บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.7

“ลูกเฟิง” สตรีกลางคนที่กำลังเดินออกมาจากประตูหลังของคฤหาสน์ ...นางก็คือเฉินฮูหยิน “เจ้ามาทำอะไรตรงนี้หรือ แม่นึกว่าเจ้าออกไปที่โรงทอกับบิดาเจ้าเสียอีก”

“ได้ยินมาว่ามีแม่นางน้อยคนหนึ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์ด้านหลังแทนใต้เท้าจูขอรับ อีกทั้งยังประกาศรับสาวใช้และบ่าวไพร่จำนวนมาก ลูกเห็นคนในคฤหาสน์ตระกูลเฉินของเราต่างพากันตื่นเต้น จึงได้มาดูเผื่อว่ามีใครอยากจะย้ายจากที่นี่ไปอยู่ฝั่งตรงข้ามแทน...”

“ข้าน้อยไม่ได้หมายความเช่นนั้นนะขอรับ!!” เสียงหนึ่งรีบแทรกขึ้นด้วยความตกใจ แต่เมื่อรู้ตัวว่าตนเสียมารยาทก็ยิ่งหน้าซีดแล้ววิ่งมาคุกเข่าลงต่อหน้าผู้เป็นนาย

“อ้อ เจ้าเองสินะอาหนิว” เฉินฮูหยินกล่าวเสียงเข้ม ในยามที่ก้มลงมองบ่าวรับใช้ ทว่าดวงตาที่เหลือบมองบุตรชายกลับพราวระยับไปด้วยความขบขัน

“ไม่ใช่นะขอรับฮูหยิน ข้าน้อยจะอยู่ที่นี่ ข้าน้อยไม่ไปไหน เพียงแต่ได้ยินมาว่าแม่นางหลิวเป็นเพียงเด็กสาวอายุไม่น่าจะเกินสิบเจ็ดสิบแปด แต่นางกลับย้ายเข้าไปอยู่กับบุรุษเพียงลำพังไร้บ่าวไพร่และสาวใช้คนสนิท ได้ยินมาว่าเขาเป็นเพียงผู้คุ้มกันหาใช่ญาติ มีข่าวลือว่าทั้งสองอาจจะเป็นคู่หมาย แต่อายุที่ห่างกันมากมายเพียงนั้น...” น้ำเสียงลนลานเริ่มเบาลงเมื่อมองเห็นว่าอีกฟากหนึ่งมีบุรุษล่ำสันยืนมองอยู่

เฉินฮูหยินเองก็มองตามสายตาของอาหนิวไป เขาก็คือคนที่ถูกกล่าวถึงเมื่อครู่...

“ขะ...เขาคงไม่ได้ยินที่ข้าน้อยเพิ่งพูดไปกระมัง”

“ได้ยินสิ คราวนี้เจ้าแย่แน่” เฉินเซี่ยเฟิงหัวเราะ

“ลูกเฟิงเจ้าก็เลิกแกล้งอาหนิวได้แล้ว” เฉินฮูหยินถอนใจพร้อมส่ายหน้าก่อนเดินตรงไปยังริมคลอง นางเองก็เห็นว่าบุรุษที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเพิ่งจะเดินมาและหยุดลงเมื่อเห็นว่านางจ้องเขาอยู่ ที่สำคัญเขาน่าจะได้ยินเรื่องที่บ่าวรับใช้ของนางพูดจริงๆ “ท่านคงจะเป็นเพื่อนบ้านที่ย้ายเข้ามาใหม่”

“ใช่ขอรับ” ตงหลิวยกมือขึ้นคำนับ “ท่านนี้คงจะเป็นเฉินฮูหยิน ข้าน้อยแซ่ตง เป็นผู้คุ้มกันคุณหนูหลิวขอรับ”

ท่าทีของตงหลิวยังคงสุภาพไร้ความขุ่นเคือง อีกทั้งเฉินฮูหยินก็มองออกถึงท่าทีนอบน้อม และถ้อยคำอันเปิดเผยของอีกฝ่ายนางจึงอมยิ้มพยักหน้าให้ชายหนุ่ม “เช่นนั้นคฤหาสน์ตระกูลเฉินก็เป็นเพื่อนบ้านกับคฤหาสน์ของแม่นางหลิวแล้ว หากต้องการความช่วยเหลือจากจวนตระกูลเฉินก็อย่าได้เกรงใจ”

“ขอบพระคุณเฉินฮูหยิน ข้าน้อยจะแจ้งคุณหนูถึงความปรารถนาดีของท่าน ข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ” ตงหลิวกล่าวจบก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านในคฤหาสน์

“เขาดู...ลึกลับยิ่งนัก ยิ่งมองยิ่งดูน่าเกรงขาม” เฉินเซี่ยเฟิงยังคงมองไปยังประตูคฤหาสน์ฝั่งตรงข้าม

“เขาเป็นคนคุ้มกัน” ฮูหยินเฉินเลิกคิ้วเมื่อได้ยินบุตรชายเปรยขึ้น

“ลูกหมายถึงเขาดูแปลกๆ หากดูจากท่วงท่าการเดินเหิน ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง การก้าวเดินเงียบกริบลงน้ำหนักเพียงปลายเท้า เขาน่าจะมีวรยุทธ์สูงมาก ท่าทีเฉยเมย ดวงตากลับคมกริบ กลิ่นไอรอบตัวเขาดูน่ากลัวเหมือน...มีความตายล้อมรอบ” เฉินเซี่ยเฟิงขมวดคิ้วพร้อมประหลาดใจกับลางสังหรณ์ในใจของตัวเอง

ท่าทีของบุรุษที่มีนามว่าตงหลิว ทำให้ชายหนุ่มนึกถึงคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมาในทันที ‘นักฆ่า’

“เรียนฮูหยิน คุณชาย คุณชายเยี่ยมาถึงแล้วขอรับ” เสียงทุ้มของบุรุษเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม หลังจากที่เดินตามหาผู้เป็นนายไปทั่ว ในที่สุดก็มาพบทั้งสองที่ประตูด้านหลังของคฤหาสน์

ใบหน้าเคร่งขรึมค้อมกายลงเล็กน้อยในยามกล่าวรายงาน ท่วงท่าการก้าวเดินหนักแน่น ใบหน้าดุดันของเขาทำเอาบ่าวไพร่ที่ยืนรายรอบแตกกระเจิงไปคนละทิศทางด้วยความหวั่นเกรง แม้ว่าเขาจะเพียงแค่ปรายตามองเท่านั้น

“เสี่ยวลี่จื่ออยู่บ้านหรอกหรือ” เฉินฮูหยินเลิกคิ้วมองผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่ ตั้งแต่เมื่อวานนางไม่ได้เจอคนสนิทของบุตรชายผู้นี้เลย

“ท่านแม่” เฉินเซี่ยเฟิงกลอกตาเมื่อได้ยินนามที่มารดาเรียกคนของตน “ท่านเรียกพี่ลี่จวินเช่นนี้ไม่คิดว่าแปลกไปหน่อยหรือ ชื่อของเขามาจากลี่ ที่แปลว่าเข้มแข็ง หาใช่ลี่ที่แปลว่าสวยงาม ท่านจะเรียกเขาราวกับอิสตรีเช่นนี้อาจไม่เหมาะนัก”

“เขายังไม่ถือสาเหตุใดเจ้าจึงดูร้อนใจแทน ใช่หรือไม่เสี่ยวลี่จื่อ ...ว่าแต่เจ้าหายไปไหนมาหรือ”

สีหน้าของลี่จวินในยามนี้ยังคงราบเรียบไม่บ่งบอกว่าถือสาหรือไม่ ความจริงลี่จวินอายุเพียงสามสิบ ทว่าเขามีท่าทีเย็นชาและไม่ค่อยพูด นิสัยชอบอยู่เงียบๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดแม้แต่คนในคฤหาสน์ ทำให้บ่าวไพร่และนอกคฤหาสน์ไม่กล้าพูดคุยหรือยุ่งเกี่ยวกับเขามากนัก

ไม่ว่าจะอาวุโสกว่าหรืออ่อนวัยกว่า เมื่อเห็นเขาไม่มีใครที่จะไม่แสดงท่าทีเกรงอกเกรงใจ เพราะแม้กระทั่งนายท่านเฉิน และเฉินฮูหยิน ยังปฏิบัติต่อเขาด้วยความเกรงใจถึงแปดในสิบส่วน

“แล้วนี่ลูกกับเสี่ยวลี่จื่อจะออกไปข้างนอกหรือ”

“ขอรับท่านแม่ เมื่อวานร้านหงเติงหลงมีหนังสือมาใหม่ เห็นอาเย่บอกว่ามีหนังสือของเฮยหลางด้วย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel