บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.4

“ข้าไม่อาจปล่อยให้ผู้มีพระคุณเช่นท่านเสี่ยงอันตราย เรื่องที่ท่านช่วยเหลือในการฝังศพฮูหยินและบุตรสาว ท่านอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับข้าแล้ว...”

“ท่านไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ ข้าเข้าใจถึงความรู้สึกที่ต้องสูญเสียผู้เป็นที่รัก”

“ข้าน้อยมีเรื่องหนึ่งอยากขอร้อง หากท่านทำเพื่อแก้แค้น ข้าน้อยอยากให้ท่านละเว้นการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ นายท่านตระกูลเยี่ยเป็นคนจิตใจเหี้ยมโหด หากจะมองหาแรงจูงใจที่จะทำให้ใครสักคนต้องการคุกคามตระกูลเยี่ยแล้ว เรื่องที่เขาเคยทำในอดีตคงจะเป็นสิ่งแรกที่ทำให้ข้าน้อยนึกถึง”

“นั่นสินะ” หลิวผิงอันยิ้ม ดวงตาของนางกลับมาสดใสเช่นเดิม “ข้ารับปากท่านว่าหากละเว้นได้ข้าจะละเว้น แต่หากเลี่ยงไม่ได้...ข้าจะพยายามหลีกเลี่ยงความเสียหายกับผู้บริสุทธิ์ และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการสูญเสียเลือดเนื้อเกิดขึ้น”

“เรื่องสุดท้ายที่ข้าน้อยยังข้องใจ”

“เชิญกล่าว”

“ท่านเป็นใคร”

“นามของข้าคือหลิวผิงอัน”

“ตอนพบกันครั้งแรก ท่านเคยพูดว่าต้องการคนคุ้มกันในระหว่างที่อยู่เมืองกุ้ยโจว ท่านคงไม่ใช่คนที่นี่ อีกทั้งท่านมีบุญคุณความแค้นกับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเยี่ย แน่นอนว่าท่านเองก็คงมิใช่คนธรรมดา เพราะตระกูลเยี่ยไม่มีทางข้องเกี่ยวกับคนธรรมดาสามัญ”

หลังจากยืนนิ่งฟังตงหลิวอยู่ครู่ใหญ่ หลิวผิงอันก็หันไปมองยังผืนน้ำ ทะเลสาบยามสายอากาศยังไม่ร้อนมากทั้งยังร้างไร้ซึ่งผู้คน ทำให้การสนทนาของคนทั้งสองราบรื่นไม่มีผู้ใดขัดจังหวะ ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะมีใครผ่านมาได้ยิน

ระลอกคลื่นเล็กๆ ในยามที่ลมพัดแผ่วเบา ใบไผ่พลิ้วไหวจากต้นร่วงลงไปแตะผืนน้ำ ภาพที่มองเห็นให้ความรู้สึกสงบ ตรงกันข้ามกับความสับสนภายในใจของหลิวผิงอันโดยสิ้นเชิง

“สมแล้วที่ท่านคือผู้ที่อาจารย์เลือกให้ข้ามาพบเป็นคนแรก”

“อาจารย์หรือ”

ใบหน้าที่ฉายแววงุนงงของตงหลิว ทำให้หญิงสาวหันหน้ากลับมามองเขา “ท่านคือหนึ่งในเจ็ดดวงดาวใช่หรือไม่”

ได้ยินดังนั้นใบหน้าของตงหลิวพลันซีดขาว ดวงตาของเขาสาดแววโกรธเกรี้ยววูบหนึ่ง กระทั่งเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกระคนหวาดหวั่น แต่ต่อมาหญิงสาวกลับมองเห็นความยินดีปะปนมาด้วย

“แม่นางหลิวหรือว่าท่านเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ไป๋หู่ พยัคฆ์ขาวแห่งเป่ยเปียน เขาเท่านั้นที่รู้ว่าข้าอยู่ที่นี่”

“ใช่”

“แต่ข้าได้ยินมาว่าเขาอยู่ที่แคว้นหาน” ตงหลิวเอ่ยถึงแคว้นเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดกับชายแดนเหนือของแคว้นเว่ย

“ข้าเดินทางรอนแรมมาจากหุบเขาไร้ตัวตน”

“เช่นนั้นท่านคงทราบนามที่แท้จริงของเขา”

แม้จะรู้จักนามของหุบเขาไร้ตัวตนซึ่งกั้นแนวชายแดนทางเหนือของแคว้นเว่ยกับชายแดนใต้ของแคว้นหาน แต่ตงหลิวก็ยังต้องพิสูจน์ให้มั่นใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

“หลี่จื้อ”

เมื่อได้ยินนามของหลี่จื้อ ตงหลิวก็ได้แต่หลับตาและถอนใจ ใบหน้าหลากหลายทั้งหนักอกหนักใจ เคร่งเครียด สับสนระคนหวาดหวั่นของเขา ทั้งหมดอยู่ในคลองสายตาของหลิวผิงอันทั้งหมด

“ในที่สุดก็มีวันนี้” ตงหลิวยิ้มขื่น “หลายปีมานี้แม้ได้รับการอุปการะเลี้ยงดู ทั้งยังได้ร่ำเรียนวิชาจากท่านอาจารย์ไป๋หู่ แต่เขาไม่ยินดีให้เรากราบเขาเป็นอาจารย์ แต่ท่านกลับเรียกเขาว่าอาจารย์ เห็นชัดว่าเขาคงให้ความสำคัญต่อท่าน”

“ถึงอย่างนั้นยามพวกท่านมีภัย เขาก็ไม่ลังเลที่จะเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องพวกท่าน ถูกหรือไม่” หลิวผิงอันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

ตงหลิวมองเห็นแววขมขื่นในดวงตาของนาง ทว่าเขากลับมองไม่เห็นเหตุผลที่นางจะแสดงท่าทีเช่นนั้น จึงนึกว่าตัวเองตาฝาด

“เขาคือประมุขสูงสุดของเราเจ็ดดวงดาว ในเมื่อท่านเรียกเขาเป็นอาจารย์ทั้งที่เจ็ดดวงดาวไม่มีใครที่เขายอมรับเป็นศิษย์ ท่านย่อมเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขจากเขาเช่นกัน” ตงหลิวคุกเข่าลงตรงหน้าหลิวผิงอัน

“ลุกขึ้นเถิด ข้าต้องลองใจท่านเพราะระหว่างเดินทางข้าถูกโจรปล้นสามครั้ง ถูกคนละโมบล่อลวงอีกสองครั้ง ข้าจึงไม่อยากไว้ใจผู้ใดง่ายๆ เพียงอยากมั่นใจว่าตามหาถูกคน”

ตงหลิวเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากจินตนาการไม่ออกว่านางเอาตัวรอดมาจนถึงเมืองกุ้ยโจวได้อย่างไร

ระยะทางจากหุบเขาไร้ตัวตนของแคว้นหานมาถึงเมืองกุ้ยโจวแคว้นเว่ย หากเดินเท้าต้องใช้เวลาเดินทางถึงหนึ่งเดือนเต็ม เร็วกว่านั้นคือหากใช้ม้าก็ใช้เวลาเพียงสิบสามสิบสี่วัน แต่หญิงสาวร่างอรชรตรงหน้า เห็นชัดว่านางหาใช่สตรีที่จะเลือกการเดินทางสมบุกสมบันเช่นการขี่ม้า

ดูแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่นางจะมีวรยุทธ์...

“นี่คือยาของท่าน”

กลิ่นของยาลูกกลอนโชยออกมาทันทีที่หลิวผิงอันยื่นมันให้ตงหลิว ยาที่ถูกปรุงขึ้นเพียงเพื่อแจกจ่ายให้กับเจ็ดดวงดาวทุกปี ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนและทำอะไร ยาเม็ดดังกล่าวก็จะถูกส่งไปให้

“โลหิตนิทรา...” ตงหลิวรู้สึกขมฝาดในลำคอเมื่อกลืนยาเม็ดนั้นลงไป “ท่านส่งให้คนอื่นๆ แล้วหรือ”

“พวกเขาจะได้รับมันในไม่ช้า ท่านวางใจเถิด”

“นั่นสินะ ในเมื่อหลายปีมานี้อาจารย์ไป๋หู่สามารถส่งยาถึงมือเจ็ดดวงดาวไม่ได้ขาด ทั้งที่ตัวเขาเองไม่ต้องก้าวออกมาจากหุบเขาไร้ตัวตนด้วยซ้ำ”

โลหิตนิทราและหนอนโลหิต คือยาพิษเลื่องชื่อของวังเจ็ดดาว อาจารย์ไป๋หู่ใช้มันเพื่อควบคุมดวงดาวทั้งเจ็ดไม่ให้ทรยศ หรือมีใจเป็นอื่น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel