คิมหันต์อวลรัก

208.0K · จบแล้ว
หรงเย่า/นาย่า/สุราพันจอก
146
บท
1.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

โชคชะตาที่พลิกผัน มารดาบังคับให้สาบาน บิดาบังคับให้ต้องแบกรับภาระ ‘หลิวผิงอัน’ หญิงสาวปริศนาที่นำความวุ่นวายมายังเมืองกุ้ยโจว างมีจุดประสงค์ มีเป้าหมาย วางแผนการพร้อมกับกำหนดทุกอย่างเอาไว้แล้ว ทว่ากลับมีน้อยคนนักจะรู้ว่าแท้จริงนางต้องการสิ่งใด ‘เฉินเซี่ยเฟิง’ คุณชายตระกูลเฉินผู้สุขุมสง่างาม เขาคือความพลิกผันของแผนการอันซับซ้อน เขารักสหาย รักความถูกต้อง และรักความยุติธรรม รู้เท่าทันถึงแผนการในสิ่งที่ผู้อื่นไม่อาจมองเห็น แม้เป้าหมายในชีวิตของหลิวผิงอันถูกกำหนดเอาไว้แล้ว แต่การพบกับชายหนุ่มคือจุดเปลี่ยนที่ไม่คาดฝัน ...แผนการอันซับซ้อน เรื่องราวมากมายในอดีต เป้าหมายที่ไม่อาจคาดเดา ทั้งหมดแม้ไม่ใช่นางที่เป็นจุดเริ่มต้น ...แต่นางเท่านั้นที่สามารถหาบทสรุปได้!

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณนางเอกเก่งจีนโบราณโรแมนติกผู้ชายอบอุ่นสืบสวนสอบสวนไขความลับ

บทที่ 1.1

ตลาดกลางเมืองกุ้ยโจว เมืองหลวงแคว้นเว่ย

เสียงจอแจดังสลับกันไม่เว้น บ้างก็เป็นเสียงตะโกนเรียกลูกค้าที่กำลังเดินขวักไขว่ บ้างก็เป็นเสียงต่อรองราคาของชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย

ท่ามกลางผู้คนมากมายไม่มีผู้ใดสนใจหญิงสาวแปลกหน้าซึ่งเพิ่งย้ายมาจากต่างเมือง หญิงสาวรูปร่างเล็กนางสวมเสื้อผ้าตัดเย็บจากผ้าฝ้ายราคาถูกสีเทาซีดทั้งตัว ยิ่งท่าทีเฉยเมยไม่ได้มองไปยังจุดใดเป็นพิเศษ ก็ยิ่งทำให้นางมองไม่เหมือนคนต่างถิ่น

ที่สำคัญนางเดินเท้าเข้ามาโดยไร้ซึ่งสัมภาระ ทั้งที่เพิ่งจะเหยียบย่างเข้าเมืองกุ้ยโจวแห่งนี้เป็นครั้งแรก

สายตาของนางมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าคาดเดายาก กระทั่งในที่สุดนางก็ชะลอฝีเท้า หยุดยืนนิ่งยังด้านหน้าโรงเตี๊ยมเมฆมงคล ซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งของเมืองกุ้ยโจว

ใบหน้านวลแดงเรื่อเพราะความร้อนอบอ้าว ในที่สุดก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ หลังจากมองเห็นคนผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น

บุรุษล่ำสันแต่งกายด้วยชุดมอซอดูสกปรกซอมซ่อ กระทั่งทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องเดินหลบเลี่ยงอย่างรังเกียจ มองดูความหรูหราของโรงเตี๊ยม หามีผู้ใดเข้าใจไม่ว่าเหตุใดเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมจึงอนุญาตให้คนผู้นี้นั่งอยู่

หลายคนคาดเดา... อาจเพราะเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเข้าอกเข้าใจในจุดประสงค์ของอีกฝ่าย เนื่องจากข้างกายเขามีห่อผ้าสีขาวพันเอาไว้ ดูจากลักษณะก็ดูออกได้ทันทีว่าเป็นศพของคนตาย

...หนึ่งผู้ใหญ่กับอีกหนึ่งทารก พร้อมกับป้ายซึ่งเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า

‘ขายตัวเป็นทาสเพื่อทำศพฮูหยินและบุตรสาว’

“หากท่านตกลงไปกับข้า ข้าจะทำสัญญากับท่านเพียงหนึ่งปีเท่านั้น และจะจ่ายค่าทำศพให้ฮูหยินกับบุตรสาวของท่านทั้งหมดตามขั้นตอนอย่างสมเกียรติ หลังจากสัญญาหนึ่งปีท่านจะเป็นอิสระไม่มีพันธะใดๆ ท่านยินดีหรือไม่” หญิงสาวเอ่ยถามบุรุษผู้นั้น

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหนวดเครารกรุงรัง เส้นผมปล่อยยาวพะรุงพะรังไม่ได้รวบมัด อีกทั้งดวงตาวาววับดูดุร้าย ไม่ได้ทำให้หญิงสาวตื่นตกใจ ตรงกันข้ามนางกลับมองเขาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ

“เกิดอะไรขึ้นกับฮูหยินและบุตรสาวของท่าน”

น้ำเสียงไพเราะของหญิงสาวทำให้บุรุษที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นพิจารณา “นาง...หกล้มจึงคลอดก่อนกำหนดทั้งที่นางอายุครรภ์ได้แปดเดือน ข้าออกไปทำไร่ กว่าจะกลับบ้านมาก็สายไปเสียแล้ว...” น้ำเสียงตอบกลับมาฟังดูเศร้าสร้อย และสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ได้ยินยิ่งนัก

“ข้าเสียใจกับท่านด้วย เช่นนี้แล้ว...ท่านก็ไปกับข้าเถิด”

“แม่นางน้อยท่านนี้ ข้าน้อยขอทราบว่าท่านจะให้ข้าน้อยทำสิ่งใดบ้าง หากเป็นเรื่องที่...” เขาถามนางออกมาด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ บ่งบอกว่ามีนิสัยซื่อตรงเปิดเผย

นางเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายคิดได้ในทันที “ท่านลุกขึ้นก่อนแล้วเราค่อยสนทนากันเถิด”

เมื่อเขาทำตามที่นางบอกอย่างว่าง่าย หญิงสาวก็ยิ้ม พร้อมกับไขข้อข้องใจทันที “ท่านวางใจเถิด ข้าเพียงต้องการคนคุ้มกันระหว่างรั้งอยู่ที่เมืองกุ้ยโจว บางครั้งท่านอาจจะต้องช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ หรือหากบางเรื่องท่านไม่เต็มใจลงมือ ท่านสามารถปฏิเสธข้าได้ แล้วข้าจะหาวิธีอื่น”

บุรุษผู้นั้นยังคงจ้องมองนางราวกับนางคือตัวประหลาด แต่เมื่อเขาสบสายตานางก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นประสานเพื่อคำนับ “ข้าน้อยตกลง นับจากนี้จนกว่าจะครบหนึ่งปี ข้าน้อยคือคนของท่าน”

“ดี ชื่อแซ่ของท่านเล่า”

“ข้าน้อยแซ่ตง มีนามว่าหลิว ”

เมื่อได้ยินชื่อแซ่ของเขาหญิงสาวก็ยิ้มออกมา “...กระแสธารจากตะวันออก ...ช่างบังเอิญเหลือเกินข้าแซ่หลิว มีนามว่าผิงอัน ท่านเรียกข้าว่าผิงอัน หรือจะเรียกข้าว่าอันเอ๋อร์ก็ได้ ส่วนข้าจะเรียกท่านว่าพี่ตงก็แล้วกัน”

ตงหลิวเหลือบสายตามองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง เขาได้แต่คิดในใจว่านาม ‘หลิวผิงอัน ’ ช่างเหมาะสมกับเจ้าตัวยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นการวางตัว ถ้อยคำและท่าทางการยิ้มแย้มของนาง ล้วนทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ รู้สึกได้ถึงกระแสธารแห่งความสงบสุขราบรื่น

“แม่นางหลิวข้าน้อยมิบังอาจ นับแต่นี้ท่านเป็นนาย ข้าน้อยคือบ่าว ท่านเพียงเรียกชื่อข้าน้อยก็ได้” ใบหน้าที่รกเรื้อด้วยหนวดเครากระตุกเล็กน้อย เมื่อได้ยินหญิงสาวอ่อนวัยเรียกเขาว่า ‘พี่ตง’ ทั้งที่เขาน่าจะอายุห่างจากนางมาก

“ช่างเถิด ข้าจะให้เวลาท่านปรับตัวสักระยะ เมื่อคุ้นเคยท่านค่อยเปลี่ยนมาเรียกข้าว่าอันเอ๋อร์ก็ได้ ข้าเพิ่งจะอายุย่างสิบเจ็ดยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกมาก ดังนั้นนับจากนี้ความปลอดภัยของข้าก็ลำบากท่านต้องดูแลแล้ว”

หลิวผิงอันมีท่าทีผ่อนคลายทั้งที่ทั้งสองเพิ่งจะได้พบและพูดคุยกันได้ไม่กี่ประโยค และนั่นทำให้ตงหลิวเกิดความสงสัย “แม่นางหลิว หากว่าท่านจะอนุญาตข้าน้อยมีเรื่องอยากถาม”

“รีบกล่าว” นางเอ่ยถามพร้อมกับหันไปมองรอบๆ ราวกำลังมองหาใคร ทำให้คนที่กำลังเอ่ยถามกวาดสายตามองไปตาม

“เหตุใดท่านจึงไว้ใจข้าน้อย ท่านไม่เห็นหรือว่าผู้คนต่างก็รังเกียจ หวาดกลัว ...ไม่ก็หลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้ข้าน้อย”

“นั่นสิ” นางหันกลับมาส่งยิ้มให้เขา “ระหว่างที่ท่านคุ้มครองข้า เรามาหาคำตอบนั้นด้วยกันว่าเหตุใดข้าจึงเชื่อใจท่าน ทั้งที่ข้ากับท่านเพิ่งจะพบกัน คราวนี้ข้าขอถามท่าน...”

“เชิญแม่นางหลิวกล่าว”

“ข้าไว้ใจท่านได้ใช่หรือไม่”