วยิ่งปล่อยเวลาผ่านไป เนื้อร้ายยิ่งจะลุกลามไปกันใหญ่ ยิ่งรับงานเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เงินเร็วเท่านั้น

“กูขอไปโทรหาเจ้ก่อนนะ เดี๋ยวกูมา”

มิลินดาพยักหน้าก่อนจะหันมาสนใจกับแก้วเหล้าของตัวเอง ผ่านไปชั่วครู่เดียวราณีก็เดินกลับมาที่โต๊ะ

“กูหางานให้มึงได้แล้ว เจ้าของงานเป็นว่าที่เจ้าบ่าวจัดงานเลี้ยงสละโสดเลยต้องการสาวๆไปปรนนิบัติเพื่อนของเขาหลังจบงาน เจ้ให้ค่าตัวมึงหนึ่งแสนเพราะมึงยังบริสุทธิ์”

“กูต้องรับงานพรุ่งนี้ใช่ไหม”

“เออ พรุ่งนี้กูส่งรายละเอียดสถานที่จัดงานให้”

มิลินดาพยักหน้าช้าช้อนตาขึ้นมองสบตากับเพื่อนที่มองมาที่เธอ

“ลิน มึงเปลี่ยนใจยังทันนะ”

“พรุ่งนี้กูจะไปรับงาน ฝากขอบคุณเจ้มึงด้วย ณีกูพร้อมรับงานทุกวันจนกว่ากูจะได้เงินครบห้าแสน” ไม่มีทางที่จะลังเลใจอีกแล้ว เมื่อตัดสินใจเดินหน้าก็ต้องทำมันให้เสร็จ

“เออ เรื่องงานเดี๋ยวกูช่วยจัดการ สวยๆอย่างมึงรับรองคิวยาว”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel