บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.5

ในอดีตเขาไม่เคยไว้ใจผู้ใดอย่างแท้จริง แม้ว่าคนเหล่านั้นคือคนที่เขาชุบเลี้ยงและสั่งสอนวิชาความรู้ ยาพิษชนิดนี้หากไม่ได้ยาถอน หรือยาเม็ดโลหิตนิทราเพื่อควบคุมให้หนอนโลหิตหลับใหล เมื่อหนอนโลหิตภายในร่างตื่นขึ้น ก็จะค่อยๆ ดูดเลือด และกัดกินอวัยวะภายใน ผู้ที่ถูกพิษหนอนโลหิตจะค่อยๆ ทรมานจากความเจ็ดปวดเจียนตาย ทว่าคนเหล่านั้นกลับไม่อาจตาย เพราะแม้ว่าผู้ถูกพิษจะพยายามฆ่าตัวตาย หนอนโลหิตในร่างก็จะช่วยพยุงชีพจรเอาไว้

...เรียกได้ว่าจะตายก็ไม่ได้ จะอยู่ก็ต้องเผชิญกับความทรมานแสนสาหัส

“ท่านเรียนรู้ศาสตร์ใดจากท่านประมุข ในเมื่อท่านประมุขเลือกสอนเพียงศาสตร์หนึ่งเดียวให้แต่ละคน”

หลิวผิงอันเลิกคิ้วราวกับเพิ่งจะได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก “ท่านหมายความว่าอย่างไร”

“ท่านไม่มีวรยุทธ์”

“ข้าเรียนรู้ทุกอย่างจากอาจารย์ เว้นเพียงวรยุทธ์เท่านั้นที่ไม่อาจ...”

“ทุกอย่างเลยหรือ รวมถึงการใช้พิษ”

คำถามของตงหลิวทำให้หญิงสาวหลุดหัวเราะ “เอาเป็นว่าศาสตร์ทั้งหมดของปราชญ์ไป๋หู่นั้น เว้นเพียงวรยุทธ์เพียงอย่างเดียวนอกนั้นข้าเรียนรู้มาจากอาจารย์แทบทั้งสิ้น เพียงแต่ข้าเลือกที่จะเรียนรู้เพียงสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น”

“หมายความว่าท่านเรียนกับเขา ในยามที่เขาคือปราชญ์ไป๋หู่ หาใช่หลี่จื้อประมุขแห่งวังเจ็ดดาวสินะ”

หลิวผิงอันไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ

ตงหลิวถอนใจออกมาคราหนึ่งก่อนจะก้าวไปข้างหน้า “ยี่สิบปีก่อน ข้าเป็นเพียงทาสที่ถูกขายครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งได้รับการอุปการะและสั่งสอนศาสตร์แขนงต่างๆ จากท่านประมุข หลังจากข้าสำเร็จวิชากระบี่ไร้วิญญาณ นั่นคือช่วงที่วังเจ็ดดาวสร้างชื่อเสียงในยุทธภพทั้งที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งได้ไม่นาน ท่านประมุขสามารถสร้างนักฆ่าทั้งเจ็ดขึ้นมา จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วตัวข้าเอง...ก็เป็นหนึ่งในนั้น”

“ดังคำกล่าวที่ว่าไว้...ชื่อเสียงล้วนเป็นดังดาบสองคม ราชสำนักบีบจนท่านประมุขยอมจำนน กระทั่งจำเป็นต้องรับใช้ราชสำนักแคว้นเว่ยสองปี หลังจากปีนั้นเขาเร้นกายออกไปจากเมืองกุ้ยโจว ขังตัวเองเอาไว้ที่หุบเขาไร้ตัวตน แม้เขาจะใช้ยาพิษควบคุมเราทั้งเจ็ดแต่ข้าก็เข้าใจได้ดี การกระทำของเขาพวกเราทั้งเจ็ดก็ตระหนักดีว่าเขามิใช่คนที่มีจิตใจเหี้ยมโหด หาไม่เจ็ดดวงดาวหรือจะยังสามารถหลบซ่อน และใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรีได้เช่นทุกวันนี้”

“ท่านจะไม่ถามหรือว่าเขาสุขสบายดีหรือไม่” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงเรียบ

“หากท่านมายืนอยู่ตรงหน้าข้า เห็นชัดว่าเขาสิ้นใจไปแล้ว เพราะสิ่งสุดท้ายที่เขาบอกข้าคือหากเขาส่งคนรู้จักมาหาข้า ก็หมายถึงเขาได้สิ้นใจไปแล้ว”

“อาจารย์รักษาคำพูดเสมอ ก่อนสิ้นใจเขาบอกให้ข้ามาหาท่าน เพราะมีเพียงท่านที่สามารถทำให้เจ็ดดวงดาวมารวมตัวกันได้”

“อะไรนะ!!” ตงหลิวถึงกับเสียงดังขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ “ถึงกับ...ถึงกับจะรวบรวมเจ็ดดวงดาว เห็นชัดว่านี่หาใช่เรื่องเล็กไม่” กล่าวจบก็ขมวดคิ้วด้วยความกังวล

“ข้ายังมีสิ่งนี้” หลิวผิงอันยกข้อมือของตัวเองขึ้น เผยให้เห็นประคำสีเขียวที่ถูกร้อยเอาไว้หลวมๆ เนื่องจากลูกประคำหยกมีเพียงเจ็ดลูก และขนาดที่ทำออกมาทำให้สร้อยประคำไม่เต็มข้อมือเล็ก หญิงสาวถอดประคำออกมาแล้วส่งให้ตงหลิว

“ประคำเจ็ดดาว...” ตงหลิวครางเสียงแผ่วเมื่อรับมา ประคำที่ดูเรียบง่ายหากไม่สังเกตไม่มีทางมองเห็นและเข้าใจลวดลายที่เป็นสัญลักษณ์ของดวงดาวทั้งเจ็ด

...สัญลักษณ์ที่หมายถึงการเรียกตัวเจ็ดดวงดาว

หนึ่ง...ปีศาจพันหน้าหรือก็คือต้นไผ่พันปี

สอง...สนพันปี

สาม...เหมยพันปี

สี่...กรงเล็บมัจจุราช

ห้า...กระบี่ไร้วิญญาณ

หก...เมฆาไร้ลักษณ์

และเจ็ด...นางมารหมื่นพิษ

เขาไม่ได้เห็นสัญลักษณ์ซึ่งทำให้นึกถึงการเข่นฆ่าของเจ็ดดวงดาวมานานปี เมื่อได้เห็นก็อดที่จะคิดถึงความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้

...อดีตที่อาบย้อมไปด้วยเลือดและความอาฆาตแค้น

“ข้าจะไม่ถามท่านให้มากความอีก ขอเพียงตอบคำถามสุดท้ายนี้” ตงหลิวหรุบดวงตาลงต่ำ ก่อนเอ่ยถามออกมาน้ำเสียงจริงจัง “ท่านประมุข ...อดีตประมุขหลี่จื้อ เห็นด้วยกับการมาครั้งนี้ของท่านหรือไม่”

“เขาเป็นผู้ที่มอบประคำเจ็ดดาวให้ข้า...อย่างถูกต้อง”

หญิงสาวยิ้มอย่างอ่อนโยน และนั่นก็ทำให้ตงหลิวคุกเข่าลงกับพื้น

ครั้งนี้หลิวผิงอันเพียงแค่มองเขานิ่ง

“กระบี่ไร้วิญญาณน้อมคารวะท่านประมุขวังเจ็ดดาว” ตงหลิวคำนับนางด้วยท่าทีเยือกเย็นกระทั่งเงยหน้าขึ้นเอ่ยถาม “เช่นนั้นสัญญานี้ก็หาจำเป็นไม่ ขอท่านประมุขรับกลับไป”

“จำเป็นสิ เพราะสัญญานี้จะทำให้เรื่องทั้งหมดไม่มีทางโยงไปหาตัวท่าน นามตงหลิวนี้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าแท้จริงคือกระบี่ไร้วิญญาณ หากถึงที่สุดแล้วแผนการล้มเหลว ท่านก็สามารถใช้ชีวิตในนามของตงหลิวต่อไป และท่านก็จะไม่เดือดร้อนในภายหลัง”

“ดูเหมือนท่านได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแล้ว เช่นนั้นท่านจะเริ่มจากสิ่งใดก่อน”

“อย่างที่ข้าบอกไปก่อนหน้านี้ ข้าต้องการคฤหาสน์สักหลัง ต้องอยู่ไม่ไกลและไม่ใกล้ตระกูลเยี่ยจนเกินไป ทั้งยังต้อง...อยู่ใกล้ตระกูลเฉิน”

“ตระกูลเฉิน? ตระกูลราชองครักษ์หลวง?” ตงหลิวขมวดคิ้ว แม้สงสัยแต่เขาไม่เอ่ยถามยังคงเอ่ยประโยคต่อไปอย่างใคร่ครวญ “ราคาอาจแพงและอาจหายาก เพราะเป็นย่านที่เต็มไปด้วยคฤหาสน์ของคหบดีที่มีฐานะ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ขอเพียงมีกำลังทรัพย์...เพราะปัญหาก็คือราคาที่สูงมาก”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel