บท
ตั้งค่า

บทที่ 4

อิ่นเฉียนก้าวฉับๆ ไปเรือนด้านหลังสุดของจวน ด้านหลังยังมีพ่อบ้านและคนอีกสองคนติดตามมาด้วย แท้ที่จริงแล้วเรือนโสโครกที่นางกล่าวถึงก็คือโรงเรือนที่ใช้กำจัดสิ่งปฏิกูล

สตรีสองคนที่กำลังถูกควบคุมให้ทำงานหนัก กระทั่งถูกบังคับให้ทำความสะอาดสุขา ร่างทั้งร่างส่งกลิ่นเหม็นจนผู้ที่ก้าวเข้ามาต้องขมวดคิ้ว

สตรีสองนางเมื่อมองเห็นอิ่นเฉียนก็ปราดเข้ามาคุกเข่า ถึงอย่างนั้นยังไม่ทันได้เข้าใกล้มากไปกว่าห้าก้าวก็ถูกบังคับให้หยุด

“รั่วรั่วข้าสำนึกผิดแล้ว เจ้าปล่อยข้ากับหวนเอ๋อร์ไปเถิด ข้าทำต่อไปไม่ไหวแล้ว”

อิ่นเฉียนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย แม้ในยามที่ได้ยินอนุของบิดาเรียกนางด้วยชื่อเล่นอย่างสนิทสนม มองอดีตอี๋เหนียงและน้องสาวต่างมารดา จากนั้นกล่าวเสียงเรียบ “สำนึกผิด? อี๋เหนียงเมื่อวานท่านยังสาปแช่งข้าไม่ให้ข้าตายดีอยู่เลย วันนี้บอกว่าสำนึกผิดแล้ว ไม่เร็วไปหน่อยหรือ”

“ขะ...ข้า” นางมองไปรอบๆ “มันผู้ใดเอาเรื่องโป้ปดไปบอกนาง ไม่จริงนะเจ้าอย่าไปเชื่อ ข้าไม่เคยพูด”

“พอเถิด จะไปพูดดีกับนางทำไม ถึงอย่างไรนางก็ไม่มีทางปล่อยเราไปอยู่แล้ว อิ่นเฉียนอย่าให้ข้ารอดไปได้ เจ้าบอกคนของเจ้าเฝ้าเอาไว้ให้ดี หากวันใดเจ้าพลั้งเผลอข้าหลบหนีไปได้ ข้าจะไปตีกลองแจ้งทางการว่าเจ้าทรมานผู้คนในกำแพงจวน!”

“ดี!” หญิงสาวลงน้ำหนักในน้ำเสียง “อยากไปตอนนี้เลยหรือไม่เล่า!” ตอนนี้แม้แต่ดวงตาของนางก็วาบขึ้น “หลักฐานการวางยาพิษเพื่อสังหารข้าและท่านพ่อข้ายังเก็บเอาไว้อย่างดีจนถึงทุกวันนี้ ข้าจะดูว่าเจ้าหรือข้าที่ต้องถูกทางการลงโทษ!”

บิดาอยู่ๆ ล้มป่วยกะทันหันกระทั่งจากไป นางเองก็ถูกลอบวางยาพิษจนสะสมในร่างกาย กว่าจะล่วงรู้อิ่นเฉียนตัวจริงก็สิ้นใจไปแล้ว หลงเหลือเพียงร่างปวกเปียกป้อแป้อ่อนแอเกินทน

สองแม่ลูกตรงหน้าคิดจะกำจัดนางกับบิดาก่อนฮุบเอากิจการตระกูลอิ่น บัดนี้ถูกนางกักขังเอาไว้ในจวนเกือบสี่ปี ทำงานในเรือนโสโครกทุกวันไม่เคยได้ออกไปจากจวน

“หลายปีมานี้แม้ข้ากับท่านพ่อไม่ได้ดีต่อพวกเจ้ามากนัก แต่อยู่ในจวนพวกเจ้ามีข้าวกิน มีเสื้อผ้าสวมใส่ มีเงินค่าใช้จ่ายทุกเดือน ไม่ต้องลำบากลำบนทำงานหนัก นึกไม่ถึงว่ายังไม่สามารถเติมเต็มความละโมบในใจของพวกเจ้าได้ การกระทำของพวกเจ้าหากเทียบแล้วไม่ได้สักเศษเสี้ยวของอวิ๋นฉี!”

กล่าวถึงอิ่นอวิ๋นฉี บุตรชายของอีกฝ่ายที่เป็นหนึ่งคุณชายตระกูลอิ่น แม้เกิดจากอนุแต่เขาก็เฉลียวฉลาดจนได้รับการยอมรับจากบิดา แม้ไม่อาจยกย่องแต่อิ่นอวิ๋นฉีก็มีโอกาสได้ออกไปนอกจวนกับบิดาบ่อยครั้ง

เห็นท่าทีเสียใจของสองแม่ลูก อิ่นเฉียนได้แต่ลอบถอนหายใจออกมา พวกนางสองคนคิดวางยาทำร้ายอิ่นอวิ๋นซู แต่นึกไม่ถึงว่าคนที่โดนยาพิษกลับเป็นอิ่นอวิ๋นฉีบุตรชายของตน

กรรมตามสนองแล้ว...

“ข้ายังนับว่ามีเมตตา หาไม่คิดหรือว่าข้าจะแค่ขังพวกเจ้าเอาไว้ที่นี่ รู้หรือไม่ว่าผู้ที่สังหารผู้อื่นโดยเจตนา โทษมีเพียงทางตายสถานเดียว เจ้าอาจอ้างว่าบุตรสาวไม่รู้เรื่อง แต่หลักฐานทั้งหมดที่ข้ามีเพียงพอที่จะเอาผิดพวกเจ้าสองแม่ลูก แม้นางรอดจากโทษตายก็ไม่มีทางรอดจากการถูกขายเข้าหอนางโลม” หญิงสาวยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นว่าอดีตอี๋เหนียงตัวสั่นเทา “ท่านพ่อบ้าน”

“ขอรับคุณหนู”

“พรุ่งนี้ส่งพวกนางไปยังถนนเฮยเหลา ให้เงินเจ้าหน้าที่ควบคุมนักโทษให้จับตาพวกนางไปจนถึงชายแดน” นางกล่าวเสียงเย็นจนสองแม่ลูกตัวสั่น ตระหนักว่าตลอดมานับจากที่อีกฝ่ายรอดจากการวางยาพิษ อิ่นเฉียนก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“จะ...เจ้าจะขายพวกเราไปเป็นทาสหรือ เจ้าจะปล่อยเราไปจริงๆ หรือ” ออกไปใช้แรงงานที่ชายแดนยังดีกว่าถูกขังเอาไว้ในเรือนโสโครกแห่งนี้ นางยินดีไปตายเอาดาบหน้า

“จดจำใส่ใจไว้เถิดว่านี่เป็นทางรอดเดียวของเจ้าสองแม่ลูก”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel