บทย่อ
ฉันดื่มเหล้ากับหัวหน้าของฆนัตว์จนกระเพาะเป็นแผลเลือดออก ในที่สุดก็ช่วยเขาแย่งโอกาสไปอบรมต่อที่ต่างประเทศมาให้ได้ แต่ตอนที่ฉันถูกส่งตัวฉุกเฉินไปโรงพยาบาล รอให้เขามาช่วยผ่าตัด กลับถูกเขาเอาตัวฉันไปให้หมอฝึกงานผู้หญิงที่ไม่เคยมีประสบการณ์ผ่าตัด ใช้ฉันเป็นตัวลองวางยาสลบ ในห้องผ่าตัด ฉันเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะความผิดพลาดเรื่องยาสลบของเธอ แต่เขาแค่ได้ยินหมอฝึกงานพูดว่า “ตกใจจนแย่แล้ว” ก็กล้าทิ้งฉันที่เพิ่งพ้นช่วงวิกฤติไว้คนเดียวในห้องพักฟื้น เขาพูดว่า “เด็กผู้หญิงเขาตกใจเพราะเธอ เดี๋ยวฉันพาเขาออกไปเดินเล่นให้หายเครียดหน่อย” “ส่วนเรื่องโอกาสไปอบรมที่เธอพูดถึง ไว้ค่อยว่ากันทีหลังแล้วกัน ยังไงพวกเราก็ไม่ได้รีบแต่งงานอยู่แล้ว” แท้จริงแล้วเขาก็รู้นี่ ว่าต้องเลื่อนตำแหน่งก่อน พ่อแม่ฉันถึงจะยอมให้ฉันแต่งกับเขา งั้นเขายิ่งควรจะรู้ ว่าฉันทั้งมีเงิน มีหน้าตา แถมยังมีความสามารถ ไม่ได้ถึงขั้นต้องแต่งกับเขาคนเดียวเท่านั้น
บทที่ 1
ฉันดื่มเหล้ากับหัวหน้าของฆนัตว์จนกระเพาะเป็นแผลเลือดออก ในที่สุดก็ช่วยเขาแย่งโอกาสไปอบรมต่อที่ต่างประเทศมาให้ได้
แต่ตอนที่ฉันถูกส่งตัวฉุกเฉินไปโรงพยาบาล รอให้เขามาช่วยผ่าตัด กลับถูกเขาเอาตัวฉันไปให้หมอฝึกงานผู้หญิงที่ไม่เคยมีประสบการณ์ผ่าตัด ใช้ฉันเป็นตัวลองวางยาสลบ
ในห้องผ่าตัด ฉันเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะความผิดพลาดเรื่องยาสลบของเธอ
แต่เขาแค่ได้ยินหมอฝึกงานพูดว่า “ตกใจจนแย่แล้ว” ก็กล้าทิ้งฉันที่เพิ่งพ้นช่วงวิกฤติไว้คนเดียวในห้องพักฟื้น
เขาพูดว่า
“เด็กผู้หญิงเขาตกใจเพราะเธอ เดี๋ยวฉันพาเขาออกไปเดินเล่นให้หายเครียดหน่อย”
“ส่วนเรื่องโอกาสไปอบรมที่เธอพูดถึง ไว้ค่อยว่ากันทีหลังแล้วกัน ยังไงพวกเราก็ไม่ได้รีบแต่งงานอยู่แล้ว”
แท้จริงแล้วเขาก็รู้นี่ ว่าต้องเลื่อนตำแหน่งก่อน พ่อแม่ฉันถึงจะยอมให้ฉันแต่งกับเขา
งั้นเขายิ่งควรจะรู้ ว่าฉันทั้งมีเงิน มีหน้าตา แถมยังมีความสามารถ ไม่ได้ถึงขั้นต้องแต่งกับเขาคนเดียวเท่านั้น
หลังจากย้ายออกจากห้องไอซียูมาอยู่หอผู้ป่วยทั่วไป วันนั้นฆนัตว์ถึงได้อุตส่าห์มาเยี่ยมฉันคนเดียว
เขาเปิดกระติกเก็บความร้อนในมือ ตักซุปใส่ชามแล้วยื่นมาให้ฉัน
“เรื่องยาสลบนั่นมันก็แค่อุบัติเหตุ ณินเองก็รู้สึกผิดมากนะ ซุปไก่นี่เธอนั่งเฝ้าต้มทั้งเช้าเลย ลองชิมดูสิ”
ซุปไก่นี่ ฉันจำได้ดี
ในโมเมนต์ของญาณิน เป็นฆนัตว์สอนเธอต้มซุปไก่ด้วยตัวเองทีละขั้น
แต่ฆนัตว์กลับลืมไปว่าฉันแพ้เนื้อไก่
ฉันก้มหน้าลง เลื่อนชามซุปไก่ตรงหน้าหนีออกไปเบา ๆ
ฆนัตว์เห็นท่าทีของฉันก็ขมวดคิ้วไม่พอใจ ก่อนจะเทซุปไก่กลับลงกระติกอย่างหงุดหงิด
“จะกินไม่กินก็ตามใจ วันๆเอาแต่เรื่องมาก!”
คำพูดเพิ่งจะจบ ประตูห้องคนไข้ก็ถูกผลักเปิดออก ญาณินโผล่หน้าเข้ามา เรียกเสียงแผ่ว ๆ ว่า
“พี่ฆนัตว์…”
แค่สองคำสั้น ๆ นั่นก็ทำให้สีหน้าฆนัตว์นุ่มลงทันที
เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลงว่า
“ใบลาล่ะ เรียบร้อยแล้วไหม?”
“อืม” ญาณินพยักหน้าแล้วมองฉันอย่างลำบากใจ
“ไม่พาพี่เปรมาไปด้วยเหรอคะ?”
“ไม่ต้องสนใจเธอหรอก ก็เพราะหล่อนนั่นแหละทำให้เธอตกใจ ฉันถึงได้จัดทริปนี้พาเธอออกไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศ”
“ยิ่งตอนนี้สภาพหล่อนแบบนั้นก็ไปไหนไกล ๆ ไม่ได้อยู่แล้ว เดี๋ยวถ้าระหว่างทางเกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมา แล้วโทษมาลงที่เธออีกจะยุ่งเปล่า ๆ”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ป่านนี้ฉันคงพุ่งเข้าไปทะเลาะกับฆนัตว์ให้บ้านแตกไปแล้ว
แต่ครั้งนี้ ฉันรู้สึกเหนื่อยมากจริง ๆ
เลยแค่เออออตามน้ำว่า
“ใช่ พวกแกไปกันเถอะ”
“ขอให้เที่ยวให้สนุกนะ”
ฆนัตว์ได้ยินก็ชะงักไป มองสำรวจสีหน้าฉัน พอเห็นว่าฉันไม่ได้ประชด เขาก็แค่พูดอย่างไร้อารมณ์
“คิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว”
พูดจบ เขาก็จูงญาณินเดินจากไปโดยไม่แม้แต่หันกลับมามอง
คืนนั้น ฉันก็ได้รับวิดีโอที่ญาณินส่งมาให้
ใต้แสงเหนือที่สวยโรแมนติก ฆนัตว์คุกเข่าข้างเดียวอยู่ตรงหน้าเธอ ขอเธอแต่งงาน
“ณิน คนที่ผมอยากแต่งงานด้วยมีแค่เธอคนเดียว เธอยอมแต่งกับผมไหม?”
ท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนรอบข้าง ญาณินพยักหน้า น้ำตาไหลพราก ทั้งสองก็กอดจูบกันอย่างลืมตัว
แต่ฉันกลับมองอย่างนิ่ง ๆ จนวิดีโอจบลง ก็ยังไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่นิดเดียว
คงเพราะความรักที่ฉันมีให้ฆนัตว์ มันดับหายไปหมดแล้วตั้งแต่บนเตียงผ่าตัดนั่นแหละ
อยู่โรงพยาบาลครบหนึ่งอาทิตย์ ฉันก็นั่งแท็กซี่กลับบ้านคนเดียว
พอเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นญาณินที่ใส่แค่เชิ้ตของฆนัตว์ตัวเดียว กับฆนัตว์ที่ท่อนล่างมีแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวพันเอว
ทั้งสองตัวหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นสบู่ ยืน–นั่งกันอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น
พอสบตากันสี่ดวง ญาณินก็รีบลุกขึ้นอย่างลนลาน ปากขยับไปมาหลายที สุดท้ายกลับพูดออกมาได้แค่ประโยคกำกวมว่า
“พี่เปรมา อย่าเข้าใจผิดนะคะ ฉันกับพี่ฆนัตว์ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย...”
ฉันตอบรับเสียงเรียบ ๆ แล้วก็ยกเท้าเดินเข้าห้องนอนไป
เห็นฉันไม่โวยวายไม่หาเรื่อง ฆนัตว์ก็ลุกขึ้นมาคว้าแขนฉันไว้
“เมื่อคืนเราต้องรีบขึ้นเครื่องกัน ยังไม่ได้อาบน้ำ เหงื่อท่วมตัวไปหมด กลับมาบ้านทีนี้ น้ำที่บ้านณินกำลังซ่อมปิดอยู่ ฉันก็เลยพาเธอมาที่นี่ เธออย่าคิดมาก”
คบกันมาแปดปี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฆนัตว์เป็นฝ่ายรีบอธิบายก่อน
ฉันพยักหน้าเบา ๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่คิดมากหรอก”
กำลังจะดึงมือกลับ ฆนัตว์กลับทำหน้ามืดแล้วบีบข้อมือฉันแรงขึ้นจนเจ็บแปลบ
“เปรมา เธอทำหน้าตาแบบนี้ให้ใครดูอยู่กันแน่?”
“ตั้งแต่แรกฉันก็พูดแล้ว ว่าฉันฆนัตว์ไม่จำเป็นต้องอาศัยไปอบรมอะไรนั่นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เป็นเธอต่างหากที่แย่งกันเข้าไปประจบคนโน้นคนนี้ สุดท้ายก็เลยกลายเป็นเรื่องวุ่นวายเต็มไปหมด”
“สรุปแล้ว ที่เธอวิ่งวุ่นทำทุกอย่าง ก็เพราะอยากให้ฉันได้เลื่อนตำแหน่ง จะได้ให้พ่อแม่เธอยอมให้ฉันแต่งงานด้วยไม่ใช่หรือไง?”
“เธอนี่อยากแต่งงานขนาดนั้นเลยเหรอ?”

