บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.3

เขาอายุสามสิบหกส่วนนางเพิ่งจะย่างสิบเจ็ด และเพราะเขาอายุมากกว่านางถึงสิบเก้าปี นั่นคือสาเหตุที่เขาทำหน้าตาแปลกๆ ในยามที่นางเรียกเขาว่า ‘พี่ตง’

หลิวผิงพยักหน้ารับรู้ ก่อนผายมือเพื่อให้เขานั่งลง

ตงหลิวเดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ซึ่งตอนนี้มีหลงจู๊ของโรงเตี๊ยมเมฆมงคลนั่งอยู่ก่อนแล้ว เขาส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามไปยังหญิงสาวที่จะกลายมาเป็นนาย กระทั่งสายตากวาดไปเห็นสัญญาที่ติงฝูไห่กำลังร่างขึ้น

ติงฝูไห่เป็นผู้รับผิดชอบในการเขียนสัญญาระหว่างหลิวผิงอันกับตงหลิว อีกทั้งเขายังรับอาสาเป็นพยานในการซื้อขายครั้งนี้อีกด้วย เนื่องจากการซื้อขายในครั้งนี้แตกต่างไปจากการซื้อขายปกติ ดังนั้นจำเป็นจะต้องมีพยานรู้เห็นในการทำสัญญาซื้อขาย

“เสร็จแล้วขอรับแม่นางหลิว” ติงฝูไห่ยื่นสัญญาที่เพิ่งจะร่างเสร็จให้หลิวผิงอันได้ทบทวนอีกครั้ง นางกวาดสายตาอ่านด้วยใบหน้าเรียบเฉยกระทั่งครู่ใหญ่ก็ส่งต่อให้กับตงหลิว

“ท่านอ่านดูว่ามีข้อใดต้องแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนหรือไม่”

เขากวาดสายตาผ่านๆ เพียงครู่เดียว ก็ยื่นสัญญาคืนให้หญิงสาว “สัญญาว่าจ้างหรือ” ตงหลิวเลิกคิ้วสูงพลางมองมายังหญิงสาวด้วยดวงตามที่เต็มไปด้วยคำถาม

“ใช่ ค่าจ้างส่วนหนึ่งข้าได้จ่ายให้ท่านล่วงหน้าไปแล้ว ตอนนี้ท่านไม่นับว่าเป็นทาส แต่เป็นผู้ที่ข้าว่าจ้างให้เป็นผู้คุ้มกัน ข้าไม่ต้องการให้ท่านอยู่ในฐานะทาส แต่ท่านคือผู้คุ้มกันความปลอดภัยของข้า นับแต่นี้เป็นต้นไปจนกว่าสัญญาจะหมดลง”

“แต่...สัญญานี้จะอย่างไรท่านก็ยังคงเสียเปรียบอยู่มาก ดังนั้น...”

“เชื่อข้าเถิดอิสระของคนผู้หนึ่ง หาใช่สิ่งที่จะเอามาซื้อขายกันได้ ข้าขอท่านเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น” นางจ้องเขาราวกับไม่ปล่อยให้สิ่งใดเล็ดลอดจากสายตา

“ความซื่อสัตย์”

“ข้าน้อยสาบาน จากนี้ไปจะทำหน้าที่ของตนที่มีต่อท่านอย่างสุดความสามารถ”

“อย่าเพิ่งสาบาน” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและท่าทีก็ดูเคร่งขรึมกว่าทุกครั้ง “หลงจู๊ติงรบกวนท่านด้วย” หญิงสาวหันไปมองหลงจู๊โรงเตี๊ยม

“รถม้าพร้อมแล้วขอรับแม่นางหลิว”

“ขอบคุณท่านมาก เราไปกันเถิด” หลิวผิงอันเดินนำตงหลิวออกมาจากโรงเตี๊ยมที่มีรถม้าจอดรออยู่

รถม้าของโรงเตี๊ยมวิ่งออกจากประตูเมือง กระทั่งจอดลงยังศาลเจ้านอกเมืองกุ้ยโจวฝั่งตะวันออก หญิงสาวลงจากรถม้าพร้อมกับตงหลิว โดยให้คนของโรงเตี๊ยมพร้อมกับรถม้ารออยู่ด้านนอกศาลเจ้า

ในที่สุดหลิวผิงอันก็เลือกที่จะหยุดมองท่าน้ำที่ยื่นลงไปในทะเลสาบขนาดใหญ่ หญิงสาวก้าวเดินช้าๆ ไปตามสะพานที่ทอดยาวออกไป ด้านหลังยังมีตงหลิวที่เดินตามมาเงียบๆ กระทั่งถึงปลายสะพานทั้งสองก็หยุดฝีเท้าลง

“ก่อนที่ท่านจะตกลงใจเป็นผู้ติดตามเพื่อคุ้มกันข้า ข้าจำเป็นต้องทำความเข้าใจบางเรื่องกับท่านเสียก่อน”

“แม่นางอย่าได้เกรงใจเชิญกล่าว”

“ข้ามาที่เมืองกุ้ยโจวจุดประสงค์หนึ่งเพราะตระกูลเยี่ย”

“ตระกูลเยี่ย” ตงหลิวคล้ายกำลังนึก ก่อนจะเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ “ท่านคงหมายถึงตระกูลเยี่ยที่มีกิจการแพรพรรณ และเครื่องกระเบื้องที่ใหญ่ที่สุดในเมืองกุ้ยโจว”

“ท่านเข้าใจไม่ผิด”

“ได้ยินมาว่าตระกูลเยี่ยเป็นตระกูลขุนนางเก่าที่ผันตัวมาเอาดีทางด้านการค้าขาย นายท่านเยี่ยคนนี้เฉลียวฉลาด และเชี่ยวชาญการค้าขายเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นเขายังมีเส้นสายกับทางการอยู่พอสมควร ทว่าคุณชายใหญ่เยี่ยจิ้งเสียนที่เป็นทายาทผู้รับช่วงกิจการต่อกลับเป็นคนไม่เอาถ่าน ไม่ว่านายท่านเยี่ยจะพยายามผลักดันเท่าไรกลับยังคงย่ำอยู่กับที่ ส่วนคุณชายรองเยี่ยจิ้งอี้นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเขาเป็นเพียงคุณชายเจ้าสำราญที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ”

“แล้วคุณชายสามกับน้องสาวของเขาเล่า”

“คุณชายสามเยี่ยเผิงเย่ และคุณหนูสี่เยี่ยซูเหยา ข้า...ได้ยินมาว่าทั้งสองเป็นเพียงบุตรบุญธรรมที่นายท่านเยี่ยจำใจต้องรับเข้าตระกูล เนื่องจากเขาต้องตามารดาของทั้งสองตั้งแต่แรกพบ และนางไม่มีทางยินยอมแต่งเข้าตระกูลเยี่ย หากเขาไม่ยอมรับบุตรชายและบุตรสาวของนางด้วย แม้ว่าคุณชายสามจะเข้าไปช่วยดูแลกิจการบางส่วน แต่ไม่มีทางที่นายท่านเยี่ยจะยอมให้เขาเป็นผู้สืบทอด ยิ่งน้องสาวของเขาป่วยกระเสาะกระเสาะอยู่ตลอดเช่นนี้ เขายิ่งไม่มีทางยอมแบกภาระที่ตนไม่ได้รับผลประโยชน์ ส่วนบุตรสาวที่เกิดจากอนุทั้งหลาย ...พวกนางไม่ได้รับความสำคัญให้ต้องกล่าวถึง ดังนั้นจึงมีฐานะสูงกว่าบ่าวไพร่เพียงแค่ขั้นหนึ่งเท่านั้น”

“แม่นางหลิว นายท่านเยี่ยผู้นี้ไม่เพียงแค่เฉลียวฉลาด แต่เขาเป็นคนจิตใจเหี้ยมโหด หากเพื่อสิ่งที่เขาต้องการเขาไม่เลือกวิธีการที่จะได้มา ที่สำคัญ...เพราะเส้นสายเก่าแก่ที่เขามีมานาน ในช่วงที่ตระกูลของเขายังเป็นขุนนาง บวกกับผลประโยชน์หลายต่อทำให้ขุนนางส่วนใหญ่ต่างก็อยู่ข้างเขา ดังนั้นเรื่องที่ท่านมาเพราะตระกูลเยี่ยนั้นเป็นความแค้นใช่หรือไม่...”

หลิวผิงอันสบตากับตงหลิวนิ่ง “หากท่านไม่ตกลง สัญญานี้จะเปลี่ยนเป็นสัญญากู้ยืมที่ไม่มีกำหนด ไม่มีดอกเบี้ย ข้าไม่คิดจะบังคับใคร อย่างที่ข้าบอกท่านไปก่อนหน้า ข้าต้องการความซื่อสัตย์จากท่าน ซึ่งแน่นอนว่าคงจะเป็นไปไม่ได้หากว่าตัวท่านเองไม่ยินยอม ท่านมีเวลาใคร่ครวญเรื่องนี้สามวัน”

“ข้าตกลง”

หลิวผิงอันเลิกคิ้วมองเขาด้วยความประหลาดใจ อย่างน้อยคิดว่าเขาคงต้องการเวลาคิดใคร่ครวญ แต่เขากลับตอบตกลงออกมาทันที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel