บท
ตั้งค่า

บทที่ 3

มิลินดามองดวงหน้าซีดเผือดของคนที่นอนอยู่บนเตียง เธอกำมือหยาบกร้านของแม่เอาไว้แน่นๆ เธอละเลยจนไม่ได้สังเกตว่าร่างกายของแม่ดูซูบผอมลงไปกว่าเดิม มิลินดาก้มหน้าลงแนบหน้าผากไปกับหลังมือของแม่ น้ำตาอุ่นร้อนไหลพรูลงมา เธอสงสารและเป็นห่วงแม่ที่สุด ทำไมโชคชะตาถึงได้ใจร้ายกับชีวิตของเธอกับแม่นัก

“น้ำตามึงเลอะมือกูหมดแล้ว” เสียงแหบแห้งของคนป่วยพูดออกมา คนที่ร้องไห้อยู่เงยขวับขึ้นมาพร้อมกับลุกขึ้นยืนโน้มตัวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆคนป่วย

“แม่ฟื้นแล้ว” มิลินดาปล่อยโฮต่อหน้าแม่ชุดใหญ่ ทั้งน้ำมูกน้ำตาเลอะทั่วทั้งใบหน้า อำพรมองหน้าลูกกสาวอย่างสะท้อนใจแต่ก็แสร้งทำดุกลบเกลื่อนความปวดร้าว

“มึงจะร้องทำไมอีลิน กูยังไม่ตายรอให้กูตายก่อนมึงค่อยร้อง”

มิลินดายกมือเช็ดน้ำมูกน้ำตาอย่างลวกๆ มองแม่ด้วยสายตาตำหนิพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปนกับเสียงสะอื้น

“แม่ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลย ใครให้พูดแบบนั้นออกมา ตบเดี๋ยวนี้เลย”

ร่างระหงจับมือของแม่ตบไปที่ปากท่านเบาๆ อำพรลอบยิ้มที่ได้เห็นท่าทีจริงจังของลูกสาว เธอรู้ว่ามิลินดาเป็นห่วงเธอมาก รู้ว่าลูกสาวคนนี้ก็รักแม่คนที่ปากร้ายคนนี้

“เป็นมะเร็งทำไมไม่บอก”

อำพรเบือนหน้าหนีไม่สบตากับลูกสาว คิดเอาไว้แล้วว่าไม่ช้าก็เร็วมิลิดาก็ต้องรู้อยู่ดี แต่มันก็เร็วกว่าที่เธอคิดเอาไว้ อำพรตั้งใจจะบอกให้ลูกสาวรู้หลังจากที่เรียนจบ

“แม่ได้ยินที่ลินถามไหม?”

มิลินดาย้ำเสียงหนัก จ้องเสี้ยวหน้าของแม่เขม็ง อำพรเบนสายตากลับมามองลูกสาว เธอถอนหายใจแรงออกมา

“บอกมึงแล้วมึงจะช่วยอะไรกูได้”

“แม่!”

มิลินดานิ่งเงียบ แม่ใจร้ายที่สุดเรื่องใหญ่แบบนี้ก็ยังจะแอบเก็บไว้เป็นความลับ เก็บเอาไว้ทุกข์ใจทุกข์กายคนเดียวเพื่ออะไรกัน

“แม่ไม่ยอมรักษามะเร็งเพราะจะเก็บตังค์ให้ลินเรียนใช่ไหม?”

อำพรไม่ยอมตอบได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียง สำหรับเธอความสำเร็จของลูกต้องมาก่อนทุกสิ่ง

“ตอนนี้มะเร็งลุกลามเป็นระยะที่สามแล้ว แม่ต้องเข้ารับการรักษานะ”

“กูจะเอาเงินที่ไหนมารักษาอีลูกโง่ เงินตั้งหลายแสน ต้องขายของอีกกี่ปีถึงจะเก็บได้ มึงไม่ต้องมายุ่งเรื่องของกูหรอก ทำหน้าที่ของมึงให้ดีตั้งใจเรียนให้จบ”(กูจะได้ไม่ห่วง)

ประโยคสุดท้ายได้แต่พูดอยู่ในใจ

มิลินดาจ้องหน้าผู้เป็นแม่ เธอบีบที่มือของแม่เบาๆ

“แม่ฟังลินนะ แม่ต้องเข้ารับการรักษาเรื่องเงินลินจะเป็นคนจัดการเองต่อต้องขายตัวเพื่อเอาเงินมารักษาแม่ ลินก็จะทำ”

“อีลินมึงหยุดเลยนะ!! อย่ามาพูดแบบนี้”

คนป่วยตวาดออกมาอย่างแรงมองหน้าลูกสาวอย่างโมโห ถ้ามิลินดาต้องขายศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อรักษาเธอ ก็สู้ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามเวรตามกรรมเสียดีกว่า

“แม่นั่นแหละหยุดแล้วฟังลิน ลินไม่สนอะไรทั้งนั้นสิ่งเดียวที่ลินสนคือแม่ ลินจะไม่ยอมให้แม่เจ็บ ไม่ยอมให้แม่ทรมานจากโรคบ้าๆนี่ ลินมีแม่แค่คนเดียวนะ แม่คิดว่าลินจะอยู่ยังไงถ้าแม่ตายจากลินไป ขอร้องเถอะนะแม่ สู้เพื่อลินหน่อย ลินก็จะสู้เพื่อแม่”

อำพรน้ำตาคลอ รู้สึกสงสารลูกและตัวเองขึ้นมาจับใจ ชีวิตกำลังจะสบายอยู่แล้วเชียว แต่เจ้ามะเร็งร้ายก็มาทำลายความสุขของเธอกับลูกเสียจนได้

“มึงคิดว่าเงินแสนมันหาง่ายมากนักรึไง”

“ลินรู้ว่ามันไม่ง่ายที่จะได้เงินจำนวนมากอย่างนั้นมา แต่ลินจะทำทุกอย่างเพื่อหาเงินก้อนนั้นมารักษาแม่ให้ได้ ขอแค่อย่างเดียวแค่แม่เชื่อใจลินก็พอ” มิลินดาโน้มกายสวมกอดผู้เป็นแม่ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม เธอก็ยินยอมที่จะทำเพื่อแม่ เพื่อผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เธอรักและรักเธอมากที่สุด

“แม่ต้องหายแม่ต้องกลับมาดุมาด่าลินได้เหมือนเดิม ถ้าแม่ไม่ยอมรักษาลินก็จะไม่เรียนต่อ” ร่างอรชรแสร้งทำเสียงดุขู่ผู้เป็นแม่ คอยดูเถอะถ้าแม่ไม่ยอมเข้ารักษาตัวเธอก็จะไม่ยอมเรียนให้จบจริงๆอย่างที่พูด

“ไม่ว่ายังไงมึงก็ต้องเรียนให้จบเข้าใจไหม?” อัมพรแผดเสียงออกมา พร้อมกับยกมือฟาดที่แขนของลูกอย่างรู้สึกโมโห

“เจอกันคนละครึ่งทางละกัน ถ้าแม่ยอมรักษาตัวลินก็จะตั้งใจเรียนให้จบ”

มิลินดาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผู้เป็นแม่ เธอทำสีหน้าจริงจัง จ้องเขม็งไปที่ดวงตาของแม่ย้ำเตือนให้รู้ว่าถ้าแม่ไม่ยอมทำตามที่เธอบอก เธอก็จะทำตามที่พูดจริงๆ

“สรุปนี่กูเป็นแม่มึงหรือมึงเป็นแม่กูกันแน่อีลิน” ผู้เป็นแม่สบถออกมาอย่างหัวเสียพลางมองหน้าลูกสาวอย่างคาดโทษ เอาเถอะรอให้ออกจากโรงพยาบาลเสียก่อนแล้วค่อยมาคิดกันดูอีกทีว่าจะหาจำนวนเงินหลักแสนมาจากไหน ที่จะใช้เป็นค่ารักษาตัว

“ลินรักแม่ที่สุด ลินจะไม่มีวันยอมปล่อยให้แม่เป็นอะไรไปแน่” มิลินดารัดอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ซบหน้าลงกับอกผู้เป็นแม่ ฝ่ามือหยาบการยกลูบที่ศีรษะของลูกสาว นึกกังวลใจขึ้นมา กลัวว่ามิลินดาจะทำในสิ่งที่เธอพูดออกมาจริงๆ กลัวว่าลูกสาวคนนี้จะยอมแลกทุกอย่างเพื่อเงินที่จะต้องใช้รักษาตัวเธอ

“กูขออะไรอย่างได้ไหม?”

หญิงสาวผงกศีรษะขึ้น มองสบตาผู้เป็นแม่

“อย่าทำอะไรก็ตามที่เป็นการลดเกียรติของตัวเอง กูทำใจไม่ได้ถ้าต้องเห็นมึงต้องเจ็บปวด ทำเพื่อแม่ได้ใช่ไหม?” สุ้มเสียงของผู้เป็นแม่เจือแววเจ็บปวด เมื่อคิดว่าถ้าลูกสาวที่เธอรักที่สุดยอมเอาตัวเข้าแลก เพื่อให้ได้เงินมารักษาเธอ ไม่มีแม่คนไหนที่จะยินดีในความเจ็บปวดของลูก ยิ่งโดยเฉพาะคนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเธอ ตั้งแต่เล็กจนโตอัมพรเลี้ยงดูมิลินดามาเป็นอย่างดี แม้ไม่ได้สุขสบายเหมือนลูกคนอื่นแต่เธอก็ทำสุดความสามารถและสุดกำลัง

“ลินไม่อยากรับปากแม่ผ่านๆ แต่ลินจะพยายามทำให้ดีที่สุดตามที่แม่ขอ”

ถ้าการที่ร่างกายของเธอจะสามารถทำเงินได้เท่าจำนวนตามที่ต้องใช้รักษาแม่ เธอก็ยินยอมและพร้อมใจที่จะเอาตัวเข้าแลก แม้ลึกๆจะรู้สึกกลัวที่จะต้องสูญเสียพรหมจรรย์ให้กับผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักหรือผู้ชายที่เธอไม่ได้รัก แต่ในเมื่อตอนนี้มันเป็นหนทางเดียวที่เธอจะหาเงินได้ทันกับเวลาที่แม่จะต้องเข้ารับการรักษาตัว เมื่อสุดท้ายมันจวนตัว คนเราก็ต้องเลือก และไขว่คว้าโอกาสนั้นไว้ก่อน ต่อให้การกระทำในครั้งนี้ มันจะเป็นบาดแผลและอาจทำให้เธอเสียใจไปตลอดกาล เธอก็ต้องยอมรับในผลของมัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel