บทที่ 6
‘เจ้าจะไม่เข้าวังหลวงก็ได้ แต่เราจะให้เจ้าแต่งกับคนผู้หนึ่ง’
ประโยคนั้นไม่ได้ทำให้สีหน้าของนางเปลี่ยนไปแต่อย่างใด อิ่นเฉียนถอนหายใจออกมาคราหนึ่งก่อนรับคำสั้นๆ ‘เพคะ’ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้นางต้องคุกเข่าเป็นเวลามากกว่าหนึ่งชั่วยามในห้องทรงพระอักษร
อิ่นเฉียนคลี่ราชโองการออกอ่าน สายตากวาดมองอักษรหนักแน่นมั่นคง ชื่อแซ่ของบุรุษที่นางต้องแต่งงานด้วยในอีกสามเดือนข้างหน้า
บุรุษผู้นั้น หรงเสียง...คุณชายสามแห่งหอโอสถ
หอโอสถเดิมตั้งอยู่บนเขาปิงซานนอกเมืองจี๋หลิน เทพโอสถหรงเซิงเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเมื่อหกสิบปีก่อนหลังเกษียณตัวเองจากการเป็นหมอหลวง บนเขามีพืชสมุนไพรมากมาย ความรู้ทางวิชาการแพทย์ที่เขามีส่วนใหญ่ใช้ไปกับการคิดค้นยาและการรักษาโรคต่างๆ
ปัจจุบันทายาทของเทพโอสถเหลือเพียงนายท่านหรงอวี๋คุน เขามีบุตรชายห้าคน ไร้บุตรสาว มีข่าวว่าผู้ที่จะสืบทอดการดูแลหอโอสถคนต่อไปก็คือ ‘หรงเสียง’ บุตรชายคนที่สามซึ่งเชี่ยวชาญด้านการแพทย์มากที่สุดนั่นเอง
หรงเสียงปีนี้อายุได้ยี่สิบเอ็ดยังไม่มีคู่หมาย เขาเป็นคนค่อนข้างเก็บตัวจึงมีคนเคยพบเขาน้อยมาก หากไม่ใช่คนป่วยหนักยากรักษา ผู้ที่ทำการรักษาก็จะเป็นลูกศิษย์ของหอโอสถ
นานๆ ครั้งชายหนุ่มจะลงเขาเพราะมีราชโองการจากฮ่องเต้ ดังนั้นผู้ที่มีโอกาสได้พบเขาหากไม่ใช่ขุนนางในราชสำนัก ก็จะเป็นนางกำนัลขันทีในวังหลวง
กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างหอโอสถกับราชสำนักช่วงนี้เป็นไปได้ด้วยดี ฮ่องเต้เองก็ทรงให้การสนับสนุนหอโอสถเรื่อยมา เนื่องจากหอโอสถรักษาคนเจ็บป่วยไม่เลือกชนชั้น ค่ารักษาและค่ายาถูกแสนถูก ไม่ว่าจะยากดีมีจนขอเพียงไปที่หอโอสถ คนเหล่านั้นจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ไม่เพียงรับรักษาคนป่วย หอโอสถยังรับศิษย์มากมายเพื่อสั่งสอนวิชาการแพทย์ เมื่อเรียนจบแล้วยังสามารถออกไปเปิดร้านหมอรักษาคนต่อไป
หลังรับราชโองการและให้คนส่งลู่กงกงเดินทางกลับลงเขา คนตระกูลหรงทั้งหมดก็มารวมตัวกันยังห้องโถง ทุกคนล้วนนั่งเงียบรอจนหรงเสียงเปิดปากเป็นคนแรก ทว่า...นึกไม่ถึงชายหนุ่มเพียงลุกขึ้นกล่าวเสียงเรียบ
“ลูกจะลงเขาสักสองสามวัน”
“เจ้าจะลงเขา?” หรงอวี๋คุนเลิกคิ้วมองบุตรชาย
“จะแต่งนางเป็นฮูหยินอย่างน้อยก็ต้องไปพบสักครา ชื่อเสียงและข่าวลือบางครั้งก็มิใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง”
แม้ไม่ใคร่จะลงเขาบ่อยนักแต่หรงเสียงก็ไม่ใช่ไม่เคยได้ยินเรื่องของอิ่นเฉียน ลือกันว่านางงดงามราวโฉมสะคราญตะวันออก เฉลียวฉลาดกว่าสตรีใดในใต้หล้า แกร่งกล้าอาจหาญราวบุรุษอกสามศอก ทว่าที่ได้ยินมาล้วนเป็นเรื่องดีทั้งสิ้น...
เห็นบุตรชายกับคนสนิทเดินออกไปหรงอวี๋คุนได้แต่ถอนหายใจ ราชโองการนี้ไม่รับไม่ได้เพราะตระกูลหรงติดค้างฮ่องเต้เรื่องหนึ่ง เขารับปากว่าไม่ว่าฮ่องเต้จะทรงประสงค์สิ่งใดเขาล้วนตอบตกลง
นึกถึงปีนั้นฮูหยินของตนคลอดยากและเสียเลือดมาก ในท้องพระคลังมีสมุนไพรหายากที่เขาไม่อาจหาได้ในเวลาอันสั้น เขาบากหน้าเข้าวังจนได้มา ทั้งนี้ก็เพราะความช่วยเหลือขององค์รัชทายาทซึ่งตอนนี้เป็นถึงฮ่องเต้
วันนี้ฮูหยินของเขารอดมาได้ บุตรชายคนเล็กเองก็เติบโต แต่บุตรคนที่สามของเขากลับต้องแต่งงานกับสตรีที่ไม่รู้จัก...
“ได้ยินมาว่านางเป็นผู้นำตระกูลอิ่นมิใช่หรือ เหตุใดฝ่าบาทจึงมีราชโองการเช่นนี้” หรงฮูหยินเดินมาหยุดข้างกายผู้เป็นสามี
หรงอวี๋คุนถอนหายใจ “อิ่นเฉียน สตรีเก่งกาจความคิดลึกล้ำ เกรงว่าฝ่าบาทคงไม่อาจควบคุมนาง ดังนั้นจึงจำต้องส่งนางออกให้ห่างจากวงการค้าและราชสำนัก”
“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”
“หมายความว่านางเก่งกาจเกินไป กระทั่งวันข้างหน้าอาจเป็นภัยคุกคามราชสำนัก คิดดูว่าหากนางแต่งเข้าตระกูลใดตระกูลหนึ่งในหกตระกูล เรื่องที่ฝ่าบาททรงอยากลดอิทธิพลคหบดีหกตระกูลก็คงยากแล้ว”