บท
ตั้งค่า

บทที่ 3

ผ่านประตูห้องที่ปิดแง้มไว้ ฉันเห็นญาณินนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างต้นขาของฆนัตว์

เธอพูดเสียงอู้อี้ว่า

“พี่ฆนัตว์… แบบนี้พี่ชอบไหมคะ?”

ฆนัตว์ครางในลำคอ หายใจถี่จนได้ยินชัด

“ชอบสิ ชอบจะตายอยู่แล้ว ถ้าก้มลงมาอีกหน่อยก็คงจะดีกว่านี้”

“งั้นพี่ชอบความรู้สึกที่หนูให้มากกว่า หรือชอบที่เปรมายัยแก่คนนั้นให้มากกว่ากันคะ?”

“ตัวดี ก็ต้องเธออยู่แล้วสิ ยัยนั่นไม่เคยเอาใจฉันเท่าเธอหรอก บนเตียงก็เหมือนปลาตาย ไม่รู้สักนิดเลยว่าจะทำยังไงให้ฉันพอใจ”

เล็บจิกลึกลงไปในเนื้อ ฉันฝืนกลั้นอาการอยากอาเจียน สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนหยิบมือถือออกมากดเปิดโหมดบันทึกวิดีโอ

เช้าวันต่อมา ฉันไปบริษัทจัดการเรื่องส่งต่องาน พอกลับถึงบ้าน ฆนัตว์กับญาณินก็ออกไปแล้ว

ฉันฉวยจังหวะนี้เริ่มเก็บของ

พอข้าวของทุกอย่างถูกหยิบออกมาวางเรียง ฉันถึงได้รู้ว่า ของที่ตัวเองอยากเอาออกไปจากบ้านหลังนี้ ทั้งหมดใส่แค่กระเป๋าเดินทางใบเดียวก็พอ

ที่แท้ คนเราเวลายอมวางลงได้จริง ๆ มันก็เบาตัวได้ขนาดนี้เอง

ตอนนั้นเอง มือถือก็ดังขึ้น เป็นสายจากฆนัตว์

เขาบอกว่าแฟลชไดรฟ์ที่เก็บเคสประวัติคนไข้ลืมไว้ที่บ้าน ให้ฉันช่วยเอาไปส่งให้หน่อย

ตอนแรกฉันกะจะเรียกแมสส่งของไปแทน แต่คิดไปคิดมา สุดท้ายก็ตัดสินใจไปเอง

อย่างน้อยก็จะได้พูดเรื่องเลิกกันให้มันเคลียร์ ๆ เสียที

ยังไงฉันก็อยากให้รักครั้งแรกของตัวเองมีฉากจบที่พอดูได้สักหน่อย

พอถึงโรงพยาบาล ฉันกำลังจะเดินไปทางแผนกฉุกเฉิน

ก็สวนกับเขาที่กำลังก้าวออกมาด้วยความรีบร้อนพอดี

ฉันเดินเข้าไปหา แต่แฟลชไดรฟ์ยังไม่ทันได้ยื่นให้ เขาก็เดินสวนฉันผ่านไปเลย

ฉันชะงักไปหนึ่งวินาที แต่พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขา ก็เผลอเดินตามไปโดยอัตโนมัติ

แล้วก็จริงอย่างที่คิด หน้าห้องผ่าตัดมีคนมุงเต็มไปหมด

ฟังคนรอบ ๆ พูดกันสองสามประโยค ถึงได้รู้ว่าญาณินทำพลาดระหว่างผ่าตัดอีกแล้ว จนช่วยชีวิตคนไข้อย่างไรก็ไม่รอด

“อีสารเลว! เอาชีวิตแม่ฉันคืนมา!”

ญาติของคนตายไม่รู้ไปคว้าเข็มฉีดยามาจากไหน ตะโกนเสียงแหบแห้งแล้วพุ่งเข้าใส่ญาณินที่หน้าซีดเผือด

ฉันยืนอยู่ข้าง ๆ กำลังจะถอยหลังหนี ก็ถูกแรงผลักหนัก ๆ จากด้านหลัง จนตัวฉันล้มพุ่งไปขวางอยู่ตรงหน้าญาณินพอดี

ในเสี้ยววินาทีที่หันกลับไป ฉันก็เห็นหน้าคนที่ผลักฉันชัดเจน

เป็นฆนัตว์นั่นเอง!

วินาทีถัดมา เข็มฉีดยาก็แทงทะลุแขนฉัน ความเจ็บทำเอาฉันสูดลมหายใจเฮือกด้วยความจุกเสียด

เหมือนคนรอบ ๆ ต่างก็กรีดร้องกันระงม ตำรวจก็พุ่งเข้ามาในจังหวะนั้น ทำเอาเหตุการณ์วุ่นวายไปหมด

ฆนัตว์รีบวิ่งมาถึงข้างตัวฉัน เขาทำท่าเหมือนรู้สึกผิดจนไม่กล้ามองหน้าฉัน แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจริง ๆ

“เดี๋ยวฉันพาเธอไปตรวจนะ”

“ไปให้พ้น!” ฉันกุมแขนตัวเองไว้ สะบัดมือที่ฆนัตว์เอื้อมมาจับออกทันที

“ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึง...”

ฆนัตว์พูดต่อไม่ออก ก้มหน้าลง มองดูมือตัวเองที่กำลังสั่น

ฉันไม่อยากฟังคำขอโทษจอมปลอมของเขาอีก เลยเดินตามหมอคนอื่นเข้าไปยังห้องตรวจ

เขายังทำท่าจะตามมา แต่ก็ต้องชะงักถอยเมื่อเจอสายตาเกลียดชังของฉัน

ญาณินที่ยืนอยู่ด้านหลังเรียกเขาอย่างอ่อนแรง แต่คราวนี้ฆนัตว์ไม่หันกลับไปเลย

ในสายตาเขามีแค่ฉันคนเดียว

หลังจากผ่านการตรวจหลายอย่าง เบื้องต้นยังไม่พบเชื้อไวรัสติดต่อใด ๆ ในร่างกายฉัน

แต่เพื่อความปลอดภัย ฉันยังต้องกินยาป้องกันและนอนพักดูอาการต่อที่โรงพยาบาลอีกสองสามวัน

อาจเพราะความรู้สึกผิด ฆนัตว์เลยเฝ้าอยู่ข้างฉันทุกวัน ดูแลเอาใจใส่ไม่ห่าง ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป

จนกระทั่งวันนี้ ตอนที่ฉันกำลังจะเอนตัวลงนอนพัก ประตูห้องพักคนไข้ก็ถูกผลักเปิดเข้ามาอีกครั้ง

ฉันเริ่มหงุดหงิด “ฆนัตว์ นายจะพอได้หรือยัง?”

แต่ครั้งนี้ สีหน้าเขากลับมืดครึ้ม

เขากระชากตัวฉันลุกขึ้นอย่างหยาบคาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel